ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    เล่มที่ 4 บทที่ 106 เล่นงานชิ่งอ๋อง

            หลินเสวี่ยหลานไม่ได้เป็นลมไปจริงๆนางเพียงต้องการทดสอบดูว่าโจวเซินอี้ยังมีทรัพย์สมบัติหลงเหลืออยู่หรือไม่

            สองวันมานี้นางต้องฝืนกินผักและผลไม้ป่าไปวันๆท้องจึงรู้สึกว่างเปล่า ทรมานเป็นอย่างยิ่ง ส่วนโจวเซินอี้นั้น ทุกครั้งที่ออกไปหาอาหารแม้ว่าจะนำผลไม้ป่าที่ไม่ค่อยน่ากินนักกลับมา แต่นางกลับไม่เห็นว่าเขาจะดูหิวสักเท่าไร

            ด้วยเหตุนี้ หลินเสวี่ยหลานจึงคาดเดาว่าโจวเซินอี้ต้องมีเงินติดตัวอยู่แน่นอนเขาน่าจะใช้วิธีหาข้ออ้างปลีกตัวออกไป แล้วใช้เงินแลกของกินกับผู้อื่นก่อนจะกินจนอิ่มท้องจากนั้นค่อยนำผลไม้ป่ากลับมาให้นาง

            โจวเซินอี้เห็นดวงตากลิ้งกลอกของหลินเสวี่ยหลานก็รู้ว่านางเสแสร้งเขาจึงคว้ามือของนางมา ใช้สองนิ้วบีบบริเวณง่ามมือของนางอย่างแรง

            “โอ๊ย!” หลินเสวี่ยหลานร้องออกมา นางลุกขึ้นนั่งพลางสะบัดมือของเขาออกอย่างแรง ท่าทางกระปรี้กระเปร่าเช่นนี้ทำให้คนยากจะเชื่อว่านางเพิ่งเป็นลมไป

            การกระทำของคนทั้งสองทำเอาหลินเสวี่ยจู๋ขบขัน

            โจวเซินอี้สมกับเป็นหมอเทวดาจริงๆผู้อื่นใช้วิธีหยิก ส่วนเขากลับบีบบริเวณง่ามมือ

            ส่วนหลินเสวี่ยหลานที่รู้ตัวว่าตนเองถูกเปิดโปงแล้ว ตอนนี้กำลังแสร้งทำสีหน้าเขินอายเพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วน

            “คุณชายโจวท่านทำข้าเจ็บ” นางพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

            โจวเซินอี้ยิ้มซื่อๆ แววตาเต็มไปด้วยความรักหยกถนอมบุปผา “ขออภัยแม่นางหลินเมื่อครู่ข้าใจร้อนไปหน่อย ไม่ได้คิดให้ดี”

            หลินเสวี่ยหลานนวดบริเวณง่ามมือนางขบฟันจนฟันแทบแตก แต่นางไม่กล้าทำให้โจวเซินอี้ขุ่นเคืองถึงอย่างไรชีวิตในวันข้างหน้าของนางก็ยังต้องพึ่งพาเขา

            โจวเซินอี้เองก็รู้จุดอ่อนของหลินเสวี่ยหลานเช่นกันเขาจึงไม่ได้พูดขอโทษอะไรอีก

            ในเวลานี้เองท้องของหลินเสวี่ยหลานก็ร้องโครกคราก นางจึงฉวยโอกาสเอ่ย “คุณชายโจวพวกเรายังต้องเดินทางอีกไกลแค่ไหนถึงจะเข้าเมือง? ในเมืองมีร้านค้าของสกุลโจวหรือไม่เจ้าคะ?”

            ความหมายที่นางต้องการจะสื่อนับว่าชัดเจนอยู่แล้วนั่นคือ หากเจอร้านค้าของสกุลโจวก็จะเบิกเงินออกมาใช้ได้สำหรับคุณชายทายาทสายตรงของสกุลโจวแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องที่ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ

            เมื่อโจวเซินอี้ได้ยินเช่นนี้ในใจก็มีแต่ความเย้ยหยันเมืองที่อยู่ข้างหน้ามีชื่อว่าอะไรเขายังไม่รู้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าป้ายหยกที่เขาพกติดตัวมาตอนนี้อยู่ที่หลินเสวี่ยจู๋

            แม้ว่าจะเจอร้านค้าของสกุลโจวเขาที่ไม่มีป้ายหยกจะพิสูจน์ตัวตนได้อย่างไร? แต่เรื่องนี้เขาไม่อาจบอกหลินเสวี่ยหลานได้ปล่อยให้นางรอคอยอย่างมีความหวัง แล้วค่อยๆ ผิดหวังไปเองแล้วกัน

            เมื่อคิดถึงตรงนี้ใบหน้าของโจวเซินอี้ก็ผุดรอยยิ้มขึ้นมา เขาพูดอย่างอ่อนโยน “ร้านค้าของสกุลโจวกระจายอยู่ทั่วทุกสารทิศไม่ว่าจะเป็นเมืองใดล้วนต้องมีร้านค้าของสกุลโจวอยู่แล้ว”

            หลินเสวี่ยหลานได้ยินเช่นนี้ดวงตาก็เป็นประกาย

            ร้านค้าของสกุลโจวมีอยู่ทั่วแคว้นเช่นนั้นสกุลโจวจะต้องร่ำรวยมากเพียงใดกัน?

            ในอดีตนางคิดว่าการเป็นขุนนางนั้นดีที่สุด เช่นเดียวกับท่านปู่และท่านอาจากสกุลรองเพราะพวกเขาดูสง่างาม มีอำนาจ และได้รับความเคารพนับถือจากผู้คน ครั้งหนึ่งนางเคยรังเกียจบิดาที่ไม่เอาไหนทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่านางในตอนนั้นจะยังเด็กเกินไป ไม่รู้ความเอาเสียเลย

            ท่านอาจากสกุลรองเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ทว่านี่เป็นเรื่องดีอย่างไร? ปีหนึ่งได้เบี้ยหวัดน้อยนิดถึงเพียงนั้น แม้ว่าท่านย่าจะใช้สารพัดวิธีการแต่สุดท้ายแล้วก็ยังต้องพึ่งพาทรัพย์สมบัติที่ท่านปู่ทิ้งเอาไว้ไม่ใช่หรือ?

            หากต้องพึ่งพาเบี้ยหวัดอันน้อยนิดของท่านอาจากสกุลรองท่านย่าของนางคงไม่มีทางซื้อหมู่บ้านการเกษตรได้แน่

            ดังนั้นชื่อเสียงหรือฐานะล้วนเป็นสิ่งจอมปลอมเงินทองต่างหากคือที่พึ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

            หลินเสวี่ยหลานคิดถึงตรงนี้ก็หันไปมองโจวเซินอี้อีกคราพลันรู้สึกว่าเขาก็ไม่ได้อัปลักษณ์มากนักถึงขั้นที่ว่าร่างกายของเขาเปล่งประกายราวกับทองคำ

            ทั้งสองต่างมองหน้ากันแววตาดึงดูดกันช้าๆ

            หลินเสวี่ยจู๋รีบละสายตาที่กำลังสอดรู้เรื่องชาวบ้านกลับมารู้สึกขนลุกซู่ไปทั่วร่างกาย

            “สนุกหรือไม่?” หยวนซิวที่อยู่ข้างกายนางถามขึ้นอย่างกะทันหัน

            หลินเสวี่ยจู๋หันหน้าไปเห็นเพียงเขากำลังจ้องมองกองไฟด้วยสายตาเรียบเฉย แววตาไม่อาจคาดเดาอารมณ์ได้

            หลินเสวี่ยจู๋รู้สึกราวกับตนเองแอบทำเรื่องไม่ดีแล้วถูกคนจับได้นางกระแอมในลำคอเบาๆ ก่อนจะตอบ “ก็ธรรมดา”

            หยวนซิวหยิบฟืนโยนเข้าไปในกองไฟน้ำเสียงของเขาคาดเดาอารมณ์ไม่ได้

            “ที่พึ่งของสกุลโจวคือชิ่งอ๋อง”

            ดวงตาของหลินเสวี่ยจู๋เบิกกว้างขึ้นมาทันที

            เรื่องแบบนี้ก็มีด้วยหรือ? เหตุใดนางถึงจำไม่ได้เลยเล่า? นี่มันเนื้อเรื่องลับอะไรอีก? หรือว่าตอนที่นางอ่านนิยายไม่ได้อ่านให้ละเอียดจึงพลาดรายละเอียดบางอย่างไป?

            แต่พอคิดดูดีๆก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผล

            ในนิยายเขียนไว้ว่าถึงแม้ชิ่งอ๋องจะจงรักภักดีต่อฮ่องเต้สุนัขแต่ความจริงแล้วก็มีแผนการของตนเองอยู่ในใจ

            เบื้องหน้าเขาช่วยฮ่องเต้สุนัขลอบสังหารหยวนซิวแต่ความจริงแล้วกลับเตรียมพร้อมมานานแล้ว เมื่อหยวนซิวตายเขาก็จะปล่อยข่าวลือที่ว่าฮ่องเต้สุนัขใส่ร้ายคนที่จงรักภักดีแล้วลงมือสังหารอนุชาของตนเองเพื่อทำลายชื่อเสียงของฮ่องเต้สุนัขก่อน รอจนฮ่องเต้สุนัขสูญเสียการสนับสนุนของราษฎร เขาค่อยฉวยโอกาสนี้ก่อกบฏภายใต้ร่มธงแห่งความยุติธรรมของสวรรค์เช่นนี้แล้วเขาก็จะกลายเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสงครามนี้

            หลินเสวี่ยจู๋ครุ่นคิดหากชิ่งอ๋องต้องการก่อกบฏ เบื้องหลังของเขาย่อมต้องได้รับการสนับสนุนทางการเงินอย่างมหาศาลแน่นอน

            ส่วนร้านค้าของสกุลโจวก็กระจายอยู่ทั่วทุกสารทิศนับว่าเป็นถุงเงินที่ยอดเยี่ยม เพียงแต่ในถุงเงินใบนี้มีเงินที่สะอาดสักเท่าไรก็ไม่อาจทราบได้

            ใช้เงินที่ได้มาโดยวิธีการที่มิชอบเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ไม่ถูกต้องชิ่งอ๋องผู้นี้นับว่ามีความสามารถไม่น้อย

            เมื่อหลินเสวี่ยจู๋คิดถึงตรงนี้ก็หยิบป้ายหยกของสกุลโจวออกมาพลิกดูซ้ำไปซ้ำมาดูอยู่ครู่หนึ่งนางก็ถามหยวนซิว “ท่านคิดว่าโจวเซินอี้มีป้ายหยกชิ้นนี้หลายอันหรือว่ามีอันเดียว?”

            หยวนซิวครุ่นคิดแล้วตอบ “เขาเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของสกุลโจวป้ายหยกของเขาย่อมต้องมีอันเดียว”

            “แต่เขากลับใช้ของชิ้นนี้มาแลกเงินห้าตำลึงกับข้าง่ายๆดูเหมือนเขาไม่ได้ใส่ใจมันสักเท่าไร” หลินเสวี่ยจู๋ลังเลเล็กน้อย

            หยวนซิววิเคราะห์อย่างใจเย็น “ป้ายหยกเป็นเพียงสิ่งของที่ใช้ยืนยันตัวตนหากเขากลับไปที่สกุลโจว เขาย่อมสั่งทำอันใหม่ได้ตลอดเวลาแต่เจ้าอยู่ในขบวนเนรเทศ ย่อมไม่มีโอกาสเข้าเมือง ดังนั้นเขาจึงมั่นใจว่าแม้เจ้าจะถือป้ายหยกอยู่ก็ไม่อาจใช้มันได้ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งเขาแสดงท่าทางไม่แยแสมากเท่าไรเจ้าก็จะยิ่งไม่สงสัยในมูลค่าที่แท้จริงของป้ายหยกชิ้นนี้”

            หลินเสวี่ยจู๋ฟังการวิเคราะห์อย่างมีหลักการของหยวนซิวก็พยักหน้าเห็นด้วยจากนั้นนางก็หัวเราะออกมา

            บังเอิญจริงๆที่นักโทษเนรเทศผู้ไม่มีโอกาสเข้าเมืองกำลังจะได้เข้าเมืองแล้ว

            และในเมื่อเมืองที่พวกเขากำลังจะเดินทางผ่านนั้นเป็นอาณาเขตของชิ่งอ๋องเช่นนั้นในเมืองย่อมต้องมีร้านค้าของสกุลโจวอย่างแน่นอน และขนาดก็คงจะไม่เล็ก

            เช่นนั้น...

            หลินเสวี่ยจู๋ยิ้มชั่วร้ายถือป้ายหยกไว้ในมือ

            “ลูกสาวเขียนรายการเสร็จเรียบร้อยแล้ว” ในตอนนี้เองหลินเฉิงจางก็ถือกระดาษแผ่นหนึ่งเดินมาส่งให้หลินเสวี่ยจู๋

            หลินเสวี่ยจู๋รับมาเห็นรายการสิ่งของที่ต้องซื้อมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้า หรือของใช้ต่างๆ สมกับเป็นผลลัพธ์จากการระดมความคิดของคนทั้งครอบครัว

            จากนั้นหลินเสวี่ยจู๋ก็นอนลงบนเสื่อฟาง แล้วส่งจิตสำนึกเข้าไปในมิติ

            นางต้องเตรียมของที่จำเป็นในรายการล่วงหน้าเพื่อจะได้ไม่ต้องใช้เวลานานในการเลือกซื้อของ ส่วนเวลาที่เหลือนางจะนำไปทำอย่างอื่นนั่นคือเล่นงานชิ่งอ๋อง

            .............................

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ] ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247