ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืนในห้องพักชั้น 5 แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงส่องกระทบใบหน้าคมคายของเยว่จั้ง เขากำลังยืนอยู่ริมระเบียง มือหนึ่งคีบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุด ส่วนอีกมือถือโทรศัพท์มือถือโนเกียแบบฝาพับรุ่นฮิตของปี 2005 แนบหู
ปลายสายคือเฉินลั่วซี น้าสาวแท้ๆ ฝั่งแม่ของเขา ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็สูตินรีแพทย์ระดับซีเนียร์ประจำโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในเมือง
“เยว่จั้ง นี่หลานเป็บ้าไปแล้วหรือไง แฟนแกท้องโตจนใกล้จะคลอดอยู่รอมร่อ แต่แกไม่เคยพามาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลเลยเนี่ยนะ แกใช้หัวแม่เท้าคิดหรือไง รู้ไหมว่ามันอันตรายแค่ไหน” เสียงแหลมปรี๊ดของน้าสาวดังทะลุลำโพงออกมาจนชายหนุ่มต้องดึงโทรศัพท์ออกห่างจากหูเล็กน้อย
เยว่จั้งแค่นยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เขาคาดเดาปฏิกิริยานี้ไว้แล้ว แน่นอนว่าเขาไม่สามารถบอกความจริงที่บ้าบอที่สุดในโลกอย่าง ผู้หญิงของผมเพิ่งท้องได้แค่ 29 วันครับน้า ออกไปได้ ขืนพูดไปเฉินลั่วซีคงส่งรถพยาบาลจากแผนกจิตเวชมาจับตัวเขาแทนแผนกสูติกรรมแน่ๆ
“ใจเย็นๆ ก่อนครับน้าลั่วซี ่ที่ผ่านมาผมยุ่งกับเื่จัดการอพาร์ตเมนต์จนปลีกตัวไม่ได้เลย แล้วเซเลน่าเขาก็เป็ชาวต่างชาติ เขาจ้างพยาบาลผดุงครรภ์ส่วนตัวมาดูแลที่ห้องตลอดครับ ทุกอย่างปกติดี แต่ตอนนี้ผมเห็นว่าใกล้จะคลอดแล้ว เลยอยากให้เขาได้รับการดูแลจากมืออาชีพที่ผมไว้ใจที่สุดซึ่งก็คือน้าไงครับ”
คำพูดยกยอที่เนียนสนิท ประกอบกับเหตุผลทำให้ปลายสายถอนหายใจเฮือกใหญ่ อาการโกรธเกรี้ยวลดลงไปกว่าครึ่ง
“เฮ้อแกนี่มันจริงๆ เลย เอาเถอะพรุ่งนี้เช้าพาเธอมาที่โรงพยาบาลด่วนเลยนะ น้าจองห้องพักฟื้นระดับ VIP ไว้ให้แล้ว เข้ามาถึงก็ตรงมาที่วอร์ดได้เลย น้าจะเตรียมทีมแพทย์ไว้รอ”
“ขอบคุณครับน้าลั่วซี น้าใจดีที่สุดเลย”
เยว่จั้งกดวางสาย เขามองลอดผ่านประตูกระจกเข้าไปในห้องนอน เซเลน่านอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง หน้าท้องของเธอขยายใหญ่โตเต็มที่ราวกับลูกแตงโมใบั์ ร่างกายของเธอพร้อมสำหรับการให้กำเนิดสายเืคนแรกของตระกูลเยว่แล้ว
..........................................
รุ่งอรุณของเช้าวันถัดมา เวลา 05:30 น. ท้องฟ้ายังคงถูกปกคลุมด้วยความมืดสลัว
เยว่จั้งจัดการห่อหุ้มร่างของเซเลน่าด้วยผ้าห่มนวมผืนหนาั้แ่หัวจรดเท้า แม้ว่าอากาศในเดือนสิงหาคมจะร้อนอบอ้าวแค่ไหนก็ตาม แต่เพื่อปกปิดหน้าท้องที่นูนป่องอย่างผิดปกติจากสายตาของคนในอพาร์ตเมนต์ นี่คือวิธีที่แเีที่สุด
“คุณเยว่ฉันเจ็บท้องเจ็บจังเลยค่ะ”
เซเลน่าครางเครือ ใบหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ มือเล็กๆ จิกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น
“ทนอีกนิดนะเซเลน่า เรากำลังจะไปโรงพยาบาลกันแล้ว”
เยว่จั้งปลอบโยนอย่างนุ่มนวล ทว่าแววตาของเขากลับเยือกเย็นและคำนวณทุกฝีก้าว
เขาสอดท่อนแขนแกร่งเข้าใต้ข้อพับเข่าและแผ่นหลังของหญิงสาว ก่อนจะออกแรงอุ้มเธอขึ้นมาในท่าเ้าหญิงอย่างง่ายดาย เยว่จั้งชะงักไปเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เซเลน่าในตอนนี้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบยี่สิบกิโลกรัม ทว่าสำหรับเขาแล้ว เธอกลับเบาหวิวราวกับปุยนุ่น
นี่สินะผลพลอยได้ของระบบ ร่างกายของฉันได้รับการยกระดับความแข็งแกร่งและพละกำลัง เพื่อรองรับการเป็าาก็อบลินอย่างสมบูรณ์แบบ
เยว่จั้งอุ้มร่างที่ถูกห่อเป็ดักแด้เดินลงบันไดจากชั้น 5 อย่างรวดเร็ว เมื่อลงมาถึงชั้นล่างสุด สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับร่างอรชรของหลินเซี่ยที่กำลังก้มๆ เงยๆ จัดเรียงหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าอยู่หน้าร้าน
หญิงสาวมัดผมหางม้าหันมาตามเสียงฝีเท้า เมื่อเห็นเ้าของอพาร์ตเมนต์อุ้มก้อนผ้าห่มขนาดใหญ่ลงมา เธอก็เบิกตากว้างด้วยความใ
“พะพี่เยว่จั้งเกิดอะไรขึ้นคะ นั่นพี่เซเลน่าเหรอ?”
หัวใจของเซเลน่าที่ซุกอยู่ใต้ผ้าห่มเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวว่าความลับจะแตก แต่เยว่จั้งกลับไม่มีทีท่าลุกลี้ลุกลนแม้แต่น้อย เขาส่งยิ้มบางๆ ที่ดูเคร่งเครียดเล็กน้อยให้หลินเซี่ย
“อืม เซเลน่าไข้ขึ้นสูงมากน่ะ ตัวสั่นไปหมด พี่เลยต้องเอาผ้าห่มห่อไว้ไม่ให้โดนลม เดี๋ยวพี่จะรีบพาเธอไปโรงพยาบาลก่อนนะ ฝากดูความเรียบร้อยหน้าตึกให้พี่ด้วย”
“ดะได้ค่ะ รีบไปเถอะค่ะพี่ ขอให้พี่เซเลน่าปลอดภัยนะคะ” หลินเซี่ยพยักหน้ารัวๆ ไม่ได้ฉุกใจคิดสงสัยเลยแม้แต่น้อย
เยว่จั้งเดินผ่านเธอไปอย่างแเี เขาตรงไปที่ลานจอดรถด้านหลังตึก ปลดล็อกรถยนต์ Mercedes-Benz W210 สีดำคลาสสิก ซึ่งเป็สมบัติชิ้นใหญ่ที่พ่อของเขาทิ้งไว้ให้ ชายหนุ่มวางร่างของเซเลน่าลงบนเบาะหลังอย่างทะนุถนอม ก่อนจะขึ้นประจำที่คนขับและสตาร์ทเครื่องยนต์พุ่งทะยานออกสู่ถนนใหญ่
ภายในรถเงียบกริบ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และเสียงหอบหายใจของเซเลน่า
“ฉันกลัวจังเลยค่ะคุณเยว่ ถ้าฉันเป็อะไรไป คุณต้องดูแลลูกของเราให้ดีนะคะ” หญิงสาวสะอื้น
“อย่าพูดจาเหลวไหล เธอจะต้องปลอดภัย และเธอต้องเป็คนเลี้ยงเขาเองฉันสัญญา”
เขาไม่ได้พูดเพื่อปลอมประโลมเท่านั้น แต่เขาเชื่อมั่นในกฎของระบบ ร่างกายของมารดาจะได้รับการปกป้องจากระบบ ไม่มีทางที่เซเลน่าจะเป็อันตรายถึงชีวิต
เมื่อรถเบนซ์คันหรูแล่นมาถึงหน้าตึกผู้ป่วย VIP ของโรงพยาบาลเอกชน ทีมพยาบาลที่เฉินลั่วซีเตรียมไว้ก็กรูกันเข้ามารับตัวเซเลน่าขึ้นเปลเข็นทันที
ณ หน้าห้องคลอด เฉินลั่วซีในชุดกาวน์เดินเข้ามาหาหลานชาย เมื่อเธอเปิดผ้าห่มออกดูและเห็นขนาดหน้าท้องของเซเลน่า แพทย์หญิงผู้มากประสบการณ์ก็เบิกตากว้าง
“พระเ้าท้องใหญ่ขนาดนี้น้ำคร่ำน่าจะเยอะมาก แถมเด็กน่าจะตัวใหญ่เกินเกณฑ์ด้วย”
เฉินลั่วซีหันมาสั่งพยาบาล “เตรียมห้องผ่าตัด เคสนี้คลอดธรรมชาติเสี่ยงเกินไป เราต้องผ่าคลอดด่วน”
“หยุดก่อนครับน้า”
เสียงของเยว่จั้งดังแทรกขึ้นมาทันที ชายหนุ่มก้าวเข้ามาขวางหน้าเตียงเข็น แววตาของเขาดุดันและเยือกเย็นจนเฉินลั่วซีถึงกับชะงัก
“ไม่ได้เด็ดขาดต้องคลอดธรรมชาติเท่านั้นครับ”
“เยว่จั้งแกจะบ้าเหรอ การคลอดธรรมชาติในสภาวะที่เด็กตัวใหญ่ขนาดนี้มดลูกอาจจะฉีกขาดได้นะ ผ่าคลอดปลอดภัยที่สุด” เฉินลั่วซีตวาดกลับ
แต่เยว่จั้งรู้อยู่เต็มอกว่านี่คือเด็กที่เกิดจากระบบ มดลูกของเซเลน่าได้รับการปกป้องขั้นสูงสุด ไม่มีทางฉีกขาดแน่นอน ทว่าสิ่งที่เขาห่วงไม่ใช่เื่ความปลอดภัย แต่เป็ แผนการในอนาคตต่างหาก
หากปล่อยให้เฉินลั่วซีผ่าคลอด มดลูกของเซเลน่าจะมีรอยแผลเป็ ในยุค 2005 ทางการแพทย์ระบุชัดเจนว่าผู้หญิงที่ผ่าคลอดไม่ควรตั้งครรภ์เกิน 2-3 ครั้งในชีวิต และต้องทิ้งระยะห่างหลายปี ถ้ายอมให้ผ่าแม่พันธุ์ชั้นยอดอย่างเซเลน่าก็จะหมดประโยชน์และผลิตลูกให้เขาได้อีกแค่คนเดียว นั่นมันขัดกับเป้าหมายการขยายตระกูลของเขาสิ้นดี
เยว่จั้งบีบน้ำตา แสร้งทำน้ำเสียงสั่นเครือจับใจ “น้าฟังผมนะ เซเลน่าเคยบอกผมว่าความฝันสูงสุดของเธอคือการได้เบ่งลูกด้วยตัวเอง ได้ััถึงความเ็ปที่ยิ่งใหญ่ของความเป็แม่ เธอไม่อยากมีแผลเป็ที่หน้าท้องและผมเชื่อมั่นในฝีมือของน้า น้าคือหมอทำคลอดที่เก่งที่สุดในมณฑลนี้ น้าต้องทำได้แน่นอนขอร้องล่ะครับ ให้เธอคลอดธรรมชาติเถอะ”
คำพูดที่เล่นกับอีโก้และความเป็มืออาชีพ ประกอบกับข้ออ้างเื่ความฝันอันสวยหรู ทำเอาเฉินลั่วซีเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะถอนหายใจยาว
“ก็ได้ แต่ถ้ามีอะไรผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว น้าจะจับเข้าห้องผ่าทันที เข้าใจไหม”
“ขอบคุณครับน้า”
เยว่จั้งก้มหัวให้ แต่เมื่อใบหน้าของเขาหลบพ้นสายตา รอยยิ้มเ็าของจอมบงการก็ปรากฏขึ้น
............................................
กระบวนการคลอดดำเนินไปอย่างดุเดือดภายในห้อง VIP เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปของเซเลน่าดังก้องทะลุประตูออกมา เยว่จั้งยืนกอดอกพิงผนังอยู่นอกห้องอย่างสงบ รอคอยเวลาอย่างเยือกเย็น
และแล้ว...
อุแว้ อุแว้ อุแว้
เสียงร้องจ้าของทารกแรกเกิดดังกังวานขึ้น ทำลายความเงียบงันของโถงทางเดิน
ในวินาทีนั้นเอง โลกทั้งใบของเยว่จั้งเหมือนหยุดนิ่ง หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าวาบขึ้นเบื้องหน้าเขาราวกับหน้าจอเกมที่กำลังเข้าสู่ฉากสำคัญ
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์]
[มารดาเซเลน่า ให้กำเนิดทารกเพศชายอย่างปลอดภัย]
[สถานะมารดา: สมบูรณ์ 100%]
[เข้าสู่โหมดสุ่มรางวัลกาชา: พร์ของบุตรและไอเทมวิวัฒนาการ]
วงล้อรูเล็ตต์ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ช่องสีต่างๆ สลับสับเปลี่ยนด้วยความเร็วแสง เยว่จั้งกลั้นหายใจ สายตาจ้องมองวงล้อที่ค่อยๆ ชะลอความเร็วลง
มันวิ่งผ่านอักษร F สีเทาผ่าน E D C B และไปหยุดชะงักลงที่ช่องแสงสีทองอร่าม
[ผลการสุ่ม: พร์ระดับ A ]
[ได้รับพร์: ความจำอัจฉริยะแบบภาพถ่าย]
[รายละเอียด: ทักษะระดับอัจฉริยะที่ทำให้บุตรและโฮสต์ที่ได้รับสืบทอดมา 100% สามารถบันทึก อ่านและจดจำทุกตัวอักษร ภาพถ่าย สถิติ หรือข้อมูลที่ผ่านตาได้อย่างแม่นยำถาวรในเสี้ยววินาทีเดียวราวกับกล้องถ่ายรูป ข้อมูลเหล่านี้จะไม่มีวันเลือนหายหรือผิดเพี้ยนไปตลอดกาล]
บึ้ม!
ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านเข้าสู่สมองของเยว่จั้ง ชายหนุ่มเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ยกมือกุมขมับ ความเ็ปแปลบปลาบเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความกระจ่างแจ้งที่น่าขนลุก
ความทรงจำจากชาติก่อนตลอด 46 ปีของเขาที่เคยเลือนรางและขาดๆ หายๆ มันกลับถูกจัดเรียงใหม่ราวกับห้องสมุดดิจิทัล
เขาจำได้แม้กระทั่งตัวเลขบนกระดานหุ้นทุกตัวที่ล้มละลายในวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008 จำกราฟราคาอสังหาริมทรัพย์ของเมืองนี้ในอีกสิบปีข้างหน้าได้ทุกตารางนิ้ว จำโค้ดภาษาคอมพิวเตอร์และอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่จะผูกขาดโลกในอนาคตได้อย่างแม่นยำทุกบรรทัด รวมไปถึงผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลและผลฟุตบอลโลกทุกนัด
“ฮะฮ่าๆๆ” เยว่จั้งหลุดเสียงหัวเราะทุ้มต่ำออกมาจากลำคอ ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความบ้าคลั่งและทะเยอทะยาน ด้วยสมองบวกกับความรู้จากอนาคตในปี 2005 นี้ เขาคือพระเ้าของตลาดทุนอย่างแท้จริง เขาสามารถกวาดสายตาอ่านตำรากฎหมายและเอกสารทางธุรกิจนับหมื่นหน้าได้ภายในพริบตาเดียว
ยังไม่ทันที่เขาจะสงบสติอารมณ์จากความอิ่มเอมใจ ข้อความจากระบบก็เด้งเตือนขึ้นมาอีกครั้ง
[ติ๊ง ได้รับไอเทมรางวัลสุดพิเศษ: สมุดบันทึกสัญญาก็อบลิน]
แสงสว่างวาบขึ้นที่ฝ่ามือของเขา เมื่อแสงจางลงสิ่งที่ปรากฏอยู่คือสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่ดูเก่าแก่ ขอบกระดาษเป็สีเหลืองซีด มันดูเหมือนสมุดจดบัญชีธรรมดาๆ ยุคเก่าที่หาซื้อได้ทั่วไป หรือถ้าเอาไปวางทิ้งไว้ในร้านหนังสือของคุณปู่หลิน ก็คงกลมกลืนจนไม่มีใครสังเกตเห็น