หลินเสวี่ยหลานไม่ได้เป็นลมไปจริงๆนางเพียงต้องการทดสอบดูว่าโจวเซินอี้ยังมีทรัพย์สมบัติหลงเหลืออยู่หรือไม่
สองวันมานี้นางต้องฝืนกินผักและผลไม้ป่าไปวันๆท้องจึงรู้สึกว่างเปล่า ทรมานเป็นอย่างยิ่ง ส่วนโจวเซินอี้นั้น ทุกครั้งที่ออกไปหาอาหารแม้ว่าจะนำผลไม้ป่าที่ไม่ค่อยน่ากินนักกลับมา แต่นางกลับไม่เห็นว่าเขาจะดูหิวสักเท่าไร
ด้วยเหตุนี้ หลินเสวี่ยหลานจึงคาดเดาว่าโจวเซินอี้ต้องมีเงินติดตัวอยู่แน่นอนเขาน่าจะใช้วิธีหาข้ออ้างปลีกตัวออกไป แล้วใช้เงินแลกของกินกับผู้อื่นก่อนจะกินจนอิ่มท้องจากนั้นค่อยนำผลไม้ป่ากลับมาให้นาง
โจวเซินอี้เห็นดวงตากลิ้งกลอกของหลินเสวี่ยหลานก็รู้ว่านางเสแสร้งเขาจึงคว้ามือของนางมา ใช้สองนิ้วบีบบริเวณง่ามมือของนางอย่างแรง
“โอ๊ย!” หลินเสวี่ยหลานร้องออกมา นางลุกขึ้นนั่งพลางสะบัดมือของเขาออกอย่างแรง ท่าทางกระปรี้กระเปร่าเช่นนี้ทำให้คนยากจะเชื่อว่านางเพิ่งเป็นลมไป
การกระทำของคนทั้งสองทำเอาหลินเสวี่ยจู๋ขบขัน
โจวเซินอี้สมกับเป็นหมอเทวดาจริงๆผู้อื่นใช้วิธีหยิก ส่วนเขากลับบีบบริเวณง่ามมือ
ส่วนหลินเสวี่ยหลานที่รู้ตัวว่าตนเองถูกเปิดโปงแล้ว ตอนนี้กำลังแสร้งทำสีหน้าเขินอายเพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วน
“คุณชายโจวท่านทำข้าเจ็บ” นางพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
โจวเซินอี้ยิ้มซื่อๆ แววตาเต็มไปด้วยความรักหยกถนอมบุปผา “ขออภัยแม่นางหลินเมื่อครู่ข้าใจร้อนไปหน่อย ไม่ได้คิดให้ดี”
หลินเสวี่ยหลานนวดบริเวณง่ามมือนางขบฟันจนฟันแทบแตก แต่นางไม่กล้าทำให้โจวเซินอี้ขุ่นเคืองถึงอย่างไรชีวิตในวันข้างหน้าของนางก็ยังต้องพึ่งพาเขา
โจวเซินอี้เองก็รู้จุดอ่อนของหลินเสวี่ยหลานเช่นกันเขาจึงไม่ได้พูดขอโทษอะไรอีก
ในเวลานี้เองท้องของหลินเสวี่ยหลานก็ร้องโครกคราก นางจึงฉวยโอกาสเอ่ย “คุณชายโจวพวกเรายังต้องเดินทางอีกไกลแค่ไหนถึงจะเข้าเมือง? ในเมืองมีร้านค้าของสกุลโจวหรือไม่เจ้าคะ?”
ความหมายที่นางต้องการจะสื่อนับว่าชัดเจนอยู่แล้วนั่นคือ หากเจอร้านค้าของสกุลโจวก็จะเบิกเงินออกมาใช้ได้สำหรับคุณชายทายาทสายตรงของสกุลโจวแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องที่ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
เมื่อโจวเซินอี้ได้ยินเช่นนี้ในใจก็มีแต่ความเย้ยหยันเมืองที่อยู่ข้างหน้ามีชื่อว่าอะไรเขายังไม่รู้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าป้ายหยกที่เขาพกติดตัวมาตอนนี้อยู่ที่หลินเสวี่ยจู๋
แม้ว่าจะเจอร้านค้าของสกุลโจวเขาที่ไม่มีป้ายหยกจะพิสูจน์ตัวตนได้อย่างไร? แต่เรื่องนี้เขาไม่อาจบอกหลินเสวี่ยหลานได้ปล่อยให้นางรอคอยอย่างมีความหวัง แล้วค่อยๆ ผิดหวังไปเองแล้วกัน
เมื่อคิดถึงตรงนี้ใบหน้าของโจวเซินอี้ก็ผุดรอยยิ้มขึ้นมา เขาพูดอย่างอ่อนโยน “ร้านค้าของสกุลโจวกระจายอยู่ทั่วทุกสารทิศไม่ว่าจะเป็นเมืองใดล้วนต้องมีร้านค้าของสกุลโจวอยู่แล้ว”
หลินเสวี่ยหลานได้ยินเช่นนี้ดวงตาก็เป็นประกาย
ร้านค้าของสกุลโจวมีอยู่ทั่วแคว้นเช่นนั้นสกุลโจวจะต้องร่ำรวยมากเพียงใดกัน?
ในอดีตนางคิดว่าการเป็นขุนนางนั้นดีที่สุด เช่นเดียวกับท่านปู่และท่านอาจากสกุลรองเพราะพวกเขาดูสง่างาม มีอำนาจ และได้รับความเคารพนับถือจากผู้คน ครั้งหนึ่งนางเคยรังเกียจบิดาที่ไม่เอาไหนทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่านางในตอนนั้นจะยังเด็กเกินไป ไม่รู้ความเอาเสียเลย
ท่านอาจากสกุลรองเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ทว่านี่เป็นเรื่องดีอย่างไร? ปีหนึ่งได้เบี้ยหวัดน้อยนิดถึงเพียงนั้น แม้ว่าท่านย่าจะใช้สารพัดวิธีการแต่สุดท้ายแล้วก็ยังต้องพึ่งพาทรัพย์สมบัติที่ท่านปู่ทิ้งเอาไว้ไม่ใช่หรือ?
หากต้องพึ่งพาเบี้ยหวัดอันน้อยนิดของท่านอาจากสกุลรองท่านย่าของนางคงไม่มีทางซื้อหมู่บ้านการเกษตรได้แน่
ดังนั้นชื่อเสียงหรือฐานะล้วนเป็นสิ่งจอมปลอมเงินทองต่างหากคือที่พึ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
หลินเสวี่ยหลานคิดถึงตรงนี้ก็หันไปมองโจวเซินอี้อีกคราพลันรู้สึกว่าเขาก็ไม่ได้อัปลักษณ์มากนักถึงขั้นที่ว่าร่างกายของเขาเปล่งประกายราวกับทองคำ
ทั้งสองต่างมองหน้ากันแววตาดึงดูดกันช้าๆ
หลินเสวี่ยจู๋รีบละสายตาที่กำลังสอดรู้เรื่องชาวบ้านกลับมารู้สึกขนลุกซู่ไปทั่วร่างกาย
“สนุกหรือไม่?” หยวนซิวที่อยู่ข้างกายนางถามขึ้นอย่างกะทันหัน
หลินเสวี่ยจู๋หันหน้าไปเห็นเพียงเขากำลังจ้องมองกองไฟด้วยสายตาเรียบเฉย แววตาไม่อาจคาดเดาอารมณ์ได้
หลินเสวี่ยจู๋รู้สึกราวกับตนเองแอบทำเรื่องไม่ดีแล้วถูกคนจับได้นางกระแอมในลำคอเบาๆ ก่อนจะตอบ “ก็ธรรมดา”
หยวนซิวหยิบฟืนโยนเข้าไปในกองไฟน้ำเสียงของเขาคาดเดาอารมณ์ไม่ได้
“ที่พึ่งของสกุลโจวคือชิ่งอ๋อง”
ดวงตาของหลินเสวี่ยจู๋เบิกกว้างขึ้นมาทันที
เรื่องแบบนี้ก็มีด้วยหรือ? เหตุใดนางถึงจำไม่ได้เลยเล่า? นี่มันเนื้อเรื่องลับอะไรอีก? หรือว่าตอนที่นางอ่านนิยายไม่ได้อ่านให้ละเอียดจึงพลาดรายละเอียดบางอย่างไป?
แต่พอคิดดูดีๆก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผล
ในนิยายเขียนไว้ว่าถึงแม้ชิ่งอ๋องจะจงรักภักดีต่อฮ่องเต้สุนัขแต่ความจริงแล้วก็มีแผนการของตนเองอยู่ในใจ
เบื้องหน้าเขาช่วยฮ่องเต้สุนัขลอบสังหารหยวนซิวแต่ความจริงแล้วกลับเตรียมพร้อมมานานแล้ว เมื่อหยวนซิวตายเขาก็จะปล่อยข่าวลือที่ว่าฮ่องเต้สุนัขใส่ร้ายคนที่จงรักภักดีแล้วลงมือสังหารอนุชาของตนเองเพื่อทำลายชื่อเสียงของฮ่องเต้สุนัขก่อน รอจนฮ่องเต้สุนัขสูญเสียการสนับสนุนของราษฎร เขาค่อยฉวยโอกาสนี้ก่อกบฏภายใต้ร่มธงแห่งความยุติธรรมของสวรรค์เช่นนี้แล้วเขาก็จะกลายเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสงครามนี้
หลินเสวี่ยจู๋ครุ่นคิดหากชิ่งอ๋องต้องการก่อกบฏ เบื้องหลังของเขาย่อมต้องได้รับการสนับสนุนทางการเงินอย่างมหาศาลแน่นอน
ส่วนร้านค้าของสกุลโจวก็กระจายอยู่ทั่วทุกสารทิศนับว่าเป็นถุงเงินที่ยอดเยี่ยม เพียงแต่ในถุงเงินใบนี้มีเงินที่สะอาดสักเท่าไรก็ไม่อาจทราบได้
ใช้เงินที่ได้มาโดยวิธีการที่มิชอบเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ไม่ถูกต้องชิ่งอ๋องผู้นี้นับว่ามีความสามารถไม่น้อย
เมื่อหลินเสวี่ยจู๋คิดถึงตรงนี้ก็หยิบป้ายหยกของสกุลโจวออกมาพลิกดูซ้ำไปซ้ำมาดูอยู่ครู่หนึ่งนางก็ถามหยวนซิว “ท่านคิดว่าโจวเซินอี้มีป้ายหยกชิ้นนี้หลายอันหรือว่ามีอันเดียว?”
หยวนซิวครุ่นคิดแล้วตอบ “เขาเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของสกุลโจวป้ายหยกของเขาย่อมต้องมีอันเดียว”
“แต่เขากลับใช้ของชิ้นนี้มาแลกเงินห้าตำลึงกับข้าง่ายๆดูเหมือนเขาไม่ได้ใส่ใจมันสักเท่าไร” หลินเสวี่ยจู๋ลังเลเล็กน้อย
หยวนซิววิเคราะห์อย่างใจเย็น “ป้ายหยกเป็นเพียงสิ่งของที่ใช้ยืนยันตัวตนหากเขากลับไปที่สกุลโจว เขาย่อมสั่งทำอันใหม่ได้ตลอดเวลาแต่เจ้าอยู่ในขบวนเนรเทศ ย่อมไม่มีโอกาสเข้าเมือง ดังนั้นเขาจึงมั่นใจว่าแม้เจ้าจะถือป้ายหยกอยู่ก็ไม่อาจใช้มันได้ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งเขาแสดงท่าทางไม่แยแสมากเท่าไรเจ้าก็จะยิ่งไม่สงสัยในมูลค่าที่แท้จริงของป้ายหยกชิ้นนี้”
หลินเสวี่ยจู๋ฟังการวิเคราะห์อย่างมีหลักการของหยวนซิวก็พยักหน้าเห็นด้วยจากนั้นนางก็หัวเราะออกมา
บังเอิญจริงๆที่นักโทษเนรเทศผู้ไม่มีโอกาสเข้าเมืองกำลังจะได้เข้าเมืองแล้ว
และในเมื่อเมืองที่พวกเขากำลังจะเดินทางผ่านนั้นเป็นอาณาเขตของชิ่งอ๋องเช่นนั้นในเมืองย่อมต้องมีร้านค้าของสกุลโจวอย่างแน่นอน และขนาดก็คงจะไม่เล็ก
เช่นนั้น...
หลินเสวี่ยจู๋ยิ้มชั่วร้ายถือป้ายหยกไว้ในมือ
“ลูกสาวเขียนรายการเสร็จเรียบร้อยแล้ว” ในตอนนี้เองหลินเฉิงจางก็ถือกระดาษแผ่นหนึ่งเดินมาส่งให้หลินเสวี่ยจู๋
หลินเสวี่ยจู๋รับมาเห็นรายการสิ่งของที่ต้องซื้อมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้า หรือของใช้ต่างๆ สมกับเป็นผลลัพธ์จากการระดมความคิดของคนทั้งครอบครัว
จากนั้นหลินเสวี่ยจู๋ก็นอนลงบนเสื่อฟาง แล้วส่งจิตสำนึกเข้าไปในมิติ
นางต้องเตรียมของที่จำเป็นในรายการล่วงหน้าเพื่อจะได้ไม่ต้องใช้เวลานานในการเลือกซื้อของ ส่วนเวลาที่เหลือนางจะนำไปทำอย่างอื่นนั่นคือเล่นงานชิ่งอ๋อง
.............................