ผมเดินกลับมายังห้องโถงเดิม ตอนนี้เป็เวลา09:30 น.มีเรียนคาบแรกเวลา 10.30 น. เหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมง ผมก็ไม่รู้จะทำอะไร เลยมานั่งเล่นโซนพักผ่อนบริเวณนี้โซนพักผ่อนถูกจัดวางด้วยเก้าอี้โซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มอย่างดี ดูพรีเมี่ยมมีโต๊ะขนาดเล็กสำหรับวางแก้วน้ำหรือสิ่งของมีปลั๊กและจุดวางชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าติดตั้งไว้ทุกโต๊ะ มีจุดขายเครื่องดื่มใกล้ๆที่ตกแต่งให้ดูเป็เหมือนกับบาร์นั่งดื่ม ห้องโถงที่นี่มีขนาดใหญ่โต กว้างขวางการตกแต่งภายในสวยงามและทันสมัย เหมาะกับพวกลูกคุณหนูเป็อย่างมาก
“เฮ้!หวัดดีเพื่อน นายก็เป็เด็กใหม่เหมือนกันใช่มั๊ย?
เสียงของชายหนุ่มวัยเดียวกันกับผม พูดมาจากด้านหลัง
“อ่อ..ใช่ เราเป็เด็กใหม่”
“เราชื่อ เจมิน นายชื่อไรเหรอ?”
“เราชื่อ ธารา”
“อ้อ..ยินดีที่ได้รู้จักนะธารา”
“ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกัน”
************
ธารา (ตัวละครเอก) : เด็กหนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้ม ผิวขาว หุ่นสมส่วน สูง 177 ซม.นิสัยดูเรียบร้อย ขี้อายนิดๆ เป็คนมีตรรกะเหตุผล ชอบศึกษาประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็ผลมาจากการอยู่กับปู่ของเขาใน่วัยเด็ก
เจมิน : เด็กหนุ่มหน้าตาลูกครึ่งยุโรป ผมทอง ผิวขาว (ขาวน้อยกว่าธารา)สูง 180 ซม. รูปร่างดีนิสัยค่อนข้างเฟรนลี่ ไม่ถือตัว มีความหลงใหลในเื่ลี้ลับ และสิ่งมีชีวิตต่างดาว
เจมิน : “นายเป็เด็กทุนใช่มั้ย? ตอนที่ประกาศฉันจำหน้านายได้”
ธารา : “อื้ม.. ใช่”
เจมิน : “ถ้าอย่างงั้น..นายก็ต้องเรียนเก่งมากๆเลยสินะ!”
//แววตาเป็ประกาย+รู้สึกตื่นเต้น
ธารา : “ก็ไม่ได้เก่งมากหรอก”
เจมิน : “มีเพื่อนเป็อัจฉริยะแบบนี้ฉันก็น่าจะซึมซับพลังสมองนายเข้ามาได้บ้าง”
//หัวเราะ
ธารา : “ฮ่าา.. นายก็พูดเกินไป”
//ยิ้มเขิน
เจมิน : “ว่าแต่.. ทำไมนายถึงเลือกเรียนสาขานี้ล่ะ อย่างนาย..ดูเหมาะจะเป็หมอมากกว่านะ?”
ธารา : “คือฉันชอบศึกษาประวัติศาสตร์น่ะ ปู่ของฉันเป็นักประวัติศาสตร์ฉันก็เลยได้ซึมซับความรู้จากปู่มาั้แ่เด็กๆ”
เจมิน : “เจ๋งดีอ่ะ! อย่างกับถ่ายทอดวิชาให้กัน แบบในหนังเลย”
//หัวเราะ
ธารา : “แล้วนายล่ะ? ทำไมถึงเลือกเรียนประวัติศาสตร์เหมือนกัน”
เจมิน : “ฉันไม่บอกดีกว่า..ถ้าได้ยินแล้วนายจะอึ้ง”
ธารา : “ถ้านายไม่อยากบอกก็ไม่เป็ไร..”
เจมิน : “เฮ้ยยย!!.. ช่วยทำเป็อยากรู้หน่อยก็ได้..”
ธารา : “ฮ่าๆ.. งั้นก็บอกมาเลยสิ!ว่าทำไมถึงเลือกเรียนประวัติศาสตร์”
เจมิน : “ก็เพราะตอนเด็กๆ ฉันเคยพบเจอกับ UFOน่ะสิเพื่อน..!”
//พูดกระซิบ
ธารา : “ห๊ะ! เจอ UFO เนี้ยนะ?”
เจมิน : “ชู่ววว.. เบาๆสิเพื่อนเื่นี้เป็ความลับระหว่างฉันกับนายนะ โอเคมั้ย?”
ธารา : “มันอาจจะไม่ใช่ UFO อย่างที่นายคิดก็ได้อาจจะเป็โดรน หรือไม่ก็ดาวเทียม”
//ทำหน้าเจื่อนๆ
เจมิน : //นั่งตบเข่าตัวเองดังเปรี๊ยะ!!
“ฉันว่าละ นายต้องพูดแบบนี้! ฉันบอกใครก็ไม่มีใครเชื่อมีแต่คนหาว่าฉันเพ้อเจ้อ เฮ้ออ!”
ธารา : “ไหนว่าเื่นี้เป็ความลับระหว่างเราสองคนไง?”
เจมิน : //ทำหน้าเจื่อน
“เอ่อๆก็นั่นแหละ..แต่ฉันเคยเห็นจริงๆนะ ไม่ได้คิดไปเอง”
ธารา : “โอเคๆ ฉันเชื่อว่านายเห็น แต่ถ้าอย่างงั้น ทำไมนายถึงไม่เลือกเรียนด้านวิทยาศาสตร์ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ การบิน อะไรพวกนั้นที่น่าจะเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกมากกว่าไม่ใช่เหรอ?”
เจมิน : “ก็ฉันเกลียดคณิตศาสตร์นี่นา..ฉันเกลียดการคำนวณฉันคิดว่าประวัติศาสตร์ก็น่าจะช่วยให้เราไขความลับเกี่ยวกับพวกเอเลี่ยนได้เหมือนกัน”
ธารามองเจมินด้วยสีหน้าที่แบบ.. “อิหยังวะ?” แต่ด้วยแววตาที่ดูมุ่งมั่นของเจมินก็แสดงให้เห็นว่า เขาไม่ได้แค่พูดออกมาเล่นๆ หรือทำเอาฮา
เจมิน : “อีกเหตุผลหนึ่งที่ฉันมาเรียนที่สาขานี้ ก็เพราะว่ามีอาจารย์ชื่อดังสอนอยู่ในสาขานี้ด้วย”
ธารา : “หืม? ใครเหรอ? อาจารย์คนที่ว่าน่ะ”
เจมิน : “อาจารย์ เจฟฟี้ เค มีชื่อย่อในวงการว่า JK เขาเป็ที่รู้จักในบรรดาผู้คลั่งไคล้สิ่งมีชีวิตจากต่างดาวถือว่าเป็ไอดอลของฉันเลยก็ว่าได้”
ธารา : “แสดงว่านายตั้งใจจะเข้าหาอาจารย์คนนี้โดยเฉพาะเลยสินะ?”
เจมิน : “ถูกต้องแล้วเพื่อน!”
ธารา : “เอ่อ.. ว่าแต่ นายดูตื่นเต้นมากเลยนะที่ได้มาเรียนที่นี่”
เจมิน : “แน่นอนสิเพื่อน! โดยเฉพาะ คณะของเราน่ะ มีเื่ที่น่าตื่นเต้นเป็พิเศษ”
ธารา : “เื่อะไรเหรอ?”
เจมิน : “เห้ออ..นี่ให้ฉันเดานะนายจะต้องเป็คนที่ไม่ค่อยสนใจพวกเื่กระแสสังคม หรือข่าวซุบซิบแน่เลยนายคงเป็พวกที่วันๆเอาแต่หมกอยู่แต่ในห้องสมุดแน่ๆ”
ธารา : “ไม่ใช่แบบนั้น..คือตอนแรกฉันก็แอบสงสัยอยู่ว่าทำไมปีนี้ถึงมีคนสมัครเข้ามาเรียนสาขาประวัติศาสตร์กันเยอะมากขนาดนี้”
เจมินตบเขาตัวเองรอบที่สอง
เจมิน : “นั่นไง! นายสงสัยถูกทางแล้วเพื่อน นายคงไม่เคยได้ยินคนอื่นๆพูดถึงผู้หญิงที่ชื่ออานุกิ ใช่มั้ย?”
ธารา : “เอ๋? อานุกิ เหรอ? ชื่อฟังดูแปลกๆ”
เจมินขยับตัวเข้ามาใกล้ธารา แล้วพูดกระซิบ
เจมิน : “อานุกิ.. เธอเป็รุ่นพี่ปีสอง เรียนอยู่คณะเดียวกับเรา”
ธารา : //ทำสีหน้างงๆ
“เขาเป็ดาราเหรอ?”
เจมิน : “ดารายังธรรมดาไปเพื่อน.. ตอนนี้นะ ผู้หญิงที่ชื่ออานุกิ คือคนที่ดังยิ่งกว่าดาราซะอีก!”
ธารา : “หมายความว่า.. สาเหตุที่ปีนี้มีเด็กใหม่เข้ามาเยอะ ก็เพราะคนที่ชื่ออานุกิ เรียนอยู่ที่คณะนี้งั้นเหรอ?”
เจมิน : “ถูกต้องแล้วเพื่อน!”
ธารา : “แล้วเธอพิเศษกว่าคนอื่นยังไงเหรอ?”
เจมิน : “ก็ตอนปีที่แล้ว เธอเป็เด็กใหม่ ก็ไม่รู้ไปทำอิท่าไหนถึงได้ไปมีเื่กับคณบดีของมหาลัย แล้วผลเป็ยังไงรู้มั้ย?
ธารา : “หึ..”
เจมิน : “ผลปรากฏว่า.. วันต่อมาคณบดีคนดังกล่าวลาออกเฉยเลย!!”
ธารา : “เอ๋?.. ลาออกเพราะมีเื่กับเธองั้นเหรอ?”
เจมิน : “ฉันก็ไม่รู้รายละเอียดหรอกนะ ได้ยินเขาเล่ามาแค่นี้แต่ฉันเคยอ่านข้อมูลจากในโพสต์นิรนามที่ตอนนี้ถูกลบไปแล้ว เขาโพสตว่า.. อานุกิอาจจะเป็ทายาท หรือมีความเกี่ยวข้องกับ ตระกูล เวอร์แฮมเบิร์ก” ก็เป็ได้
ธารา : “ตระกลูที่เป็เ้าของอาณาจักร เวอร์แฮมเบิร์ก น่ะเหรอ?”
//ประหลาดใจ
เจมิน : “ถูกต้อง!! ตระกลูเวอร์แฮมเบิร์ก ถูกขนานนามว่าเป็ตระกูลที่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของตระกูลที่รวยที่สุดในโลก”
ทันใดนั้นเอง เสียงระทึกครึกโครมก็ดังขึ้นนักศึกษาคนอื่นๆ ต่างก็วิ่งกรูกันออกไปข้างนอกอาคารด้วยความตื่นเต้น
ธารากับเจมินนั่งมองด้วยความใ
ธารา : “เกิดอะไรขึ้นน่ะ!! ไฟไหม้บนตึกเหรอ!?”
เจมิน : “นายจะบ้าเหรอเพื่อน!? คนบ้าที่ไหนจะวิ่งหนีไฟไหม้ด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้มแบบนั้น”
เจมินลุกเดินออกไปตามคนอื่นๆ
ธารา : “เอ้า! เดี๋ยวสินาย รอด้วย!!”
ธาราเองก็อดสงสัยไม่ได้ เลยวิ่งตามไปดูด้วยอีกคน
ตอนนี้หน้าตึกคณะต่างรายล้อมไปด้วยมหาชนนักศึกษามากหน้าหลายตารวมๆแล้วก็เกือบร้อยกว่าคนได้ มีนักศึกษาจากคณะอื่นๆมายืนรวมกลุ่มอยู่ด้วย ดูเหมือนกับว่าคนพวกนี้กำลังรอดูใครสักคน ที่กำลังจะเดินทางมาที่หน้าตึกแห่งนี้ มีหลายๆคนยกโทรศัพท์มือถือมารอถ่ายไว้
“เปิดเทอมปีนี้ นายว่าเธอจะสวยขึ้นมั้ย?”
“ฉันว่าเธอน่าจะตัวสูงขึ้นนะ อาจจะทำทรงผมใหม่ด้วย”
“ฉันอยากจะรู้จริงๆ ว่าปีนี้เธอจะนั่งรถอะไรมา”
“ปีนี้เธอจะโชว์ความสามารถอะไรอีกนะ!?ฉันอยากให้ถึงงานแข่งกีฬามหาลัยเร็วๆจังเลย”
“ให้ตายสิ!ปีนี้ฉันจะต้องเดทกับเธอให้ได้!!”
“ไม่มีทางหรอก เพราะคนที่จะได้เดทกับเธอต้องเป็ฉันเท่านั้นโว้ย!”
“เธอจะชอบผู้หญิงด้วยกันมั้ยวะแก?”
“ก็เป็ไปได้นะเธอ เพราะบางมุมเธอก็ดูแมนๆ เท่มากๆเลยย”
เสียงของผู้คนรอบข้างต่างก็พูดคุยกันเสียงดังครึกครื้นเต็มไปหมด
“กำลังมีรถเลี้ยวเข้ามาแล้ว.. ใช่เธอรึเปล่า!?”
เสียงของผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังะโพูดขึ้นสายตาของคนอื่นๆ ต่างก็จับจ้องที่รถคันดังกล่าวนั้น
รถยนต์หรูคันใหญ่สีดำเงา กำลังวิ่งมาจอดอยู่บริเวณลานหน้าตึกที่ตอนนี้กำลังรายล้อมไปด้วยพวกกลุ่มนักศึกษาที่ยืนเออออเหมือนกับแฟนคลับที่มาเตรียมดูดาราศิลปินที่ตัวเองคลั่งไคล้
“นั่นมัน rolls royce รุ่นพิเศษที่ผลิตแค่ 150 คันในโลกนี่!?”
“เห้ย! จริงด้วย รุ่นนี้ราคาเกือบ 300 ล้านเลยนะโว้ย!”
เสียงพวกกลุ่มนักศึกษาผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆผมพูดขึ้นดูเหมือนว่า บรรดาทายาทเศรษฐีพวกนี้ กำลังชื่นชมคนที่มีฐานะเหนือกว่าพวกเขาอยู่
“จริงๆตอนที่เดินเข้ามาในมหาลัยเราก็เจอพวกดารากับเซเลบหลายคนอยู่นะ ซึ่งก็ไม่เห็นมีใครกรี๊ดกร๊าดขนาดนี้..แต่ว่าไอ้คนที่กำลังจะมานี่ ดันเป็คนที่พวกดารากับเซเลบมายืนกรี๊ดซะเอง..”
ทันใดนั้นคนขับรถที่แต่งตัวสุภาพด้วยชุดสูทสีเข้ม ก็ได้เปิดประตูลงมาแล้วเดินไปเปิดประตูรถให้ฝั่งผู้โดยสารตอนหลัง
“มีคนเปิดประตูรถให้ด้วย อย่างกับเธอเป็เ้าหญิงแหนะ..”
เสียงผู้หญิงข้างหน้าผมพูดขึ้น
และแล้ว.. เรียวขาเนียนขาวนั้น ก็ก้าวลงจากรถท่าทีของนักศึกษาทุกคนต่างก็ลุกลี้ลุกลน มองกันตาไม่กะพริบ
จากนั้น.. ก็ได้ปรากฏร่างของหญิงสาว ที่รูปร่างหน้าตางดงามราวกับตัวละครที่หลุดออกมาจากโลกในเกมแฟนตาซีผู้หญิงคนนี้มีออร่าที่เปล่งปลั่ง ดูเหมือนกับว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป เพราะไม่เคยมีดาราหรือนางงามคนไหนที่จะมีหน้าตาที่สวยสดงดงามและได้สัดส่วนเหมือนเธอ ใบหน้าแบบนั้นหมอที่ไหนก็ทำให้เหมือนไม่ได้ และก็ไม่ใช่แค่ความสวยงามเพียงอย่างเดียวมันยังมีความรู้สึกอีกแบบหนึ่ง เหมือนเป็พลังงานที่อธิบายไม่ได้ ราวกับว่า เธอมีแรงดึงดูดให้คนอื่นๆชื่นชอบและสนใจอยากจะเข้าหาตัวเธอความรู้สึกนั้น ชวนให้หลงใหลแม้แต่กับผู้หญิงด้วยกันเอง
“ให้ตายสิ! คนอะไรสวยเป็บ้า”
นี่เป็สิ่งแรกที่ผมคิดได้ในใจ
คนอะไรแค่เห็นแว็บแรกไกลๆ ก็ทำให้ใจเต้นแรงได้ซะขนาดนี้ราวกับโดนมนต์สะกดให้จ้องมอง ไม่แปลกใจเลยที่คนอื่นๆจะสนใจเธอขนาดนี้