แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองรำไรลอดผ่านรอยแยกของม่านกำมะหยี่ราคาแพง แต้มลงบนพื้นห้องนอนที่จัดแต่งอย่างประณีต ทว่าสำหรับ 'หนิงหลง' แสงสว่างนั้นกลับไม่ได้นำพาความอบอุ่นหรือความหวังใหม่มาให้เหมือนอย่างที่เคยเป็ ในมโนสำนึกของเธอมีเพียงเสียงเดินของเข็มนาฬิกาที่ดังก้องอยู่ในหัว ประหนึ่งนาฬิกาทรายล่องหนที่ทรายเม็ดสุดท้ายกำลังจะร่วงหล่น
เหลือเวลาอีกเพียง 5 วัน ห้าวันก่อนที่ความศิวิไลซ์จะพังทลาย ห้าวันก่อนที่เสียงหัวเราะของผู้คนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงกรีดร้องสยองขวัญ และโลกใบนี้จะแปรสภาพเป็นรกบนดินที่เต็มไปด้วยซากศพเดินได้ หนิงหลงสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิด เธอสลัดความง่วงงุนและคราบน้ำตาที่อาจจะเคยมีในอดีตทิ้งไป ความอ่อนแอคือหรูหราที่เธอไม่อาจจ่ายได้ในตอนนี้ หญิงสาวก้าวเท้าลงจากเตียงด้วยท่าทางมุ่งมั่น แววตาที่เคยสดใสเยี่ยงคุณหนูในคฤหาสน์บัดนี้กลับคมปราบและเย็นเยียบ
วันนี้คือนัดหมายสำคัญ นัดที่จะพิสูจน์ว่าความรู้ที่เธอตักตวงมาจากมิติลึกลับนั้นจะใช้งานได้จริงหรือไม่ และมันจะเป็ตัวตัดสินว่าในห่วงโซ่อาหารใหม่ที่กำลังจะมาถึง เธอจะเป็ 'ผู้ล่า' ที่อยู่รอด หรือเป็เพียง 'เหยื่อ' ที่รอวันถูกขย้ำ
เป้าหมายของหนิงหลงในเช้านี้คือการเผชิญหน้ากับ 'เฟยหลง' ชายหนุ่มผู้มีร่างกายกำยำราวกับสลักเสลามาจากศิลาแกร่ง หากจะนิยามตัวเขาคือ "อาวุธมีชีวิต" ที่ทรงพลานุภาพที่สุดคนหนึ่ง ความหล่อเหลาคมเข้มของเขาเป็เพียงเปลือกนอก เพราะเนื้อในของเขาคือศาสตร์แห่งการทำลายล้างที่ผ่านการเจียระไนมาอย่างดี
ทั้งมวยไทยที่หนักหน่วง เทควันโดที่รวดเร็ว และยูโดสายดำที่พร้อมจะทุ่มคู่ต่อสู้ให้จมดิน ดีกรีแชมป์มหาวิทยาลัยของเขาไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากสัญชาตญาณดิบที่ฝังรากลึก
และเฟยหลงคือจุดสูงสุดของอนาคตที่เต็มไปด้วยซอมบี้ เพราะชายหนุ่มเป็ผู้ที่เก่งกาจที่สุดในนิมิตที่เธอได้เห็นจากอนาคตของสร้อยแห่งดวงดาว
อีกทั้งหนิงหลงยังจำได้ดี ในวัยเยาว์เธอคือคนที่คอยเช็ดเืทำแผลให้เด็กชายจอมเกเรคนนี้อยู่เสมอ นิสัยชอบชกต่อยของเขาเคยทำให้เธอระอาใจ ทว่าในยามนี้ เมื่อมองผ่านเลนส์ของอนาคตอันโหดร้าย ความดิบเถื่อนเ่าั้กลับกลายเป็ทักษะที่ล้ำค่าที่สุดที่เธอโหยหา
สนามฝึกซ้อม: พื้นที่เดิมพันด้วยชีวิต
ภายในโรงยิมส่วนตัวที่กินพื้นที่กว่า 200 ตารางเมตร กลิ่นสะอาดของพื้นยางและกลิ่นอายจางๆ ของหยาดเหงื่ออบอวลอยู่ในอากาศ อุปกรณ์ออกกำลังกายทันสมัยตั้งเรียงรายดูน่าเกรงขาม เฟยหลงยืนสงบนิ่งอยู่กลางเวทีมวยม่านกล้ามเนื้อใต้เสื้อกีฬาเนื้อบางขยับไหวตามจังหวะหายใจที่สม่ำเสมอ
เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างบางของหนิงหลงเดินเข้ามา แววตาของเธอในวันนี้แตกต่างจากทุกวันที่เขาเคยรู้จัก มันไม่ใช่สายตาของหญิงสาวที่มาออกกำลังกายเพื่อรักษาทรวดทรง แต่เป็สายตาของนักรบที่กำลังประเมินศัตรู
"หนิงหลง... คุณเอาจริงเหรอครับที่จะฝึกมวยกับผม?" เสียงทุ้มต่ำของเฟยหลงเอ่ยถามด้วยความฉงน ใจหนึ่งเขาก็เอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวตัวเล็กๆ ทั้งที่ในความเป็จริงเธออายุมากกว่าเขาถึง 11 เดือน แต่อีกใจหนึ่งเขากลับััได้ถึงรังสีคุกคามบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ
"จริงสิคะ" หนิงหลงตอบสั้นๆ น้ำหนักของคำพูดนั้นหนักแน่นจนเฟยหลงรู้สึกได้ถึงความกดอากาศที่เปลี่ยนไป
ความมั่นใจของหนิงหลงไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มันถูกหล่อเลี้ยงด้วยความรู้มหาศาลจากหนังสือ "วิถีหมัด" ที่เธอศึกษาในมิติจดจ่อ ทุกตัวอักษร ทุกภาพจำลองการจัดระเบียบร่างกาย และการโจมตีจุดตายถูกบันทึกไว้ในระดับเซลล์ประสาท เธอรู้ทฤษฎีจนขึ้นใจ แต่ความกังขาในใจยังคงอยู่... ตำราจากมิติลึกลับจะสู้กับประสบการณ์จริงของแชมป์มวยได้หรือไม่? เธอต้องรู้ให้แน่ชัด ก่อนที่ศัตรูของเธอจะไม่ใช่คน แต่เป็สัตว์ร้ายที่ไร้ความรู้สึก
"ก็ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นก็... ระวังตัวด้วยนะ" เฟยหลงกล่าวพลางหยิบนวมสีแดงสวมให้เธออย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่ามือคู่นี้จะบุบสลาย แต่ทันทีที่เขาสวมนวมสีดำของตนเองและก้าวขึ้นสู่สังเวียน บรรยากาศก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงกว้าง มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันเป็จังหวะแห่งการต่อสู้
ปะทะ: เมื่อตำรากลายเป็สัญชาตญาณ
"ลองอุ่นเครื่อง ดูกำลังหมัดก่อนนะครับ" เฟยหลงเสนอพลางตั้งการ์ดอย่างผ่อนคลาย เขาตั้งใจจะรับหมัดของเธอเบาๆ เพื่อประเมิน
หนิงหลงเริ่มขยับฟุตเวิร์ก ทันทีที่เท้าััพื้นยาง เธอรู้สึกถึงความมหัศจรรย์ ร่างกายของเธอเบาหวิวราวกับขนนกแต่กลับมั่นคงดั่งขุนเขา เืในกายสูบฉีดพล่าน เมื่อเหงื่อเริ่มซึมตามไรผม สัญชาตญาณบางอย่างก็ตื่นขึ้น
"โอเค เริ่มเลยนะครับ เข้ามาได้เลย!"
สิ้นคำท้า หนิงหลงพุ่งตัวเข้าหาราวกับลูกศรที่หลุดจากคันศร! หมัดซ้ายแย็บนำตามด้วยขวาตรงที่รวดเร็ว แต่เฟยหลงยังคงเป็เฟยหลง เขาโยกตัวหลบได้อย่างพริ้วไหว หมัดของเธอผ่านหน้าเขาไปเพียงมิลลิเมตร
‘ยังไม่พอ...’ เสียงในใจของเธอกรีดร้อง ‘ถ้าเป็ซอมบี้ ฉันคงถูกกัดไปแล้ว!’
ภาพนิมิตจากอนาคตแล่นเข้ามาเป็ฉากๆ ภาพที่เธอต้องวิ่งหนีอย่างขี้ขลาด ภาพที่คุณพ่อต้องตกอยู่ในอันตรายเพราะความอ่อนแอของเธอ ความกลัวและความโกรธแค้นต่อโชคชะตาหลอมรวมกันเป็เปลวเพลิงในอก เธอจะไม่ยอมเป็ "ยัยคุณหนูหนิงหลง" คนเดิมที่ทำได้เพียงรอรับการปกป้อง เธอจะเป็คนที่ปกป้องพ่อ และปกป้องชายที่อยู่ตรงหน้าเธอคนนี้ให้ได้!
ปึ๊ก!
เธอเหวี่ยงหมัดใส่ไหล่เขา เฟยหลงหลบได้อีกครั้ง แต่คราวนี้หนิงหลงไม่หยุด เธอรุกคืบด้วยชุดหมัด 1-2-3 ที่ต่อเนื่องและรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้น ท่วงท่าจากหนังสือ "วิถีหมัด" ก็ผุดขึ้นมาในมโนภาพ ร่างกายของเธอขยับไปเองอย่างลื่นไหลโดยไม่ต้องผ่านการสั่งการจากสมอง
พลั่ก!!!
หมัดขวาตรงพุ่งทะลุการ์ดของเฟยหลงที่เปิดช่องว่างเพียงเสี้ยววินาที เข้ากระแทกที่หัวไหล่หนาของเขาอย่างจัง แรงปะทะนั้นมหาศาลเกินกว่าที่ร่างกายบอบบางควรจะมี ชายหนุ่มร่างั์ถึงกับผงะ ถอยกรูดไปสองก้าวเต็มๆ ด้วยความตกตะลึง
เฟยหลงเบิกตากว้าง เขาแสร้งสะบัดไหล่เพื่อกลบเกลื่อนความเ็ปที่ซึมลึก "หมัดหนิงหลง... หนักมากนะครับเนี่ย! ไปเอาแรงมาจากไหนกัน?"
"ก็บอกแล้วไงคะว่าพี่เก่ง!" หนิงหลงฉีกยิ้มมุมปาก เป็ยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจที่พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด
การต่อสู้ที่แท้จริง: ขีดจำกัดที่ถูกทำลาย
"งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะ!" เฟยหลงเริ่มเปลี่ยนทัศนคติ เขาตระหนักแล้วว่าตรงหน้าเขาไม่ใช่เด็กสาวที่มาเล่นสนุก แต่คือนักสู้ที่ต้องรับมืออย่างจริงจัง
ปึ๊ก! ปึ๊ก! ปึ๊ก!
เสียงนวมกระทบเนื้อหนักๆ ดังสะท้อนไปทั่วโรงยิม ทั้งสองผลัดกันรุกและรับอย่างดุเดือด หนิงหลงอาศัยรูปร่างที่เล็กกว่ามุดเข้าวงใน เธอใช้ความเร็วที่ดูจะเหนือธรรมชาติเข้าโจมตีจุดอ่อนตามตำรา ทุกหมัดที่เธอปล่อยออกไปนั้นใส่พลังเต็มร้อย เพราะเธอรู้ดีว่าคนระดับแชมป์อย่างเฟยหลง หากเธอออมมือแม้เพียงนิด เธอจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะััชายเสื้อของเขา
ในขณะที่เฟยหลง แม้จะพยายามคุมแรงไว้ที่ 60% เพื่อไม่ให้เธอได้รับาเ็สาหัส แต่เขากลับพบว่าตัวเองต้องเริ่มหอบหายใจ หมัดสวนกลับของเขาที่แม้จะลดความรุนแรงลงแล้ว แต่เมื่อปะทะกับร่างกายของหนิงหลง มันก็ทำเอาเธอจุกจนหน้ามืดไปหลายครา ทว่าหญิงสาวกลับไม่ยอมแพ้ เธอใช้ความเ็ปเป็เครื่องเตือนใจถึงโลกอันโหดร้ายที่กำลังจะมาถึง
"พอก่อนค่ะ... แฮ่ก... พี่เหนื่อยแล้ว"
หลังจากผ่านไปเกือบชั่วโมง หนิงหลงทิ้งตัวลงพิงเชือกกั้นสังเวียน หอบหายใจอย่างหนักจนอกกระเพื่อม เหงื่อไหลโซมกายจนเสื้อผ้าเปียกชุ่ม เธอรู้ดีว่าเฟยหลงยังไม่ได้ใช้กำลังทั้งหมด แต่การที่เธอสามารถยืนระยะและสร้างรอยช้ำให้กับ "ปีศาจแห่งวงการต่อสู้" ได้ขนาดนี้ มันคือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุด
"ครับ... วันนี้พอแค่นี้ก่อน" เฟยหลงลดการ์ดลง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอึ้งที่ปิดไม่มิด "หนิงหลงไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะครับ"
ความลับภายใต้ความเงียบ
หนิงหลงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากโรงยิมด้วยท่าทางที่ดูเหมือนหมดแรง ทว่าทันทีที่พ้นสายตาของเฟยหลง มุมปากของเธอกลับยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ พลังจากมิติลึกลับและตำราเล่มนั้นคือของจริง! เธอไม่ได้เพียงแค่มีกำลังมากขึ้น แต่ประสาทััและการตอบสนองของเธอนั้นอยู่ในระดับที่เหนืุ์ทั่วไปไปแล้ว
ทิ้งให้เฟยหลงยืนนิ่งอยู่บนสังเวียนเพียงลำพัง เขาก้มมองมือตัวเองที่ยังคงสั่นสะท้านจากการรับแรงปะทะหมัดสุดท้ายของหนิงหลง ความสับสนก่อตัวขึ้นในใจราวกับพายุ
‘ทำไมหนิงหลงถึงแรงเยอะขนาดนี้?’ เขาตั้งคำถามกับตัวเองในความเงียบ ‘ทั้งความเร็ว จังหวะการเข้าทำ และการดักทาง... มันไม่ใช่คนหัดใหม่ แต่มันคือระดับมืออาชีพที่ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน ท่าทางพวกนั้นเธอไปแอบฝึกมาจากไหน? และที่สำคัญ... แววตาที่เหมือนมองเห็นความตายอยู่เบื้องหน้านั่นมันคืออะไรกันแน่?’
เขาััได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่อธิบายไม่ได้ เฟยหลงรู้เพียงว่า หากหนิงหลงเอาจริงและมีประสบการณ์ในสนามจริงมากกว่านี้ แม้แต่คนอย่างเขาก็อาจจะต้านทานเธอไว้ไม่อยู่
…………………………