ตอนที่ 24 ้าแต่งงานกับเสิ่นม่านอวิ๋นหรือไม่?
“ไม่ต้องห่วง ข้าเข้าใจ”
เสิ่นม่านอวิ๋นพยักหน้า “แต่ข้าไม่คิดว่าสหายเต๋าสวี่จะมีความสามารถเพียงนี้ พวกเขามีพลังอยู่ที่ขั้นอะไร?”
นางเคยคาดเดาว่าความแข็งแกร่งของสวี่หยางไม่ธรรมดา แต่ไม่คิดว่าจะทรงพลังถึงเพียงนี้
ต้องรู้ว่าพวกโจรมีประสบการณ์ในการต่อสู้มากมาย จึงมีผู้คนนับไม่ถ้วนเสียชีวิตด้วยเงื้อมมือของพวกเขา และในครั้งนี้ทั้งสี่คนก็ปรากฏตัวพร้อมกัน!
“สหายเต๋าสวี่ เ้าไปยั่วยุคนเหล่านี้ได้อย่างไร?”
สวี่หยางเล่าเื่การเดินทางไปตลาดมืดวันนี้
เมื่อเสิ่นม่านอวิ๋นได้ฟังแล้ว นางก็พึงพอใจ “ไม่น่าแปลกใจเลย สหายเต๋าสวี่ เ้าไปขายเสาวรสที่นั่นนี่เอง ทั้งยังขายได้มากมายในคราวเดียวด้วย”
“เอ่อ... แล้วมีอะไรหรือ?”
“ผู้ปลูกถ่ายิญญาขายเสาวรส พวกเขาจึงเชื่อว่าเ้าคือผู้ปลูกถ่ายิญญาธรรมดา โดยปกติแล้ว เมื่อคนไปซื้อขายของที่ตลาดมืด ส่วนใหญ่จึงมักถูกปล้น แต่ไม่ทราบว่าเป็ฝีมือใคร หากเ้าขายเสาวรสได้เยอะ ย่อมดึงดูดความสนใจของคนอื่นได้แน่นอน”
“ข้าไม่มีทางเลือก ร้านของเ้าปิดไปแล้วนี่”
เสิ่นม่านอวิ๋นกล่าว “เอาเถอะ คราวหน้าหากเ้ามีของที่อยากขาย ข้าจะพาเ้าไปที่เดิม!”
“เอ๊ะ?”
สวี่หยางสนใจทันที ที่เดิมในความหมายของอีกฝ่ายคือกิจการของตระกูลสวี ขายได้ราคาดี ต้องเป็ข้อตกลงที่ดีแน่นอน
“ร้านของสหายเต๋าไม่เปิดแล้ว แต่ยังมีเส้นสายอยู่หรือ?”
“แน่นอน”
“เช่นนั้นก็ได้ ทุกครั้งที่ซื้อขายเสร็จ ข้าจะออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้เ้าเอง” สวี่หยางกล่าว
“ตกลง” เสิ่นม่านอวิ๋นพยักหน้า แต่ในใจมีความสงสัยมาก
่นี้นางกำลังสนใจไร่ของสวี่หยาง ต้นไม้ที่ปลูกเป็หญ้าหลิงซวีธรรมดา และผลไม้ธรรมดาบางชนิด ซึ่งมีเพียงพอแค่กินกันในครอบครัว แล้วเขาจะเก็บเสาวรสลูกใหญ่ได้เยอะถึงเพียงนั้นได้อย่างไร?
หากไม่รู้ก็แค่ถาม นางจึงถามออกไปตามตรง
สวี่หยางตอบแบบไม่จริงจัง ว่าเขาเก็บมันได้จากที่ไหนสักแห่งบนูเา และเขาเป็คนเดียวที่รู้สถานที่ลับ!
คำอธิบายนี้ค่อนข้างแปลก เสิ่นม่านอวิ๋นย่อมไม่เชื่อ นางเดาว่าอาจเป็เพราะเคล็ดปลูกถ่ายิญญาของสวี่หยางพัฒนาขึ้นไม่น้อย เขาจึงสามารถเร่งการเติบโตของพืชิญญาได้
อีกทั้งหญิงสาวยังเข้าใจว่าสาเหตุที่สวี่หยางซ่อนความแข็งแกร่งไว้ เพราะในอดีต ผู้ปลูกถ่ายิญญาที่เชี่ยวชาญจะถูกลักพาตัวไป แล้วบังคับให้ทำงานในไร่นา ชีวิตเลวร้ายยิ่งกว่าการตาย...
“เช่นนั้นพวกเราจัดการกับศพกันก่อนเถอะ”
ในที่สุด เสิ่นม่านอวิ๋นก็แนะนำว่าควรนำศพไปไว้แถวที่ดินของสวี่หยาง ส่วนนางจะกลับบ้านไปเอาน้ำสลายศพ เพื่อทำให้ศพเหล่านี้กลายเป็ปุ๋ย
ว่าแต่เหตุใดเสิ่นม่านอวิ๋นถึงมีน้ำสลายศพอยู่ที่บ้านล่ะ?
หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสามก็ช่วยกันกำจัดศพ
น่าเสียดายที่ทั้งสามคนมีหินิญญาเพียงยี่สิบก้อนเท่านั้น
ชายหนุ่มจึงแบ่งครึ่งกับเสิ่นม่านอวิ๋น
หลังเสิ่นม่านอวิ๋นจากไป หลินอวี้ได้กลิ่นคาวเืติดตัว จึงรีบไปอาบน้ำ
สวี่หยางไปตรวจสอบความเรียบร้อยของค่ายกลป้องกัน หลังจากสังเกตสักพัก จนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ข้างหลัง ถึงได้กลับไปอาบน้ำที่บ้าน
ในเวลานี้ หลินอวี้กำลังจะก้าวออกจากถังน้ำ แต่สวี่หยางคว้าตัวนางไว้ แล้วกระซิบข้างหูแ่เบา “ถูหลังให้ข้าหน่อยสิ”
“อา…”
“สามี เ้าคิดอย่างไรกับพี่เสิ่น?”
ในขณะที่หลินอวี้กำลังถูหลังให้ ก็ถามขึ้นมาดื้อ ๆ
“เอ๊ะ?” สวี่หยางหันกลับไปพูดด้วยรอยยิ้ม “นางเป็คนเชื่อถือได้ และเป็คนตรงไปตรงมา”
“สามี ่นี้ที่พี่เสิ่นอยู่กับข้า ข้ารู้สึกว่าพี่เสิ่นค่อนข้างสนใจเ้า ข้าสงสัยว่าเ้าอยากแต่งงานกับพี่เสิ่นหรือไม่?”
สวี่หยางงุนงง “???”
สวี่หยางคว้าไหล่ของหลินอวี้ มองนางด้วยสีหน้าจริงจัง ตรวจสอบจนแน่ใจว่านางไม่ได้ล้อเล่น “เหตุใดจู่ ๆ เ้าถึงพูดเช่นนั้น?”
หลินอวี้กล่าวด้วยสีหน้าอ่อนโยน “ข้าคิดทบทวนเื่นี้แล้ว ข้าเป็เพียงมนุษย์ธรรมดา จึงไม่คู่ควรกับการเป็ภรรยาจริง ๆ แม้ข้าจะให้กำเนิดลูกในอนาคต ก็เกรงว่าลูกจะยังคงเป็มนุษย์ธรรมดา แต่พี่เสิ่นนั้นระดับพลังยุทธ์ของนางสูง เมื่อถึงเวลา นางไม่เพียงจะสามารถให้กำเนิดลูกที่มีรากฐานทางจิติญญาได้เท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยเ้าได้ด้วย”
“อวี้เอ๋อร์ อย่าคิดไร้สาระ ข้าไม่เคยสนใจเลยว่าเ้าเป็มนุษย์ธรรมดา”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลินอวี้ก็รู้สึกซาบซึ้งใจยิ่ง นางไม่คาดคิดว่า ถึงตนจะเริ่มพูดถึงเื่นี้ก่อน แต่สามีก็ยังคงยึดมั่นในตัวนาง
แต่ยิ่งชายหนุ่มทำเช่นนี้ หลินอวี้ก็ยิ่งรู้สึกผิด
“สามี ข้ารู้สึกกระสันนิดหน่อย...”
เมื่อมองภรรยาที่รักของตน แม้สวี่หยางจะรู้สึกเหนื่อย แต่เขาก็ยังตัดสินใจรับภาระอันหนักหน่วงไว้
ในวันรุ่งขึ้น เนื่องจากเมื่อคืนเหนื่อยเกินไป เช้านี้จึงตื่นสาย เขายังไม่ได้ทำความสะอาดถังอาบน้ำหลังจากเผด็จศึกด้วยซ้ำ น้ำใสในถังเย็นเฉียบ ทั้งยังคงมีร่องรอยสีขาวขุ่นหลงเหลืออยู่
โชคดีที่ในฐานะผู้บำเพ็ญ หลังจากพักผ่อนมาทั้งคืน อาการของเขาก็ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นรางวัลตรงหน้า สวี่หยางก็ดีใจมาก
[ภรรยารู้สึกได้ถึงความสนใจที่ไร้การแบ่งแยก และความรักอันไม่มีที่สิ้นสุดของท่าน ความชอบในปัจจุบัน: 100+8]
[ได้รับคะแนนพิเศษ 60 แต้ม และได้รับยันต์ขั้นสูงระดับสอง]
สวี่หยางตกตะลึง!
เขาเปิดระดับความชื่นชอบพิเศษได้จริง ๆ
ชายหนุ่มไม่เพียงได้รับคะแนนพิเศษหกสิบแต้มทันที แต่ยังได้รับยันต์ระดับสองอีกด้วย
ยันต์ขั้นสูงระดับสอง คือยันต์ที่สามารถต้านทานการโจมตีของผู้บำเพ็ญมนุษย์ที่มีรากฐานิญญาได้!
หากต้องเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญมนุษย์ในขั้นกลั่นลมปราณ อาจต้องใช้เวลาสู้หลายชั่วยาม เว้นแต่ว่าจะมียันต์โจมตีระดับสอง
สวี่หยางหัวเราะ เขาได้รับไพ่เด็ดอีกใบแล้ว!
แต่สวี่หยางตัดสินใจมอบไพ่ใบนี้ให้กับหลินอวี้
“อวี้เอ๋อร์ ข้าจะมอบของดีให้เ้า”
ในขณะที่รับประทานอาหารเช้า สวี่หยางได้มอบยันต์ให้หลินอวี้ และยังมอบยันต์อัคคีให้นางด้วย
ตอนนี้เขามีเคล็ดวิชาเพลิงวิภาสแล้ว การโจมตีเ่าั้จึงมีผลต่อเขาเพียงเล็กน้อย
หลังจากอธิบายวิธีใช้แล้ว หลินอวี้ก็ประหลาดใจ “ยันต์ระดับสองนี่เอง สามี เ้าน่าจะ้ามันมากกว่าข้านะ”
“เก็บไว้เถิด ต่อจากนี้ไป หากเ้าประสบปัญหาเมื่อข้าออกไปข้างนอก เ้าจะได้มีวิธีป้องกันตัว!”
หลังจากการโน้มน้าวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าของสวี่หยาง หลินอวี้ก็รับแผ่นยันต์ไปแต่โดยดี
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ สวี่หยางก็ดูจำนวนคะแนนพิเศษ
200 แต้มแล้ว
เขายืนขึ้นยืดอก ก้มตัวและบิดขา
“เอาละ มาเริ่มฝึกเคล็ดวิชาัขับขานกันเถอะ”
“อ๊ะ…”
“คำราม!”
“ออกไป…”
หลังจากะโไปหลายครั้ง เคล็ดวิชานี้ก็ยังทำงานไม่ราบรื่น และใช้ไม่ถนัดเลยสักนิด
“ทักษะที่ไม่สมบูรณ์ฝึกยากชะมัด” สวี่หยางส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้
……
“ทุกคนออกมา ผู้ดูแลไป๋จิ่วหลินมาแล้ว ท่านมีเื่จะประกาศ”
“ทุกคนออกมา ผู้ดูแลไป๋จิ่วหลินมาแล้ว…”
สวี่หยางที่กำลังกังวลเื่การฝึกอยู่ ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงนี้
สิ่งที่กวนใจเขามากที่สุดตอนนี้คือไป๋จิ่วหลิน ทุกครั้งที่อีกฝ่ายมาที่นี่ ไม่เคยเป็เื่ดีเลยสักครั้ง
แต่คนใต้ชายคาก็ทำได้เพียงต้องก้มหน้าเดินออกไปเท่านั้น
เพื่อนบ้านอย่างเหอฉยงเหลียน และเสิ่นม่านอวิ๋นที่อยู่ติดกันก็ออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ทุกคนจงฟังให้ดี” หลังจากที่ไม่ได้เจอกันหลายวัน ไป๋จิ่วหลินก็น้ำหนักเพิ่มขึ้น สังเกตได้จากพุงกลมโตของเขา “ตระกูลสวีมีคำสั่งลงมา จากนี้ไปครอบครัวที่มีผู้ชาย จะต้องทำภารกิจให้ตระกูลสวีให้สำเร็จทุกเดือน ใครทำไม่สำเร็จจะถูกไล่ออกจากเมืองฟาง!”
“เอ๊ะ... แต่พวกเราทุกคนจ่ายค่าเช่าแล้วนะ!”
“...ต่อให้ไม่กล้าก็ต้องทำเสียแล้ว”
“ข้าไม่เคยอยากทำแต่แรก ทำอย่างไรดี ข้าจะถูกกลุ่มเจ็ดคาบสมุทรมาแก้แค้นหรือไม่?”
เนื่องจากจ้าวเสี่ยวเอ้อร์และลูกชายของเขาถูกกลุ่มเจ็ดคาบสมุทรล้างแค้น ทุกวันนี้ผู้คนจึงตื่นตระหนก พวกเขาได้ยินมาว่าผู้บำเพ็ญมนุษย์ที่อื่นก็ถูกล้างแค้นเช่นกัน ผู้บำเพ็ญจำนวนมากจึงไม่กล้ารับภารกิจจากตระกูลสวี เพราะไม่อยากเดือดร้อน
นี่คงเป็สาเหตุที่ตระกูลสวีตั้งกฎนี้ขึ้นมา
คิดจะต่อต้าน? เป็ไปไม่ได้เลย!
หลังไป๋จิ่วหลินพูดจบ เขาก็จากไป
“สหายเต๋าสวี่ ดูเหมือนว่าคราวนี้เ้าจะหนีไม่พ้นแล้ว”
เสิ่นม่านอวิ๋นที่ตรงมาถึงประตูบ้านพูดขึ้น
สวี่หยางขมวดคิ้ว ใช่ คราวนี้เขาคงหนีไม่พ้นและจำต้องยอมรับภารกิจเสียแล้ว
เหอฉยงเหลียนก็เอ่ยว่า “โชคดีที่สามีข้าไปทะเลสาบพานหยางแล้ว”
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลี่ต้าต่งก็ส่งจดหมายกลับมาบ้าน
เมื่อก่อนทะเลสาบพานหยางวุ่นวายไม่น้อย เพราะมีโจรสร้างปัญหาอย่างต่อเนื่อง
โชคดีที่เขารวมตัวกับผู้บำเพ็ญหลายคน แบ่งปันอาหารและที่พัก จึงเอาชีวิตรอดมาได้
“สหายเต๋าสวี่ เ้าว่าอย่างไร? ข้าจะไปปกป้องปลาิญญาที่ทะเลสาบในวันมะรืนนี้ ภารกิจนี้ค่อนข้างง่าย” เสิ่นม่านอวิ๋นกล่าวอีกครั้ง
“ได้ ถึงตอนนั้นเรามาร่วมมือกัน แต่หลินอวี้จะไปด้วย”
เสิ่นม่านอวิ๋นตกตะลึง “พาอวี้เอ๋อร์ไปด้วยหรือ?”
“ใช่ หากให้อยู่บ้านข้าก็ไม่สบายใจ ทำไม เ้าไม่สะดวกหรือ?” สวี่หยางถาม
เสิ่นม่านอวิ๋นกล่าว “ถึงที่นั่นจะมีที่พัก แต่ค่ายกลป้องกันสร้างขึ้นแบบหยาบ ๆ นี่สิ…”
“ไม่เป็ไร”
หลังจากคุยกันเสร็จ หลินอวี้และสวี่หยางก็ไปเก็บข้าวของ
ตอนนี้สวี่หยางมีถุงเก็บของแล้ว จึงสะดวกกว่าเดิมมาก
แต่ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย สวี่หยางจึงตัดสินใจซื้อยันต์เพิ่ม
่บ่าย เขาก็ไปหาเสิ่นม่านอวิ๋นที่กำลังขัดเกลายันต์อยู่ในบ้าน
“สหายเต๋า ข้า้าซื้อยันต์” สวี่หยางเคาะประตู
ประตูเปิดออก
ลมพัดกลิ่นหอมหวนลอยมาเตะจมูก
ร่างกายของเสิ่นม่านอวิ๋นเปียกปอน เห็นได้ชัดว่านางเพิ่งอาบน้ำเสร็จ หญิงสาวสวมเพียงชุดเนื้อบาง เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าใต้ชุดอันบางเบานั้น
สวี่หยางเหลือบมอง แต่สายตาของเสิ่นม่านอวิ๋นยังคงจับจ้องเขาอยู่
เสิ่นม่านอวิ๋นยกยิ้ม “สหายเต๋าสวี่ช่างน่ารักเสียจริง มีภรรยาอยู่แล้ว ยังสนใจหญิงตกอับเช่นข้าอีกหรือ?”