“ห้าววววววว!!”
“อื้อออ...”
“อื้มมมมมม...”
“เอ๊ะ!… กลิ่นอะไรหอมๆ”
คุณหมอตัวสูงทำจมูกฟุ้ดฟิ้ดที่ได้กลิ่นอะไรหอมๆต้นเหตุที่ปลุกตนให้ตื่นขึ้นแทนนาฬิกาปลุกเช้านี้
“เอ๊ะ!! กลิ่นมาจากครัวนี่”
เดินตามกลิ่นไปก็พบว่าแผ่นหลังเล็กกำลังทำอะไรอยู่ที่หน้าเตา
“ตื่นไวจังครับ”
เอ่ยทักแม่ครัวตัวเล็ก
“ตื่นแล้วหรอหมอ”
“ไปแปรงฟันแล้วมากินซิ…”
“จะเสร็จละ”
พูดจบก็หันไปสนใจหน้าเตาต่อ
หมับบบ
จู่ๆ คนตัวสูงเค้าก็มากอดคนตัวเล็กจากด้านหลังแล้วเอาหน้าคมเกยไปที่ไหล่เล็ก
“หอมจังครับ” พูดขึ้น
คนตัวเล็กสะดุ้งนิดหน่อย
“ไปแปรงฟันแล้วมากินเร็ว”
เอ่ยบอกคนที่เกาะเธออยู่ด้านหลัง
“กินเลยได้มั้ย”
“อาาาาา~….”
พูดขึ้นแล้วทำเสียงอ้าปากราวกับเด็กน้อยอ้อนขออาหารแม่ยังไงยังงั้น
“หมอเป็พวกซกมกหรอ”
เอ่ยถามขึ้นแล้วพลิกไข่ดาวในกระทะ
“ไปเร็ว”
“เดี๋ยวหนูรอกิน”
โน้มน้าวให้คนข้างหลังทำตามที่ตัวเองบอก
“อืมม…”
ยังคงบิดไปบิดมาไม่ยอมไปสักทีผิดกับลุคทำงานอย่างสิ้นเชิง
“โอ่ยย!!…”
“ถ้าไปั้แ่แรก”
“ป่านนี้กลับมาแล้วค่ะ”
“ไปเร็ว…!!”
ไล่คุณเค้าอีกทีพร้อมน้ำเสียงติดรำคาญนิดๆคุณหมอตัวสูงหมันเขี้ยวคนตัวเล็กเลยแกล้งกอดแน่นๆ ไปที่เอวบาง 1 ที
“โอ๊ะ!!”
สาวเ้าร้องขึ้น ก่อนที่คุณผู้ชายจะปล่อยเธอเป็อิสระ
“เดี๋ยวมาแป๊บเดียว”
“รอกินพร้อมพี่นะ”
พูดจบก็รีบเดินออกไปคนตัวเล็กยิ้มและส่ายหัวเบาๆ กับมุมนี้ของคนตัวสูง
.
.
เมื่อคนตัวสูงเดินกลับเข้ามา…
“อ้าว!! หายไปไหนแล้ว”
เดินตามหาคนตัวเล็กก็พบว่าเธอกำลังคุยโทรศัพท์อยู่บริเวณซักล้างหลังบ้าน
“โอเคได้”
“ไว้ไปกัน”
หญิงสาวเอ่ยกับปลายสาย
“แค่นี้นะ… บาย”
ผมไม่ได้แอบฟังนะแต่ได้ยินพอดีต่างหาก
“โอ๊ะ…”
“มาแล้วหรอคะ”
“ไปกินข้าวกัน”
คนตัวเล็กหันมาเห็นคนตัวสูงอยู่ข้างหลังก็ชวนไปกินข้าวหลังจากเธอวางสายคนในโทรศัพท์
ผมว่าจะถามอยู่ว่าเธอคุยกับใครแต่เธอเข้ามาควงแขนผมแล้วพาเดินดุ่มๆ ไป ผมเลยยังไม่ได้ถามเลยครับ
“หนูเปิดตู้เย็น”
“แล้วเห็นมีโบโลน่ากับไข่อยู่”
“เลยขโมยมาทอดเลย”
“แหะๆ”
“เห็นขนมปังด้วย”
“เดี๋ยวหนูซื้อมาคืนนะ”
พูดที่มาของอาหารมื้อเช้าว่ามาได้ยังไงให้คนตรงข้ามฟังแล้วก็ตักไข่เข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ
“อึหึ”
“ไม่เป็ไรครับ”
“ต้องขอบคุณน้องแคท”
“มาทำอาหารเช้าให้พี่กิน”
“อร่อยด้วย” ^^
เอ่ยปากชมแม่ครัวตัวน้อย
“แล้วเมื่อกี้หนูไปคุยโทรศัพท์กับใครหรอครับ”
“คุณเคนหรอ”
หมอหยั่งเชิงถามในสิ่งที่อยากรู้
“อ๋อ…”
“จ็อบน่ะค่ะ”
บอกไปตรงๆ ไม่ปิดบัง
“อ่ะแค่กๆ”
“จ็อบ...”
“น้องแคทมีนัดสอนเพิ่มวันนี้หรอ”
เ้าตัวถามขึ้น
“อ๋อ… เปล่าค่ะ”
“จ็อบชวนไปเที่ยวทะเลหลังสอบเสร็จ”
เล่าต่อและเคี้ยวต่อ
“พี่ไปด้วย!!”
คุณหมอโพล่งขึ้นสายตาจริงจังช้อนส้อมในมือวางลงจานอย่างไวจนได้ยินเสียงเป๊ง!! จนคนตัวเล็กมองงงๆ
“ค่ะ...”
“ไปซิคะ”
“ไปกันเยอะๆ”
“สนุกดี” ว่าขึ้น
หลังมื้ออาหารเช้าที่บ้านของคุณหมอตัวสูงเ้าตัวก็พาคนตัวเล็กมาส่งที่บ้านตามสัญญา
“เดี๋ยวโทรหานะครับ”
เอ่ยบอกคนตัวเล็กก่อนลงจากรถ
“เอ่อ...”
“อย่าดุคุณเคนเลยนะครับ”
“พี่สงสาร”
“5555”
เป็ห่วงเพื่อนขึ้นมาซะงั้นที่เมื่อวานก็มีส่วนช่วยให้ตัวเองได้ปรับความเข้าใจกับคนตัวเล็กถึงมันจะดูเหมือนลักพาตัวหน่อยก็เถอะ
คนตัวเล็กไม่ตอบ แต่ทำท่ายกมือปาดคอให้คุณหมอดู1 ที แล้วยกยิ้ม ก่อนลงจากรถไป
“คุณเคน...”
“ผมเป็กำลังใจให้คุณนะ”
พึมพำส่งพลังให้เพื่อนก่อนขับรถออกไป
.
.
ติ้ดๆ… ติ้ดๆ… ติ้ดๆ…
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเรียกความสนใจให้คุณหมอตัวสูงหันไปมองและหน้าจอโชว์ว่า “หนึ่ง” โทรมา ติ้ด...
“ไง…”
เอ่ยทักปลายสาย
“มึง...”
“กูเจอแอมว่ะ”
“มาเซ้าซี้กูว่ามึงย้ายบ้านไปอยู่ไหน”
“มึงไม่ต้องบอกนะ!”
คุณหมอรีบบอกเพื่อนกลัวจะปากโป้ง
“เออ… กูรู้น่า!”
“เออมึง…”
“กูถามหน่อย”
“มึงเอารูปกูที่อยู่ขอดแบดมาจากไหน”
“หรือว่าแอม…”
คุณหมอถามคำถามที่สงสัยมานานกับเพื่อน
“เออ”
“แอมส่งมาให้กู”
“กูยังงงเลย”
“แอมถามว่าผู้หญิงในรูปแฟนมึงหรอ”
“แล้วมึงตอบแอมไปว่าอะไร”
“ตอนนั้นมึงยังไม่รู้ว่ากูคบกับน้องแคทหนิ”
คนตัวสูงอยากรู้
“กูก็บอกว่าใช่ไง”
“กอดกันซะขนาดนั้น”
“แต่ถึงในรูปมึงกับน้องเค้ายืนกันเฉยๆ”
“กูก็จะบอกว่าแฟน”
“กูอุตส่าห์ห์ชิปของกู”
“แต่ก็ต้องขอบคุณมึงเหมือนกันนะ”
“ที่ไม่ทำให้ชิปเปอร์อย่างกูผิดหวัง”
“อึหึ”^^
คนตัวสูงหัวเราะถูกใจในคำตอบของเพื่อน
“เออ…”
“แล้วมึงเจอแอมที่ขอดแบดด้วยป่ะวะ”
“หรือเค้าแอบถ่ายมึงเฉยๆ”
เพื่อนถามต่อ
“เจอดิ”
“กูไปเข้าห้องน้ำออกมา”
“เจอแอมกำลังจะกลับ”
แล้วเค้าก็ทักกู
“ทำไมมันโบ๊ะบ๊ะงี้วะ”
“แล้วน้องแคทรู้ป่ะ”
“ที่ขอดแบดไม่รู้”
“แต่รู้จากที่อื่น”
คนตัวสูงพูดเป็นัยๆ
“ที่ไหนวะ”
“คอนโดแอม”
“เชี่ยยย!!!”
“แล้วน้องแคท”
“ไปเจอมึงกับแอมที่คอนโดเนี่ยนะ”
เพื่อนช็อกกับเหตุการณ์
“เออดิ… กูยังใ”
“แต่เคลียร์ละ”
“แล้วไปเจอกันได้ไงวะ”
“เื่มันยาวว่ะ”
“เดี๋ยวกูค่อยเล่า”
“กูไม่มีสมาธิขับรถละเนี่ย”
“เออ… ดีๆ นะเพื่อนกู”
“คนนี้กูชอบ”
“มึงชอบใคร!!”
ถามเพื่อนเสียงแข็งพูดอะไรไม่เคลียร์
“ชอบที่น้องแคทเป็แฟนกับมึงไง”
“อะไรเล่า!!!”
“กูก็บอกอยู่ว่ากูเป็ชิปเปอร์”
“มึงอย่ามาหึงกู”
“กูมีเมียแล้วโว้ยยยย!!!”
ขึ้นเสียงโวยวาย
.
.
เมื่อคนตัวเล็กก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน
“โอ๊ะ!” จู่ๆ ก็มีชาไทยแก้วใหญ่ร้านโปรดยื่นมาให้ตรงหน้า
“อ่ะนี่… ซื้อมาให้”
พี่ชายตัวดีเอ่ยขึ้น
(กำลังง้ออยู่อ่ะซิ)
คนตัวเล็กคิดในใจแกล้งต่ออีกหน่อยดีกว่า
“ขอบคุณค่ะ”
พูดขึ้นเรียบๆ แล้วคว้าแก้วชาไทยมาดูด
“ครู่ดดดด~…”
“อื้มอร่อย”
“หายยย…โกรธนะ”
พี่ชายเอ่ยน้ำเสียงตะกุกตะกักคนตัวเล็กยังคงเล่นตัวเดินไปนั่งที่โซฟา
“ถ้ากินชาไทยกับเค้ก”
“คงจะเข้ากันน่าดู”
พูดลอยๆ แต่ในใจก็หวังอยู่
“มีๆ”
“ซื้อมาเพราะรู้ว่าชอบ”
พี่รีบเอ่ยขึ้นแล้วเดินเข้าครัวไปหยิบสิ่งที่น้องสาวอยากกินมาให้คนตัวเล็กแอบหัวเราะให้กับท่าทางลุกลี้ลุกลนของพี่ชาย
ถ้าเวลาปกติอ่ะหรอ ฉันพูดไปเถอะอยากกินนู่นกินนี่คุณเค้าก็จะตอบมาแค่ว่า “ซื้อเองซิ!!”
“อ่ะนี่…”
ยื่นเค้กให้แล้วถามคำถามเดิม
“หายโกรธยัง”
“ขอคิดดูก่อน”
คนตัวเล็กเล่นตัว
“ทำไมละ?!”
พี่ชายโพล่งขึ้นที่ดูเหมือนว่าน้องสาวจะยังไม่มีท่าทีหายโกรธ
“นี่พี่ช่วยให้เรากับจอม”
“ให้ได้เคลียร์กันนะ”
“จริงๆต้องขอบคุณพี่ด้วยซ้ำ”
กลายเป็คุณพี่ชายทวงถามบุญคุณซะงั้น
“ก็พี่ทิ้งหนูนี่”
“โทรมาก็ไม่รับ!”
“แต่ดันตอบแชทหมอเนี่ยนะ!!”
“ถ้าหมอเค้าพาหนูไปทำอะไรไม่ดีทำไง!!!”
น้องสาวแว้ดกลับบ้างพี่ชายเลยได้แต่เงียบฟัง
“…”
“อืมมม…”
“ขอโทษ” พูดขึ้น
“ก็ง้ออยู่นี่ไง”
“หายโกรธยังอ่ะ”
“จริงๆก็เป็ห่วงแหละ…”
“แต่ก็อยากให้เคลียร์กัน”
“พี่แชทหาหมอตลอดนะเว้ย”
“ว่าให้เคลียร์กับหนูดีๆอ่ะ”
พี่ชายเล่าเื่ในมุมของตัวเองบ้างพร้อมหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาเปิดแชทให้เธอดู
“นี่ไง” ว่าขึ้น
คุณน้องสาวฟังและคิดตามที่พี่ชายพูดจริงอย่างที่พี่ว่าแหละ เค้าทำไปเพราะอยากให้เรากับหมอได้เคลียร์กันถึงมันจะเป็วิธีแปลกๆหน่อยก็เถอะ
แต่พอเคลียร์แล้วก็สบายใจแถมยังได้มีโมเม้นต์ชวนหน้าแดงอีกด้วย
“อ่ะๆๆ…”
“หายโกรธก็ได้”
น้องสาวใจอ่อน
“แต่วันหลังโทรหาก็ต้องรับด้วยรู้เปล่า”
“อะไรกัน!...”
“เมื่อคืนปิดเครื่องหนีน้อง”
“แต่เปิดใหม่มาคุยแชทกับหมอ”
คุณน้องว่าขึ้นคิ้วขมวดส่วนคุณพี่ชายได้แต่พยักหน้าหงึกๆ
“แล้วตกลงผู้หญิงคนนั้นเป็ใครอ่ะ”
ถามต่อในสิ่งที่อยากรู้
“หมอเค้าบอกว่าเพื่อนอ่ะ”
คนตัวเล็กตอบพี่ชายแล้วตักเค้กเข้าปากต่อ
“เพื่อนจริงหรอวะ?!”
พี่ชายพึมพำ
“ห้ะ!...”
“อะไรนะ!”
น้องสาวฟังไม่ถนัด
“อ๋อเปล่าๆ”
“กินไปเถอะ”
“กินไปเยอะๆนะ”
ยังไม่อยากสร้างเื่ให้น้องสาวต้องมานั่งคิดมากต่อเลยตอบปัดๆไป
.
.
ตือดือดึ๊ง…
เสียงข้อความดังขึ้นเรียกความสนใจของคนตัวเล็กที่กำลังกินเค้กอย่างเอร็ดอร่อยให้หันไปมอง
(แพมส่งอะไรมา)
กดเข้าไปดู
(นี่รูปใคร?)
“โอ๊ะ!” เมื่อตั้งใจมองดูรูป นี่มันรูปฉันกับหมอนี่
“อะไร”
“ยังไง”
“ไหนเล่า!?”
แพมแชทมา
ฉันเลยส่งสติ๊กเกอร์>///< ไป
“ไม่บอกเพื่อนเลยนะ”
แพมแกล้งแซวทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
“555555”
“ไม่รู้จะเล่ายังไง”
คนตัวเล็กตอบไปเขินๆ
“เออ…”
“แล้วแพมไปตีแบดเหมือนกันหรอ”
“เลยมาแอบถ่ายเนี่ย”
“แทนที่จะเข้ามาทักแทน”
คนตัวเล็กที่ไม่รู้เื่รู้ราวถามไป
“เปล่า…”
“เราเอารูปมาจากพี่หนึ่งอ่ะ”
“เพื่อนพี่หนึ่งเค้าส่งให้”
“นี่รู้ป่ะ!”
“ตอนเรารู้ว่าแคทกับพี่จอมเป็แฟนกัน”
“คือเรากรี๊ดลั่นบ้าน”
เพื่อนสาวเล่าในสิ่งที่เกิดขึ้น
“เอ้า! รู้อยู่แล้ว”
“แล้วยังมาแอบถามอีก”
คนตัวเล็กแกล้งแหย่
“ก็ต้องแบบนี้แหละ”
“เพื่อนปกปิดเก่งนี่”
เพื่อนต่อล้อต่อเถียง
“เราก็แอบลุ้นมาตั้งนาน”
“สมใจเราสักที”
เพื่อนเล่าต่อตื่นเต้น
“นี่มีแอบลุ้นด้วย?”
คนตัวเล็กสงสัยเพื่อน
“ใช่!”
“เราลุ้นว่าเราจะเป็แม่สื่อสำเร็จมั้ย”
“ั้แ่วันที่ไปAfter Party และ”
“พอมาวันนี้”
“ฉันพูดได้เลยว่า…”
“ฉันทำสำเร็จ!”
คุณเพื่อนเล่าอย่างออกรสออกชาติจนลืมนึกไปว่าเหตุการณ์ในวันนั้นที่มันจะดูเหมือนเป็เื่บังเอิญในความคิดของคนตัวเล็กจริงๆ แล้วมีกามเทพจัดเตรียมไว้ให้ต่างหาก
“แสดงว่าAfter Party”
“แพมตั้งใจให้เรากับหมอมาเจอกันอยู่แล้วหรอ”
“มิน่าละ”
“เลยบอกให้เราแต่งตัวสวยๆ”
เมื่อคนตัวเล็กเริ่มปะติดปะต่อเื่ราวในอดีตได้
“ก็เป็ส่วนหนึ่ง”
“เราตั้งใจจัดAfter Party อยู่แล้วจริงๆ”
“แต่พี่จอมเค้ามากำชับเอง”
“ให้เราชวนแคทมาให้ได้”
“เค้าคงจะสนใจแคทมาตั้งนานแล้วล่ะ”
(เขินนอ่ะ)
( >///< )
คนตัวเล็กจู่ๆ ก็ยิ้มและหน้าแดงขึ้นกับสิ่งที่เพื่อนเล่ามาซะอย่างนั้น
“แล้วโอเคป่ะ”
“คบกัน”
เพื่อนสาวอยากรู้
คนตัวเล็กเลยส่งสติ๊กเกอร์เริ่ด! ไปให้เพื่อน
“อู้ยย”
“ไว้นัดกินข้าวมั้ย”
“มาเปิดตัวให้เพื่อนๆรู้กันหน่อย”
แพมว่าขึ้น
“ได้เลย”
คนตัวเล็กตอบกลับไปก่อนที่จะสิ้นสุดการสนทนา
.
.
ผ่านมาเกือบ 3อาทิตย์ที่คนตัวเล็กและคุณหมอตัวสูงไม่ได้เจอกัน เนื่องจากว่างานยุ่งแต่ทั้งคู่ยังแชทและโทรคุยหากันไม่ขาด
“เสาร์นี้หนูมีประชุมที่บริษัททั้งวัน”
“เสร็จแล้วหัวหน้าจะพาไปเลี้ยงต่อ”
คนตัวเล็กบอกคุณแฟนนี่ก็อาจจะเป็อีก 1 เสาร์ที่เรายังไม่ได้เจอกัน
“โอเคครับ”
คุณเค้าตอบกลับมาคนตัวเล็กอ่านข้อความยิ้มๆ แค่ “โอเคครับ”ทำไมต้องยิ้มล่ะ
.
.
“ขอบคุณทุกคนมาก”
“ที่สละเวลาวันหยุดมาประชุม”
“ไปๆไปกินข้าวกัน”
ผู้ชายวัยกลางคนแต่ยังคงดูดีและเท่ห์สมวัยเอ่ยบอกลูกน้องที่ตนนัดมาประชุมวันเสาร์
“หัวหน้าเลี้ยงอะไรครับ”
หนึ่งในผู้เข้าประชุมเอ่ยถาม
“ผมว่าจะเลี้ยงอาหารญี่ปุ่น”
“โอเคมั้ย”
“ 0v0 ”
“โอเคครับ!!”
“โอเคค่า!!”
เสียงตอบรับดังสนั่น
“บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปน่ะ”
“ทำไมพวกคุณดีใจกันจัง”
คุณหัวหน้าพูดขึ้นหลังทุกคนดีอกดีใจกันไปยกใหญ่
“เอ่อ!!!”
“ห้ะ!!!”
“ 0..0 ”
เกิดอาการช็อตฟีลไปชั่วขณะ
“ผมพูดเล่น”
“ระดับผมแล้ว”
“จะมาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้ยังไง”
“5555555”
คุณหัวหน้าเค้าอารมณ์ดีที่ได้แหย่ลูกน้อง
“หนูเกือบไปไม่เป็เลยค่ะ”
เด็กฝึกงานเอ่ย
“เย่… ลาภปากแล้ว”
สมาชิกต่างก็ดีอกดีใจกันอีกครั้งที่มีหัวหน้าแสนจะใจดีและใจป้ำขนาดนี้
.
.
หลังอาหารมื้อกลางวันจบลงต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้านมีแต่คนตัวเล็กที่ดูจะอารมณ์ดีเดินเลือกขนมอยู่แถวๆร้านอาหารกลางวันที่เพิ่งกินอิ่มไปต่อแบบชิวๆ
“หมอต้องใแน่เลย”
“ที่เรามาเซอร์ไพร์”
พูดพึมพำกับตัวเอง
ใช่ค่ะ คนตัวเล็กแกล้งหลอกคุณแฟนว่าตัวเองมีประชุมจนถึงเย็นแต่จริงๆ แล้วประชุมนั้นจบแค่เที่ยงต่างหาก
“เอาอันนี้ด้วยดีกว่า”
“หมอเคยกินแล้วบอกว่าชอบ”
พูดไปหยิบไปจนตอนนี้ขนมล้นตะกร้า
เมื่อเลือกซื้อของเสร็จคนตัวเล็กกะว่าจะโทรหาคุณแฟนตอน่พักให้ออกมาเจอกันหน่อยเพราะโชคดีเหลือเกินที่ร้านอาหารญี่ปุ่นที่คุณหัวหน้าพามาเลี้ยงดันเป็ร้านที่อยู่ในห้างเดียวกับที่คลินิกที่คุณแฟนทำงานอยู่คนตัวเล็กเลยมาหาที่นั่งเล่นรออยู่แถวๆ คลินิก
“โอ๊ะ!” นั่นแอดมินที่เคยดูแลเราตอนเรามาฉีดโบท็อกซ์ฟิลเลอร์หนิกำลังเดินมาทางนี้ซะด้วยจะจำเราได้มั้ยนะคนตัวเล็กเลิ่กลั่กนิดหน่อยเพราะแอดมินคงไม่รู้ว่าคุณหมอกับคนไข้ตอนนี้เป็แฟนกันแล้ว
“คุณหมอ”
“สวัสดีค่ะ”
จู่ๆ แอดมินสาวสวยก็เอ่ยทักผู้ชายคนหนึ่ง
“เชิญทางนี้ค่ะ”
“ขอบคุณคุณหมอมากเลย”
“ที่มาเข้าเวรบ่ายแทนหมอจอม”
“เอ๊ะ! เข้าเวรแทน”
คนตัวเล็กที่เผลอได้ยินบทสนทนาพอดี
(แล้วหมอไปไหนอ่ะ?)
(ไม่มาทำงานหรอ?)
(เมื่อเช้าทักไปยังคุยปกติอยู่เลยนี่)
(ว่าวันนี้จะมาทำงาน)
คำถามเกิดขึ้นในหัวคนตัวเล็กมากมาย
“พอดีคุณหมอโทรมาบอกั้แ่สายๆแล้วค่ะว่าป่วย”
“ขอลาพัก1 วัน”
“ดีนะคุณหมอมาเข้าเวรแทน”
“ไม่งั้นแย่แน่เลย”
“วันนี้คนไข้เยอะด้วย”
แอดมินเล่าเหตุการณ์ยุ่งๆให้คุณหมอตัวแทนฟังไปเรื่อยๆ
“ไม่สบาย!”
“เป็อะไรอ่ะ?!”
“ต้องโทรหา!!”
คนตัวเล็กไม่รีรอ หยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาคุณแฟนที่ได้ยินจากคนอื่นบอกว่าคุณแฟนกำลังป่วยอยู่
ตู่ด...
ตู่ด...
ตู่ด...
ตู่ด...
รอจนสายตัดหมอก็ยังไม่รับสาย
“จะเป็อะไรมั้ย”
“ TT ”
คนตัวเล็กเริ่มใจไม่ดีเลยตัดสินใจไปหาหมอที่บ้านคนตัวเล็กลองเดามาหาหมอที่บ้านก่อนและภาวนาขอให้เดาถูกถ้าไม่อยู่นี่จะไปตามที่โรงพยาบาลไหนละทีนี้ เธอคิดไม่ตก
ทันทีที่ถึงบ้านของคุณแฟนตัวสูงคุณแฟนตัวเล็กเปิดประตูรั้วเข้าไปอย่างถือวิสาสะแถมประตูไม่ล็อคอีกด้วย มันน่านักถ้าเป็โจรเข้ามาจะทำยังไง คนตัวเล็กหงุดหงิดนิดหน่อยแต่ก็ปล่อยๆ ไป ตอนนี้เป็ห่วงคนที่ทำตัวลึกลับอยู่ต่างหากโทรก็ไม่รับไม่รู้ป่านนี้จะเป็ยังไงบ้าง
จึ้กๆ!!! เกิดเหตุละซิเปิดประตูรั้วได้ แต่เปิดประตูเข้าบ้านไม่ได้คนตัวเล็กจิตใจอยู่ไม่สุข เอาวะ ลองโทรหาอีกที กดโทรออกหาคุณแฟน
ตู่ด...
ตู่ดด...
ตู่ดดด...
ตู่ดดดด....
“รับซิ....”
ตู่ดดดดด....
“ฮัลโหล”
เมื่อปลายเสียงเอ่ยขึ้น
“หมอป่วยหรอ?”
“แล้วอยู่ไหน?”
“อยู่บ้านหรือเปล่า?”
“ทำไมไม่รับโทรศัพท์หนู”
“รู้มั้ยหนูเป็ห่วง”
ยิงคำพูดรัวๆๆๆๆ จนคนฟังที่เพิ่งตื่นจากฤทธิ์ยาต้องค่อยๆลุกขึ้นมาจากเตียง
“น้องแคท”
“อยู่ไหนครับ”
คุณหมอเอ่ยถาม
“อยู่หน้าบ้านหมอ”
“หมออยู่บ้านมั้ยหรืออยู่ที่ไหน”
“หนูจะไปหา…”
คนตัวเล็กเริ่มเสียงสั่นๆ
“พี่อยู่บ้านครับ”
“เดี๋ยวพี่ลงไปหานะ”
คุณหมอค่อยๆ ลุกแล้วลงไปหาคนตัวเล็กที่น่าจะมีอารมณ์คุกรุ่นเต็มทน
ทันทีที่คนตัวสูงเปิดประตู…
หมับบบ
คนตัวเล็กโผเข้ากอดคนตัวสูงแน่นแล้วสะอึกสะอื้น
“หมอป่วยเป็อะไร”
“เมื่อเช้ายังคุยดีอยู่เลยฮึ้ก”
“หนูโทรมาก็ไม่รับฮึก”
“ถ้าหนูไม่ได้ยินแอดมินพูดฮึก”
“หนูคงไม่รู้ว่าหมอป่วยฮึก”
“เป็อะไรทำไมไม่บอกฮึกๆ”
คนตัวเล็กพรั่งพรูคำพูดและน้ำตาออกมาในสิ่งที่เป็กังวลอยู่ในใจคนตัวสูงที่รู้ตัวว่าทำให้คนตัวเล็กเป็ห่วงจึงกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นและโยกเบาๆ ราวกับจะปลอบใจคนตัวเล็กให้หายใ
“พี่ขอโทษครับ”
“ที่พี่ไม่ได้บอกหนู”
“ไม่ต้องร้องนะ”
“พี่ไม่ได้เป็อะไรมาก”
“นอนพักหายแล้ว”
พูดอย่างใจเย็นและลูบหัวคนตัวเล็กอย่างทะนุถนอม
เมื่อทั้งคู่คลายอ้อมกอดกันคุณหมอตัวสูงจึงใช้นิ้วยาวเกลี่ยน้ำตาบนแก้มคนตัวเล็กที่ยังไหลแปะๆ อยู่
“ไม่ต้องร้องแล้วนะครับ”
“พี่ไม่เป็อะไรแล้วนี่ไง”
พูดปลอบใจและเช็ดน้ำตาป้อยๆแต่คนตัวเล็กยังคงสะอึกสะอื้นไม่หยุด
“แล้วหมอเป็อะไรฮึก”
ถามขึ้นเสียงอ่อน เมื่อตัวเองเริ่มโอเคแล้ว
“เครียดลงกระเพาะน่ะครับ”
“นอนน้อยด้วย”
“แต่กินยาไปแล้วนะ”
“เลยหลับไป”
“ตื่นมาตอนน้องแคทโทรหาเนี่ยแหละ”
เล่าไปตามอาการ
“…”
“หาย...ฮึก”
“หายแล้วจริงๆนะ”
คนตัวเล็กยังถามสายตามองช้อน
“ครับ…”
“หายแล้วจริงๆอึหึ”
คนตัวสูงตอบกลับอ่อนโยน
“อื้ออ...”
“ป่ะ...”
“เข้าบ้านกัน”
“หนูซื้อขนมมาฝากเต็มเลย”
คนตัวเล็กพยายามทำตัวให้สดใสขึ้นแล้วเดินจูงมือคุณหมอเข้าบ้านยังกับเป็บ้านของตัวเองซะงั้น
“แล้วน้องแคทไปคลินิกมาหรอ”
“เลยรู้ว่าพี่ป่วย”
คุณหมอถามขึ้น
“ใช่ค่ะ”
“ตอนแรกกะว่าจะไปเซอร์ไพร์”
“แต่โดนเซอร์ไพร์กลับเนี่ย”
“เซอร์ไพร์จนร้องไห้เลย”
“5555”
คนตัวเล็กพูดขำกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปก่อนหน้าคนตัวสูงเอ็นดูเลยขยี้หัวเบาๆ
“่นี้มีงานเยอะหรอคะ”
คนตัวเล็กถามบ้างเพราะพอจะมองออกจาก 3 อาทิตย์ที่ผ่านมาที่เราทั้งคู่ไม่ได้เจอกันเลย
“ใช่ครับ”
“ตอนนี้ที่คลินิกเค้าจะมีงานครบรอบ14 ปีน่ะ”
“เลยประชุมเกือบทุกวันเลย”
“จบประชุมแล้วก็ต้องมาประจำคลินิกอีก”
คุณหมอเล่าเหตุการณ์ต้นตอที่ทำให้ตัวเองต้องลาป่วยในวันนี้
“เอ่าหรอ”
“คล้ายๆกับของหนูเลย”
“ที่หัวหน้าเรียกไปประชุมวันนี้”
“เค้าก็พูดให้ฟังเหมือนกันว่า…”
“เร็วๆนี้จะมีงานให้ทำ”
“แล้วบริษัทหนูก็จะได้ไปร่วมงานด้วย”
“แต่ยังไม่รู้ว่าไปร่วมกับองค์กรไหน”
คนตัวเล็กเล่าให้ฟังบ้างจริงๆ หมอก็ไม่ได้ยุ่งคนเดียวหรอก เธอเองก็เช่นกัน
“น้องแคท”
“ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ”
“เดี๋ยวจะป่วยเหมือนพี่”
คุณหมอพูดเขินๆ ที่ตัวเองเป็ผู้ชายแต่ต้องมาป่วยให้ผู้หญิงดูแลซะงั้น
“ถ้าหนูป่วย...”
“หมอจะมาดูแลหนูมั้ย”
ลองถามแหย่คนตรงหน้าเล่นๆ
“ดูแลซิครับ”
“ดูแลอย่างดี”
พูดขึ้นเอาใจคนตัวเล็ก
“งั้นหนูป่วยมั่งดีกว่า”
“หนูอยากให้หมอดูแล”
คนตัวเล็กยังลอยหน้าลอยตาตอบกลับคุณหมอตัวสูงไป
หมับบบ
คุณหมอใช้ 2 แขนเท้าไปบนโต๊ะรับแขกที่ตอนนี้คนตัวเล็กนั่งประจันหน้ากับตัวเองอยู่คนตัวสูงล็อคคนตัวเล็กไว้ไม่ให้ลุกหนี
“คะ?!!”
คนตัวเล็กสะดุ้งนิดหน่อย
“หมอจะทำอะไรคะ?!!”
เอ่ยถามออกไป
“พี่จะดูแลคนป่วยครับ”
พูดแล้วโน้มหาคนตัวเล็กจนคนตัวเล็กเอนหนี
“…”
“…”
“ -///- ”
“สงสัยจะป่วยจริงๆแล้วเนี่ย”
“หน้าแดงใหญ่เลย”
คุณหมอเอ่ยแซวเมื่อเห็นคนตรงหน้าหน้าเห่อแดงและเมื่อสาวเ้าสบตาสู้ไม่ไหวคนตัวเล็กเลยเบี่ยงหน้าหลบ
“เอ่อะๆ!!”
“มั่วแล้ว!!!”
“ป่วยอะไร”
“สบายดี”
“ ^///^” ”
“หมอนั่นแหละป่วย!!”
พูดพลางผลักอกแกร่งให้เลิกจู่โจมเธอสักที
“หนูไปหาน้ำกินดีกว่า…”
“คอแห้ง!”
พลางเปลี่ยนเื่เดินหนีเข้าครัวไป
“อึหึ”
“ ^^ ”
คุณเค้าหัวเราะในลำคอเบาๆที่แกล้งคนตัวเล็กได้
ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันในวันนี้ถือว่าทดแทน3 อาทิตย์กว่าที่คนทั้งคู่ไม่ได้เจอกันได้เป็อย่างดีคนตัวสูงและคนตัวเล็กหากิจกรรมทำร่วมกันทั้งดูหนัง กินขนมช่วยกันทำความสะอาดบ้านนิดๆ หน่อยๆ จนเวลาล่วงเลยมา่ค่ำและทั้งคู่ตัดสินใจสั่งอาหารมากินด้วยกัน
“กินข้าวเสร็จ”
“เดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้านนะ”
คุณหมอเอ่ย
“ไม่เป็ไรค่ะ”
“พี่พักผ่อนเถอะ”
“เดี๋ยวหนูไปรถไฟฟ้า”
เอ่ยบอกคนตัวสูงกลับ
“พี่หายแล้ว”
“หายแล้วจริงๆ”
“ได้หมอคนพิเศษคอยดูแล”
“เลยหายไว”
พูดแล้วพลางยักคิ้วให้คนตัวเล็ก
“55555”
ขำให้กับคำพูดและท่าทางของคุณเค้า
.
.
เมื่อเบนซ์ดำคันหรูจอดเทียบข้างกำแพงบ้านคนตัวเล็ก
“ขอบคุณนะคนป่วย”
“ที่มาส่งหมอ”
“ :p ”
คนตัวเล็กว่าไปนั่น
“เดี๋ยววว!!...”
คุณหมอจับข้อมือไว้ยังไม่ยอมให้ลงจากรถ
“คะ?”
คนตัวเล็กมองมาสงสัย
“ยังไม่ได้ให้ยาบำรุงนะครับ”
“ยังลงไม่ได้”
คุณหมอตัวจริงเอ่ย
“ยาบำรุงอะไรอ่ะ?”
“เมื่อกี้ตอนกินข้าวเสร็จ”
“หมอกินยาหลังอาหารไปแล้วนี่”
คนตัวเล็กงงๆ
คุณหมอยกยิ้มเ้าเล่ห์ ^.,^ ยื่นหน้ามาใกล้คนตัวเล็กแล้วใช้มืออีกข้างจิ้มๆ ที่แก้มตัวเอง
“ยาบำรุงครับ!”
เอ่ยร้องขอยาบำรุงกับคุณหมอจำเป็คนตัวเล็กเลยถึงบางอ้อ อมยิ้มหมันไส้คุณเค้าขึ้นมา
“อื้มมม…”
ทำเสียงอื้มราวกับกำลังชั่งใจว่าจะให้ดีหรือไม่ให้ดี
“เร็วครับ!”
“คนป่วยต้องได้ยาบำรุงนะ”
“ถึงจะหายป่วยอ่ะ”
พูดโน้มน้าวไปนั่น
“อึหึ”
คนตัวเล็กยิ้มขำก่อนที่จะยื่นจมูกไปหาแก้มคุณเค้า
จุ๊บบ
“ยาบำรุงค่ะ”
“หายไวๆนะ”
“ ^///^ ”
เอ่ยต่อหลังมอบจุ๊บที่หน้าแก้มคุณหมอคนตัวสูงยิ้มกว้างหัวใจพองโต หายแล้วครับ ป่วยเป็อะไรก็หายแล้วครับ ได้ยาบำรุงชั้นดีขนาดนี้
“ขอบคุณครับ”
“ ^_^ ”
เอ่ยขอบคุณคุณหมอจำเป็ที่มอบยาบำรุงที่ดีต่อหัวใจให้
พรึบบ
“ฟอดดดด!!!”
“ -3-”
จังหวะที่คนตัวเล็กกำลังจะหันไปเปิดประตูลงรถคุณหมอตัวจริงก็กระตุกข้อมือเล็กไว้แล้วส่งจมูกคมไปประทับที่ข้างแก้มยุ้ยๆ ของคุณหมอจำเป็อีก1 ที อย่างรวดเร็วและแแ่
“หม๊อออ!!”
คนตัวเล็กใกับการจู่โจมที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
“ชื่นใจครับ”
“ :D ”
คุณหมอพูดแล้วยิ้มหน้าชื่นตาบาน
“เดี๋ยวเถอะ!!”
คนตัวเล็กจับที่แก้มตัวเองที่ถูกคุณเค้าขโมยหอมไปเมื่อกี้นี้
“ก็น้องแคทให้ยาบำรุงพี่แล้ว”
“พี่ก็ให้คืนไงครับ”
“อึหึ”
“น้องแคทจะได้แข็งแรง”
ดูคุณเค้าพูด
“เอาอีกมั้ยครับ...”
“ *v* ”
พูดแล้วยื่นหน้ามาหาหมันไส้ค่ะ!! เลยเอานิ้วบีบจมูกไป
“โอ๊ยๆ!!”
“น้องแคท!!!”
“จมูกพี่!!!!”
คนตัวสูงร้องขึ้นเมื่อคนตัวเล็กบีบจมูกบิดไปบิดมา
พอคนตัวเล็กปล่อยมือจากจมูกโด่งปุ๊บอีกมือก็รีบเปิดประตูลงรถไปอย่างไวคนตัวสูงได้แต่ลูบจมูกป้อยๆ แล้วลดระดับกระจกรถลงมาหาสาวเ้าต่อ
“ฝันดีนะคะ”
“ ;b ”
ยืนยิ้มๆ ขำๆ ที่ได้เอาคืนคุณหมอเ้าเล่ห์ได้
“ฝันดีครับ”
“พี่ฝากไว้ก่อนนะ!!”
พูดไปลูบจมูกไปแล้วหักพวงมาลัยเบาๆก่อนขับรถออกไป