หลันเยวี่ยพลันเกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาเ้าคนี้เีนั่นหน้าตาเป็ยังไงกันนะ ถ้าไม่หล่อจริงก็น่าเสียดายเสียงดีๆ หมด
โดยไม่รู้ตัวหลันเยวี่ยก็เดินมาถึงนอกรั้วบ้านตัวเองเสียแล้ว
พอได้ยินเสียงดังแว่วมาจากในบ้านหลันเยวี่ยก็ซ่อนกระป๋องส้มในมือไว้ข้างหลังตามสัญชาติญาณ
ในบ้านมีเสียงเพิ่มมาอีกสองเสียงเสียงหนึ่งแก่ อีกเสียงหนึ่งเด็ก
เสียงแก่คือเสียงของแม่เฒ่าหูส่วนเสียงเด็กคือเสียงของหูเจี้ยนิ ลูกชายของอาสามนั่นเอง
แม่เฒ่าหูรับปากว่าจะพาหลานชายตัวน้อยมาบ้านหลันเยวี่ยเพื่อกินเนื้อฟรีเพราะฉะนั้นก็ต้องมาแน่นอน
หลันเยวี่ยย่องเข้าไปในบ้านเธอไม่ได้เข้าไปในห้องโถงโดยตรง แต่อ้อมไปที่ห้องครัวก่อน
เธอซ่อนกระป๋องส้มที่ย่าหลินให้เอาไว้ในกองฟืน
ตั้งใจว่าจะเอากระป๋องออกมาหลังจากที่แม่เฒ่าหูกับหูเจี้ยนิกลับไปแล้ว
ถ้าตอนนี้เอากระป๋องเข้าบ้านไปตรงๆแม่เฒ่าหูกับหูเจี้ยนิคงแบ่งกันกินหมดแน่
หลังจากซ่อนกระป๋องเสร็จเรียบร้อยหลันเยวี่ยก็ออกจากห้องครัว ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังห้องโถง
ตอนนี้แม่เฒ่าหูและหูเจี้ยนินั่งอยู่ที่โต๊ะแปดเซียน[1]ตัวเล็กแล้ว
เกี๊ยวที่ทำไว้พอกินกันทั้งครอบครัวแต่พอมีคนเพิ่มมาสองคนยังไงก็ไม่พอแน่นอน ดังนั้นบนโต๊ะจึงมีแป้งจี่เพิ่มเข้ามา
หูฉางหมินกำลังเอาแป้งจี่ห่อเกี๊ยวกิน
แม่เฒ่าหูเห็นหลันเยวี่ยที่เดินเข้ามาจากข้างนอกสีหน้าก็บึ้งตึงทันที "กินข้าวกันหมดแล้วไปเที่ยวเล่นที่ไหนมา?"
จ้าวหงเหมยรีบแก้ตัวให้ลูกสาว"หนูให้เยวี่ยเยวี่ยเอาเกี๊ยวไปให้สะใภ้บ้านหลินน่ะค่ะ"
พอแม่เฒ่าหูได้ยินก็เกิดความไม่พอใจ"หล่อนเป็แม่แก หรือเป็อะไรกับแกหรือไง? ห่อเกี๊ยวแล้วไม่เอาให้คนในครอบครัวตัวเอง ดีแต่เอาไปให้คนนอกกิน"
หลันเยวี่ยฟังออกว่าแม่เฒ่าหูตั้งใจหาเื่กันชัดๆ
"คุณย่า ถึงย่าใหญ่ข้างบ้านจะไม่ใช่ญาติเรา แต่ก็เป็เพื่อนบ้านกันนี่คะโบราณว่าญาติห่างยังมิสู้เพื่อนบ้านใกล้ ตอนแม่หนูอยู่เดือนหนูไม่เห็นญาติคนไหนเอาของดีๆ มาให้บำรุงเลยมีแต่ย่าใหญ่ข้างบ้านที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา เอาข้าวฟ่างมาให้ก่อนจากนั้นก็เอาเนื้อไก่มาให้"
ถึงหลันเยวี่ยจะกำลังสวนแม่เฒ่าหูแต่ระหว่างที่พูดเธอก็ยังยิ้มแย้มตลอดเวลา
แม่เฒ่าหูโกรธจนตาแทบถลน"พูดคำเดียว เถียงสามคำ ไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่!"
ในขณะนั้นยายาที่อยู่ในห้องข้างในก็ร้องไห้จ้าจ้าวหงเหมยจึงรีบวางตะเกียบและเข้าไปปลอบลูกสาวคนเล็ก
พอได้ยินเสียงเด็กร้องไห้แม่เฒ่าหูก็ยิ่งหงุดหงิด
แม่เฒ่าหูจึงระบายอารมณ์ใส่หูฉางหมินที่กำลังกินข้าวเงียบๆ"ไอ้ลูกคนโต ในบรรดาพี่น้องสามคน แกมันไม่ได้เื่ที่สุดแล้วเลี้ยงลูกสาวคนอื่นมาตั้งสิบแปดปี ลูกสาวตัวเองหาเจอแล้วก็ยังเป็ตัวสร้างปัญหาไอ้ตัวเสียเงินเปล่าแบบนี้ แกก็ไม่ยอมไล่มันไปวันข้างหน้าแกก็จะใช้ชีวิตอยู่อย่างน่าสมเพชแบบนี้เหรอ?"
"คุณย่า ไอ้ตัวเสียเงินเปล่าคืออะไรครับ?" เพราะในปากยังเต็มไปด้วยเกี๊ยวเสียงที่หูเจี้ยนิพูดออกมาจึงไม่ค่อยชัดเจน
แม่เฒ่าหูเหลือบมองหูเจี้ยนิที่กำลังกินเกี๊ยวคำโตแล้วก็มองไปยังม่านผ้าที่กั้นห้องออกเป็สองส่วน
"เจี้ยนิ ย่าจะบอกให้นะ ลูกสาวก็คือตัวเสียเงินเปล่าโตขึ้นมาแต่งงานกับสะใภ้คนไหน ถ้าสะใภ้คนนั้นคลอดลูกสาวให้ ก็ไล่หล่อนออกไปเลยถึงจะไม่ไล่ออกไป ก็ต้องกระทืบวันละแปดหน"
แม่เฒ่าหูจงใจพูดให้หูฉางหมินและจ้าวหงเหมยได้ยิน
ถึงจ้าวหงเหมยจะคลอดลูกสาวมาสามคนแต่หูฉางหมินก็ยังอ่อนโยนและเอาใจใส่เธอ
ถึงหูฉางหมินจะอยากได้ลูกชายแต่เขาก็ไม่เคยโทษจ้าวหงเหมยที่คลอดแต่ลูกสาว
หลายปีผ่านไปความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยังดีมากๆ
ยิ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีแม่เฒ่าหูก็ยิ่งไม่สบอารมณ์
เมื่อมีโอกาสเธอก็เลยยุแยงความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่
หูเจี้ยนิได้ยินที่ย่าพูดก็กะพริบตาให้คุณลุงของตัวเอง "ป้าสะใภ้คลอดไอ้ตัวเสียเงินเปล่าให้คุณลุงตั้งสามคนป้าสะใภ้ก็โดนกระทืบทุกวันเลยเหรอครับ?"
หูเจี้ยนิเป็เด็กที่พูดจาตรงไปตรงมาคิดอะไรก็พูดออกมาหมด
แม่เฒ่าหูจะไม่ปล่อยโอกาสในการยุแยงความสัมพันธ์ของหูฉางหมินกับภรรยาไป
เธอแค่นเสียงดูถูกแล้วก็พูดด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนไปยังทิศทางของห้องข้างใน"คุณลุงของแกคงไม่กล้าตีป้าสะใภ้ของแกหรอกคงอยากจะยกเธอขึ้นหิ้งบูชามากกว่า เจี้ยนิ อย่าไปเอาอย่างคุณลุงของแกนะถ้าผู้หญิงท้องไม่ได้เื่ ไม่หย่ากับหล่อน ก็ต้องสั่งสอนให้ดี"
"แม่ครับ ต่อหน้าเด็กๆ แม่พูดอะไรแบบนี้ได้ยังไง?" หูฉางหมินมองแม่ตัวเองอย่างขุ่นเคือง
"ไอ้ลูกคนโต แกก็รู้จักแต่จะมาขึ้นเสียงใส่ฉันมีปัญญาแกก็ไปขึ้นเสียงใส่เมียแกสิ?" แม่เฒ่าหูไม่พอใจทุบตะเกียบในมือลงกับโต๊ะอย่างแรง
ตอนนี้หลันเยวี่ยทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วเมื่อกี้ที่พยายามไม่ตอบโต้ ก็แค่ไม่อยากทำให้พ่อลำบาก
เธอรู้สึกว่าถ้าทนต่อไปเธอคงะเิโทสะออกมาจริงๆ
ดังนั้นหลังจากที่แม่เฒ่าหูทุบตะเกียบหลันเยวี่ยก็ทุบตะเกียบในมือกับโต๊ะอย่างแรงเช่นกันเสียงนั้นดังกว่าตอนที่แม่เฒ่าหูทุบตะเกียบเมื่อกี้มาก
"คุณย่า คุณย่าอยากเห็นพ่อแม่ของหนูทะเลาะกันมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ? พ่อแม่หนูทะเลาะกันแล้วย่าได้อะไรขึ้นมา?" ถึงหลันเยวี่ยจะกำลังถามแม่เฒ่าหูแต่ก็พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล บนใบหน้าเล็กๆ นั้นยังมีรอยยิ้ม
ยิ่งเธอทำแบบนี้แม่เฒ่าหูก็ยิ่งโกรธ
แม่เฒ่าหูจ้องหลันเยวี่ยอย่างมาดร้าย"อยู่ที่บ้านพ่อแม่อุปถัมภ์ แกก็ไม่มีสัมมาคารวะแบบนี้เหรอ?พ่อแม่อุปถัมภ์ของแกสอนแกมาแบบนี้เรอะ? แกก็เรียนจบมัธยมปลายมาแล้วอย่างน้อยก็ต้องรู้จักเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ซะบ้างหนังสือที่เรียนมาลงท้องหมาไปหมดแล้วหรือไง?"
หลันเยวี่ยเบะปากใส่แม่เฒ่าหู"ใครว่าหนูไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่กันคะ? แค่คนเฒ่าคนแก่บางคนไม่รู้จักทำตัวให้สมกับเป็ผู้ใหญ่จะมีคุณสมบัติอะไรให้พวกหนูเคารพกันคะ?"
หลังจากสวนแม่เฒ่าหูเสร็จหลันเยวี่ยก็หันเป้าไปที่หูเจี้ยนิที่ยังกินไม่หยุด"กินให้น้อยๆ หน่อย ระวังจะกินเยอะเกินจนวิ่งถ่ายท้องเอานะ"
"ฉันกินของในบ้านคุณลุงกับป้าสะใภ้ แล้วยัยหมูตอนตัวเสียเงินเปล่าอย่างแกจะโวยวายอะไร?" ถึงหูเจี้ยนิจะยังเด็กแต่ก็ปากคอเราะร้ายใช่เล่น
หลันเยวี่ยเอื้อมมือไปยกชามเกี๊ยวที่เหลือไม่มากนักตรงกลางโต๊ะ"กินของบ้านฉัน แล้วยังมาด่าบ้านฉันใครสั่งใครสอนให้แกทำแบบนี้กัน?"
พอนึกว่าเกี๊ยวในชามส่วนใหญ่ลงท้องแม่เฒ่าหูกับหูเจี้ยนิไปหมดแล้วหลันเยวี่ยก็รู้สึกเสียดายเนื้อ
"คุณลุง ผมยังกินไม่อิ่มเลยครับ" หูเจี้ยนิมองหูฉางหมินอย่างน่าสงสาร
ตอนนี้สีหน้าของหูฉางหมินก็ไม่สู้ดีนักเขาตอบอย่างไม่สบอารมณ์ "ถ้ายังกินไม่อิ่มก็กลับไปกินที่บ้านไป"
พอเขาพูดจบหูเจี้ยนิก็ไม่พูดอะไรอีก แต่แม่เฒ่าหูไม่ยอม
แม่เฒ่าหูโกรธจนลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วยืนใช้นิ้วชี้หน้าหูฉางหมินพร้อมกับด่าทอ "ไอ้คนใจดำลูกชายของน้องแกกินของแกหน่อยเดียวจะเป็อะไรไป? แกเสียดายที่หลานแกกินหรือเสียดายที่ฉันกินกันแน่? ในสายตาแกมีแต่เมียกับลูกสาวสามคนนั่นใช่ไหม?"
เมื่อเผชิญหน้ากับแม่ที่เอาแต่ใจตัวเองหูฉางหมินก็ลูบมืออย่างจนปัญญา "แม่ครับ ผมขอร้องแม่เลิกโวยวายจะได้ไหม? แม่ต้องทำให้ครอบครัวผมแตกแยกถึงจะมีความสุขใช่ไหม?แม่พูดถึงแต่ไอ้ตัวเสียเงินเปล่าพวกเยวี่ยเยวี่ยเขาไม่ใช่หลานแม่เหรอครับ?"
เมื่อเห็นลูกชายคนโตเอาแต่ปกป้องเมียกับลูกสาวสามคนแม่เฒ่าหูก็โกรธจนกระทืบเท้า "หูฉางหมินแกมันร้ายนัก ปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ แกมันไม่มีน้ำยาเหมือนน้องชายสองคนของแกฉันไม่คิดเลยว่าแกจะกล้าขัดใจฉันมากกว่าพวกเขาอีกกินของบ้านแกหน่อยเดียวก็เสียดายแล้ว ได้! ต่อไปฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกแล้ว!"
พูดจบแม่เฒ่าหูก็คว้าแขนหูเจี้ยนิ เตรียมจะเดินออกไป
่แรกๆแม่เฒ่าหูก็เดินอย่างแข็งขัน แต่พอถึงหน้าประตูฝีเท้าของเธอก็ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
เชิงอรรถ
[1]โต๊ะแปดเซียน (八仙桌) โต๊ะยอดนิยมในชนบทจีนมีม้านั่งยาวสี่ตัว นั่งได้สูงสุด 8 คนถือว่าเป็โต๊ะอเนกประสงค์ ใช้กินข้าว เล่นไพ่ หรือเซ่นไหว้ เป็ต้น