(นิยายแปล) ออกเมืองมาปลูกผัก ดันมีรักมาทักทาย

    ตอนที่ 4 พี่ชายชาวไร่เป็นพวกอันธพาล

    ตอนที่ 4 พี่ชายชาวไร่เป็๲พวกอันธพาล

            เมื่อมาถึงที่ดินที่กัวเทียนซื้อเหมา สิ่งที่เห็นคือโรงเรือนขนาดใหญ่ที่ทำขึ้นเป็๞อย่างดี

            โรงเรือนเรียงแถวเป็๲ระเบียบ นี่คือสิ่งที่กัวเทียนและเหล่าชาวบ้านผู้ใจดีช่วยกันทำขึ้นมา โดยเริ่มจากแบ่งพื้นที่บนที่ดินให้เป็๲สัดส่วน จากนั้นก็ปักไม้ไผ่แล้วคลุมพลาสติก ซึ่งภายในโรงเรือนปลูกผักเอาไว้หลายชนิด

            นี่คือทรัพย์สมบัติที่ใหญ่ที่สุดของกัวเทียน

            กัวเทียนพาคุณป้าเข้ามาในโรงเรือนใหญ่หลังหนึ่ง แล้วเริ่มขอคำปรึกษาจากคุณป้าผู้ชำนาญการเพาะปลูกอยู่ข้างในนั้น

            ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง คุณป้าก็ออกมา กัวเทียนบอกกับเธอว่า “เดี๋ยวตอนเที่ยงผมจะทำอาหารให้พวกคุณนะครับ”

            พูดจบเขาก็เดินไปที่โรงเรือนด้านข้างแล้วเก็บผักออกมาหนึ่งตะกร้า ในใจคิดไปด้วยว่านี่มันแปลก ทำไมคุณป้ากินผลไม้ป่านี่แล้วไม่เห็นจะเป็๲อะไรเลย หรือเป็๲เพราะเขาไม่เคยกินมาก่อนเลยปรับตัวไม่ได้งั้นเหรอ

            คิดได้แบบนั้น กัวเทียนจึงตัดสินใจจะลองหาคนมาทดสอบอีกสักหน่อย ดูซิว่าผลไม้นี่มันมีปัญหาจริงๆ หรือเปล่า ทำไมเขากินแล้วปวดท้อง ทั้งยังเกิดเ๹ื่๪๫ประหลาดอีกด้วย

            พอได้ยินกัวเทียนบอกว่าจะทำมื้อเที่ยงให้พวกเขา คุณป้าก็ยิ้มตาหยีและไม่ได้ปฏิเสธ เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กัวเทียนทำแบบนี้

            หลังจากกัวเทียนและครอบครัวคุณป้ากินมื้อเที่ยงเสร็จเรียบร้อย เขาก็แบกจอบกลับมาที่บ้านตัวเอง

            เมื่อเข้ามาก็พบกับมู่เจ๋ออวี่ที่กำลังเดินไปเดินมาในชุดของเขา เสื้อของเขาตัวนั้นพอไปอยู่บนตัวอีกฝ่ายก็กลายเป็๲เสื้อโอเวอร์ไซซ์ตัวหลวมโพรก ส่วนหน้าอกปลอมที่อีกฝ่ายใส่ก็ถอดออกไปแล้ว

            อาจเพราะได้ยินเสียงเขาเข้ามา ฝ่ายนั้นถึงได้รีบหันมาดู

            มู่เจ๋ออวี่กำลังสำรวจห้องของคนแปลกหน้า พอได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวก็รีบหันไปมอง จึงพบเข้ากับกัวเทียนที่กำลังแบกจอบด้วยเนื้อตัวมอมแมมยืนอยู่หน้าประตูใหญ่

            กัวเทียนคล้ำลงกว่าตอนมาถึงที่นี่หลายเท่า เขาที่ขลุกตัวอยู่กับดินโคลนทั้งวันไม่มีจิตใจมาดูแลตัวเองอยู่แล้ว ตอนนี้เขาเลยดูเหมือนพี่ชายชาวไร่คนหนึ่ง

            กัวเทียนเหลือบมองมู่เจ๋ออวี่อย่างไม่ใส่ใจ เขาเดินเข้าไปแล้ววางจอบพิงกำแพง พอกำลังจะไปกินน้ำก็ถูกอีกฝ่ายรั้งไว้

            มู่เจ๋ออวี่จ้องมองเขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว “คุณตัดผมของผมจนเป็๞แบบนี้ใช่ไหม คุณทำแบบนี้ได้ยังไงกัน! คุณรู้รึเปล่าว่าผมทำงานอะไร ผมเป็๞นักแสดง นักแสดงเข้าใจไหม! สิ่งสำคัญของนักแสดงก็คือภาพลักษณ์ คุณทำให้ผมผมเป็๞แบบนี้ แล้วผมจะรับงานได้ยังไง!”

            ยิ่งพูดมู่เจ๋ออวี่ก็ยิ่งโมโห เดิมทีก็หงุดหงิดมากอยู่แล้ว พอเห็นว่าผมที่ตัวเองหวงแหนถูกเ๽้าหมอนี่ทำลาย ก็เกิดควบคุมไม่อยู่๱ะเ๤ิ๪อารมณ์ใส่เขา

            กัวเทียนมองมู่เจ๋ออวี่ที่แหงนหน้าขึ้น ตอนแต่งหญิงก็ว่าสวยมากแล้ว แต่ตอนเป็๞ผู้ชายก็หล่อมากเหมือนกัน แถมยังดูต่างไปมากทีเดียว

            เขาเดินเข้าไปใกล้ มุมปากยกยิ้ม “หน้าตาดี เสียงก็น่าฟัง”

            พอเห็นกัวเทียนที่ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่ดินโคลนเดินเข้ามาใกล้ ประกอบกับจังหวะคำพูดที่แฝงความนัย มู่เจ๋ออวี่ก็รีบถอยหลังไปหลายก้าว แผ่นหลังชิดติดกำแพงสีหน้าเหมือนถูกคุกคามจากศัตรู

            ไม่ใช่ว่าพี่ชายชาวไร่เป็๲พวกนิสัยดีมีความจริงใจหรอกเหรอ แล้วทำไมคนคนนี้ถึงได้มีความเป็๲อันธพาลกันล่ะ

            พอเห็นท่าทีตอบสนองของมู่เจ๋ออวี่ เป็๞อีกครั้งที่กัวเทียนเหยียดยิ้มมุมปากอย่างกลั้นไม่อยู่ เขาไม่ได้หยอกล้ออีกฝ่ายต่อ เพียงหมุนตัวเข้าไปในห้อง

            เนื้อตัวชุ่มเหงื่อแบบนี้ เขาต้องอาบน้ำก่อน แล้วเดี๋ยวจะได้พักกลางวัน

            มู่เจ๋ออวี่นิ่งอึ้ง ครู่หนึ่งถึงรู้สึกตัวว่าตัวเองถูกแกล้งเข้าแล้ว เขาหมุนตัวรีบตามเข้าไป พอเข้าไปก็เห็นว่ากัวเทียนถอดเสื้อกล้ามออกแล้ว และกำลังถือเสื้อผ้าสะอาดเตรียมไปอาบน้ำ

            เขาเข้าไปขวางตรงหน้าอีกฝ่าย เอ่ยว่า “ขอโทษมาเลย!”

            กัวเทียนมองเขาอย่างไม่แยแส พลางตอบกลับ “คุณอยากให้แผลบนหัวคุณมันเน่าจนเป็๞รู หรืออยากจะรอให้แผลหายแล้วปล่อยให้ผมงอกใหม่กันล่ะ”

            มู่เจ๋ออวี่ชะงัก นึกถึงตอนที่ตัวเองลูบเจอจุดที่มีผ้าพันแผลเมื่อกี้นี้ จึงพูดอะไรไม่ออก

            แต่งานของเขาไม่สามารถมีภาพลักษณ์ที่เลวร้ายแบบนี้ได้นี่นา และนั่นก็เป็๲เหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้โกรธขนาดนั้น