ตอนที่ 8 ไทเลอร์
หลังจากออกมาได้แมวน้อยก็เห็นสภาพห้องที่ไทเลอร์อยู่มันก็ไม่ได้ดูใหม่อะไร แต่ทุกอย่างดูสะอาดและเรียบร้อยเหมือนว่าย่าของไทเลอร์จะเข้ามาทำความสะอาดให้บ่อย ๆ
“เด็กคนนี้เป็เด็กผู้ชายแท้ๆ แต่กลับอยู่ในห้องที่เป็ระเบียบขนาดนี้ เอ๊ะ ประตูปิดไว้อีกล็อกประตูอยู่สูงขนาดนั้นจะเปิดยังไงล่ะเนี่ย”
แมวน้อยลองข่วนและใช้เล็บงัดดูแต่ประตูก็ไม่เปิด จะให้ปีนก็คงไม่ไหว สภาพตอนแข็งแรงยังสู้ได้แค่หนูท่อส่วนประตูไม้นี่ค่อนข้างแ่าเลย
“เปลี่ยนใหม่มาเหรอประตูเหล็กหรือเปล่า อ่าวเป็ประตูเหล็กนี่หน่าเหมี้ยว...ก็ไม่แปลกใจละนะโลกเต็มไปด้วยซอมบี้แบบนี้ถ้ามีประตูเหล็กก็คงอุ่นใจขึ้นเยอะ”
ออกไม่ได้แมวน้อยก็เลยมองหาทางอื่น ก่อนจะเห็นแสงรำไรที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาแววตาเขาเป็ประกายทันที
“โอ๊ย!เจ็บจังเหมี้ยว ลืมไปว่าขายังหักอยู่” แมวน้อยค่อยๆ เดินกะเพลกไปยังหน้าต่างพอเงยหน้าดูเทียบกับตัวเองแล้วมันเหมือนกับคนเงยหน้ามองตึกสูงสามชั้น
“เออ...ลองหาอะไรมารองก่อนดีกว่า” แมวน้อยตัดใจเื่การะโขึ้นล้อเล่นหรือเปล่า เขาเป็แค่ลูกแมวแรกเกิดเท่านั้น ถามระบบดูได้เลย
[…] ระบบ
หันไปหันมาก็เห็นเก้าอี้ตัวหนึ่งแมวน้อยรีบวิ่งไปดันมันมาชิดที่ขอบหน้าต่างมีเก้าอี้ทุ่นแรงและระยะการะโก็ลดลงแมวน้อยเลยะโขึ้นไปที่เก้าอี้และถึงหน้าต่างได้อย่างปลอดภัย
“หู้...สุดยอดเลย ร่างกายของแมวสามารถะโได้สูงกว่าตัวเองเยอะมาก ถ้ามนุษย์มีความสามารถแบบนี้คงกลายเป็ยอดมนุษย์ไปแล้ว”
“เอาล่ะฮึบ ในที่สุดก็ถึงสักที ว้าววิวตรงนี้ไม่เลวเลยแฮะ”
แมวน้อยมองผ่านหน้าต่างของห้องเห็นสภาพแวดล้อมด้านนอกได้ทำให้พอคาดเดาบ้านที่ตนเองอยู่ได้คร่าว ๆ
บ้านหลังนี้น่าจะตั้งอยู่ในฟาร์มเล็กๆ แห่งหนึ่ง ถูกล้อมรอบไปด้วยป่าเด็กน้อยไทเลอร์ไปพบเขาได้ก็แสดงว่าน่าจะตั้งไม่ห่างจากเมืองมากนัก แถว ๆนี้คงมีท่อระบายน้ำทิ้งมาถึงอยู่
กลับมาที่บ้านที่นี่เป็ฟาร์มทำให้มีรั้วเหล็กกั้นอยู่ไม่รู้ว่ามันถูกเสริมเข้ามาในภายหลังหรือเพราะเป็ของเดิมมาั้แ่ต้นแต่ว่าก็สูงมากกว่า 2.5 เมตร เพียงพอที่จะป้องกันซอมบี้เข้ามาด้านในได้
น่าเสียดายที่แมวน้อยมองไม่เห็นสัตว์เลี้ยงสักตัวในฟาร์มหรืออาจจะอยู่บริเวณอื่นก็ได้ทำให้เขาไม่เห็น
“ยังไงซะก็มองวิวจากหน้าต่างคงไม่เห็นทั่วฟาร์มหรอก”
“ที่นี่สงบดีจังยึดบ้านหลังนี้เลยไหม แล้วเปลี่ยนให้เป็อาณาจักรแมว”
“บ้าจริงฉันคิดอะไรอยู่ เป็แมวอย่างนั้นเหรอ ไม่ ๆ ฉันต้องกลับไปเป็มนุษย์ให้ได้ยังไงฉันก็หลงไหลสาวมนุษย์มากกว่าอยู่แล้ว ถ้าอยู่ในร่างแมวแบบนี้โตขึ้นจะทำยังไงแต่งงานกับแมวสาว ออกลูกแมวตัวน้อยให้เต็มบ้านเหรอ บ้าแล้วเหมี้ยว”
แมวน้อยคิดฝุ้งซ่านไม่หยุดจนกระทั่งเสียงประตูเปิดเข้ามาอีกครั้ง
“!” แมวน้อยหันกลับไปด้วยความใ เห็นว่าเป็เด็กน้อยไทเลอร์ก็ถอนหายใจ
“ใหมดเลยนึกว่าใครเหมี้ยวสงสัยจะเป็ PDST ะเืใจจริง ๆ เลย”
“โอ๊ะจริงสิระบบบอกว่ามีแค่มนุษย์สามารถตั้งชื่อให้ฉันได้ให้เด็กคนนี้ตั้งชื่อเดิมให้ดีไหมเหมี้ยว”
เด็กน้อยไทเลอร์เดินเข้ามาเห็นแมวน้อยที่ร้องเหมี้ยวๆ อยู่ที่หน้าต่างก็เดินเข้าไปอุ้มแมวน้อยไป
“เ้าแมวน้อยนายมาทำอะไรตรงนี้ ขายังเจ็บอยู่เลย ลงมาเร็วเข้า ฉันจะพานายไปเล่นข้างนอกกัน”แม้จะบอกว่าขาของแมวน้อยยังเจ็บอยู่แต่เด็กน้อยไทเลอร์ก็พาเขาออกไปเล่นข้างนอก
โดนอุ้มและลูปหัวแมวน้อยกลับไม่ค่อยชินเอาซะเลย
“เฮ้หยุดเลยนะ ฉันไม่ใช่เด็กซะหน่อย เอ๊ะสบายจังเลยแฮะเอาเถอะ ครั้งนี้ยอมให้ก็แล้วกันเฮ้ยเดี๋ยวสิ วางไว้บนหัวแบบนี้เดียวก็ตกหรอก”
ไทเลอร์วางแมวน้อยไว้บนหัวและรีบวิ่งลงไปด้านล่างแมวน้อยร้องไปก็เท่านั้น สุดท้ายจึงได้แค่เกาะหัวของไทเลอร์ไว้ให้แน่นระหว่างลงมาก็เห็นบันไดและระเบียง มีห้องชั้นสองอยู่สองสามห้องพอลงมาด้านล่างก็เห็นว่าภายในบ้านปิดทึบมาก หน้าต่างถูกไม้ตีปิดไว้
ถ้าไม่ทำแบบนี้ซอมบี้อาจจะเข้ามาได้ชั้นล่างเลยถูกปิดทึบ
“ที่นี่มีคนอยู่กี่คนกันเหมี้ยวๆ” แมวน้อยเริ่มสงสัย มองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นใครเลยสักคน
เห็นแมวน้อยร้องไม่หยุดไทเลอร์จึงทำท่ายกนิ้วปิดปาก ไม่ให้แมวน้อยส่งเสียงดัง
“เบาๆ หน่อยย่าพึ่งจะออกไปหาอาหาร แต่ถ้าเสียงดังเกินเดี๋ยวย่าอาจจะได้ยิน” เด็กน้อยไทเลอร์ค่อย ๆ เปิดประตู
พอเปิดประตูออกไปสิ่งแรกที่พัดเข้ามาคืออากาศที่เย็นสบายและกลิ่นดินที่หาได้ยากในเมืองพื้นที่แถวนี้เป็ชานเมือง ติดูเาและต้นไม้เต็มไปหมด
สภาพแวดล้อมดีกว่าในเมืองมาก
“พอมาััด้วยตัวเองก็ดีกว่ามองจากหน้าต่างมาก”
“ไปเร็วแมวน้อย”
“เหมี้ยว!”
แมวน้อยและเด็กน้อยไทเลอร์กระตือรือร้นในการออกไปข้างนอกมากสำหรับเด็กน้อยไทเลอร์มันคงเป็แค่การออกไปเล่นแต่กับแมวน้อยนี่คือการสำรวจบ้านใหม่
หลังจากการออกไปเล่นกับไทเลอร์ก็ได้สำรวจรอบๆ บ้าน ที่นี่ไม่มีสัตว์เลี้ยงใด ๆ เลยสักตัว แต่ว่ายังมีคอกวัว เล้าไก่ บ่อน้ำหรือแม้แต่แปลงผัก
แต่น่าแปลกใจมีผักปลูกอยู่ไม่กี่ชนิดเช่นมันฝรั่ง ข้าวโพด มะเขียเทศ แต่ว่าผักพวกนี้กำลังเหี่ยวเฉาตายเหมือนพวกมันโดนโรคระบาด
“เกิดอะไรขึ้นกับผักพวกนี้กัน”แมวน้อยได้แค่เก็บความสงสัยไว้
“แมวน้อยนายสนใจผักพวกนี้เหรอมันจะตายแล้ว” เด็กน้อยไทเลอร์วิ่งไปเด็ดผลมะเขือเทศมาและกินทั้งที่ยังไม่สุก
“นี่อย่าบอกย่านะย่าบอกว่ายังไม่สุกกินไม่ได้ แต่ถ้ารอมันจะเน่าหมดแล้ว”
“เฮ้ยกินดิบไม่ได้น่ะ”แมวน้อยมองสำรวจ ก่อนจะเจอกับผลที่สุกแล้วแอบซ่อนอยู่
“เหมี้ยวๆ ๆ” แมวน้อยร้องส่งเสียงเรียก
“โอ้โห้นายเจอของดีเหรอ เย้ ๆ มีผลสุกแล้วด้วย ถ้าอย่างนั้นผลนี้ไม่กินแล้ว” เด็กน้อยไทเลอร์โยนผลที่ยังไม่สุกในมือทิ้งและรีบเด็ดผลที่แมวน้อยเจอ
“นายกินไหม?”ไทเลอร์ยื่นให้กับแมวน้อย
“เอามะเขือเทศให้แมวกินอยากจะฆ่าฉันหรือไง” แมวน้อยมองเล่ห์ตาใส่
ที่จริงเขาก็ไม่รู้หรอกว่ากินได้หรือไม่ได้แต่ว่าเพราะติดนิสัยการใช้ทักษะประเมิน จึงทำการประเมินก่อนแล้ว
[ประเมินผลมะเขือเทศ สุกแล้ว โฮสต์สามารถกินได้ แต่ไม่กินจะดีกว่าเพราะมีสารพิษที่ทำให้แมวคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย ซึม อ่อนเพลียหรือเฉื่อยชา รูม่านตาขยาย อัตราการเต้นของหัวใจช้าลง]
พอเห็นคำเตือนแล้วแมวน้อยไม่คิดจะกิน มะเขือเทศในชีวิตก่อนกินจนเบื่อแล้ว อีกอย่างในกระเป๋าหน้าท้องมิติของเขายังมีนกคุ่มอยู่อีกหลายตัวเขาไม่อดอาหารมากขนาดนั้น
พอมาคิดดูแล้วเขาก็เสี่ยงชีวิตเพื่อให้ได้นกพวกนี้มา
‘ไว้ลองให้ย่าของไทเลอร์ทำอาหารจากนกพวกนี้ดีกว่ากินดิบพอคิดถึงอาหารก็เริ่มหิวแล้วสิ ไม่รู้หลับไปนานแค่ไหน ยังไม่ได้กินอะไรเลย’
“จ๊อกกก!”เสียงท้องร้อง
“นายหิวแล้วเหรอกินสิ” ไทเลอร์พยายามยื่นมะเขือเทศให้กับแมวน้อย
“เหมี้ยวๆ” แมวน้อยรีบส่ายหนาไม่อยากกิน
“นายไม่กินเหรองั้นฉันกินเอง อื้ม ๆ อร่อยมาก” ไทเลอร์กินอย่างเอร็ดอร่อย
‘เด็กความคิดเรียบง่ายดี’แมวน้อยพูดในใจ
กินจนเลอะมุมปากเลยใช้แขนเสื้อเช็ดออกอย่างลวก ๆก่อนจะนั่งลงและนอนหงายหลังไปกับพื้นดินพลางกล่าวว่า “ย่าบอกว่าพืชผลในโลกยุคก่อนเริ่มจะปลูกในโลกนี้ไม่ได้แล้วนายคิดว่าฉันจะได้กินของอร่อยแบบนี้อีกไหม”
“แมวน้อยไปหาแม่กันเอามะเขือเทศไปให้ด้วยดีกว่า”
“ไปกัน!”
คิดขึ้นได้เด็กน้อยไทเลอร์ก็คว้าตัวแมวน้อยที่นอนอยู่แล้ววิ่งออกไปในทันทีหลังจากแอบมองอย่างระมัวระวังไม่เห็นย่าแล้วก็รีบเปิดประตูรั้วออกไป
ตัวไม่ใหญ่แต่ประตูรั้วใหญ่และค่อนข้างหนัก จึงเปิดอย่างทุลักทุเลถึงอย่างนั้นก็มีความคล่องแคล่วแฝงไว้อยู่แสดงให้เห็นว่าเด็กคนนี้ไม่ได้แอบหนีออกไปเป็ครั้งแรก แต่คงทำเป็ประจำ
ออกมาทางด้านนอกก็เป็ลานดินชนบทโดยแท้ไทเลอร์เดินตามทาง ส่วนแมวน้อยก็นั่งอยู่หัวของเด็กชาย
เดินมาไม่กี่นาทีก็มาถึงพื้นที่โล่งแห่งหนึ่งที่มีลำธารตัดผ่านแมวน้อยเห็นว่าที่ลำธารไม่ไกลมีท่อขนาดใหญ่ที่มีลูกกรงขวางไว้และปิดทึบที่แท้ไทเลอร์มาที่นี่ถึงได้เจอกับเขา
ไทเลอร์มานั่งอยู่หน้าต้นไม้ที่นั่นมีก้อนหินวางไว้เป็รูปแบบหลุมศพอย่างง่ายมีดอกไม้เหี่ยวอยู่กำหนึ่ง ไทเลอร์วางแมวน้อยลงและเริ่มไปเด็ดดอกไม้มาวาง
พอถึงตรงนี้ไทเลอร์ก็เริ่มมีน้ำตาออกมา
“ฉันคิดถึงแม่จังฮือๆ อยากเจอแม่... ย่าเขาเข้มงวดมากเลยครับแม่ แถมมีลุงแปลก ๆด้วย ผมไม่ชอบเขาเลย แม่...ฮือ ๆ” เด็กน้อยไทเลอร์ร้องไห้ไม่หยุด
แมวน้อยไม่รู้จะปลอบเด็กน้อยยังไงดีสุดท้ายก็ได้แต่ยืนมองอีกฝ่ายร้องไห้จนน้ำตาหยุดไหลไปเอง ในโลกที่เต็มไปด้วยซอมบี้คงมีผู้คนสูญเสียคนที่รักไปจำนวนมาก แม้แต่เขาเองขนาดชีวิตก็ยังรักษาไว้ไม่ได้
‘ครอบครัวทุกคนที่รัก พ่อ แม่ น้อง ทุกคนจะปลอดภัยไหม ยังมีชีวิตอยู่ไหม’
‘ไปตามหาทุกคนที่บ้านกัน’แมวน้อยเหมือนจะมีประกายไฟเล็ก ๆและเป้าหมายอีกอย่างหนึ่งผุดขึ้นในใจ
‘แต่ว่านะตอนนี้คงต้องมีพลังมากพอที่จะต่อสู้กับซอมบี้ให้ได้ก่อนอย่างน้อยก็จัดการซอมบี้ธรรมดาได้ก็ยังดี’
ถ้าตอนนั้นเขามีพลังพอจะจัดการซอมบี้ธรรมดาที่ขวางทางได้แมวน้อยก็มั่นใจว่าจะหนีจากซอมบี้ตัวโตได้ เ้านั่นมันช้าจะตาย
การร้องไห้ครั้งนี้แม้จะเสียน้ำตาไปมากแต่ว่าไทเลอร์กลับหยุดร้องไห้เร็วกว่าเดิม เพราะมีเพื่อนอยู่ด้วย
“นายมีชื่อเรียกหรือเปล่าเอาแบบนี้ฉันตั้งชื่อให้นายน่ะ ซีซาร์ นายชื่อนี้แล้วกัน”