บทที่6
หลินเยว่หว่านกับฝักบัวเ้าปัญหา(2)
ซวยมหากาฬ!!
หลินเยว่หว่านในตอนนี้อยู่ในอิริยาบถที่ไม่ค่อยดีเท่าใดนัก..เรียกได้ว่าถ้าหลินจินอิ๋งมาเห็นคงอกแตกตาย ร่างของนางในตอนนี้นอนหงายอยู่กับพื้นส่วนมือทั้งสองข้างกำสายฝักบัวที่เด็ดติดมือมาได้เอาไว้แน่น
...ถ้าเผลอพลัดตกลงมาเพียงลำพังมันก็ไม่เป็อะไรหรอก
แต่องค์รัชทายาท...เป็ถังจวิ้นเซียนที่เอาตัวมารับนางไว้!
และตอนนี้นางก็นอนหงายก้นจ้ำม่ำทับเขาอยู่!
“เ้าจะลุกได้หรือยัง”
ถังจวิ้นเซียนเอ่ยสั้นๆเมื่อเห็นหลินเยว่หว่านเงียบไป ส่วนสาเหตุที่นางเงียบนั้นก็เป็เพราะกำลังคิดว่าโทษของตนในอนาคตคืออะไรเบาสุดก็คัดตำรา หนักขึ้นมาก็โดยสั่งโบย หนักอีกนิดก็คงตัดหัว
“พะ...เพคะ”นางรับคำอีกฝ่ายก่อนที่จะค่อยๆ พยายามชันตัวขึ้น ทว่า.. “องค์รัชทายาทเพคะ..เอ่อรบกวน...” หลินเยว่หว่านเอ่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆพลางก้มลงมองบริเวณเอวของตนที่โดนอีกฝ่ายโอบเอาไว้แน่นด้วยมือทั้งสองข้าง
“โทษที”ว่าแล้วเขาก็ปล่อยมือ “หากมิทำเช่นนี้ก็คงรับเ้าไว้มิได้”
เมื่อหลุดจากพันธนาการรัดรึงแล้วหลินเยว่หว่านก็กุลีกุจอลุกขึ้นจากนั้นจึงยื่นมือออกไปหมายจะให้อีกฝ่ายจับ ทว่าถังจวิ้นเซียนก็สามารถลุกขึ้นยืนได้ด้วยตนเองจนทำให้นางต้องรีบชักมือกลับเขาปัดเศษดินเศษฝุ่นที่ติดเลอะเปรอะลำตัวออกเบาๆจากนั้นจึงจ้องหน้าหลินเยว่หว่านโดยไม่วางตา
“ขอบพระทัยที่ช่วยเหลือเพคะ”นั่นคือคำพูดที่นางเอ่ยพลางโค้งศีรษะให้เบาๆ ตอนแรกนางก็อยากจะเอ่ยปากกล่าวขอโทษอยู่หรอกทว่าเมื่อนึกถึงสิ่งที่ถังจวิ้นเซียนทำกับนางเอาไว้ในชีวิตที่แล้วให้เจ็บตัวบ้างเสียหน่อยก็ดี
ไม่ขอโทษหรอก!
“เพียงแค่ฝักบัวฝักเดียวเ้าถึงกลับต้องทำเช่นนี้เลยอย่างนั้นหรือ” ถังจวิ้นเซียนมองหน้านางไม่วางตาสลับกับมองฝักบัวในมืออีกฝ่ายที่ถูกกำเอาไว้แน่น“เรียกบ่าวของเ้าให้มาเก็บให้ก็ได้นี่”
หลินเยว่หว่านสะดุดนิ่งไปพักหนึ่งไม่ใช่ว่าเพราะไม่รู้จะตอบอะไรแต่กำลังนึกอยู่ต่างหากว่าควรจะตอบเช่นไรให้เหมาะสมกับสติปัญญาของเด็กวัยสี่หนาวและให้เด็กวัยสิบหนาวเช่นเขาไม่จับสังเกตเอาได้
...หากเลือกที่จะทำตัวฉลาดเกินไปก็ใช่ว่าจะเป็การดี
...แต่ถ้าเขลาเกินไป...ก็ยิ่งจะไม่ใช่การดี
“บางครั้งสิ่งที่เราคว้ามันมาได้ด้วยตนเองมันน่าภูมิใจกว่าที่มีผู้อื่นคอยทำให้นะเพคะ” หลังจากกลั่นกรองได้แล้วนางจึงพูดออกไป “แม้จะเสี่ยงภัยไปเสียหน่อย แต่สุดท้ายแล้วเมื่อมันสำเร็จ ความสำเร็จนั้นก็เป็เพราะเรานะเพคะ”นางยิ้ม
ถังจวิ้นเซียนเลิกคิ้วแม้จะได้ยินมาว่าคุณหนูหลินผู้นี้สติปัญญาวาจาเป็เลิศแต่ก็ไม่นึกว่าจะเอ่ยคำพูดได้ดีขนาดนี้“แต่เ้าจะมิสำเร็จหากข้ามิยื่นมือเข้าไปช่วย” เขาเอ่ยคอยดูว่าคู่หมั้นตัวน้อยของตนจะตอบเช่นไร
“เพราะหม่อมฉันมั่นใจว่าพระองค์ต้องเข้ามาช่วยยังไงล่ะ!”
หลินเยว่หว่านรีบตัดบทสนทนาด้วยคำพูดไร้สติของเด็กน้อยทั่วไปฉีกยิ้มให้หนึ่งทีแล้วก้าวขาเดินไปนั่งยังเก้าอี้ในศาลากลางน้ำที่ถูกวางไว้สามตัวโชคดีที่นางไหวตัวทันพอ มิเช่นนั้นอีกฝ่ายคงจะถามคำถามนางเช่นนี้ไปเรื่อยๆไม่รู้จบแน่
...มีความรู้รอบด้านวาจาฉะฉานแต่ก็ยังคงไร้เดียงสาเฉกเช่นดรุณีน้อยทั่วไป
นั่นคือภาพที่นางสร้างเอาไว้ให้ถังจวิ้นเซียนเห็น
ถังจวิ้นเซียนถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งจากนั้นจึงเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวใกล้ๆมองหลินเยว่หว่านที่กำลังแกะเม็ดบัวออกจากฝักพลางฮัมเพลงพลางส่วนหลินเยว่หว่านนั้นก็มีเหลือบมองอีกฝ่ายเป็ระยะๆคอยดูว่าแผนการนี้ที่ตนใช้จะได้ผลหรือไม่
ซึ่งดูท่าว่าค่อนข้างที่จะได้ผลดีหากถังจวิ้นเซียนยังคงผ่อนปรนอนุโลมความดื้อซนของนางเช่นนี้ไปเรื่อยๆก็เท่ากับว่านางผูกไมตรีอีกฝ่ายได้สำเร็จ และนั่นจะนำไปสู่การขอถอนหมั้นโดยสันติวิธีอย่างแท้จริง
และเท่ากับว่านางตัดปัญหาเื่ถังจวิ้นเซียนไปได้แล้ว...ที่เหลือก็แค่รอคอยเวลาให้เนื้อชิ้นโตของนางเดินทางเข้าเมืองหลวงเท่านั้น
“จริงสิแล้วเื่ที่พระองค์จะทรงตรัสกับหม่อมฉันล่ะเพคะ?” หลินเยว่หว่านเงยหน้าขึ้นถามอีกฝ่ายถังจวิ้นเซียนที่ดูเหมือนจะหลุดเข้าภวังค์ไปจึงได้สติกลับคืนมาอีกรอบ
“อีกเจ็ดวันจะเป็วันคล้ายวันพระราชสมภพของฮองเฮา”
ตุ่บ!
ไม่รู้ว่าเหตุใดั้แ่กลับมาเกิดใหม่เป็ชีวิตที่สองนี้มือไม้ของหลินเยว่หว่านนั้นมักจะอ่อนแรงอยู่ตลอดเวลาครั้งนี้เมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวเม็ดบัวหนึ่งเม็ดที่นางทำทีจะแกะเปลือกออกก็ร่วงหล่นจากมือสู่พื้นทันที
...อวี๋ฮองเฮาหรือพระราชมารดาแท้ๆ ของถังจวิ้นเซียน คือผู้ที่นางมิอยากเจอมากที่สุด
และอยากเอาคืนมากที่สุดรองลงมาจากเนี่ยจินเหมยเพียงขั้นเดียว
หลังจากที่ฮ่องเต้ถังิจื้อเสด็จตองค์รัชทายาทถังจวิ้นเซียนขึ้นสืบราชสมบัติเป็ฮ่องเต้แห่งต้าถังด้วยอายุเพียงยี่สิบเอ็ดชันษาอวี๋ฮองเฮาได้รับราชทินนามใหม่เป็อวี๋ไทเฮา เพราะเป็การตอย่างกะทันหันจึงทำให้อำนาจฝ่ายในแม้แต่ในวังหน้าจึงตกเป็ของอวี๋ไทเฮาเสียเกือบครึ่งกว่าฮ่องเต้ถังจวิ้นเซียนจะดึงคืนอำนาจกลับมาได้หมดก็ใช้เวลาท่อนแท่นอยู่หลายปี
และแน่นอนว่าการที่ฮ่องเต้ถังจวิ้นเซียนดึงอำนาจกลับคืนสู่ตนได้หมดนั้น...ก็เป็เพราะอวี๋ไทเฮาที่คอยชักจูงอยู่เื้ั ใช้แผนกลเล่ห์สารพัดอุบายหลอกล่อให้โอรสของตนทำตามมิต่างอะไรกับการเชิดหุ่นฮ่องเต้ถังจวิ้นเซียนในตอนนั้นมิมีอำนาจที่จะสู้อวี๋ไทเฮาได้จึงต้องยอมทำตามผู้เป็ราชมารดาเพื่อผลประโยชน์
ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่อวี๋ไทเฮา้าคือการกวาดล้างตระกูลขุนนางเก่าและมอบอำนาจใหม่ให้กับตระกูลขุนนางหน้าใหม่ที่ขึ้นเป็ใหญ่ได้เพียงไม่นานขุนนางตระกูลใดที่แข็งข้อก็มักจะมีอันเป็ไปเสียเกือบหมด
ตระกูลหลินก็เป็หนึ่งในนั้น
ยิ่งคิดหลินเยว่หว่านก็ยิ่งอยากจะหัวร่อดังๆ ให้กับความเขลาของตนในชีวิตที่แล้วที่ได้เดินลงไปสู่หลุมพรางกับดักโง่ๆ ง่ายๆจนนำไปสู่ความตายอย่างน่าอนาถของตนและครอบครัว
และยิ่งคิด...ใจหนึ่งหลินเยว่หว่านก็รู้สึกสงสารถังจวิ้นเซียนขึ้นมาจับใจ
องค์ชายที่ประสูติจากฮองเฮามีหรือที่จะไม่ได้รับแรงกดดัน และแรงกดดันนั้นก็เดาได้ไม่ยากว่ามาจากอวี๋ฮองเฮาราชมารดาของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
เพราะวังหลังเป็สถานที่ที่ซับซ้อนกว่าที่คิดหากมิฝึกปรือตนให้เป็ที่ต้องตาของฝ่าา ก็ยากที่จะอยู่รอดได้แม้จะเป็ถึงฮองเฮาก็ตาม
หลินเยว่หว่านเม้มริมฝีปากของตนแน่นเมื่อนึกถึงตอนที่ตนเป็หนึ่งในดอกไม้งามประดับวังหลัง
...แม้จะงดงามและเป็ใหญ่ที่สุดหากผู้ที่เป็เ้าของบุปผาเ่าั้มิยินดีที่จะเชยชม แล้วจะมีประโยชน์อันใดกัน
“หากเ้ามิเต็มใจข้าจะไปทูลฮองเฮาให้”ถังจวิ้นเซียนเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าหลินเยว่หว่านมีสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีเท่าใดนัก
“...ได้รับคำเชิญย่อมเป็เกียรติเพคะทว่า...” นางลากเสียงยาวราวกับกำลังชั่งใจ “มารดาของหม่อมฉันสามารถเข้าร่วมได้หรือไม่เพคะ?”
“ได้แน่นอน”เขาพยักหน้า
“หม่อมฉันเป็คู่หมั้นของฝ่าาหากมิเข้าร่วมคงมิใช่เื่ดีสินะเพคะ”หลินเยว่หว่านยิ้มแห้งพลางนึกถึงเื่ที่ตนอาจจะต้องเจอในอนาคตอันใกล้นี้
เพราะสกุลหลินเป็สกุลขุนนางเก่าแก่อวี๋ฮองเฮาจึงมิพึงใจนางที่ได้เป็คู่หมั้นของโอรสตน เพราะการเป็ขุนนางเก่าก็หมายถึงว่ามีฐานอำนาจที่แข็งแกร่งยากที่จะควบคุมตามใจนึก ถึงกระนั้นนางก็มิสามารถขัดราชโองการของฝ่าาได้จึงเป็เหตุผลที่เมื่อฮ่องเต้ถังิจื้อตอวี๋ฮองเฮาจึงเริ่มทำตามพระทัยของตนโดยทันที
“เช่นนั้นข้าจะไปทูลฮองเฮาว่าเ้าจะเข้าร่วมอีกเจ็ดวันข้าจะส่งรถม้าจากวังหลวงมารับ” พูดจบถังจวิ้นเซียนก็ลุกขึ้นตอนนี้จวนจะได้เวลาที่เขาต้องกลับวังหลวงแล้ว
“มิเป็ไรเพคะหม่อมฉันมิรบกวนพระองค์” หลินเยว่หว่านเลิกลัก ยกมือขึ้นปรามอีกฝ่ายโดยไว
“เ้าเข้าร่วมงานนี้ในฐานะคนสำคัญหากมิทำให้สมเกียรติเกรงว่าข้าจะขายหน้าเสีย” ถังจวิ้นเซียนกล่าวเสียงเรียบเย็นเช่นนั้นหลินเยว่หว่านจึงได้แต่กะพริบตาปริบๆ แล้วพยักหน้ารับคำอย่างช่วยไม่ได้
…คนสำคัญ เช่นนั้นหรือ
ก็เพียงแค่เพราะนางเป็คู่หมั้นของเขา...มิมีเหตุผลอื่นใดหรอก
“ให้หม่อมฉันไปส่งนะเพคะ”หลินเยว่หว่านรีบลุกขึ้นตาม เมื่อนางตกลงสู่ห้วงความคิดเพียงครู่เดียวก็เห็นว่าจู่ๆถังจวิ้นเซียนหมุนตัวเดินกลับออกไป ไม่พูดจาบอกกล่าวสักคำนางสับเท้าสั้นป้อมของตนตามไปอย่างเร่งรีบถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถเดินตามทันอีกฝ่ายที่แค่สาวเท้าตามปกติได้เลย
จวบจนกระทั่งเดินออกมาถึงหน้าจวนหลินตรงที่มีรถม้าธรรมดาๆจอดเอาไว้ ถังจวิ้นเซียนจึงหยุดรอคู่หมั้นของตนที่สาวเท้าตามมาด้านหลังกว่าหลินเยว่หว่านจะตามทันก็เอาเสียเกือบลิ้นห้อย
“พระองค์..แกล้งหม่อมฉันแน่ๆ”นางสูดหายใจเข้าปอดลึก ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ที่ว่านางนั้นเผลอเห็นอีกฝ่ายกระตุกยิ้มที่มุมปากเบาๆ
“เจอกัน”ถังจวิ้นเซียนวางมือบนศีรษะของหลินเยว่หว่านเบาๆครู่หนึ่งแล้วรีบชักกลับราวกับว่าเผลอตัว จากนั้นจึงขึ้นรถม้าเดินทางกลับไป
“...เดินทางปลอดภัยเพคะ”
หลินเยว่หว่านเอ่ยขึ้นเมื่อรถม้าเริ่มลากออกจากจวนนางยกมือหนึ่งข้างขึ้นวางบนศีรษะของตน ััเบาๆ จากมือของอีกฝ่ายทำให้นางสติหลุดไปชั่วขณะหนึ่ง
...และในชั่วขณะหนึ่งนั้นก็ทำให้นางเผลอคิดว่าหากเขาช่วยถังจวิ้นเซียนไม่ให้ตกลงสู่การควบคุมของอวี๋ฮองเฮาได้ก็คงจะดีไม่น้อยสินะ
ว่าไปนั่น...เด็กสี่ขวบจะมีปัญญาไปสู้กับมารดาแห่งแผ่นดินพระองค์ปัจจุบันได้อย่างไรกัน