คนตัวเล็กร้องไห้ไป เล่าให้เธอฟังไปว่าแด๊ดดี๊ไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่เธอพูด อันธกานต์ที่เดินตามออกมาได้แต่ยืนกอดอกอ้าปากค้างเล็กน้อย พลางมองตะวันวาดและเพตราสลับกัน
ทีมงานสาวสวยอมยิ้มพลางขำท่าทางของชายหนุ่ม ขณะที่ตะวันวาดไม่ได้สนใจทั้งคู่นักเพราะมัวแต่ปลอบวาเลนไทน์ ตะวันวาดทำท่าจะกล่าวอะไรบางอย่างแต่ก็ชะงักเมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบกับทั้งคู่
“วาเลนไทน์ come here (มานี่) ” เสียงทุ้มกล่าวเชิงสั่ง คนตัวเล็กมองเขา ยังคงยืนอยู่ที่เดิมอย่างต่อต้าน
“วาเลนไทน์” เสียงทุ้มกระตุ้นเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น.. ถึงแม้จะเป็ลูกสาว แต่เขาก็ไม่ชอบการที่เธอขัดคำสั่ง
คราวนี้วาเลนไทน์วิ่งเข้าไปหลบข้างหลังตะวันวาด ส่งผลให้ชายหนุ่มมองเธอตาเขียวปั๊ดแทน
“อะไรนะคะ.. อ้อ..คุณธันจะพาวาเลนไทน์กินไอศกรีมเป็การขอโทษเหรอคะ” ตะวันวาดพูดเองเออเองหน้าตาเฉย ขณะที่ทำสีหน้าเป็นัยบอกอันธกานต์ให้เล่นบทไปกับเธอ
“แต่วาเลนไทน์ไม่น่าจะชอบวานิลลานะคะ” เธอพูดต่อ ก่อนจะหันไปกระซิบกระซาบกับสาวน้อยด้านหลังเก้าอี้เธอ
วาเลนไทน์มีสีหน้าลังเลเล็กน้อย
“ไอศกรีมรสอะไรดีคะ” หญิงสาวถาม
เด็กน้อยเงียบไปหลายวินาทีก่อนจะตอบเสียงค่อย
“ช็อกโกแลต”
ตะวันวาดยิ้มให้เธอ ก่อนจะกระซิบต่อ
“คุณพ่อรออยู่ ไปหาคุณพ่อสิคะ”
วาเลนไทน์จ้องเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะยอมเดินออกมาจากหลังเก้าอี้เผชิญหน้ากับอันธกานต์
ชายหนุ่มยื่นมือไปให้เธอเดินมาจับ
ตะวันวาดลอบถอนหายใจกับตัวเอง
“ไปด้วยกันไหม” เสียงทุ้มถาม มองผ่านคนตัวเล็กไปยังตะวันวาด
หญิงสาวสะบัดหน้ารัว ๆ
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันยังไม่ค่อยหิว”
อันธกานต์สีหน้าครุ่นคิด แต่ก็ไม่พูดอะไร ทั้งสามคนออกไปพักกลางวัน.. ขณะที่เธอรีบนั่งปั่นงานอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลังจากนั้นไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เพตราก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เมื่อไม่เห็นวี่แววของอีกสองคนที่ออกไปพร้อมกับเธอ ตะวันวาดจึงอดที่จะถามขึ้นไม่ได้
“อ้อ.. คุณธันพาวาเลนไทน์ไปส่งบ้านญาติน่ะจ้ะ จะได้ไม่รบกวนเรา” เพตราตอบขึ้นเสียก่อนที่ตะวันวาดจะเอ่ยถาม.. สีหน้าของเธอคงบ่งบอกชัดเจน
ตะวันวาดพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
เพตรายิ้มพลางนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปเพียงไม่ถึงสิบห้านาที
‘ปกติั้แ่ทำงานด้วยกันมา ตะวันก็ไม่เคยส่งงานเลทนะคะ สงสัยวันนี้เพื่อนเล่นตัวน้อยจะชวนคุยเยอะไปหน่อย’ เธอกล่าวขึ้นพร้อมยิ้มขำ เมื่ออันธกานต์ถามถึงเื่รายงานที่เขายังไม่ได้
ชายหนุ่มหน้าเคร่งขรึมขึ้นจนเพตรารู้สึกได้ เธอจ้องเขาก่อนจะรีบโบกมือพัลวัน สาวผมแดงหลับตาลงนิดหนึ่ง
‘ฉัน..ไม่ได้หมายความว่า..’
‘ไม่เป็ไรครับ ผมเข้าใจ’ เสียงทุ้มกล่าวสวนโดยไม่รอให้เธอพูดจบ
วาเลนไทน์คงทำให้ตะวันวาดยุ่งจนไม่ได้ทำงาน..
เมื่อรับประทานอาหารเสร็จเขาจึงจัดการพาลูกสาวไปส่งที่อื่นเสร็จสรรพ ทำให้เพตราสัมพันธ์เื่เอาได้ว่าเขาคงจริงจังกับสิ่งที่เธอพูด
“แล้วข้อมูลเราเสร็จหรือยังเอ่ย” เสียงหวานถามเมื่อหลุดจากห้วงความคิดของตัวเอง
ตะวันวาดยิ้ม ก่อนส่งเอกสารให้เธอ
“นี่ค่ะ.. ตะวันขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ” คนตัวเล็กตอบขณะที่มือยังไม่ปล่อยจากเอกสาร
เพตราไม่ตอบ แต่คิ้วเรียวที่โก่งเป็เชิงคำถามทำให้ตะวันวาดรีบถามต่อทันที
“โรงแรมภูธเรศในรายละเอียดข้อเสนอ คือโรงแรมภูธเรศเดียวกับที่สนามม้าเทพนิมิตหรือเปล่าคะ”
เพตรานิ่งคิด ก่อนจะยิ้มตอบ
“ใช่จ้ะ ทำไมเหรอ”
“อ๋อ.. พอดีว่าตะวันมีเพื่อนทำงานอยู่ที่นั่นค่ะ.. แต่ไม่ยักรู้ว่าโรงแรมกำลังจะถูกขายต่อ” เธอกล่าว ขณะที่ใบหน้าของพี่ชายที่เธอนับถือลอยขึ้นมาในห้วงความคิด
‘เพื่อน’ ที่เธอหมายถึงนั้นก็คือ ภูธเรศ.. ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารสูงสุดของโรงแรมภูธเรศมาได้กว่า 5 ปี และประธานบริษัทก็คือ ลุงชาตรี ที่เธอเคารพเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง..
“จริง ๆ แล้ว.. ก็ยังไม่ได้ขายต่อนะ.. น่าจะคงต้องใช้เวลาอีกสักพัก เพราะกว่าเราจะยื่นข้อเสนอ กว่าฝ่ายนั้นจะพิจารณา.. ถ้าหากเร็วหน่อยก็อาจจะ 3-4 เดือน แต่บางที่ก็ใช้เวลาเกือบปี” สาวผมแดงตอบเธออย่างคร่าวๆ
ตะวันวาดพยักหน้ารับฟัง.. เป็ครั้งแรกั้แ่เรียนจบ ที่เธอรู้สึกว่าสิ่งที่เรียนมาทำให้เธอประยุกต์ใช้ทำความเข้าใจกับธุรกิจได้จริงๆ
“แล้วอย่างนี้ถ้าเราซื้อโรงแรมจะเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” เธอถามต่ออย่างใคร่รู้
เพตราเม้มริมฝีปากใคร่ครวญ
“อืม.. จริง ๆ มันก็แล้วแต่ Strategy (กลยุทธ์) ของทางโรงแรมเราอีกที เช่น อาจจะมีการเปลี่ยนโครงสร้างทีมบริหาร.. รื้อคนเก่าออกเอาคนใหม่เข้า.. ปรับการตลาด ปรับฐานลูกค้า” เสียงหวานตอบ ก่อนสายตาจะลดกลับลงมามองตะวันวาด
“แต่พี่ดูรายละเอียดของโรงแรมนี้.. น่าจะต้องปรับเยอะ โดยเฉพาะทีมบริหาร แต่โชคดีที่ Location (สถานที่) ค่อนข้างดี ฐานลูกค้าชัดเจน โรงแรมมีลักษณะเฉพาะตัวโดดเด่น ทำให้บริษัทเราอยากจะ acquire (ซื้อต่อ) มาปรับปรุงแบรนด์ และการตลาดให้ดีขึ้น”
เพตราให้รายละเอียดมากขึ้น เธอชอบที่ตะวันวาดถามคำถามด้วยความอยากเรียนรู้ซึ่งไม่ได้เป็คุณสมบัติที่มีในตัวนักศึกษาจบใหม่หลายๆ คน
ตะวันวาดพยักหน้าหงึกหงักรับข้อมูลมาประมวลผล.. เธอยิ้มให้เพตรา
“เข้าใจแล้วค่ะ”
ร่างบางย่อตัวกลับลงไปนั่งบนเก้าอี้ของเธอ
ตะวันวาดทำงานอย่างโล่งใจใน่บ่าย เพราะอันธกานต์ไม่ได้กลับมาออฟฟิคทั้งวัน.. แต่ขณะที่เธอกำลังเก็บของกลับบ้านชายหนุ่มกลับปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง
ตะวันวาดไม่มีอะไรจะพูด เธอจึงรีบเก็บของให้เร็วที่สุดและเดินผ่านอันธกานต์ไป..
มือแข็งแกร่งปะทะจับต้นแขนของตะวันวาดไว้แน่น คนตัวเล็กหยุดกึก เกิดความเงียบขึ้นหนึ่ง่ลมหายใจ
“ช่วยปล่อยแขนฉันด้วยค่ะ” เธอพูดน้ำเสียงนิ่ง ไม่สบตากับอีกฝ่าย
คนตัวเล็กใจเริ่มเต้นตึกตัก.. ตอนนี้ในออฟฟิคมีเพียงเธอกับเขาเท่านั้น เพตรากลับไปก่อนแล้ว..
“เรามีเื่ต้องคุยกัน” เสียงทุ้มกล่าว มองใบหน้าด้านข้างของตะวันวาด.. แก้มนวลเนียนนั้นชวนให้นึกถึงความนุ่มที่เขาเคยัั
ตะวันวาดสบสายตากับอันธกานต์
“เราไม่มีอะไรต้องคุยกันค่ะ” เธอตอบอย่างเด็ดขาด
“งั้นเธอก็เลิกเป็แบบนี้สิ” เสียงทุ้มตอบกลับอย่างรวดเร็ว มือใหญ่ยังคงจับข้อแขนของเธอไว้แน่น
“แบบไหนคะ” คนตัวเล็กจ้องเขา
“...” อันธกานต์เงียบเลือกสรรคำพูด
“ก็.. แบบนี้..” สายตากวาดมองเธอจากศีรษะจรดข้อเท้าภายในวินาทีเดียว
“หลบหน้า ไม่พูดไม่จา แถมยังบล็อก whatsapp พี่อีก” เขาตอบ
ใบหน้าหวานผ่อนลงเล็กน้อย ตะวันวาดเม้มริมฝีปาก ไม่แน่ใจว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าเธอบล็อกเขา
ตะวันวาดนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจตอบเขา
“งั้น.. ฉันขอถามอะไรได้ไหมคะ”
อันธกานต์พยักหน้า
“ได้สิ” เขาตอบ สีหน้าตั้งใจฟังเกินหน้าเกินตา
ตะวันวาดจ้องหน้าเขา.. เธอสูดลมหายใจเข้าลึก
“เื่คอนโดที่พัทยา คุณรู้มาตลอด รู้ั้แ่เมื่อไหร่ ั้แ่ตอนที่เราเจอกันที่พัทยา.. รู้มาตลอด 10 ปี.. หรือเพิ่งรู้คะ?”
“....” อันธกานต์ไม่ตอบ ชายหนุ่มสีหน้านิ่ง แม้ว่าภายในใจจะเริ่มถูกกระตุก
“คุณเป็เ้าหนี้ฉัน.. แต่แกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้.. เพื่ออะไรคะ?”
อันธกานต์อ้าปากค้างน้อย ๆ สีหน้ายุ่งยากขณะที่พยายามอธิบาย
“พี่ไม่ได้แกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ พี่แค่..” เสียงทุ้มตอบ มองหน้าสาวน้อยอย่างขอความเข้าใจ
แต่ตะวันวาดไม่เข้าใจ..
“แค่ไม่พูดถึงเื่นี้สักคำ” เสียงเล็กตอบกลับทันควัน
อันธกานต์จะพูดต่อ ตะวันวาดก็ยกมือขึ้นห้าม
“ฉันยังพูดไม่จบค่ะ คุณรู้ว่าพี่บุหลันเป็พี่สาวฉัน.. แต่คุณก็ยัง..” จูบฉัน.. ตะวันวาดกลืนคำนั้นลงคอ ก่อนจะเบี่ยงเบนคำถามไป
“ช่างมันเถอะค่ะ.. แต่คุณแย่งพี่บุหลันไปจากพี่ภู.. ทำเพื่ออะไรคะ?”
“ฉันไม่ได้แย่ง” เสียงทุ้มตอบทันควัน ตะวันวาดไม่สนใจ
“คุณกำลังจะแต่งงาน.. แต่คุณนัดฉันกินข้าว.. คุณ...” จูบฉัน.. ตะวันวาดสะดุดคำพูดตัวเองอีกครั้ง.. เธอไม่อยากเอ่ยคำนั้นออกมา
ั์ตากลมสะบัดมองออกไปด้านข้าง อันธกานต์รู้ว่าเธอกำลังพูดถึงอะไร
“ทำไมคุณทำแบบนั้นทั้ง ๆ ที่กำลังจะแต่งงานกับพี่บุหลัน คุณทำแบบนั้นทำพี่ฉันได้ยังไง แล้วคุณ้าอะไรจากฉัน” ตะวันวาดเอ่ย โดยที่ไม่กลับมามองหน้าเขา
ดีนะที่เธอไม่รู้ว่างานที่เธอกำลังทำอยู่ก็เพราะเขา.. ไม่งั้นเขาคงโดนไปอีกหนึ่งกระทงแน่นอน.. ความคิดแวบขึ้นในใจ ขณะที่ไม่รู้จะตอบอีกฝ่ายอย่างไร..
ตะวันวาดหันกลับมามองเขา อันธกานต์จึงเอ่ยปากขึ้น
“เื่คอนโด.. พี่ไม่ได้ตั้งใจปิด.. แค่ไม่อยากเงินกลายมาเป็เื่ที่เราต้องกังวล”
ตะวันวาดรับรู้.. แม้ว่ายังไม่เปิดใจกับคำตอบที่ได้รับมากนัก..
“พี่แค่.. ไม่อยากให้ความรู้สึกดี ๆ ั้แ่ตอนนั้นของเรามันหายไป” อันธกานต์กล่าวน้ำเสียงเบาลง มือใหญ่ยังคงจับข้อมือเล็กแน่น
คำตอบขอบเขาไม่ชัดเจนนัก ตะวันวาดก็มีท่าทีอ่อนลง ทว่ายังมีหลายคำถามที่ค้างคา
“แล้วเื่พี่บุหลันล่ะคะ? ทำไมพี่..” ตะวันวาดหลับตาลง อยากจะดีดปากตัวเองอีกสักครั้ง.. เขาแก้ตัวไม่กี่ประโยค เธอก็เกือบจะกลับไปเรียกเขาแบบเดิม
“ทำไมคุณถึงแต่งงานกับพี่สาวฉันเร็วขนาดนี้” เธอแก้ไขประโยคคำถามของตัวเองอย่างรวดเร็ว
“เื่พี่สาวเธอ.. พี่ไม่จำเป็ต้องตอบ แล้วก็เรียกพี่ว่าพี่เหมือนเดิมได้แล้ว” เสียงทุ้มสั่งอย่างเอาแต่ใจ เขาออกจะชอบที่เธอเรียกเขาแบบนั้น..
ตะวันวาดตวัดสายตามองเขา คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างเห็นได้ชัด.. อันที่จริง.. เธอไม่สนใจประโยคหลังที่เขาสั่งเลยสักนิด
“คุณรักพี่บุหลันรึเปล่า”