ตอนที่ 13
เอเลียสจำได้ว่า เชอร์ริชจูงมือเขาเดินไปตามทางเท้าจนถึงหน้าโรงอาหารหลักซึ่งยังเปิดทำการอยู่ จากนั้นคนน่ารักก็หันมาปลอบใจเขาด้วยสายตาอันห่วงใย แล้วเอ่ยกับเขาอีกสองสามคำ แล้วจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรบอกพ่อว่า ตอนนี้รออยู่ที่หน้าโรงอาหาร
เมื่อเอเลียสพบคุณเฮอร์บิลตัน ชายหนุ่มก็รีบยิ้มหวานทักทายอย่างนอบน้อมทันที ขณะที่เชอร์ริชจูงมือเขาขึ้นรถแล้วบอกพ่อว่า ่นี้เอเลียสจะอยู่ด้วย
คุณเฮอร์บิลตันมุ่นคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็หันมามองเขาหนึ่งที แล้วจึงยอมตอบตกลงอย่างง่ายดาย
ยี่สิบนาทีหลังจากนั้น
เอเลียสก็มานั่งอยู่บนเตียงขนาดกลางภายในห้องนอนสีเหลืองพาสเทลที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของคนน่ารัก ขณะที่เ้าของห้องกำลังหยิบชุดนอนออกจากตู้เสื้อผ้า
“ขอบใจนะเชอร์ริช” เอเลียสที่สอดส่องสายตาดูห้องขนาดกลางจนครบทุกซอกทุกมุม เขาเลื่อนสายตาไปหยุดอยู่บนแผ่นหลังของคนน่ารักที่กำลังค้นเสื้อผ้าอยู่ในตู้พลางเอ่ยเสียงนุ่มด้วยดวงตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขใจ
ชายหนุ่มประทับใจในสิ่งที่เชอร์ริชทำเพื่อเขามากเหลือเกิน ไม่ว่าเื่ที่กลับมาอยู่เคียงข้างกัน หรือการพาเขาออกมาจากวงจรเดิมๆ ที่น่าหน่ายด้วยความกล้าหาญแบบเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว
อันที่จริงแล้ว เอเลียสไม่อยากมีปัญหากับแม่ แต่ค่ำวันนี้เขาจำต้องอยู่เคียงข้างเชอร์ริช
…เขาไม่อาจปล่อยให้โอกาสนี้หลุดไปอยู่ในมือของผู้ชายคนอื่นได้
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ต่อไปก็คิดซะว่า ห้องฉันคือของนายนะ” เชอร์ริชหันกลับมาสบตากันแล้วเอ่ยด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มอันจริงใจ ขณะที่ในมือของเขามีชุดนอนเนื้อนุ่มสองชุด ซึ่งหนึ่งในนั้นชายหนุ่มเตรียมเอาไว้ให้เอเลียสใส่นอน
“อืม” เอเลียสรับชุดนอนลายน้องกระต่ายสีครีมลายตารางมาวางไว้บนตักเขาพยักหน้าขานรับด้วยรอยยิ้มละมุน ขณะที่ดวงตาคู่งามเต็มไปด้วยประกายของความซึ้งใจ
“เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อนนะ ผมแข็งชะมัด!” เชอร์ริชพยักหน้าด้วยความโล่งใจเมื่อเห็นว่า เอเลียสไม่ได้เศร้าเท่าไหร่ ชายหนุ่มได้แต่ยกมือขยี้ผมที่โซฟี่ฉีดสเปรย์ให้จนแข็งโป๊ก แล้วก้าวเท้าเข้าห้องน้ำไป
ถึงจะดูเหมือนว่า เอเลียสซึมอยู่หน่อยๆ ก็เถอะ ไว้ได้กินอะไรอร่อยๆ ก็คงจะดีขึ้นมั้ง เชอร์ริชคิดไปพลางเริ่มสางผมที่เกาะตัวแน่นอยู่ที่หน้ากระจกตรงอ้างล่างหน้าไปด้วย
…
เมื่อสองหนุ่มอาบน้ำเสร็จแล้ว ชายวัยกลางคนผู้มีเส้นผมสีบลอนด์เข้มเ้าของใบหน้าอันยิ้มแย้ม ผู้มีนามว่า อาเธอร์ ซึ่งเป็พ่อของเชอร์ริชก็มาเคาะประตูเรียกทั้งสองให้ลงไปกินมื้อค่ำก่อนนอน
ด้วยเหตุนี้เองเอเลียสจึงมานั่งกินปลาหมึกผัดสมุนไพรข้างๆ กับเชอร์ริชในครัวโดยมีพ่อแม่ของเชอร์ริชนั่งดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ ดูพวกเขากินมื้อดึก
“แม่ได้ยินจากพ่อเขาว่า ลูกอยากให้เอเลียสอยู่บ้านเราชั่วคราวเหรอ?” เคธเอ่ยถามลูกชายยิ้มๆ จากนั้นก็ยกแก้วชาอุ่นขึ้นมาจิบ
“ได้ไหมอ่ะครับแม่?” เชอร์ริชทำตาแป๋วมองผู้เป็แม่ที่นั่งอยู่ตรงข้ามพวกเขาพลางเอ่ยถามเสียงอ้อนไปด้วย พาให้ผู้เป็พ่อหัวเราะคิกออกมาอย่างอารมณ์ดี
“เฮ้อ แม่จะปฏิเสธลูกยังไงล่ะจ๊ะ” เคธวางมือลงบนตักของสามีพลางขานรับลูกชายเสียงนุ่มไปด้วย ดวงตาสีเขียวคู่สวยของเธอเคลื่อนไปมองชายหนุ่มผู้งดงามที่กำลังนั่งลุ้นอยู่ข้างกับลูกชายจนตัวสั่นด้วยความเอ็นดู
“คิดซะว่าเป็บ้านของตัวเองนะเอเลียส”
เมื่อภรรยาตกปากรับคำลูกชายแล้ว อาเธอร์จึงเอ่ยกับเด็กหนุ่มยิ้มๆ ตามประสาคุณพ่อจอมสปอยด์พลางตักกุ้งอบให้สองหนุ่มไปด้วย
“ไม่ต้องเกรงใจนะ ถ้ามีปัญหาอะไรก็บอกเราได้นะจ๊ะ” เคธเอ่ยสำทับสามีด้วยสุ้มเสียงที่เป็กันเอง ขณะที่ใบหน้าของเธอประดับไปด้วยรอยยิ้มใจดีตามประสาคนที่เป็มิตรกับเด็กหนุ่มตัวเล็กๆ เหมือนกับลูกชาย
“ขอบคุณครับ” เอเลียสได้แต่เอ่ยขอบคุณพ่อแม่ของเชอร์ริชด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายของความซาบซึ้งใจ เช่นกับสุ้มเสียงที่เต็มไปด้วยความเกรงอกเกรงใจ
“แค่นี้เอง ไม่เป็ไรจ๊ะ ไว้ที่บ้านลงตัวเมื่อไหร่ก็ค่อยกลับนะจ๊ะ” ท่าทางอ่อนน้อมของชายหนุ่มเ้าของใบหน้างดงาม ผู้มีรัศมีอันบริสุทธิ์ไร้เดียงสาทำให้เคธอดที่จะขานรับด้วยรอยยิ้มโดยไม่วายที่จะเอ่ยสำทับอย่างเข้าอกเข้าใจไม่ได้
การที่เคธเอ่ยไปแบบนั้นย่อมเป็เพราะเธอประเมินจากสถานการณ์ของชายหนุ่มอย่างคร่าวๆ
หลังจากนั้นอาเธอร์ที่รู้ว่า สองหนุ่มมีเรียนใน่เช้าของวันพรุ่งนี้ก็เร่งให้หนุ่มๆ กินมื้อดึกให้เสร็จ โดยมีเคธนั่งเท้าคางมองพวกเขากินมื้อเย็นฝีมือเธอด้วยความอิ่มใจราวกับกำลังมองสองพี่น้องที่เร่งกินมื้อค่ำกันโดยมีผู้เป็สามีกำกับอย่างไรอย่างนั้น
ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นภายในห้องครัวสีเบจของบ้านเฮอร์บิลตัลในเช้าวันถัดมา
เอเลียสในชุดเสื้อฮู้ดสีส้มพาสเทลกับกางเกงวอร์มสีนมนั่งมองคนน่ารักที่เดินถือจานแพนเค้กขนาดใหญ่จากเคาน์เตอร์มาวางลงบนโต๊ะสนสีอ่อนเบื้องหน้าด้วยความเอ็นดู
ขณะที่พ่อแม่ของอีกฝ่ายกำชับลูกชายสองสามคำ จากนั้นก็ออกเดินทางไปประชุมเื่การค้าสำคัญที่ต่างเมืองกันั้แ่เช้าตรู่
เอเลียสที่เมื่อคืนนอนมองคนน่ารักหลับปุ๋ยอยู่ข้างกันอย่างมีความสุขหลุบตาลงมองแพนเค้กสีน้ำตาลอ่อนที่ราดด้วยน้ำผึ้งและแยมมิกซ์เบอร์รี่จนฉ่ำด้วยสายตาอันนุ่มนวล กลุ่มขนตาอันเงางามเคลื่อนลงมาบดบังประกายอันเต็มไปด้วยความสุขใจ
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบส้อมมาตัดเนื้อแป้งสีน้ำตาลอ่อนอันเนียนนุ่ม แล้วจิ้มแพนเค้กชุ่มน้ำผึ้งผสมกับแยมสีแดงก่ำนั้นเข้าปาก
“เป็ไงอ่ะ?”
เชอร์ริชที่นั่งลุ้นอยู่ตรงข้ามกันเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น ขณะที่ดวงตามองอีกฝ่ายด้วยประกายของความคาดหวัง
“อร่อยมาก” เอเลียสกลืนแพนเค้กรสหวานจี๊ดลงคอ จากนั้นจึงคลี่ยิ้มเอ่ยชมคนน่ารักด้วยสุ้มเสียงอันไพเราะ
“โล่งไป ฉันนึกว่า มันจะหวานไปซะอีก” เชอร์ริชเอ่ยเสียงใส เขายิ้มกว้างด้วยความโล่งใจ จากนั้นก็เดินไปหยิบจานแพนเค้กของตัวเองที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์มานั่งกินตรงข้ามกับเอเลียส
“อร่อยดี ฉันชอบนะ” ถึงจะหวานไปหน่อย แต่การที่เชอร์ริชอุตส่าห์ลุกมาทำมื้อเช้าให้กินแบบนี้ก็ทำให้เอเลียสสุขใจมากเกินพอแล้ว ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงเอ่ยยิ้มๆ
“ไว้วันหลังจะทำให้กินอีก” เมื่อเห็นว่าคนงามชอบแพนเค้กที่เขาทำขนาดนี้ เชอร์ริชจึงเอ่ยอย่างเบิกบาน โดยไม่วายจิ้มแอปเปิลราดคาราเมลบนจานของตัวเองไปให้อีกฝ่ายเป็รางวัลด้วยหนึ่งชิ้น จากนั้นชายหนุ่มจึงก้มลงกินแพนเค้กของตัวเองอย่างอารมณ์ดี
เอเลียสมองคนน่ารักที่นั่งอยู่ตรงข้างกันด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายของความอบอุ่น จากนั้นจึงจิ้มแอปเปิลราดคาราเมลฉ่ำๆ ที่อีกฝ่ายนำมาไว้บนจานขึ้นมากิน เขาเคี้ยวแอปเปิลอันหวานล้ำที่ชุ่มฉ่ำในปากด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายของความสุขใจ
เมื่อกินมื้อเช้ากันเสร็จแล้วสองหนุ่มจึงเดินผ่านสวนดอกไม้หน้าบ้าน จากนั้นเชอร์ริชก็ล็อกประตูรั้ว แล้วจึงพาเอเลียสเดินไปตามทางเท้าในย่านดาวน์ทาวน์ที่สองข้างทางมีหนุ่มสาวหันมาทักทายเชอร์ริชอย่างประปรายเหมือนกับทุกวัน
ทั้งสองเดินมาถึงป้ายรถเมล์ที่อยู่ใต้ต้นเมเปิ้ล ทว่าก่อนที่จะก้าวเท้าไปเข้าแถวรอรถเมล์นั้น เชอร์ริชพลันกระตุกแขนเสื้อของคนงามที่ยืนอยู่ข้างกันไปที่ร้านขายเครื่องดื่มเ้าดังที่อยู่ด้านหลังป้ายรถเมล์เสียก่อน
“กินอะไรดีอ่ะ?”
เชอร์ริชพาเอเลียสมาหยุดอยู่ที่จุดสั่งเครื่องดื่มหน้าร้าน แล้วหันมาเอ่ยถามคนงามที่ยืนอยู่ข้างกันตาแป๋ว
“เอาแบบนายแล้วกัน” เอเลียสมองเมนูเครื่องดื่มละลานตาที่แสดงอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์แล้วหันมาเอ่ยกับคนน่ารักด้วยรอยยิ้มบางๆ
“งืมๆ งั้นชาเขียวลาเต้เย็นสองแก้วครับ” เชอร์ริชผงกหัวรับอย่างเคยชิน เขาเลื่อนสายตาไปมองเมนูเครื่องดื่มครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันไปสั่งเครื่องดื่มกับคุณป้าเ้าของร้านเสียงใส
“ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ แต่เช้าเลยนะเรา” หญิงวัยกลางคน ผมสีน้ำตาลอ่อน ผู้มีหน้าตาอ่อนโยนเอ่ยแซวลูกค้าประจำยิ้มๆ พลางหันไปทำเครื่องดื่มไปด้วย
“แล้วนี่ คือเพื่อนคนที่ชอบซื้อไปเผื่อเหรอ?” เธอเงยหน้าขึ้นไปมองเด็กหนุ่มหน้าตางดงามซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ลูกค้าประจำผู้น่ารักที่พักหลังมานี้มักจะซื้อเครื่องดื่มเพิ่มอีกหนึ่งแก้วอยู่เสมอด้วยสุ้มเสียงอันเป็มิตร ขณะที่สองมือของเธอก็กำลังสาละวนทำเครื่องดื่มให้ทั้งสองไปด้วยอย่างมืออาชีพ
“ครับ เป็ไงเพื่อนผมหน้าตาดีไหม?”
เชอร์ริชขานรับอย่างเบิกบานพลางโอบไหล่คนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างกัน เขาออกแรงโยกร่างอีกฝ่ายเบาๆ อย่างขี้เล่นพลางเอ่ยถามเสียงใสไปด้วย
“สวยมากเลยล่ะ ยืนคู่กันแบบนี้ตะมุตะมิมากเลย” เ้าของร้านเอ่ยชมทั้งสองอย่างตรงไปตรงมาตามนิสัยของเธอ
การได้เห็นชายหนุ่มร่างเล็กสองคนยืนอยู่ข้างกัน คนหนึ่งน่ารัก อีกคนก็สวยจนต้องเหลียวหลัง มันช่างเป็ภาพอันกลมกลืนที่สุดแสนจะโดดเด่น พาให้ผู้คนยากจะถอนสายตาไปจากพวกเขา
“เขินๆ ยังไม่รู้แฮะ ว่าแต่เราสั่งโกโก้ร้อนไปเผื่อสองคนนั้นไหมเอเลียส” เชอร์ริชยู่ปากเอ่ยอย่างน่ารัก จากนั้นจึงหันมากะพริบตาเอ่ยถามเอเลียส
อันที่จริงเชอร์ริชอยากจะซื้อเครื่องดื่มไปฝากโซฟี่กับไมกี้มาตลอด แต่มันติดตรงที่ว่า การถือเครื่องดื่มสี่แก้วคนเดียวขึ้นรถเมล์ทุกเช้ามันออกจะลำบากไปหน่อย
“ก็ดีเหมือนกัน” เอเลียสเอ่ยตอบยิ้มๆ ด้วยสุ้มเสียงอันนุ่มละมุน ขณะที่ในดวงตาสีดำคู่งามเต็มไปด้วยประกายของความเต็มใจอันสุดแสนจะมีไมตรีเป็ที่สุด
…เขาไม่ติดใจหรอก เพราะตอนนี้เขาคือคนที่สั่งเครื่องดื่มอยู่ข้างๆ เชอร์ริช