ลวี่เยาวิ่งอย่างบ้าคลั่งไปตลอดทางในค่ำคืนที่เงียบสงัด ความเร็วเกินกว่าจะจินตนาการ วิชาตัวเบานี้เร็วกว่าช่วงที่นางรุ่งเรืองสามเท่า
อย่างที่คาด ความสามารถที่ซ่อนอยู่ล้วนเป็นโคตรเหง้าแม่มันบีบบังคับออกมา
ทันใดนั้น นางได้ยินเสียงเบา ๆ คล้ายเสียงคนเดินเหยียบกระเบื้อง
เสียงนั้นเบามาก หากมิใช่นางที่ความสามารถในการได้ยินเหนือมนุษย์ก็ไม่สามารถรับรู้
ลวี่เยาวิ่งไปไกลมากแล้ว แต่ด้วยนิสัยอยากรู้อยากเห็น จึงหันหลังและวิ่งกลับมา
ในแสงยามค่ำคืน สตรีนางหนึ่งในชุดยาวสีเขียวเข้มกำลังหมอบอยู่บนหลังคา ยกกระเบื้องขึ้นอย่างระมัดระวัง หยิบโถลายครามออกมาจากอกหนึ่งใบ เอามือจุ่มน้ำยาด้านในเล็กน้อย ดีดไปที่ผู้ใหญ่และทารกซึ่งนอนหลับอยู่ในห้อง มันตกลงบนปลายจมูกของพวกเขา ไม่นานมีเสียงกรนดังขึ้น เสียงหายใจแรงมาก ชัดเจนว่าหลับแล้วจริง ๆ หรืออาจกล่าวได้ว่า หมดสติ
สตรีผู้นั้นหยิบตะขอสามแฉกอันหนึ่งออกมาจากเอว จับเชือกในมือแน่น เกี่ยวตะขอสามแฉกตามตำแหน่งกระเบื้องที่เปิด ค่อย ๆ หย่อนลงไปในห้อง คว้าเด็กทารกคนหนึ่งขึ้นมา
ทารกนั่นไม่ร้องไม่เรียก เงียบมาก
โจรสาวไม่รู้สึกตัวว่าถูกคนเห็นเข้าแล้ว มือหนึ่งอุ้มทารกน้อย มือหนึ่งนำกระเบื้องวางกลับที่เดิม จากนั้นสะบัดตะขอสามแฉกในมือข้างหนึ่งให้เกี่ยวบนต้นไม้แห้งที่อยู่ไม่ไกลออกไป ร่างนั้นเหมือนลิงคล่องแคล่วตัวหนึ่งเหวี่ยงตัวขึ้นไปบนกำแพง
ทว่ายังไม่ทันทรงตัวให้มั่น ก็ถูกคนเอาทารกน้อยไป ตามด้วยเตะหนึ่งที จู่ ๆ ก็ถูกเตะร่วงจากกำแพง ตกลงไปในลานบ้าน กระแทกโดนตะกร้าหาบคู่หนึ่ง
ตะกร้าหาบล้มลงกับพื้น ส่งเสียงปึงปัง ปลุกคนที่กำลังหลับใหลในห้องตื่น ทารกน้อยในอ้อมกอดของลวี่เยายังคงหลับสนิท ไม่รู้ถึงอันตรายภายนอกเลยสักนิด
ลวี่เยาขมวดคิ้วเล็กน้อย ยื่นมือไปดีดที่ร่องใต้จมูกทีหนึ่ง
ทารกน้อยไม่ร้องไห้โวยวาย ดูท่าทางคงถูกมอมยาสลบเป็นแน่
โจรสาวรีบดีดตัวขึ้นจากพื้นยืนอย่างว่องไว กระโดดไปบนกำแพงอีกครั้ง ยื่นมือไปแย่งทารกน้อยที่อยู่ในอ้อมอกของลวี่เยา ปากกล่าวตะคอกเสียงเบา “หมาที่ไหนมาเกะกะขวางทาง?! ส่งเด็กมาให้ข้าเร็ว มิเช่นนั้นเจ้าได้เห็นดี!”
ลวี่เยามิได้ต่อปากต่อคำ ยกมือขึ้นก็เพียะ ๆ ตบหน้าโจรสาวนั่นไปสองที
โจรสาวเพียงรู้สึกเจ็บหน้า นางตะคอกอย่างโมโห “เอาฟีฟิดฟา” พอเอ่ยปากกล่าว โจรสาวจึงสังเกตพบว่ามีสิ่งผิดแปลก คำที่นางกล่าวคือ “เอาชีวิตมา” แต่ที่กล่าวออกไปเหตุใดกลับชัดเจนว่าเป็นลมรั่วออกมาอย่างรุนแรง? นางพองลมเป่าปาก ถึงได้พบความน่าหวาดหวั่น มุมปากของนางถูกลวี่เยาฉีกแยกออกแล้ว! เลือดอุ่น ๆ บนใบหน้าไหลจ๊อกราวกับถูกปิดด้วยผ้าแดง เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและความแปลกประหลาด
นางไม่เห็นลวี่เยาถืออาวุธ เห็นเพียงโบกมือใส่ หลังจากการโบกครั้งนี้ก็ทำให้นางเสียโฉมแล้ว!
โจรสาวโกรธมาก รู้ว่าวันนี้เจอตอไม้แข็งเข้าแล้ว ไม่ว่าอย่างไรล้วนเอาเปรียบไม่ได้ นางคิดจะเปิดปากกล่าวว่ารุนแรง แต่พอขยับปาก ก็รู้สึกเจ็บจนเกินทน ในใจรู้สึกกลัวอย่างประหลาด มิรู้ว่าจะมีชีวิตรอดไปจากที่นี่ได้หรือไม่ ใครจะรู้ว่าหญิงบ้านี่กระโดดออกมาจากที่ไหน ไม่ถามไถ่อันใดก็ลงมือทำร้ายคน?!
หากลวี่เยารู้ความคิดของโจรสาว คงหัวเราะจนเจ็บหน้าอกเป็นแน่ เจ้าขโมยทารกผู้อื่นคือเรื่องจริง ยังจะให้หาเหตุผลไม่ลงมือทำร้ายเจ้าอีกหรือ?
เวลานี้ หญิงชราในห้องจุดตะเกียงส่องสว่างยามค่ำคืน เดินตัวสั่นออกมาจากห้อง ตะโกนเรียกลูกชาย “ต้าปิงเอ๊ย เจ้าได้ยินเสียงอะไรไหม?” นางเห็นลูกชายไม่ขานรับ ก็ตะโกนเรียกลูกสะใภ้ “แม่เด็กน้อยเอ๊ย เจ้าตื่นหรือยัง? ได้ยินเสียงอะไรไหม? ลุกมาดูกันหน่อยเถอะ ในบ้านมีโจรหรือ! แค่ก...แค่ก ๆ ๆ....”
ไร้คนขานตอบ หญิงชราสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล จึงถือตะเกียงน้ำมันรีบวิ่งเข้าไปในห้องบุตรชาย ทันใดนั้นมีเสียงแก่แต่คมชัดร้องตะโกนออกมาจากในห้อง “ลูกข้า เจ้าเป็นอะไรไป?! ตื่นสิตื่น ตื่น ๆ ทารกน้อยของพวกเราไปไหนแล้ว?!”
หญิงชราเห็นบุตรชายและสะใภ้ลืมตาตื่นขึ้นจากฝ่ามือเหล็กของตนเอง สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความงุนงงสับสน นางไม่รอให้ทั้งคู่ได้สติ ดึงสลักประตูแล้ววิ่งออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ตรงไปยังลานบ้าน คงเพราะรีบ ทำให้ไออย่างหนักไปสองสามที
โจรสาวเมื่อเห็นว่าพฤติกรรมจะถูกเปิดโปง ไม่อยากให้ผู้อื่นพบว่าตนก่อแผนชั่ว เกิดใจเสาะหวาดกลัว กระโดดลงจากกำแพง ก้าวขาได้ก็หนีเอาชีวิตรอด
หญิงชราสายตาไม่ดี เห็นราง ๆ ว่าบนกำแพงบ้านของตนมีคนยืนอยู่ ในอ้อมอกอุ้มห่อของเล็ก ๆ ซึ่งคงจะเป็นเด็กน้อยของบ้านตน นางจึงโบกสลักประตูไปมา ตะคอกเสียงแหลม “สารเลว คืนเด็กของข้ามา!”
ลวี่เยายื่นนิ้วโป้งออกมา เลียคราบเลือดของโจรสาวสารเลวที่ติดอยู่บนปลายนิ้วดั่งกำลังชิมอาหารรสเลิศไม่มีผิด รสชาติเย้ายวนใจทำให้เลือดในตัวของนางพลุ่งพล่าน ดวงตาเปล่งประกายแปลกประหลาด! ไม่ผิด ต่อจากเฟิ่งฮัว นางหาอีกคนหนึ่งเจอแล้ว! เขตลิ้วเหอนี้เป็นแหล่งขุมทรัพย์ของนางอย่างที่คิด! แม้แต่คนที่ยากพบเจอ ก็โผล่ออกมาไล่เลี่ยกัน
ลวี่เยาหรี่ตายิ้ม
นางยกมือแล้วส่งทารกน้อยในอกโยนให้หญิงชรา ก่อนจะกระโดดลงจากกำแพง ไล่ตามโจรสาวไป
หญิงชราโยนสลักประตูทิ้ง มือเท้าพัวพันยุ่งเหยิงรับทารกไว้อย่างรีบร้อน ตกอกตกใจจนจิตใจแตกกระเจิง เมื่อสงบอาการลงได้ก็เขย่าทารกน้อย ตะโกนเสียงดัง “มาเร็ว มาเร็ว มีโจรขโมยเด็ก!”
เสียงครั้งนี้ดึงดูดหลี่ต้าจ้วงที่กำลังลาดตระเวนอยู่ใกล้ ๆ
ช่วงนี้สถานการณ์ในเขตลิ้วเหอไม่สงบนัก หลี่ต้าจ้วงและคนอื่น ๆ จึงลาดตระเวนตอนกลางคืนอย่างระมัดระวัง พอดีกับที่เขานำพลม้าเดินลาดตระเวนมาถึงใกล้ ๆ นี้ก็ได้ยินเสียงหญิงชราร้องด้วยความตกใจ จึงรีบนำคนวิ่งมาด้วยความเร็วอย่างบ้าคลั่ง
ยามค่ำคืน หลี่ต้าจ้วงมาแค่ทันเห็นด้านหลังของหญิงสาวที่หายไปอย่างรวดเร็วในความมืด มันเร็วเสียจนทำให้เขาสงสัยว่าตนเองตาฝาด
หลี่ต้าจ้วงเป็นนักปฏิบัติ คิดว่าสตรีผู้นั้นอุ้มทารกของบ้านหญิงชราหนีไปแล้ว จึงไม่ทันได้สอบถามรายละเอียดกับหญิงชรา เรียกกำลังพลรีบไล่ตามไป
ลวี่เยาไล่โจรสาว หลี่ต้าจ้วงไล่ลวี่เยา
โจรสาวนั่นมีกำลังภายในอยู่บ้าง แต่กลับหนีไม่พ้นลวี่เยา กล่าวตามจริง ลวี่เยาพละกำลังมากแค่ไหนก็หมดได้เหมือนกัน อีกทั้งวันนี้ตั้งแต่เช้ายันมืดนางยังมิได้หยุดพัก ครานี้พละกำลังดีเพียงใดก็เกินแรง หากไม่เป็นเพราะโจรสาวมีประโยชน์กับตน ไหนเลยนางจะลำบากไล่ตามอย่างเอาเป็นเอาตาย?
ลวี่เยากระหืดกระหอบขวางโจรสาวเอาไว้ได้ ก็โน้มตัวไปข้างหน้าบีบคอนาง กดเข้ากับกำแพงอย่างเหี้ยมโหด
การกระทำนั้น ท่าทางนั้น ทรงพลังมาก!
โจรสาวเห็นอารมณ์บ้าคลั่งและเยือกเย็นที่แตกต่างกันผสมปนเปในสายตาของลวี่เยา บ้าคลั่งเหมือนได้สมบัติล้ำค่าบางอย่าง เยือกเย็น อันเป็นท่าทีต่อสิ่งมีชีวิต
ไม่รู้เพราะเหตุใด โจรสาวรู้สึกว่าลวี่เยาสามารถฆ่านางได้! ฆ่านางได้จริง ๆ!
เพราะเหตุใด? นางไม่ได้ขโมยลูกของคนผู้นี้ เหตุใดอีกฝ่ายถึงคิดจะฆ่านาง?
โจรสาวตื่นตระหนกหลายร้อยเท่า แต่จะเปิดปากถามก็ลำบาก
โจรสาวไม่เคยคิดว่าสักวันหนึ่ง ตัวเองจะมาตายเช่นนี้...อย่างแปลกประหลาด
ผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างแปลกประหลาด ทำลายความงามของนางอย่างแปลกประหลาด อีกทั้งยังต้องการฆ่านางอย่างแปลกประหลาด!
โจรสาวตื่นตระหนกหลายร้อยเท่า ไม่สามารถมัวแต่เป็นห่วงมุมปากที่แตกได้อีก เริ่มร้องขอความช่วยเหลือ “ช่วยด้วย ๆ...” นางคิดว่าตนเองออกเสียงตะโกน ทว่าความจริงแล้วเสียงนั่นแค่ติดอยู่ในลำคอ
ความน่ากลัวแห่งมฤตยูค่อย ๆ คืบคลานเข้าสู่กระดูกสันหลังของโจรสาว ค่อย ๆ เคาะวิญญาณของนางทีละส่วน ประกาศศักดาว่าหมายจะเอาชีวิต
นางพลันมารู้สึกเสียใจภายหลัง ไม่ควรชะล่าใจเพราะลงมือง่ายดายซ้ำ ๆ เรือคว่ำในร่องน้ำ ช่างน่าเศร้า! นางไม่อยากตาย และไม่สามารถตายได้ นางมีเรื่องอีกมากที่ยังมิได้ทำ ความปรารถนาหลายสิ่งไม่มีแล้ว ยังมี...เพลงบทหนึ่งที่ยังไม่ได้ฟัง
ในขณะที่โจรสาวใกล้หมดสติ หลี่ต้าจ้วงและหยาอีก็ตามมาถึง
ในยามค่ำคืน เขาเห็นเพียงด้านหลังของสตรีนางหนึ่ง และสตรีผู้นั้นคล้ายกำลังบีบคออีกคนหนึ่ง!
หลี่ต้าจ้วงไม่ทันคิด ตะคอกเสียงดัง ชักดาบออกมาแล้วพุ่งเข้าไป
ลวี่เยาเดิมอยากบีบคอโจรสาวให้สลบแล้วนำตัวไป เวลานี้กลับถูกหลี่ต้าจ้วงรบกวนจำต้องปล่อยโจรสาว เท้าของนางถีบหลี่ต้าจ้วงกระเด็น ยืมแรงกำลังของเท้านี้กระโดดขึ้นหลังคา แขนเสื้อสะบัดพลิ้ว จากไปทันที
สำหรับคนที่จะฆ่าก็ได้ไม่ฆ่าก็ได้ ที่ผ่านมานางไม่เคยยึดติด
โจรสาวรอดชีวิตมาได้ ขาก็อ่อนแรง ทรุดลงนั่งกับพื้น อ้าปากกว้างคิดจะสูดหายใจ ทว่าเพราะเจ็บมุมปาก เจ็บจนใจแทบฉีกขาด เจ็บจนไม่สามารถกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล
น้ำตาเค็ม ๆ ไหลลงโดนมุมปากที่ถูกกรีด เจ็บจนตายแล้วฟื้น ยิ่งเจ็บน้ำตาก็ยิ่งไหล น้ำตายิ่งไหล ใบหน้าก็ยิ่งเจ็บ วงจรอุบาทว์ เกิดขึ้นไม่มีจุดจบ ทรมานนางจวนตายอยู่แล้ว!
หลี่ต้าจ้วงไล่ตามไปสองก้าว พบว่าคนผู้นั้นเป็นวิชาตัวเบา ส่วนเขาได้แค่วิ่งบนพื้น ตามไม่ทันไรคนก็หายไปแล้ว จึงกลับมายังจุดที่หญิงสาวได้รับบาดเจ็บโดยไร้ผลงาน เขาสั่งให้คนยกโคมไฟส่องใบหน้าของนางให้ความสว่าง
หญิงสาวสวมชุดยาวสีเขียวเข้ม เงยหน้าเล็กที่ซีดขาว สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวพุ่งเข้าหาเขา ร้องห่มร้องไห้ตะโกน “นายท่าน ช่วยข้าด้วย...”
ปากที่อ้าอยู่นั้น ริมฝีปากฉีกออก กรามล่างเต็มไปด้วยเลือด ทำเอาหลี่ต้าจ้วงตกใจจนเกือบระงับอาการไม่อยู่ เขารีบหุบขาทั้งสองข้าง ถอยหลังไปหนึ่งก้าว
หญิงสาวผู้นั้นหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาปิดปาก มองเขาด้วยดวงตาที่มีน้ำตาเอ่อล้น
หลี่ต้าจ้วงมองอย่างละเอียด ถึงพบว่าผู้หญิงคนนี้เขารู้จัก นางคือซูเยว่หยิ่งลูกสาวของซูเหลาเหย่!
ซูเหลาเหย่นี้เป็นหนึ่งในเศรษฐีของเขตลิ้วเหอ ลูกสาวของเขาเหตุใดจึงปรากฏตัวอยู่ข้างถนนในยามราตรีเช่นนี้ อีกทั้งยังถูกคนบีบคอทำลายรูปโฉม?
หลี่ต้าจ้วงกำลังงุนงงสงสัย ก็เห็นลูกน้องคนหนึ่งวิ่งมารายงาน “ท่านหัวหน้า หญิงชราที่ตะโกนว่า ‘มีคนขโมยเด็ก’ เมื่อครู่คือแม่ของหลี่ต้าปิง นางบอกว่าเห็นคนยืนอยู่บนกำแพงบ้าน จะอุ้มทารกน้อยของบ้านนางไป พอนางตะโกน โจรนั่นก็ตกใจมาก โยนเด็กทิ้ง ยังดีที่นางรับไว้ทัน เพียงแต่เด็กน้อยนั่นจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้สติ”
หลี่ต้าจ้วงเมื่อเห็นว่าเกิดความวุ่นวายเรื่องขโมยเด็กทารกอีกแล้ว ก็ไม่กล้ารอช้า รีบพาซูเยว่หยิ่งและครอบครัวหลี่ต้าปิงไปส่ง ณ ที่ว่าการเขต และให้คนไปเชิญแพทย์ที่โรงหมอ รอให้ชวีหนานอีเห็นบาดแผลของซูเยว่หยิ่งแล้วค่อยทำแผลเย็บปิด ถึงอย่างไร นั่นก็เป็นหญิงสาวดั่งไม้งามแลหยกคนหนึ่ง ถูกทำลายโฉม ทำเอาผู้คนเกินจะทน
เฮ้อ...หลี่ต้าจ้วงถอนหายใจยาว รู้สึกว่าค่ำคืนของเขตลิ้วเหอนี้ช่างน่าหวาดหวั่น
เสน่หาชั่วกัลป์ เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ
ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้า ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g
***ถึงจะมี Ebook แล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***