TREE WORLD
ปฐีวินาศโลก
By : Jackmysoul
แจ็กมายโซล : เขียน
บทที่ 12
ปัญหาฉุกเฉิน(3)
โชคดีที่ฟิวท์กลับมาทันเวลาก่อนที่ผมจะหัวร้อนมากไปกว่านี้
แล้วก็คงมีแต่เขาที่จะว่างพอไปลากตัวจอสส์กลับมา
รถมอเตอร์ไซด์ฮาร์เล่ของเขาส่งเสียงดังกระหึ่มฮึ่มนำมาก่อนเสียงกระแทกเบรกจนล้อรถบดเบียดกับพื้นถนนดังเอี้ยดอ้าดค่อยตามมา
ฟิวท์เร่งร้อนกระชากฮาร์เล่กลับมาพร้อมหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งที่นั่งซ้อนท้ายบนเบาะหลังจากแรงเบรกกะทันหัน หน้าอกหญิงสาวบดเบียดแนบชิดกับแผ่นหลังชายหนุ่มตามจังหวะกระแทกกระทั้นท่าทางทั้งคู่ดูร้อนรน โซซัดโซเซกระหืดกระหอบมาพอกัน แล้วสมอร์ทอร์กยังค้างคาปากพวกเขาดูเหมือนเพิ่งจะวางสายกันลงไป
พวกเขาคงเสร็จจากงานเซอร์ไพท์ก่อนกำหนดเพราะได้รับข้อความรหัสลับจากผม และเจทคงย้ำไปอีกที
“คุณอาไมท์...” หญิงสาววัยรุ่นท่าทางทะมัดทะแมงเอ่ยทักผมตามปกติหลังจากโดดลงจากเบาะท้าย คล้ายจะมีคำถามแต่พอเห็นว่าผมกำลังเร่งร้อนจึงหุบปากลง
เธอคนนี้ชื่อว่าการ์เซีย เป็แฟนกับลูกชายคนโตของผมเอง ปกติจะเป็คนร่าเริง ช่างพูดช่างเจรจามองโลกแง่บวก ไม่รู้สึกยี่หระต่อปัญหาใดๆในโลก แต่วันนี้สีหน้าดูซีดเซียว ลมหายใจก็ถี่กระชั้นผิดปกติแน่นอนว่าเธอต้องรู้ข่าวร้ายมาก่อนแล้วจากฟิวท์ มีเพียงปัญหานี้เท่านั้นที่ดูเป็ปัญหากับเธอจริงๆ
การ์เซียนับเป็คนที่ผมกับเจทคาดหวังไว้ในอนาคตไม้พ้นครอบครัวของพวกเราต้องหลอมรวมเป็ทองแผ่นเดียวกันในอีกไม่ช้าไม่นานเพราะพ่อแม่ของการ์เซียก็เป็เพื่อนสนิทของผมกับเจทมาเนิ่นนานอีกด้วยแต่ลูกสาวคนเดียวของพวกเขากลับเป็คนที่สนิทสนมกับครอบครัวของผมมากที่สุด อีกทั้งการ์เซียมักไปมาหาสู่กับคนในตระกูลสเปนเซอร์สม่ำเสมอราวกับเป็ครอบครัวเดียวกันไปแล้ว
การที่การ์เซียมากับฟิวท์ในสถานการณ์ตอนนี้แทนที่จะกลับไปช่วยงานทางฝั่งพ่อแม่ของตัวเอง ก็ไม่ได้ทำให้ผมนึกแปลกใจแต่อย่างใด
คิดว่างานเลี้ยงฉลองครบรอบวันแต่งงานของว่าที่พ่อตาแม่ยายของฟิวท์คงเลิกล้มกลางครันอย่างกะทันหันไปแล้วไม่ว่าอย่างไรตอนนี้พวกเขาเองคงต้องกำลังตื่นตัววุ่นวายกับการเร่งระดมพล ตระเตรียมข้าวของเพื่อจะออกเดินทางเช่นกันแน่นอนว่านี่คือเื่สำคัญเร่งด่วนกว่างานปาร์ตี้มื้อค่ำ
“การ์เซีย...มาด้วยก็ดีแล้ว”ผมทักทายกลับเล็กน้อย ก่อนหันไปออกคำสั่ง
“ฟิวท์...ลูกไปรับน้องกลับมาเดี๋ยวนี้”แล้วก็ไม่ได้ถามว่าทำไมถึงไม่ยอมรับสายผม
“ตอนนี้จอสส์กำลังแข่งมาร์เชียลอาร์ตอยู่เขาคงไม่เชื่อฟังผมแน่ๆ” ฟิวท์พูดพลางลูบท้ายทอยพลาง ขมวดคิ้วเหมือนกำลังครุ่นคิดถึงปัญหาอะไรบางอย่าง
ผมเข้าใจถึงปัญหานั้นจอสส์เป็นักฝึกยุทธ์ที่หลงใหลการต่อสู้ คงไม่ง่ายที่ฟิวท์จะลากตัวเขากลับมาอย่างว่าง่ายแล้วอีกอย่างในลานประลองมักมีพวกนักเลงนักยุทธ์มากมายบางทีอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างทางขึ้นมาได้ ตรรกะง่ายๆแค่นี้ ฟิวท์เองก็ย่อมคำนวณได้ล่วงหน้า
แล้วนิสัยดื้อรั้นเอาแต่ใจของจอสส์กับปัญหาอื่นๆผมเองก็คำนวณทางแก้ฉุกเฉินไว้แล้ว จึงยัดแผ่นดิสก์สีฟ้าเรืองแสง3แผ่นลงในมือฟิวท์
“ถ้าจอสส์ไม่ยอมมาดีๆพ่ออนุญาตให้ใช้กำลังแต่ระวังอย่าทำให้น้องาเ็ล่ะ”
“ครับ...”ฟิวท์รีบรับคำ
“ตอนนี้สถานการณ์ฉุกเฉิน”ฟิวท์หันไปบอกกับการ์เซีย “เราถึงต้องใช้สิ่งนี้”
การ์เซียรับแผ่นดิสต์ที่ฟิวท์ยื่นส่งต่อมาให้1แผ่น เธอพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง เพราะรู้อยู่ก่อนว่าเ้าสิ่งนี้คืออะไรสีหน้าพลันตื่นตะลึงขึ้นวูบ ก่อนจะสอดเก็บไว้ในอกเสื้อแจ็กเก็ตตนเองอย่างเงียบเชียบ
“พวกเธอคงไม่ลืมวิธีใช้มันนะ”ผมเป็ห่วงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้้า การขานรับจากพวกเขา
ทั้งคู่ผงกศีรษะเล็กน้อยดูท่าฟิวท์กับการ์เซียเข้าใจเื่ทุกอย่างได้ดีแล้ว และพวกเขาคงช่วยงานผมได้มากทีเดียว
“งั้นรีบไปกันเลย”ผมบอกเร่ง แต่ฟิวท์กลับยังคงยืนนิ่งค้าง
“มีปัญหาอะไรอีกมั้ย”ผมถามอย่างไม่ทันขบคิด
“มี”
“อะไร”
“นั่นใคร”ฟิวท์พูดพลางชี้นิ้วไปทางปู่กับหลานที่กำลังนั่งเงอะงะในรถสปอร์ทเปิดประทุน
“ก้อ..เพื่อนใหม่ของลูกไง..”ผมคิดนิดหนึ่งก่อนบอกออกไป
ผมถือวิสาสะยึดรถฮาร์เล่ของฟิวท์ที่พึ่งจะดับเครื่องมาสตาร์ทใหม่มันคงคล่องตัวกว่าในการลักลอบเข้าไปช่วยเจท
“ขอยืมหน่อยพ่อจะไปรับแม่กลับมา” แล้วก็โยนกุญแจพอร์ชของผมให้เขาแทน
“ผมจะรีบพาจอสส์กลับบ้านให้เร็วที่สุดพ่อไม่ต้องเป็ห่วง” ฟิวท์บอกกับผมขณะแตะพวงมาลัยก่อนสตาร์ทรถ
ทางฝั่งด้านข้างคนขับการ์เซียลอยตัวะโขึ้นรถพอร์ชผ่านเหนือบานประตูอย่างคล่องแคล่ว โดยมีสองปู่หลานเปลี่ยนตำแหน่งที่นั่งไปยังเบาะหลังเรียบร้อยเนิ่นนานแล้วซึ่งอันที่จริงไม่จำเป็ต้องให้เด็กสาวกับตาแก่ติดตามไป แต่ผมก็ไม่ทันได้คิดจะหาเหตุปรามพวกเขา
“ฟิวท์เธอคงไม่ถือโอกาสเอาคืนจอสส์ตอนนี้ใช่ไหม” การ์เซียถามอย่างนึกสงสัย มองดูแผ่นดิสต์ในมือเขาแล้วคล้ายพบเห็นรอยยิ้มประหลาดผุดขึ้นที่มุมปากของแฟนหนุ่ม เธอเพิ่งรู้มาว่าเครื่องทดสอบปฏิกิริยาเวิร์มที่พังไปเมื่อวันก่อนนั้นแท้จริงแล้วเป็ฝีมือเ้าน้องชายตัวดีของเขา แล้วตอนนี้ฟิวท์ก็เพิ่งจะได้ไอเทมเสริมพลังมาหยกๆ
“ไว้ใจได้ อย่างน้อยก็ไม่ปล่อยให้เขาตกอยู่ในอันตรายหรอก”
ฟิวท์ตอบกึ่งชัดกึ่งคลุมเครือไม่รู้ในใจลอบกระหยิ่มยิ้มย่องหรือไม่ ก่อนพุ่งรถตามผมออกจากประตูรั้ว แล้วค่อยแยกทางกันออกไป
ขณะที่ผมใกล้จะไปถึงเขตพื้นที่สีแดงซึ่งเป็พื้นที่ต้องห้ามของกระทรวงกลาโหม ก็ได้รับข้อความจากเจท เมื่อเปิดดูจึงรู้ว่านี่คือการอำนวยความสะดวกจากเธอเพราะมันคือการแชร์โลเคชั่นตำแหน่งที่ตั้งของอาคารหน่วยค้นคว้าวิจัยที่เป็เป้าหมายนั่นเอง
แต่เมื่อผมอัพโหลดขึ้นสมาร์ทโฟนแอฟต่อต้านจารชนกลับตรวจพบเสียก่อนว่าโลเคชั่นดังกล่าวมีสปายแวร์แฝงติดมาด้วยผมจึงต้องรีบทำลายข้อมูลทั้งหมดทิ้งทันที เพื่อไม่ให้เป็การแหวกหญ้าให้งูตื่น เพราะถ้าเผลอไปเปิดอ่านหรือพยายามแก้สปายแวร์แม้แต่นิดเดียวจะเป็การยืนยันเปิดเผยหลักฐานแสดงตัวตนว่าผู้บุกรุกนั้นมีอยู่จริง...คงเป็ตอนที่เจทลักลอบส่งข้อมูลโลเคชั่นออกมาจากพื้นที่สีแดงแล้วถูกหน่วยคัดกรองข่าวสารของรัฐบาลดักจับสัญญาณได้ แล้วส่งไวรัสสปายแวร์เกาะติดมาด้วยเพื่อใช้ย้อนรอยค้นหาร่องรอยของจารชนที่กำลังจะปฏิบัติการล่วงล้ำเข้าไป...ไม่มีใครรู้ว่าเหตุการณ์จะต้องเลวร้ายลงไปถึงขั้นไหนถึงตอนนั้นเราอาจถูกหน่วยคัดกรองข่าวสารซ้อนแผน พากองทหารรักษาการณ์มาซุ่มดักรอล่วงหน้าก็เป็ได้...
คิดว่าเจทคงรู้ตัวแล้วและไม่ทิ้งหลักฐานใดไว้ เพราะกระทั่งหมายเลขลับที่เธอใช้โทรหาผมก่อนหน้านี้ก็ถูกยกเลิกไปแล้วเช่นกันผมจึงไม่สมควรโทรหาเธอในขณะนี้ คงต้องหาทางเดาเอาเองแล้ว...
ผมกำลังเรียบรถฮาร์เล่ไล่ไปตามกำแพงสีแดงชาดที่ทอดตัวเป็เส้นโค้งยาวไกลไปตลอดทั้งแนวหากวิ่งตามแนวสันกำแพงไปเรื่อยๆจนครบรอบเมือง ก็จะพบว่ามันมาเป็วงกลมตรงที่เก่าโดยจุดตกของสายตาจะมีทรีเวิลด์ให้จับยึดเป็จุดศูนย์กลาง
รากฐานของกำแพงนี้คือวงเวียนที่ล้อมรอบพื้นที่ปกปิดที่ถูกเรียกว่าเป็พื้นที่สีแดงซึ่งก็คือพื้นที่กองบัญชาการทางทหารของรัฐบาลแห่งประเทศราชนี้นั่นเอง
ในบรรดาสีสันที่โดดเด่นที่สุดต้องยกให้สีแดง ยิ่งเป็สีแดงชาดยิ่งให้ความรู้สึกเร่งร้อนฮึกเหิม ปลุกเร้ากำลังใจให้เป็ฝ่ายโจมตีแต่ในทางกลับกัน ถ้าใช้ในการตั้งรับจะแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ของการหยุดการห้าม ยิ่งสีแดงชาดถูกใช้บนกำแพงกั้นเขตแดนฝ่ายทหารของรัฐบาลยิ่งตระหนักถึงการตื่นตัวระมัดระวังถึงขั้นอันตรายที่ไม่อาจกล้ำกลาย
แค่เฉียดใกล้กำแพงก็ทำให้ใจเต้นระทึกหายใจไม่ปลอดโปร่ง เพราะไม่รู้ว่าหลังจากผมข้ามกำแพงนี้ไป จะควบคุมปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้มากน้อยแค่ไหนยิ่งแสงอาทิตย์ยามโพล้เพล้สาดลงบนผิวกำแพงสีแดงชาดที่ได้องศา มันสะท้อนจนแสบตายิ่งทำให้ความวิตกกังวลเพิ่มพูนขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม ก็สังหรณ์ถึงรางร้ายบางอย่าง
สังวรว่านี่คือสิ่งที่ไม่เคยอยู่ในแผนมาก่อน แต่ก็ไม่อาจละวางไม่ช่วยเจทแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แล้วหากว่าแผนจารชนของเจทเกิดผิดพลาดขึ้นมาก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาชีวิตรอดกลับออกมาได้หรือไม่ แต่ในเมื่อตัดสินใจลงมือแล้ว ย่อมต้องไม่ลังเลไม่เช่นนั้นจะสร้างความกดดันให้ตนเองอัดอั้นไม่เด็ดขาดจนกลายเป็อุปสรรคขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
กำแพงสีแดงชาดนี้มันคือด่านแรกที่กั้นเขตแดนแบ่งแยกอันตรายชัดเจนระหว่างพื้นที่สีแดงที่อยู่ภายในกับพื้นที่ทั่วไปภายนอก ตอนนี้เป็เวลาเย็นใกล้ค่ำแล้ว รอคอยอีกสักนิดให้แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าสนิทซึ่งมันเหมาะสำหรับผมที่จะลอบเข้าไปในเขตแดนต้องห้ามอย่างสะดวกสบายกว่า
ฟ้ามืดลงทันใจก็ได้เวลาลงมือ
รีบเร่งเครื่องรถฮาร์เล่จนมาถึงริมชายขอบของเขตกระทรวงกลาโหมแต่ก็ไม่สามารถผ่านประตูเข้าไปได้อย่างเปิดเผย ยิ่งไม่้าให้ถูกผู้ใดตรวจพบจึงยอมเสียเวลาค้นหาตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งก็คือบริเวณด้านหลังของกระทรวงกลาโหมตรงจุดนี้นั่นเอง
เจทเคยพาผมแอบย่องมาสำรวจเล่นๆเมื่อนานมาแล้วแล้วต่างลงความเห็นกันว่าบริเวณจุดนี้เป็จุดอ่อนเปราะบางที่สุดของกำแพงสีแดงชาดเพราะบริเวณหลังกำแพงแถบนี้ยังเป็พื้นที่เรียบโล่งรอการขยายตัวในอนาคตยังไม่มีโครงการหรือแผนงานก่อสร้างอาคารใดๆในเร็ววันนี้ดังนั้นบริเวณนี้จึงเป็พื้นที่ที่แทบไร้การป้องกันการบุกรุก จึงบันทึกตำแหน่งนี้เก็บเอาไว้ในแผนที่ส่วนตัวแล้วตั้งชื่อให้มันว่าปัญหาฉุกเฉิน แต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่า วันหนึ่งต้องได้ใช้มันขึ้นมาจริงๆ
ด้วยการเพียรฝึกฝนศิลปะยุทธ์ทำให้ผมมีทักษะด้านอื่นอยู่บ้าง สามารถบังคับรถฮาร์เล่ให้พุ่งะโข้ามกำแพงขึ้นมายืนค้างบนขอบรั้วได้อย่างง่ายดาย
กำแพงปูนนี้สูงไม่ต่ำกว่า10เมตรแต่ความหนาของมันกลับหนากว่ากำแพงทั่วไปขนาดมันกว้างพอให้จอดรถฮาร์เล่ทั้งคันได้สบายจากระยะนี้ผมไม่เห็นทหารเวรยามรักษาการณ์ หรือแม้แต่กล้องสอดแนมใดหนทางข้างหน้าจึงนับว่าเรียบง่ายสะดวกสบายยิ่ง
ถึงจะบอกอย่างนั้นแต่ผมก็กลับรู้สึกสังหรณ์ใจขึ้นมาอย่างประหลาด ไม่แน่ว่าอาจจะมีกับดักอันตรายซ่อนอยู่
‘ดาร์กอาย ’
เพื่อเป็การไม่ประมาทจึงเรียกใช้ความสามารถพิเศษของตาทิพย์ แววตาสาดประกายเจิดจ้าของผมเพ่งมองไปยังพื้นที่โล่งกว้างเบื้องหน้าแล้วก็พบเห็นบางสิ่งบางอย่างที่น่าขนหัวลุก!
มันเป็กำแพงตาข่ายสายไฟล่องหนที่ว่ามันน่าขนลุกก็เพราะ นอกจากผมแล้วก็ไม่มีใครมองเห็นมันน่ะสิเื่นี้เจทเองก็คงจะยังไม่เคยรู้
ไกลออกไปราว500เมตรปรากฏรั้วกำแพงมรณะที่ผู้ใดก็ไม่อาจฝ่าทะลุเข้าไป ผมมองเห็นคลื่นไฟฟ้าแรงสูงแล่นสลับขั้วสูงต่ำไปตามผิวของตาข่ายโลหะที่ถูกขึงเป็พืดไปตลอดแนวผิวตาข่ายคงถูกถักทอมาจากเส้นใยโลหะพิเศษบางชนิดที่ถูกทำให้โปร่งแสง ภาพความสยดสยองมันสะท้อนกลับเข้ามาในจักษุิญญาให้ตื่นตระหนกจากการคาดคำนวณ อย่างน้อยกระแสไฟแรงสูงนี้ต้องไม่ต่ำกว่าแสนโวตต์สามารถย่างเนื้อให้ไหม้เกรียมได้ในพริบตา
เมื่อขี่รถเข้าไปใกล้ตาข่ายล่องหนแล้วก็นึกอยากทดสอบอนุภาพของมันดูสักครั้ง โดยการโยนปากกาที่ทำจากโลหะผสมเข้าไปลองของ
เปรี่ยะ!!!
เกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบขึ้นวูบหนึ่งเข้าโจมตีสิ่งแปลกปลอมที่ไปท้าทายมันแค่เสี้ยววินาทีปากกาด้ามนั้นกระเด็นกระดอนกลับมา พร้อมกับกลายเป็ซากไหม้เกรียมที่แทบจำสภาพเดิมไม่ได้คราบควันอ่อนๆและกลิ่นเหม็นไหม้จางๆยังลอยฉุยอยู่รอบๆ
จิตใจผมหล่นวูบลงใต้ฝ่าเท้าหากเมื่อครู่เร่งร้อนจนเกินไป ขี่ควบฮาร์เล่ประสานงากับตาข่ายมรณะนี้เข้าคงต้องถูกเผาไหม้ทั้งตัวจนเหลือแต่ซากศพอันเปลือยเปล่า ทิ้งรอยาแดำแดงปริแตกอเนจอนาถทั่วร่างประจานความตายอย่างโง่เขลาชนิดที่ไม่มีทางอภัยให้ตัวเอง
ไม่มีทางอื่นให้อ้อมไปกำแพงตาข่ายไฟฟ้านี้ทอดตัวยาวไกลไปสุดขอบกับกำแพงตาข่ายไฟฟ้าอีกด้านหนึ่ง กำแพงด่านนี้ผมคงไม่อาจฝ่าเข้าไปซึ่งหน้ามีแต่ต้องะโข้ามไปเท่านั้น
กำแพงตาข่ายร่องหนนี้สูงใกล้เคียงกับกำแพงปูนสีแดงชาดก่อนหน้านับว่าไม่ยากเกินไปที่จะขี่ฮาร์เล่ะโข้ามมันเพียงแต่ต้องระวังไม่ให้ส่วนใดส่วนหนึ่งััโดนตัวมันก็พอ
ผมย้อนรถถอยหลังมาเกือบติดกำแพงเพื่อตั้งหลักเพิ่มระยะะโจนมั่นใจ ก่อนจะกระชากรถด้วยความเร็วสูงสุดเข็มวัดระยะรอบเครื่องตีรวนทะลุเกินขีดจำกัดจนแทบหลุดกระเด็นจากแผงหน้าปัดเสียงเครื่องยนต์คำรามหึ่ง แผดดังยาวนานราวกับมันกำลังจะะเิตัวเองสองมือกระชับแฮนด์รถกระชากล้อหน้าลอยตัวขึ้นราวอาชาทะยานเหิรทั้งคนทั้งรถลอยคว้างในอากาศ ล้อหน้าข้ามพ้นกำแพงล่องหนไปได้สบายแต่ล้อหลังเฉียดผิวตาข่ายไฟฟ้าไปนิดเดียว ก็ยังเกิดประกายไฟแปลบปลาบ สะเก็ตสายฟ้าลอบติดปลายท่อไอเสียลงมาเป็สายเจิดจ้าให้หวาดเสียวตายก่อนเถอะ ดีที่มันสลายตัวไปทันที
เมื่อล้อหลังทรงตัวบดกระแทกถึงพื้นดินได้สำเร็จก็เกิดฝุ่นควันฟุ้งขึ้นเป็สายหมอก สำรวจตัวเองกับตัวรถครั้งหนึ่ง จึงแน่ใจว่าฝ่ากำแพงมรณะมาได้อย่างปลอดภัยไร้แผลใดอันที่จริงสมควรเรียกว่ารอดตายหวุดหวิดมากกว่า
“ว้าว!!!...”ผมหยุดพักเล็กน้อย ยิ้มเยาะให้กับการท้าทายที่ดูไม่ฉลาดนัก ก่อนถอนหายใจยาวอีกเฮือกใหญ่
จากนั้นก็ลืมมันซะแล้วกระชากรถะโข้ามกำแพงปูนที่ตั้งขวางหน้าไปอีกชั้นหนึ่ง จึงพบว่าด้านหลังของกำแพงชั้นนี้ต่างหากจึงเป็เขตแดนภายในกระทรวงกลาโหมอย่างแท้จริง
แต่ผมก็ไม่รู้เส้นทางอยู่ดีจากนี้จะไปต่อยังไงถึงจะปลอดภัยการคาดเดาลองผิดลองถูกหรือมัวแต่คิดจะอ่านตามป้ายบอกทางไปเรื่อยๆคงไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง
เป็เพราะเจทไม่เคยเปิดช่องโหว่หรือกระทำผิดกฎระเบียบใดๆของกระทรวงกลาโหมมาก่อนกระทั่งผลงานที่เธอเป็ผู้ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาเองกับมือ ยังต้องถูกจดลิขสิทธิ์เป็ของกระทรวงทั้งหมดไม่มีสักชิ้นส่วนใดหลุดรอดกลับมาเข้าบ้านได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียวแม้แต่แผนที่ภายในกระทรวง เจทก็ไม่เคยบอกเล่ากับใครหรือแม้แต่ลอบจดบันทึกมันด้วยลายมือและการแชร์โลเคชั่นมาก่อนหน้านี้ก็นับว่าล้มเหลวไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
ดังนั้นผมจึงต้องเสาะหาหนทางเอาเอง และมันดูเหมือนไม่ได้ยากอย่างที่คิดเพราะขณะนี้ผมกำลังเปิดแผนผังที่ได้เซฟไว้ในเมมการ์ดขึ้นมาอ่าน
ก่อนที่จะข้ามกำแพงสีขาวมาผมได้ข้อมูลลับนี้มาจากการใช้สมาร์ทโฟนเสริ์ทหาแผนที่จากเวปไซด์เถื่อน ที่มีอยู่กราดเกลื่อนภายนอกประเทศใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีผมก็สามารถค้นหาที่ตั้งอาคารศูนย์ค้นคว้าวิจัยภายในกระทรวงกลาโหมได้อย่างรวดเร็วจนแทบไม่อยากจะเชื่อเพราะรายละเอียดในแผนที่ส่วนใหญ่ตรงกับความเป็จริงและข้อมูลล่าสุดมันเพิ่งได้รับการอัพเดทเมื่อไม่นานมานี้ คาดว่าแทบจะไม่มีความคาดเคลื่อนเลยแม้สักเล็กน้อย
ทั้งนี้ความจริงแล้ว ผมจะไม่สามารถได้ข้อมูลที่แท้จริงนี้มาจากเวปเถื่อนทั่วไปได้เลย ส่วนมากจะเป็ข้อมูลลวงเพื่อสร้างความสับสนต่ออริราชศัตรูซึ่งข้อมูลความลับแท้จริงเช่นนี้ ผมเคยลงทุนซื้อเก็บไว้เมื่อหลายปีก่อนแล้วจากดาร์คไซด์ลึกลับแห่งหนึ่ง ซึ่งดาร์คไซด์เ่าั้เป็เวปเถื่อนที่เต็มไปด้วยไวรัสและสปายแวร์ที่ใช้เพื่อหลบหลีกการตรวจจับทุกชนิดของทางรัฐบาลเพราะมันเป็เวปเถื่อนที่มีแต่เื่ราวลึกลับดำมืด ซึ่งมีแต่การค้าขายและงานบริการที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น
ดาร์คไซค์เ่าั้ไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยวิธีธรรมดาสามัญและรับแต่สมาชิกที่ได้รับการคัดสรรโดยเฉพาะแล้วเท่านั้น ดาร์คไซด์เ่าั้มักจะมีเหล่าแฮกเกอร์อัจฉริยะนำข้อมูลลับมาขายทอดตลาดมีทั้งความลับของคนมีชื่อเสียง ความลับทางด้านธุรกิจ หรือแม้แต่ความลับระดับประเทศอย่างเช่นแผนผังในเขตพื้นที่สีแดงเช่นนี้ กลับหาได้ไม่ยากเย็นเลย
เพื่อความปลอดภัยของตนเองและป้องกันชนักติดหลังแน่นอนว่าผมย่อมไม่ได้ติดต่อเกี่ยวข้องกับดาร์กไซด์เ่าั้โดยตรง แต่ซื้อขายผ่านเอเยนต์มืออาชีพอีกทอดหนึ่ง
อันที่จริงผมไม่เคยนึกนับถือพวกแฮกเกอร์ที่เที่ยวเจาะระบบรักษาความปลอดภัยหน่วยงานทั้งหลายมาก่อนเลยแต่ตอนนี้ต้องสำนึกบุญคุณพวกเขาขึ้นมาอย่างปฏิเสธไม่ได้
เพื่อไปหาเจทด้านในผมต้องเปิดโหมดเก็บเสียงเครื่องยนต์ ทำให้รถฮาร์เล่ส่งเสียงเล็ดลอดออกมาเท่ากับเสียงพัดลมตั้งพื้นแล้วผมก็หลบพ้นสายตาเวรยามรักษาการมาอย่างเฉียดฉิวอีกเช่นกัน
ผมลัดเลาะไปตามเส้นทางบ้างใช้ทางลัดตัดผ่านสวนหย่อมบ้าง เคลื่อนรถช้าบ้างเร็วบ้างไปตามพิกัดในแผนที่ไปพลางคอยสอดส่องรอบด้านไปพลาง อย่างระมัดระวัง จึงใช้เวลานานพอควรกว่าผมจะมาหยุดรถใกล้บริเวณที่เป็อาคารศูนย์ค้นคว้าวิจัยได้แต่หากจะเข้าไปภายในตัวอาคารคงต้องยุ่งยากนิดหน่อย เพราะทหารรปภ.หลายนายยืนเฝ้าประตูพร้อมอาวุธครบมือ และรอบๆอาคารก็เต็มไปด้วยกล้องวงจรปิด
ผมดับเครื่องแล้วเข็นรถไปซ่อนไว้ในพุ่มไม้ข้างผนังตึกอีกฝากการที่ผมบุกรุกเข้ามาถึงเซฟโซนของรัฐบาลโดยไม่ถูกตรวจจับจนป่านนี้ทำให้รู้สึกย่ามใจอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ผมลอบแฝงตัวไปกับพุ่มไม้เตี้ยหน้าอาคารยอบตัวลงใช้สายตาพยายามสำรวจสภาพแวดล้อมอย่างถี่ถ้วน ขณะที่กำลังคิดจะวัดดวง เสี่ยงใช้สายปกติโทรหาเจทแสร้งคุยสัพเพเหระ เพื่อให้เธอรู้ว่าผมมาแล้วและให้เจทปรากฏตัวออกมาเอง จะง่ายกว่าการที่ผมจะบุกเข้าไปถามหาคนจากเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์แล้วลอยนวลออกไปหน้าตาเฉย อย่างนั้นมันคงไม่ใช่ที่...
ถึงจะระวังตัวมากขนาดไหนแต่แล้ว สิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!
ขณะนี้ใครสักคนลอบเข้ามาฟาดฝ่ามือจากทางด้านหลังกว่าผมจะทันรู้ตัวก็หมดสิทธิ์ป้องกันเสียแล้ว
เสร็จกัน!!!
ประมาทเกินไปแล้วมัวแต่ลิงโลดกับการบุกทะลวงเข้าถ้ำเสืออย่างง่ายดาย มันจึงทำให้ผมพลาดแล้ว กลาโหมถือเป็กระทรวงสำคัญหากมีนักยุทธ์ที่เป็ยอดฝีมือแฝงตัวอยู่ก็ไม่แปลกหรอก ความหละหลวมเพียงเล็กน้อยทำให้ต้องเผชิญปัญหาฉุกเฉินอีกครั้งจึงได้แต่เกร็งกล้ามเนื้อรับการโจมตี
แต่ฝ่ามือนั้นกลับแ่เบาราวสะกิด
“ไมค์”พร้อมเสียงกระซิบสำเนียงคุ้นหู
โชคดีที่ยอดฝีมือคนนั้นหาใช่ใครอื่นแต่เป็เจทนั่นเอง ที่แท้เธอมาดักรอรับผมอยู่ก่อนแล้ว หากเป็ยอดฝีมือฝ่ายตรงข้ามละก็ปัญหาใหญ่ต้องตามมาอย่างไม่สิ้นสุด