ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 84 อย่าคิดว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วจะทำตัวโรคจิตได้

            “หลงเทียนอวี้ ข้าขอเตือนเจ้าอย่าได้ทำตัวรุ่มร่าม!”

            หลินเมิ้งหยาโกรธแทบบ้าใบหน้าเรียวเล็กบึ้งตึงประหนึ่งต้องการกินคนก็ไม่ปาน

            สีหน้าของหลงเทียนอวี้เองก็มิได้น่ามอง

            นางบังอาจคิดจะเปลี่ยนคู่นอนอีกทั้งยังแสดงกิริยาหยิ่งยโสโอหังต่อหน้าเขาอีก

            ผู้หญิงคนนี้มิได้คิดว่าตนเองเป็นชายาของเขาเลยสินะ?

            “เจ้าเป็นชายาของข้า เหตุใดจึงกล่าวว่าข้ารุ่มร่ามเล่า?”

            แม้เขาจะไม่รู้สึกสนใจผู้หญิง ยิ่งไปกว่านั้นผู้หญิงตรงหน้ายังไม่ยินยอมให้เขาเข้าใกล้

            แต่...นางเป็นชายาของเขาเขารู้สึกว่าตนเองควรทำให้นางได้รู้ถึงข้อสำคัญข้อนี้

            “ข้า...หม่อมฉันหาใช่ชายาของพระองค์หม่อมฉันเป็นเพียงชายาแค่ในนามเท่านั้น หม่อมฉันคือจอมวางแผน หม่อมฉันคือมีดหม่อมฉันไม่มีทางเป็นชายาของพระองค์!”

            เมื่อตกอยู่ในอาการตื่นตระหนก หลินเมิ้งหยาไม่อาจสนใจอะไรมากมายนัก

            นางและหลงเทียนอวี้ควรแบ่งขอบเขตกันอย่างชัดเจน

            นางไม่มีทางหวั่นไหวเพราะเขา หลงเทียนอวี้เองก็ไม่มีทางหวั่นไหวเพราะนาง

            สู้ทุกคนพูดกันอย่างชัดเจนเสียตั้งแต่ตอนนี้ต่อจากนี้ไปจะได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้

            คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้การกระทำของหลงเทียนอวี้หยุดลง

            ดูเหมือนหลินเมิ้งหยาจะชอบชิงหูแล้วจริงๆ

            มิเช่นนั้น นางจะละทิ้งตำแหน่งพระชายาทำไม

            ทว่า หัวใจพลันรู้สึกเจ็บแปลบเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่นานนัก

            “เจ้า...พูดถูก”

            หลินเมิ้งหยาเป็นคนมีพรสวรรค์ที่หาตัวจับยาก หลงเทียนอวี้ยอมรับจุดเด่นข้อนี้ของนาง

            เขาควรเคารพในการตัดสินใจของลูกน้อง หากนางไม่อยากได้ตำแหน่งพระชายาเช่นนั้นเขา...ก็ไม่คิดร้องขอนางเช่นกัน

            “วางใจเถิด หากสบโอกาสเมื่อใด ข้าจะปล่อยเจ้าเป็นอิสระ”

            หากเป็นเช่นนั้น หลินเมิ้งหยาก็จะได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการอีกทั้งนางจะยังสามารถอยู่ข้างกายของเขาตลอดไป คอยช่วยเหลือเขาและทำสิ่งต่างๆ แทนเขา

            ถูกต้อง ตัวเลือกนี้คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด แต่เพราะเหตุใดใยเขาจึงรู้สึกว่าการตัดสินใจเช่นนี้ทำได้ยากเย็นยิ่งนัก?

            “หากเป็นเช่นนั้นก็ดีเพคะ ท่านวางใจเถิดตราบใดที่หม่อมฉันยังเป็นชายาของพระองค์ หม่อมฉันไม่มีทางปล่อยให้จวนอวี้ต้องเกิดเรื่องน่าอับอายอันใดคำพูดเมื่อครู่เป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น”

            ในที่สุดก็ได้รับคำสัญญาจากหลงเทียนอวี้

            เพื่อคำสัญญาในคราวนี้ หลินเมิ้งหยาพยายามอยู่นานแต่เพราะเหตุใดทันทีที่ได้ยินคำพูดของเขาที่บอกว่าจะปล่อยตนเองเป็นอิสระหัวใจของนางจึงรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา

            “หากไม่มีเรื่องอะไรแล้ว หม่อมฉันขอตัว”

            หลินเมิ้งหยาพยายามเหยียดกายลุกขึ้นจากเตียง ถวายคำนับก่อนที่ร่างบางจะหายออกไปจากห้องอ่านหนังสือ

            แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยรู้สึกเลยว่าห้องอ่านหนังสือจะอ้างว้างมากถึงเพียงนี้

            ได้ยินเสียงเท้าเล็กๆ เดินหายไป หลงเทียนอวี้ที่ยืนนิ่งตลอดเวลาพลันหันหน้ามองความว่างเปล่าภายในห้อง

            เหตุใด...ห้องที่เคยคิดว่าคับแคบจึงว่างเปล่าจนใจหายเช่นนี้?

            หลงเทียนอวี้ส่ายหน้าเพื่อขับไล่ความคิดน่าขันออกจากสมอง หยิบเอกสารที่ยังไม่ได้อ่านเมื่อหลายวันก่อนขึ้นอย่างเหม่อลอย

            “พี่สามทะเลาะกับพี่สะใภ้อย่างนั้นหรือ?”

            เสียงแผ่วเบาซุกซนดังขึ้นร่างของหลงชิงหานพลันปรากฏขึ้นในห้องอ่านหนังสือ

            ยังคงถือพัดลายดอกไม้ไว้ในมือ ดวงตาขี้เล่นราวกับได้เห็นเรื่องน่าสนุกเข้าเสียแล้ว

            “เจ้า...แอบฟัง?” คิ้วของหลงเทียนอวี้ขมวดเข้าหากันดูเหมือนเขาควรจะลดวิชาศิลปะการต่อสู้ของหลงชิงหานบ้างเสียแล้วเขาจะได้มิต้องแอบฟังในเรื่องที่ไม่สมควรฟัง

            “ข้าเปล่านะ ข้าจะกล้าทำเยี่ยงนั้นได้เช่นไร?เพียงแค่เมื่อครู่ตอนที่ข้าเห็นพี่สะใภ้สามเดินกลับออกไปปากของนางบ่นพึมพำไม่หยุดประหนึ่งกำลังสาปแช่งใครอยู่อย่างนั้นดูเหมือนนางจะอารมณ์ไม่ดี พอเห็นหินเล็กๆ ก้อนหนึ่ง นางจึงคิดจะระบายอารมณ์แต่ใครจะรู้เล่าว่าหินก้อนนั้นจะฝังลึกกับผืนดิน ครู่ต่อมานางจึงทำได้แต่เพียงกอดขานั่งร้องไห้อยู่บนพื้น”

            ยังไม่ทันที่หลงชิงหานจะพูดจบ ร่างของหลงเทียนอวี้พลันหายออกไปจากห้องอ่านหนังสือ

            มองแผ่นหลังของพี่สามที่ลับหายไปอย่างรวดเร็วหลงชิงหานอดไม่ได้ที่จะแอบหัวเราะ

            ดูเหมือนพี่สามที่เคยเย็นชาประหนึ่งภูเขาน้ำแข็งจะต้องถูกพี่สะใภ้ที่ร้อนแรงราวกับดวงอาทิตย์แผดเผาแล้วอย่างแน่นอน

            “ฮือๆ เจ้าหินบ้า แม้แต่เจ้าก็รังแกข้าอย่างนั้นหรือ! ฮึเดี๋ยวข้าจะสั่งให้ย้ายพวกเจ้าทุกก้อนไปเผาทิ้งให้หมดเลย!”

            หลินเมิ้งหยากอดขา ริมฝีปากบางส่งเสียงสะอึกสะอื้นเบาๆ

            เจ็บนิ้วเท้าจังเลย! ครู่ต่อมา หยาดน้ำตาพลันรินไหล

            อีกเดี๋ยวจะต้องบวมแน่นอนเลย!

            นางเองก็ผิด ไม่เป็นไรแท้ๆ แต่จะเตะก้อนหินระบายอารมณ์เพื่ออะไร!

            นางลูบไล้นิ้วเท้า ขณะที่กำลังจะลุกขึ้นร่างบางพลันลอยขึ้นกลางอากาศ จากนั้นตกอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคน

            นางเงยหน้า ทว่าได้เห็นใบหน้านิ่วคิ้วขมวดของหลงเทียนอวี้ ขณะที่คิดจะดิ้นหนีกลับถูกเขากอดเอาไว้แน่น

            “อย่าขยับ ข้าจะพาเจ้าไปทำแผล”

            น้ำเสียงยังคงเย็นชาดังเดิมทว่ากลับมิได้เย็นชาเหมือนเมื่อครู่อีกต่อไป

            หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด สุดท้ายขดตัวอยู่ภายในอ้อมกอดของเขาอย่างเชื่อฟังถึงอย่างไรนี่ก็เป็นการบาดเจ็บที่ได้รับจากการทำงาน เขาเป็นเจ้านายก็ควรรับผิดชอบ

            อุ้มหลินเมิ้งหยาผ่านตำหนักฉินหวู่กลับมายังตำหนักหลิวซินระหว่างทางเดินผ่านคนรับใช้มากมาย ทุกคนล้วนได้เห็นภาพที่ยากจะได้เห็น

            ท่านอ๋องที่มีใบหน้าเย็นชากำลังอุ้มพระชายากลับไปที่ตำหนักไหนเมื่อครู่มีคนบอกว่าท่านอ๋องรักและเอ็นดูหญิงสาวจากซีฟานผู้นั้นอย่างไรเล่า?

            ดูเหมือนท่านอ๋องจะรักพระชายาที่สุดมิเช่นนั้นจะยอมลดศักดิ์ศรีของตนเอง แล้วพลีตนเป็นเกี้ยวให้กับพระชายาเช่นนี้หรือ?

            “ท่านอ๋อง นายหญิงเป็นอะไรหรือเจ้าคะ?”

            เปิดประตูตำหนักหลิวซิน สาวใช้ทั้งสามพุ่งตัวเข้ามา คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เห็นท่านอ๋องกำลังอุ้มพระชายากลับมาเรื่องนี้จะกลายเป็นข่าวใหญ่หรือไม่?

            “พวกเจ้าไปเอายาคลายกล้ามเนื้อและอุปกรณ์ทำแผลมา นางได้รับบาดเจ็บ”

            หลงเทียนอวี้สั่งสาวใช้ในตำหนักหลิวซินเพียงไม่กี่ประโยค ป๋ายจื่อรีบร้อนวิ่งไปหายา

            เขาอุ้มหลินเมิ้งหยากลับมาจนถึงห้อง ก่อนจะวางตัวนางลงเบาๆท่าทางของนางมิได้เย่อหยิ่งเหมือนเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย

            “ยามาแล้วเจ้าค่ะ ยามาแล้ว นายหญิงบาดเจ็บตรงไหนหรือเจ้าคะ?”

            ป๋ายจื่อมองนายหญิงของตนเองด้วยท่าทางสงสารนับตั้งแต่แต่งงานออกเรือนมา นายหญิงมักจะมีแผลเล็กแผลใหญ่ไม่น้อยเลย

            แต่ใครจะรู้ว่าหลงเทียนอวี้จะแย่งยาเหล่านั้นไป

            เขาคิดจะถอดรองเท้าของหลินเมิ้งหยาออกด้วยตนเองขณะเดียวกันคนในตำหนักล้วนตกตะลึง

            พวกนางมิได้ฝันไปใช่หรือไม่? ท่านอ๋องกำลังจะถอดรองเท้าให้พระชายา

            ป๋ายจีอายุมากที่สุด นางเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ในทันทีหมุนตัวพาทุกคนออกไปจากห้องทั้งที่ใบหน้าแดงก่ำ

            หลินเมิ้งหยามองดูหลงเทียนอวี้เสมือนคนโง่เขากำลังถอดรองเท้าให้นางเองกับมือ อีกทั้งยังถอดด้วยความระมัดระวังท่อนขาเรียวยาวสีขาวดั่งไข่มุกจึงเผยออกมาให้เห็น

            “ท่านอ๋อง การกระทำเช่นนี้มิต่างอะไรจากคนโรคจิตเลยนะเพคะ”

            หลินเมิ้งหยาไม่รู้ว่าตนเองกำลังเข้าใจผิดหรือไม่ดังนั้นนางจึงเอ่ยประโยคนี้ออกมา

            ทว่าหลงเทียนอวี้กลับเทยาในขวดออกมาก่อนจะออกแรงนวดคลึงนิ้วเท้าของหลินเมิ้งหยา

            “เช่นนั้นเจ้าจึงไปแจ้งทางการให้มาจับข้าเถิดแต่ถึงอย่างนั้นข้าจะบอกอะไรเจ้าสักเรื่องหนึ่งก่อนฝูหยิ่นของเมืองหลวงล้วนเป็นคนของข้า”

            เพียงประโยคนี้ทำให้หลินเมิ้งหยาพูดไม่ออกคิดว่าตำแหน่งสูงกว่าแล้วจะอยู่ค้ำหัวผู้อื่นหรืออย่างไร?

            “ท่านอ๋อง คิดหรือว่าท่านโตแล้วจึงทำตัวโรคจิตเช่นนี้ได้?”

            ฮือๆ สมองของนางกำลังเล่นตลกอยู่หรือไรนางไม่เคยเกลียดชังฝีปากของตนเองเท่านี้มาก่อนเลย

            “ข้าเกิดในสมัยหยวนชิ่งปีที่แปด ดังนั้นข้าจึงแก่กว่าเจ้าอย่างแน่นอน”

            สวรรค์โปรด นี่มันประโยคสนทนาแปลกประหลาดอะไรกันนี่หลินเมิ้งหยาพูดไม่ออก นางไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอะไรด้วยซ้ำ!

            “เสร็จแล้ว วันนี้พักผ่อนสักเล็กน้อยก็จะฟื้นกลับมาเป็นปกติอีกไม่กี่วันจะเป็นวันงานเลี้ยงฉลองการมาเยือนของฮ่องเต้หมิงเมื่อถึงวันนั้นองค์ชายแห่งซีฟานเองก็จะเสด็จมาด้วย เจ้าต้องเข้าวังไปกับข้า”

            หลงเทียนอวี้ปล่อยท่อนขาวสีขาวราวหิมะผิวพรรณของหลินเมิ้งหยาดีมากเหลือเกิน

            ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ผิวพรรณของนางขาวนวลนุ่มนิ่ม หลงเทียนอวี้เพิ่งรู้ในตอนนี้เองว่าผิวขาวดุจหิมะเป็นเช่นไร

            “เช่นนั้นหม่อมฉันต้องเตรียมตัวอย่างไรเพคะ?” ใบหน้าเรียวเล็กแดงระเรื่อชักขาของตนเองกลับอันที่จริงหลินเมิ้งหยาไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องเผยท่อนขาให้ชายใดเห็นมาก่อน

            ทว่า...อยู่ๆ ทัศนคติที่เปลี่ยนไปของหลงเทียนอวี้นี่ช่าง...

            “ไม่ต้องเตรียมอะไรทั้งสิ้น ข้ากับชิงหานเตรียมการไว้หมดแล้วเจ้าไปร่วมงานด้วยกันก็พอ”

            จมูกพลันได้กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของหลินเมิ้งหยา

            มิรู้ว่าหญิงสาวคนนี้ใช้เครื่องหอมชนิดใดเหตุใดวันนี้จึงหอมมากเป็นพิเศษกันนะ?

            “เพคะ หม่อมฉันเข้าใจแล้ว”

            นางก้มศีรษะต่ำ เพิ่งจะมาแสดงท่าทีเขินอายตอนนี้ยังจะทันหรือไม่?

            “เช่นนั้นข้าไปล่ะ เจ้าพักผ่อนมากๆ แล้วกัน”

            เขาลุกขึ้นยืน ชำเลืองมองหลินเมิ้งหยาที่กำลังก้มหน้าอยู่เล็กน้อยหัวใจพลันกระตุก

            “คือว่า...ท่านอ๋อง หากครั้งหน้าท่านคิดจะทำตัวโรคจิตอีกล่ะก็ได้โปรดแจ้งหม่อมฉันให้ทราบล่วงหน้าด้วยเพคะ”

            สวรรค์โปรด! นางเอ่ยประโยคนี้ออกไปทำไมกัน?ทั้งที่นางแค่อยากขอบคุณท่านอ๋องที่อุ้มนางกลับมาส่งและทำแผลให้เท่านั้นแท้ๆ

            “ได้”

            คิดไม่ถึงเลยว่าหลงเทียนอวี้จะแปลกยิ่งกว่าที่ส่งเสียงตอบรับนางเช่นนี้

            ฮือๆ หลินเมิ้งหยามุดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มคำพูดของพวกนางทำให้ใครต่อใครต่างพากันพูดไม่ออก!

            ก้อนเมฆถมึงทึงลอยครึ้มอยู่เหนือจวนพลันลอยหายไปเหตุเพราะหลินเมิ้งหยาและหลงเทียนอวี้ได้ปรับความเข้าใจกันเล็กน้อยแล้ว

            เหตุเพราะได้รับบาดเจ็บพระสนมเต๋อเฟยที่คิดจะสั่งสอนนางกลับกลายเป็นปลอบโยนแทน

            บางทีเพราะลูกสะใภ้เกิดอาการหึงหวง ดังนั้นในสายตาของหลงเทียนอวี้ เขาจึงรู้สึกรักและเอ็นดูชายาของตนเองมากขึ้น

            นางที่เป็นแม่ไม่ควรยื่นมือเข้าไปวุ่นวายกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่

            บางทีอาจเพราะเผลอนึกถึงเรื่องราวของตนเองกับฮ่องเต้ดังนั้นจึงเลือกที่จะมองข้ามเรื่องของหลินเมิ้งหยาไป

            พริบตาเดียว วันงานเลี้ยงต้อนรับการมาเยือนของฮ่องเต้หมิงก็มาถึง

            ราวกับว่าฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้จะมาเร็วกว่าที่คิด

            ทันทีที่เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง อากาศยามค่ำคืนพลันหนาวเหน็บ

            ภายในตำหนักหลิวซินตระเตรียมเตาอั้งโล่เอาไว้เรียบร้อยแล้วเคยได้ยินมาว่าใต้ผืนแผ่นดินของตำหนักแห่งนี้มีมังกรใต้ดินอาศัยอยู่ยามใดที่รู้สึกหนาวเหน็บ มันจะลุกขึ้นมาพ่นไฟเพื่อไล่ความหนาวออกไป

            เมื่อถึงเวลานั้น เกรงว่าอากาศจะอบอุ่นเสียยิ่งกว่าฤดูร้อน

            “หากพระชายาของพวกเราสวมใส่ชุดวิหคเหินท่ามกลางหมู่มวลบุปผาชุดนี้ จะต้องงดงามเกินผู้ใดอย่างแน่นอน”

            ป๋ายจื่อหัวเราะคิกคักขณะลูบไล้ชุดสีแดงทับทิมที่ถูกถักทอมาอย่างประณีตด้วยด้ายทีละเส้น

            “ใช่แล้ว! พี่ป๋ายจีเป็นอัจฉริยะด้านงานฝีมือโดยแท้!”

    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592