ตอนที่ 9
เช้าวันถัดมา
“งือ...สตีฟไปทัศนศึกษาด้วยกันเถอะนะ” ซาร่าพูดกับสตีฟด้วยน้ำเสียงงอแง
“โธ่ที่รักได้ที่ไหนกันล่ะ ผมไม่ใช่นักเรียนนะ แถมไม่ได้เป็นอาจารย์ด้วย เอาน่าสองเดือนเอง อดทนไว้นะคนเก่ง” สตีฟยกมือขึ้นลูบหัวเธอ
“ถ้าสตีฟไม่ได้ไปด้วยมีหวังไม่ได้กินอะข้าวแน่ๆเลย” ซาร่าพูด
“คุณนี่ก็เวอร์ไป” สตีฟยิ้มออกมา
“ก็จริงๆนี่ไม่รู้ว่าจะกินอาหารที่ไม่อร่อยเท่าของสตีฟทำได้หรือเปล่า” ซาร่าพูด
“จ้าๆ รีบไปเถอะ รถออกเก้าโมงไม่ใช่เหรอนี่ก็จะแปดโมงแล้วนะ” สตีฟพูดพลางมองดูนาฬิกา
“อือ...ว่าแต่อยู่คนเดียวสตีฟไม่เหงานะ” ซาร่าถาม
“ไม่หรอกผมก็คงนอนอยู่บ้าน คอยทำความสะอาดไปนั่นแหละ จะไปไหนได้ล่ะจริงมั้ย” สตีฟโกหกออกไปเขานั้นวางแผนช่วงที่ซาร่าไม่อยู่เอาไว้หมดแล้วว่าจะทำอะไร
“อืม...ถ้าอย่างนั้นไปละนะ อีกสองเดือนเจอกันสตีฟ” ซาร่าพูดก่อนจะลากกระเป๋าใบใหญ่เดินไปที่ระเบียงและเหาะออกไปทันที
“เฮ้อ !!! โทษทีนะซาร่าผมไม่อยากให้คุณมากังวลกับหนี้ก้อนนี้” สตีฟถอนหายใจออกมาพลางมองซาร่าที่ค่อยๆเหาะไกลออก
“เอาล่ะเราก็ไปที่สมาคมดีกว่า ต้องเช่าห้องฝึกเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับออกไปสู้กับสัตว์กลายพันธ์สินะ” สตีฟพูด
“อ๊ะลืมไปเลยต้องมีเครื่องแบบด้วยนี่นา จะว่าไปจะใส่อะไรดีล่ะ” สตีฟนึกขึ้นได้ก่อนจะมองไปเห็นผ้ากันเปื้อนสีฟ้าลายกระต่ายที่ตัดเย็บเองแขวนเอาไว้ ข้างๆกันมีถุงผ้าสำหรับใส่ของต่างๆวางเอาไว้อยู่ด้วย
“จริงสิเราได้ฉายาคุณพ่อบ้านนี่นา ใส่ผ้ากันเปื้อนเป็นเครื่องแบบก็เหมาะดีนี่แถมเอาไว้กันชุดเราเลอะด้วย” สตีฟพูดออกมาก่อนจะหยิบมันมาใส่และหยิบถุงผ้าขึ้นมาเผื่อต้องใส่ของใช้อะไรก่อนจะใส่รองเท้าแตะคู่เก่งและเดินออกจากห้องมุ่งหน้าไปที่สมาคมฮีโร่ทันที
สมาคมฮีโร่
เมื่อสตีฟมาถึงสมาคมฮีโร่ก็เดินเข้าไปทันทีครั้งนี้นั้นเขาไม่รู้สึกว่าตัวเองใส่ชุดมาผิดสถานที่อีกแล้วเพราะรอบๆตัวมีแต่คนแต่งชุดแปลกๆประหลาดๆเต็มไปหมด
“พวกที่แต่งชุดแบบนี้ ถ้าเป็นแต่ก่อนรู้สึกจะเรียกว่าพวกโอตาคุ หรือพวกคอสเพลย์สินะ” สตีฟพูดออกมาก่อนจะเดินตรงไปที่ประชาสัมพันธ์อีกครั้ง
“อ้าวคุณสตีฟ..ไม่สิคุณพ่อบ้าน ยินดีต้อนรับสู่สมาคมฮีโร่ค่ะ ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรรึเปล่าคะ” เจ้าหน้าที่คนเมื่อวานเมื่อเห็นสตีฟก็จำได้ทันที
“สวัสดีครับ พอดีผมจะมาเช่าห้องฝึกซ้อมน่ะครับ” สตีฟพูด
“ค่ะเชิญที่ชั้นสองได้เลยค่ะว่าแต่นี่คือเครื่องแบบคุณพ่อบ้านเหรอคะ นึกว่าจะเป็นชุดแบบใส่สูทผูกหูกระต่ายซะอีก” เธอพูดก่อนจะชี้ไปที่ลิฟท์ตัวเดิม
“ฮ่ะๆ ผมเป็นพ่อบ้านจริงๆครับ แต่ไม่ใช่พ่อบ้านแบบที่คุณเข้าใจครับ แบบว่าผมเป็นพ่อบ้านพ่อเรือนน่ะครับ” สตีฟหัวเราะออกมาเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนเห็นอาชีพเขาแล้วเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพ่อบ้าน แบบที่คอยดูแลรับใช้เจ้านาย
“อ๋อเป็นพ่อบ้านแบบคุณสามีนี่เอง” เธอพยักหน้าเข้าใจ
“ใช่ครับ” สตีฟยิ้มออกมาก่อนจะขอตัวก่อนจะเดินไปขึ้นลิฟท์เพื่อขึ้นไปชั้นที่สอง
ติ๊ง !! เสียงลิฟท์ถูกเปิดออกก่อนสตีฟจะเห็นเคาน์เตอร์ตั้งอยู่ตรงหน้าเขาเดินเข้าไปทันที
“สวัสดีครับ” สตีฟเอ่ยกับเจ้าหน้าที่ ที่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่
“อ๊ะ สวัสดีครับคุณพ่อบ้าน” พนักงานเมื่อรู้สึกตัวว่ามีคนมาเขาก็เงยหน้าขึ้นก่อนจะตรวจสอบทันที
“คือผมจะมาขอใช้งานห้องฝึกซ้อมหน่อยน่ะครับ” สตีฟพูด
“ห้องฝึกซ้อมสินะครับ เคยใช้มาก่อนหรือเปล่าครับ” พนักงานถาม
“ไม่เลยครับ” สตีฟส่ายหน้า
“ถ้าอย่างนั้นขออธิบายเกี่ยวกับห้องฝึกซ้อมนะครับ” พนักงานพูดกับสตีฟ
“ครับ” สตีฟพยักหน้า
“ห้องฝึกซ้อมของสมาคมฮีโร่นั้นมีไว้เพื่อใช้ฝึกร่างกายของฮีโร่ให้แข็งแกร่งขึ้นซึ่งด้านในมีอุปกรณ์ต่างๆสำหรับออกกำลังกายไว้มากมาย อีกทั้งยังมีระบบซิมูเลเตอร์ให้ใช้งานสำหรับฝึกต่อสู้จริงอีกด้วย ห้องฝึกซ้อมของเรานั้นถูกออกแบบและสร้างมาอย่างดีให้รองรับแรงกระแทกทุกรูปแบบพลังที่เหล่าฮีโร่มี ซึ่งห้องของเรานั้นสามารถทนแรงระเบิดระดับมิสไซล์ได้สบายๆ อีกทั้งด้านในยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้องอาบน้ำ ห้องนอน ห้องนวดผ่อนคลาย หรือถ้าหิวก็สามารถสั่งอาหารกินได้เลยซึ่งสิ่งที่ว่ามาทั้งหมดนั้นรวมอยู่ในราคาค่าเช่าห้องแล้วครับ” พนักงานพูดอธิบายให้สตีฟฟัง
“ยอดไปเลยนะครับ แล้วค่าเช่านี่ราคาเท่าไหร่เหรอครับ” สตีฟถาม
“ครับถือว่าถูกมากเลยครับ ค่าเช่าห้องฝึกซ้อมต่อหนึ่งวันนั้นราคาอยู่ที่ หนึ่งพันห้าร้อยเหรียญครับ” พนักงานพูดซึ่งพอสตีฟได้ยินดังนั้นก็อุทานออกมาอย่างตกใจ
“หนึ่งพันห้าร้อยเลยเหรอครับ !!!” สตีฟอุทานออกมาอย่างตกใจ
“ใช่ครับหนึ่งพันห้าร้อยเหรียญ” พนักงานฉีกยิ้มออกมาก่อนจะพยักหน้ายืนยัน
“ว่าแต่คุณพ่อบ้านจะเช่าทั้งหมดกี่เดือนดีครับ” พนักงานถามเพราะปกติฮีโร่มักจะเช่าห้องฝึกซ้อมกันหลายเดือนอยู่แล้ว ยิ่งเลเวลหนึ่งแบบสตีฟแบบนี้น่าจะเช่าอย่างน้อยสองหรือสามเดือนขึ้นไปแน่ๆ
“เอาวะนี่คือการลงทุน” สตีฟพูดกับตัวเองก่อนจะบอกความต้องการพนักงานไป
“หนึ่งเดือนครับ ไม่สิ เอายี่สิบวันพอ” สตีฟพูดออกมาตอนแรกว่าจะเช่าหนึ่งเดือนแต่เขาลืมไปว่าเงินของเขานั้นไม่พอ ที่มีเหลือติดบัญชีตอนนี้ก็แค่ สามหมื่นหก
“แค่นั้นจะดีเหรอครับ ยี่สิบวันนี่ฝึกยังไม่จบหลักสูตรแรกเลยมั้งครับ” พนักงานถามสตีฟเพื่อความแน่ใจเพราะในห้องนั้นมีเขียนหลักสูตรวิธีการฝึกอยู่นั่นเองสำหรับผู้ไม่เคยฝึกมาก่อน
“ครับเท่านี้แหละครับ” สตีฟยืนยันเพราะเงินเขานั้นไม่พอ อย่างน้อยเขาคิดว่าพอฝึกผ่านไปสักยี่สิบวันแล้วออกไปรับภารกิจล่าสัตว์กลายพันธ์หาเงินมาฝึกเพิ่มก็ยังไม่สาย
“ถ้าอย่างนั้นเราจะขอหักเงินจากคุณพ่อบ้านเลยนะครับ ช่วยกดยืนยันการจ่ายเงินด้วยครับ” พนักงานพูดก่อนจะมีหน้าต่างให้กดยืนยันจ่ายเงินสำหรับการเช่าห้องเด้งขึ้นมาที่ตรงหน้าสตีฟ สตีฟยืนยันทันที
“เรียบร้อยแล้วครับ เชิญคุณพ่อบ้านที่ห้องฝึกหมายเลขหกได้เลยครับ ตอนนี้ถูกลงทะเบียนไว้เป็นชื่อของคุณพ่อบ้านแล้ว ยี่สิบวัน ห้องนั้นจะมีเพียงคุณเท่านั้นที่สามารถเข้าออกได้” พนักงานพูด
“ขอบคุณครับ” สตีฟพูดก่อนจะเดินไปที่ห้องฝึกหมายเลขหกทันทีเมื่อมาถึงหน้าห้องประตูก็เปิดให้สตีฟทันทีโดยอัตโนมัติ
เมื่อสตีฟเข้ามาด้านในก็เห็นอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายมากมายหลายชนิดแถมมีเครื่องซิมูเลเตอร์ตั้งอยู่อีกด้วย เครื่องซิมูเลเตอร์นี้นั้นสมัยก่อนที่โลกจะเข้าสู่ยุคสัตว์กลายพันธ์นั้นมันถูกใช้เป็นเครื่องเล่มเกมส์ออนไลน์เสมือนจริงแต่ตอนนี้มันถูกประยุกต์มาใช้สำหรับฝึกต่อสู้รับมือกับสัตว์กลายพันธ์
“ยินดีต้องรับเข้าสู่ห้องฝึกหมายเลขที่หกค่ะนี่คือเสียงของคู่มือแนะนำการใช้ห้องฝึกซ้อม เชิญดูโปรแกรมฝึกซ้อมสำหรับมือใหม่ได้ที่แท็บเล็ตซึ่งจะวางอยู่ที่โต๊ะข้างเครื่องซิมูเลเตอร์ได้ค่ะ” เสียงของระบบภายในห้องดังขึ้นรอบๆห้อง
“โปรแกรมฝึกอยู่ตรงนั้นงั้นเหรอ” สตีฟพูดก่อนจะเดินไปดูก่อนจะหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดดู
“วิ่งวอร์มอัพสิบกิโล ชกลมหนึ่งชั่วโมง ลุกนั่ง วิดพื้น โหโปรแกรมฝึกนรกเลยนี่นา” สตีฟพูดออกมาก่อนจะมองไปดูที่ด้านล่างสุดของรายละเอียด
“อ๊ะโปรแกรมพวกนี้จะเพิ่มค่าสถานะหลังจากฝึกครบทุกๆยี่สิบสี่ชั่วโมงสินะ ขึ้นทีละหนึ่งงั้นเหรอถึงว่าล่ะคุณอีเกิ้ลอายถึงบอกว่าพอฝึกจบสองสามเดือนค่าสถานะจะอยู่ที่เลเวลประมาณยี่สิบ” สตีฟพูดหลังจากอ่านคำอธิบาย
“แต่ค่าสถานะของเราตอนนี้มันเยอะมากไม่ใช่เหรอถ้าจำไม่ผิดค่าพลังกายของเรานั้นมันมากสุดๆไปเลย” สตีฟพูดเขานั้นเคยได้ยินซาร่าพูดถึงเรื่องค่าสถานะอยู่ สตีฟลองตรวจดูค่าสถานะตัวเองอีกครั้ง
สถานะความแข็งแกร่ง 30ความเร็ว 22พลังกาย 50ความฉลาด 25โชค 18
“จำได้ว่าค่าสถานะของเลเวลยี่สิบจะอยู่ที่ประมาณ 15-20 นี่คือผลของการที่เราเป็นพ่อบ้านตลอดสิบปีสินะไม่เสียทีที่ต้องขนวัตถุดิบหนักๆเพราะเราไม่มีกระเป๋ามิติ และก็ไม่เสียทีที่ต้องคอยแย่งชิงสินค้าลดราคาทำให้ความเร็วเรามากขนาดนี้ ส่วนค่าพลังกายนั่นก็ต้องขอบคุณซาร่าล่ะนะที่เป็นพวกชอบเผลอลงไม้ลงมือ” สตีฟพูดพลางยิ้มให้กับตัวเอง
“เอาล่ะถ้าอย่างนั้นก็มาลองฝึกตามโปรแกรมนี่กันหน่อยก็แล้วกันอ๊ะระบบมันตั้งให้แจ้งเตือนเวลาค่าสถานะเพิ่มขึ้นได้ด้วยนี่นาแถมยังตั้งรายละเอียดได้หลายๆอย่างด้วยเราเองไม่ค่อยได้ใช้ระบบเกี่ยวกับค่าสถานะเท่าไหร่นี่นะเลยไม่ค่อยรู้” สตีฟพูดก่อนจะตั้งระบบของเขาให้แจ้งเตือนค่าสถานะที่เพิ่มขึ้น ก่อนจะเดินขึ้นไปบนลู่วิ่งและกดปุ่มให้เครื่องทำงานทันที
สิบนาทีผ่านไป
“รู้สึกว่าเหมือนไม่ได้วิ่งเลยแฮะไม่รู้สึกเหนื่อยหรือเหงื่อออกเลย หรือว่าเราตั้งความเร็วต่ำไป” สตีฟพูดพลางมองที่หน้าจอที่ถูกตั้งเอาไว้ที่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งเป็นความเร็วที่โปรแกรมการฝึกแนะนำเอาไว้
“ลองตั้งเป็นยี่สิบดูแล้วกันอ๊ะมีเปิดเพลงด้วยงั้นเหรอ” สตีฟกดเพิ่มความเร็วทันทีอีกทั้งยังกดเปิดเพลงที่เครื่องอีกด้วย
Let it go !! Can’t hold it back anymore Let it go !! Let it go !! Turn Away and slam the door เสียงเพลงดังขึ้นซึ่งเป็นเสียงผู้หญิงร้องที่ทรงพลังมากสตีฟรู้สึกอย่างนั้นและเมื่อฟังเขาก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นไปอีกจนเผลอวาดมือออกไปตามเสียงเพลง
“หือเพลงอะไรเนี่ยอยู่ๆก็ขึ้นท่อนฮุคเลย รู้สึกจะเป็นเพลงที่เก่าโคตรๆเลยนะรุ่นพ่อเราเลยมั้งนั่นแต่เพราะดีแฮะเล่นเอาเราเผลอออกท่าทางเลย” สตีฟพูดออกมาพลางกดเพิ่มความเร็วขึ้นอีกจนความเร็วของลู่วิ่งตอนนี้หยุดอยู่ที่สี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง (เผื่อใครลืม พ.ศ. ที่สตีฟอยู่นั้นเข้าสู่ 26xxแล้ว)
“ฟู่ว !! แบบนี้ล่ะต้องแบบนี้สิถึงจะรู้สึกว่ากำลังวิ่งอยู่” สตีฟพูดออกมาซึ่งถ้าใครมาเห็นสตีฟวิ่งในตอนนี้ล่ะก็จะต้องตกใจเป็นอย่างมากแน่ๆเพราะความเร็วขนาดนี้นั้นเป็นความเร็วที่ คนเลเวลหนึ่งไม่มีทางทำได้หรือต่อให้เลเวลสามสิบสี่สิบก็ไม่มีทางทำได้ถ้าไม่มีสกิลเกี่ยวกับความเร็ว
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
ติ๊ง !! มีเสียงดังขึ้นในหัวของสตีฟ
“หือเสียงอะไร !!” สตีฟพูดออกมาอย่างสงสัยแต่เขาก็ไม่ได้สนใจมันเพราะกำลังวิ่งอยู่เพลินๆ โดยเขาลืมไปเลยว่าโปรแกรมนั้นให้สตีฟวิ่งวอร์มแค่สิบกิโลเมตร แต่ตอนนี้ที่เครื่องนั้นสตีฟวิ่งไปกว่าห้าสิบกิโลเมตรแล้ว สตีฟนั้นตั้งหน้าตั้งตาวิ่งอย่างเดียวโดยไม่ได้มองดูที่หน้าปัดเครื่องที่คอยบอกรายละเอียดการออกกำลังกายเลย
สตีฟยังวิ่งต่อไปเรื่อยๆควบคู่กับเสียงเพลงที่ถูกเล่นโดยเครื่องวิ่งเครื่องนี้เพลงส่วนใหญ่ที่เล่นนั้นเป็นเพลงสมัยรุ่นพ่อของสตีฟทั้งนั้น เสียง ติ๊ง !! ติ๊ง !! ติ๊ง !! ยังดังขึ้นในหัวสตีฟตลอดแต่เขาไม่ได้สนใจเขาคิดว่ามันเป็นทำนองของดนตรีที่กำลังฟัง
สามชั่วโมงผ่านไป
“แฮ่ก !! แฮ่ก !! แฮ่ก !! แฮ่ก !! แบบนี้.........ค่อยเหมือนออกกำลังกายหน่อย” สตีฟนอนแผ่ลงกับพื้นห้องตอนนี้เหงื่อเขาท่วมไปหมดเขาวิ่งไม่ไหวอีกแล้วตอนนี้
“นี่ยังแค่ฝึกไปอย่างเดียวยังเหลือ ชกลม ลุกนั่ง วิดพื้นอีก จะไหวมั้ยเนี่ยเรา” สตีฟพูดออกมาพลางลุกขึ้นไปหยิบน้ำออกมาดื่มซึ่งในห้องฝึกซ้อมนี้มีตู้เย็นให้ด้วยนั่นเอง
“เอาล่ะมาฝึกชกลมต่อเถอะ” สตีฟพูดก่อนจะไปหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาดูมันมีวีดีโอสอนวิธีชกลมให้ดูด้วยนั่นเองเมื่อดูเสร็จแล้วสตีฟก็เริ่มทันที
“เอาล่ะ หนึ่ง !! สอง !! สาม !!” สตีฟพูดให้จังหวะ
ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! เสียงออกหมัดของสตีฟดังไปทั่วห้องและแล้วการชกลมหนึ่งชั่วโมงของสตีฟก็เริ่มขึ้น
จบ...