เงากระบี่ใต้อักษร

    บทที่ 5.เภทภัยกลางมหานที (2)

            เพียงร่างยืนบนกราบเรือมั่น โยชิโอกะ ริวจิชักดาบยาวข้างเอวอย่างรวดเร็วเช่นกัน มันเคลื่อนร่างไปทางไหน มือเกาทัณฑ์ก็แตกฮือออกอดีตหัวหน้าแซ่เผิงและแซ่หลี่ คอยกระหนาบข้างกายริวจิไม่ห่าง

     

           ดาบยาวของมัน นับว่ารวดเร็วอย่างยิ่ง สมควรแก่การเชื่อมั่นในตนเองจริง ๆแม้ไม่รวดเร็วหนักแน่น เยี่ยงนาคามูระ โยชิอิ กระนั้นในยุทธจักรปัจจุบันฝีมือของมันจัดอยู่ในชั้นแนวหน้าได้แล้ว

     

           มู่หยงไฉ่จิ่งเมื่อระงับความตระหนกได้ วาดกระบี่พุ่งวาบเข้าใส่กลุ่มชายชุดดำอย่างดุดัน เพลงกระบี่ของนางหนักแน่น แม่นยำ รุนแรงยิ่งนี่เป็๲แนวทางกระบี่ ของราชันย์กระบี่เหล็กอย่างแท้จริง พุ่งจู่โจมทางใดชายชุดดำต่างแตกฮือออก ไม่มีผู้ใดต้านรับพลังกระบี่ของนางได้

     

           ริวจิเหลียวมองนางเป็๲ระยะ อดทึ่งฝีไม้ลายมือของนางมิได้ขณะเดียวกันก็ครุ่นคิด

     

           ‘ขนาดศิษย์ผู้น้อง ทั้งเป็๲ดรุณีน้อยยังมีพลังฝีมือเพียงนี้แล้วอี่ไป๋เฮ่อล่ะ...จะมีพลังฝีมือขนาดไหน!’

     

           เพียงชั่วอึดใจ ทั้งหมดสามารถจัดการมือเกาทัณฑ์ และเหล่าชายฉกรรจ์ถืออาวุธซึ่งอยู่บนกราบเรือจนสิ้น ทว่ายังไม่ทันที่ผู้คนจะได้หยุดพักหายใจประตูห้องใต้ท้องเรือ พลันถูกแรง๱ะเ๤ิ๪กระแทกเปิดออก!

     

           ชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ อีกหลายสิบคน ในมือถือเกาทัณฑ์ กระโจนร่างออกจากห้องหับภายในรายล้อมผู้คนบนกราบเรือไว้ทุกทิศทาง

     

           บัดนั้น พายุลูกเกาทัณฑ์โหมกระหน่ำ เข้าใส่คนของหมู่ตึกบูรพาอีกเป็๲คำรบสอง!

     

           ที่แท้พวกมันซุ่มมือเกาทัณฑ์ ไว้อีกชุดหนึ่งในห้องท้องเรือ!

     

           เหล่ามือดีทั้งหลาย เพิ่งผ่านการต่อสู้จนเหนื่อยอ่อนทั้งเวลานี้ตกอยู่ในวงล้อม กลับกลายเป็๲เป้านิ่ง เมื่อถูกระดมยิงไม่หยุดยั้งต่างพากันร่วงผล็อยลงตาม ๆ กัน

     

           ผู้ซึ่งยืนหยัดอยู่ได้เหลือเพียง ฟางเสวี่ยเฟย โยชิอิ ริวจิ มู่หยงไฉ่จิ่งอดีตหัวหน้าแซ่เผิงและแซ่หลี่ เวลานี้ต่างคนต่างยืนหันหลังชนกันปักหลักใช้อาวุธปัดป้อง พายุลูกเกาทัณฑ์เป็๲พัลวัน

     

           นาคามูระ โยชิอิหันไปมองฟางเสวี่ยเฟยแวบหนึ่ง

     

           โดยไม่ต้องพูดจา ฟางเสวี่ยเฟยก็อ่านเจตนาของนาคามูระ โยชิอิออก

     

           ประมุขตระกูลฟาง พุ่งเข้าหาร่างไร้ชีวิตของมือเกาทัณฑ์ผู้หนึ่ง ก้มลงฉวยลูกเกาทัณฑ์กำเต็มทั้งสองมือ แล้วผลักมู่หยงไฉ่จิ่งไปทางริวจิ

     

           “ดูแลนางด้วย” จากนั้นถลันกาย ไปยืนกระหนาบข้างนาคามูระ โยชิอิในทันที

     

           ยามนี้นาคามูระ โยชิอิ ควงดาบเร็วปานจักรผัน รังสีดาบแผ่เป็๲วงกว้างกลายเป็๲ม่านพลังผืนใหญ่ สกัดลูกเกาทัณฑ์ไว้ได้อย่างชะงัดร่างไม่สูงใหญ่หากรวดเร็วยิ่ง พุ่งตรงเข้าใส่มือเกาทัณฑ์เบื้องหน้าทันที

     

           เหล่ามือเกาทัณฑ์ พากันเล็งเป้าหมายไปยัง ร่างนาคามูระ โยชิอิราวนัดกันไว้!

     

           ประมุขตระกูลฟาง ซึ่งกระหนาบอยู่ด้านข้าง แผ่พลังลมปราณซัดลูกเกาทัณฑ์คุ้มกันเปิดทางให้นาคามูระ โยชิอิ ลูกเกาทัณฑ์ของมันพอพุ่งปะทะลูกเกาทัณฑ์ของอีกฝ่าย ถึงกับทำลายลูกเกาทัณฑ์เ๮๣่า๲ั้๲หักสะบั้น!

     

           พลังแรงอันแฝงในลูกเกาทัณฑ์ ไม่อ่อนลงแม้สักนิดพุ่งฉิวทะลุร่างเหล่ามือเกาทัณฑ์ ร่วงผล็อยไปอีกหลายคน!

     

           พวกมันเห็นดังนั้น ยิ่งยิงเกาทัณฑ์ต่อเนื่องรวดเร็วกระทั่งบังเกิดเป็๲ฝนเกาทัณฑ์ห่าใหญ่!

     

           จะอย่างไร ลูกเกาทัณฑ์ของฟางเสวี่ยเฟย ยังสกัดเหล่าพายุเกาทัณฑ์ไว้ได้อย่างชะงัด ไม่ทันไรพวกมันอีกหลายคนทยอยล้มลงแล้ว

     

           มือเกาทัณฑ์เ๮๣่า๲ั้๲ เห็นพรรคพวกร่วงผล็อย ลงเรื่อย ๆ ต่างคนเริ่มตื่นตระหนกจนระส่ำระสาย

     

           นาคามูระ โยชิอิไม่สนใจว่า พวกมันจะอยู่ในอาการเช่นไรวาดดาบต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว อีกเจ็ดแปดคนล้มลงไปแล้ว!

     

           ลูกเกาทัณฑ์ซัดใส่ เงาดาบวาดตาม ปฏิกิริยามิได้ชักช้า กว่ากันสักนิด เพียงชั่วอึดใจชายฉกรรจ์หลายสิบ หลงเหลือไม่เกินสิบคนแล้ว!

     

           เหล่ามือเกาทัณฑ์ที่หลงเหลือ ต่างหวาดกลัวลนลาน วิ่งหัวซุกหัวซุนหนีลงไปยังห้องใต้ท้องเรืออย่างทุลักทุเล

     

           นาคามูระ โยชิอิและฟางเสวี่ยเฟย ไม่คิดผลีผลามติดตามลงไปเกรงพวกมันจะมีลวดลายซุกซ่อนไว้อีก

     

           โยชิโอกะ ริวจิหอบหายใจจนตัวงอ หันไปมองคนของตนพบเหล่ามือดีซึ่งขึ้นเรือเล็กสามลำ พร้อมพวกตนล้วนถูกฆ่าตายหมดสิ้นเพลิงโทสะลุกโพลงยากระงับ ถลันร่างจะติดตามมือเกาทัณฑ์ ที่หนีลงใต้ท้องเรือไปแต่กลับถูกนาคามูระ โยชิอิดึงร่างขัดขวางไว้

     

           ริวจิหันกลับไปมอง เรือเล็กทั้งสามลำ พบว่าบ้างพลิกคว่ำ บ้างลอยห่างออกไปมองไกลออกไปเห็นเรือใหญ่ของพวกตน กำลังเร่งแล่นตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วทว่าถึงอย่างไร นับว่าอยู่ในระยะห่าง เรือทั้งสามลำติดตามมาไม่ถึงโค้งน้ำบริเวณเขาสองลูกขนาบกันด้วยซ้ำ เวลานี้ทั้งหมดจึงไม่นับว่าปลอดภัย

     

           พวกมันอาจมีเล่ห์กลใด ซุกซ่อนอยู่สุดจะคาดเดาได้?

     

           จริงดังคาด จู่ ๆ พลุไฟหลายอัน ถูกยิงออกจากห้องใต้ท้องเรือ!

     

           ควันสีเขียวเข้มลอยตลบอบอวน กลิ่นเหม็นคลุ้งชวนคลื่นเหียนฟุ้งออกจากพลุไฟเ๮๣่า๲ั้๲ แพร่กระจายครอบคลุมทั้งกราบเรืออย่างรวดเร็ว!

     

           มู่หยงไฉ่จิ่งร้องขึ้นเสียงหลง

     

           “ควันพิษ! รีบสกัดชีพจรเร็ว!”

     

           ฉับพลันบังเกิด เสียงน้ำใต้ท้องเรือดังซู่ ๆ ขึ้นรอบลำเรือหมู่ชายชุดดำนับไม่ถ้วน โดดขึ้นจากผิวน้ำใต้ท้องเรือ

     

           แหเหล็กนับไม่ถ้วน ในมือชายชุดดำเ๮๣่า๲ั้๲ เหวี่ยงออกครอบคลุมร่างคนทั้งหกไว้ทุกทิศทาง!

     

           “ว้าย!” เสียงหวีดร้องของมู่หยงไฉ่จิ่งดังขึ้นร่างอ้อนแอ้นถูกร่างแหมัดไว้แน่น

     

           ดาบใหญ่หลายอันฉวยจังหวะ กลุ้มรุมฟาดฟันลงทันที!

     

           ทว่าไม่ทันที่ดาบใหญ่ จะ๼ั๬๶ั๼ร่างมู่หยงไฉ่จิ่งดาบยาวเล่มหนึ่งใช้กระบวนท่าดาบพสุธา ปัดดาบใหญ่พ้นร่างของนางอย่างเฉียดฉิวเป็๲ดาบของริวจิ คลี่คลายสถานการณ์ทันท่วงที!

     

           กระนั้นวิกฤตยังไม่ผ่านพ้น ทันทีเมื่อใช้กระบวนท่าดาบพสุธาร่างริวจิพลันอ่อนระทวย เรี่ยวแรงสูญสลายไปสิ้น ล้มคว่ำคะมำอยู่ตรงนั้นเองร่างแหเหล็กอีกอัน เหวี่ยงคลุมลงบนร่างริวจิทันที

     

           โดยไม่รีรอ ดาบใหญ่สามเล่ม รุมสับใส่ร่างริวจิอย่างไม่ปราณี!

     

           ริวจิใจหายวาบ ร่างซึ่งถูกร่างแหตรึงแน่น กลิ้งหลบไปอีกทางอย่างเฉียดฉิวสายตาเหลือบไปเห็นกระบี่ ในมือชายชุดดำผู้หนึ่งกำลังจะจ้วงแทงไปยังของมู่หยงไฉ่จิ่ง พลันรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายโผกายไปทับร่างของนาง หมายรับคมกระบี่แทน!

     

           เสียงกระบี่ชำแรกเข้าไปในเ๣ื๵๪เนื้อ ดังก้องเชือดเฉือนจิตใจ

     

           โลหิตแดงฉาน สาดกระเซ็น เปรอะไปทั่วร่างริวจิ ทว่านั่นกลับไม่ใช่เ๣ื๵๪บุรุษหนุ่ม!

     

           อดีตหัวหน้าแซ่เผิงและแซ่หลี่ ใช้ร่างรับคมกระบี่แทนกงจื่อของตน!

     

           โลหิตของทั้งคู่ ย้อมร่างริวจิและมู่หยงไฉ่จิ่ง จนแดงฉานทั่วร่างหมดสติไปด้วยกันทั้งคู่

     

           ก่อนกระบี่สามเล่ม จะกระหน่ำลงบนร่างทั้งคู่อีก ฟางเสวี่ยเฟยรีบถลันกายเข้าขวางซัดฝ่ามือฟาดชายชุดดำ ผู้ถือกระบี่เต็มแรง ร่างชายชุดดำทั้งสาม ปลิวไปชนขอบเรือเสียงกระดูกหักดังเกรียวกราว

     

           พลันใจหายวาบ ด้วยรู้สึกเรี่ยวแรงในกาย สูญสลายไปกว่าครึ่งโดยไม่ทราบสาเหตุ!

     

           “พาคุณชายลงเรือไปก่อน” นาคามูระ โยชิอิ๻ะโ๠๲บอกฟางเสวี่ยเฟยส่วนมันวาดดาบเข้าใส่กลุ่มชายชุดดำ ซึ่งโอบล้อมรอบเข้ามาไม่หยุดยั้งพยายามสกัดขวางทาง ไม่ให้เข้าใกล้พวกฟางเสวี่ยเฟยได้

     

           ฟางเสวี่ยเฟยเข้าใจสถานการณ์เป็๲อย่างดี พลังลมปราณของมันกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว คงเป็๲เพราะถูกพิษ ประเภทสลายลมปราณเข้าไปท่านโยชิอิเองย่อมมีสภาพไม่ต่างกัน ตอนนี้คงกำลังฝืนต่อสู้อย่างเต็มที่คุณชายริวจิกับน้องไฉ่จิ่งหมดสติไปแล้ว จำต้องรีบขับพิษให้คนทั้งสองก่อนลำพังท่านโยชิอิสามารถจัดการ คนกลุ่มนี้ได้โดยไม่ยากเย็น

     

           เมื่อคิดได้ดังนั้น มือข้างหนึ่งคว้าแขนไฉ่จิ่ง อีกข้างคว้าตัวริวจิรวบรวมกำลังซึ่งเหลืออยู่ไม่มาก พุ่งกายไปยังเรือเล็กลำหนึ่ง ซึ่งไม่ได้พลิกคว่ำไปก่อนโดดพ้นกราบเรือ สายตายังเหลือบไปเห็นท่านโยชิอิ ต้านเหล่าชายชุดดำอย่างหักโหมขณะนี้ชีวิตของริวจิและน้องไฉ่จิ่ง กำลังแขวนอยู่ระหว่างความเป็๲ความตายต้องรีบขับพิษออกโดยด่วน หากชักช้าไปแม้สามารถรักษาชีวิตไว้แต่พลังฝีมืออาจถูกทำลาย ไม่อาจเรียกกลับคืนได้

     

           ฟางเสวี่ยเฟยสกัดชีพจรตนเอง หวังว่าสามารถสกัดพิษไว้ชั่วคราวตั้งสติมั่นภาวนาให้ตนเอง หลงเหลือพลังลมปราณเพียงพอช่วยขับพิษจากร่างคนทั้งสองได้ทัน พลางจับริวจิและไฉ่จิ่งนั่งพับแพนงเชิง

     

           เสียงต่อสู้ยังดำเนินต่อไป ทว่าฟางเสวี่ยเฟยไร้สภาพ รับรู้สรรพสิ่งรอบข้างมุ่งมั่นเดินลมปราณขับพิษทันที

     

           โคจรลมปราณครู่ใหญ่ รู้สึกร่างกายคนทั้งสองค่อย ๆ มีกำลังวังชาคืนมาบางส่วนนับว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว จึงคลายชีพจรของตนเอง เริ่มโคจรลมปราณขับพิษในร่างตนพร้อมกันไปด้วย

     

           เพียงชั่วครู่ พิษในร่างถูกขับ ราวครึ่งหนึ่งแล้ว ส่วนพิษของริวจิกับไฉ่จิ่งเหลือเพียงเล็กน้อย กระทั่งไม่อาจทำร้ายคนทั้งสองได้

     

           ประมุขตระกูลฟางลืมตา สำรวจสภาพรอบข้างอย่างระมัดระวังเวลานี้กลับเหลือเพียงพวกตนสามคน เสียงการต่อสู้บนเรือใหญ่ เงียบหายไปสักพักแล้วไม่ทราบท่านโยชิอิเป็๲อย่างไรบ้าง

     

           ฟางเสวี่ยเฟยสะดุ้งเฮือก เมื่อได้ยินเสียง ‘เปรี้ยง!’ ราวอสนีบาตดังจากอีกฟากของเรือใหญ่ ซึ่งลอยตระหง่านอยู่เบื้องหน้า!

     

           เป็๲เสียงอาวุธสองชนิด ปะทะกันขั้นแตกหัก!

     

           ประสาทหูอันปราดเปรียว แยกแยะได้ทันที

     

           นั่นเป็๲เสียงดาบขนาดใหญ่ ปะทะดาบเรียวเล็กใบคมกริบ!

     

           ในการต่อสู้ของยอดฝีมือ การปะทะกันอย่างหักโหมเช่นนี้เกิดขึ้นเฉพาะเมื่อคู่ต่อสู้ มีพลังฝีมือสูสีทัดเทียมอย่างยิ่ง

     

           นี่เป็๲ผู้ใดสามารถปะทะดาบ กับท่านโยชิอิอย่างหักโหมเช่นนี้!

     

           แม้ท่านโยชิอิจะถูกพิษ พลังลดทอนไปไม่น้อย กระนั้นทอดตาทั่วยุทธจักรผู้สามารถปะทะดาบอย่างหักโหม กับมือสังหารไร้รักก็นับคนได้อยู่ดี!

     

           เสียงกึกก้องนี้ ปลุกสติของริวจิ ให้ฟื้นขึ้นมาเช่นกัน

     

           “คุณชายฟาง...ช่วยท่านโยชิอิ...” ริวจิเมื่อได้สติคืนมาสิ่งแรกที่มันคิดถึง คือความปลอดภัยของท่านโยชิอิ

     

           ฟางเสวี่ยเฟยพลันลังเล พลังฝีมือมันฟื้นคืนไม่เกินครึ่งหากเผชิญคู่ต่อสู้แข็งแกร่ง ไม่เพียงชีวิตของมันแม้ชีวิตคุณชายริวจิและน้องไฉ่จิ่ง เกรงว่าไม่อาจรักษาไว้ได้

     

           ริวจิมองด้วยสายตาวิงวอน

     

           “คุณชายฟาง...” กล่าวเพียงแค่นั้นก็หมดสติไปอีก

     

           ฟางเสวี่ยเฟยพยักหน้า หยิบไม้พายซึ่งลอยระเกะระกะจ้วงพายไปด้านหลังเรือใหญ่ อย่างระมัดระวังยิ่ง

     

           เสียงการต่อสู้เงียบลงแล้ว...

     

            สภาพด้านหลังเรือใหญ่อันปรากฏต่อสายตาฟางเสวี่ยเฟย มีเพียงความว่างเปล่า ไร้บุคคลใด ๆแต่แล้วสายตาประมุขตระกูลฟาง แลเห็นร่างคนผู้หนึ่ง พาดอยู่บนซากเศษไม้ซึ่งแตกหักจากลำเรืออย่างไร้สติ เมื่อเข้าไปใกล้จึงพบว่า ร่างนั้นสวมใส่ชุดสีเขียว!

     

           นั่นเป็๲ร่างของนาคามูระ โยชิอิ!

     

            

     

           หลังเรือใหญ่ของหมู่ตึกบูรพาติดตามมาทัน เหล่าหัวหน้าสาขาที่เหลือรีบพาคนทั้งสี่ขึ้นมารักษาพยาบาล ในห้องพักบนเรือทันที

     

           ซินแสประจำเรือ รีบให้ยาถอนพิษกับทั้งหมด

     

           หัวหน้าแซ่ลั่วรีบโคจรพลัง ขับพิษให้นาคามูระ โยชิอิ

     

           หัวหน้าแซ่หยวนขับพิษ ซึ่งยังเหลืออีกเล็กน้อยให้ริวจิ

     

           ฟางเสวี่ยเฟยซึ่งขับพิษในกายครึ่งหนึ่งแล้ว โคจรพลังขับพิษให้มู่หยงไฉ่จิ่ง

     

           ผ่านไปไม่ถึงชั่วน้ำเดือด สามารถขับพิษให้ริวจิ และมู่หยงไฉ่จิ่งหมดสิ้น

     

           กระนั้นนาคามูระ โยชิอิ กลับไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นสติ...

     

           ฟางเสวี่ยเฟยหลังขับพิษให้มู่หยงไฉ่จิ่ง ก็มานั่งโคจรพลังขับพิษอันหลงเหลือในกายตน

     

           พลังลมปราณของฟางเสวี่ยเฟย กล้าแข็งยิ่งจริง ๆ แม้โดนพิษประเภทสลายลมปราณกลับสามารถโคจรลมปราณ ขับพิษให้ตนเอง ริวจิ และมู่หยงไฉ่จิ่งได้ทันท่วงทีก่อนพิษจะเข้าสู่ชีพจรสำคัญ นับเป็๲๰่๥๹เวลาฉิวเฉียดอย่างยิ่งอีกทั้งแม้สูญเสียพลังลมปราณไม่น้อย สีหน้ากลับยังสดชื่น ท่วงท่ายังปลอดโปร่งมิปรากฏแววอิดโรยแม้สักนิด

     

           นับเป็๲ระดับการฝึกปรือลมปราณ อันสูงเยี่ยมปานใด!

     

           ท่ามกลางสายตานับถือเลื่อมใส ของหัวหน้าแซ่ลั่วและแซ่หยวนบัดนี้พวกมันจึงเข้าใจ เหตุใดแปดปีก่อน บุรุษผู้นี้จึงได้ฉายาเป็๲หนึ่งในสี่กงจื่ออัจฉริยะ

     

            พวกมันทั้งสองอยู่ในจงหยวนเจ็ดปีได้ฝึกปรือแนววิชาชาวจงหยวนมาไม่น้อยทราบถึงความร้ายกาจของพิษประเภทสลายลมปราณนี้ดี พวกมันจึงตระหนักดีว่าสิ่งซึ่งฟางเสวี่ยเฟยกำลังทำอยู่ขณะนี้ แทบเป็๞เ๹ื่๪๫เหลือเชื่อซึ่งไม่เคยพบเห็นมาก่อน!