ณ ก้นเหวลึก เสียงของสตรีผู้งดงามนางหนึ่งดังก้อง เพราะนางกำลังร้องเรียกสามีซึ่งนอนาเ็อยู่บนพื้น...
"ท่านพี่...!! ท่านพี่..!! ท่านเป็อย่างไรบ้าง"
"...เสียง เสียงผู้ใดกัน...? เสียงของท่านแม่กระนั้นรึ...? แล้วเหตุใดท่านแม่ถึงเรียกข้าว่า ท่านพี่ นี่มันเกิดอันใดขึ้น"
"ท่านพี่…!! ท่านฟื้นแล้วหรือ ข้าใจหายใจคว่ำหมดเลย ฮือ ๆ"
ยามนั้นข้าค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น และภาพแรกที่ได้พบก็คือ มารดาของข้านามว่า ซูอิ๋งอิ๋ง กำลังร่ำไห้อย่างหนัก น้ำตาไหลอาบสองแก้มอย่างน่าสงสาร เมื่อนางเห็นข้าก็โผเข้ามากอดด้วยความยินดี ทว่า…ข้ากลับบังเกิดความรู้แปลกประหลาด ร่างกายของข้าในยามนี้ดูผิดแปลกออกไปจากเดิม ชุดที่สวมใส่ดูคุ้นตา แต่หาใช่ชุดที่ข้าเคยใส่แน่นอน มันดูคล้ายกับ….ชุดของท่านพ่อ!! นี่มันหมายความว่าอย่างไรทำไมข้าถึงเอาชุดของท่านพ่อมาสวมใส่ได้
"ท่านพี่ ท่านพี่ฟื้นมาได้ ข้าดีใจยิ่งนัก ทว่า…หยวนหยวนเขา…ฮือ ๆ ๆ"
ท่านแม่มองหน้าข้าก่อนจะเอ่ยออกมา แต่ยังพูดไม่จบนางก็ยกสองมือขึ้นมาปิดบังใบหน้าแล้ว ร้องไห้สะอึกสะอื้น น้ำตาไหลอาบสองแก้มงาม
หยวนหยวน หรือซูหยวน นั้นมันชื่อของข้านี่...? ท่านแม่ ตัวข้าทำไมงั้นหรือ ในเมื่อข้าก็อยู่ตรง…!!!
ในขณะที่ข้ากำลังขมวดมุ่นคิ้วด้วยประหลาดจากคำพูดของท่านแม่ หางตาของข้าก็เหลือบไปเห็น ร่างของใครบางคนที่นอนแน่นิ่งอยู่ด้านหลังของนาง ร่างนั้นแดงฉานอาบไปด้วยโลหิตอย่างน่าสยดสยอง และเมื่อข้าเพ่งมองดูดี ๆ ขนทั่วสรรพางค์ก็พร้อมใจกันลุกชูชัน สองตาของเบิกกว้าง หัวใจแทบจะหยุดเต้น เพราะร่างไร้ิญญาที่นอนอยู่ตรงนั้นคือร่างของข้าเอง…!!
"ปะ เป็ไปไม่ได้ หากนั้นเป็ร่างข้า แล้วร่างนี้เล่าเป็ของผู้ใด อย่า บอกนะว่า..."
"ท่านพี่หยวนหยวนเขาจากพวกเราไปแล้ว ฮือ ๆ ๆ"
ยามนั้นท่านแม่ข้ายังคงโศกเศร้าเสียใจไม่หยุด ทว่า...ตัวข้าในยามนั้นกลับ งุนงงสับสนพูดอันใดไม่ออกแม้แต่คำเดียว ความทรงจำสุดท้ายก่อนที่จะเกิดเื่ราวพิสดารเช่นนี้กับตัวข้าก็คือ เราสามคนพ่อแม่ลูกกำลังเดินกลับบ้าน และได้พานพบกับกลุ่มชายชุดดำลึกลับมันบอกว่าพวกตนเองคือศัตรูเก่าของท่านพ่อ ก่อนจะลงมือเล่นงานพวกเราจนย่ำแย่ ถึงแม้นท่านพ่อ กับท่านแม่ข้าจะมีวรยุทธ์สูงส่งสักเพียงไหน แต่ดังภาษิตว่า น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟอยู่วันยังค่ำ
พวกมันไล่ต้อนพวกเราอย่างหนัก ก่อนที่เราสามคนจะมาจนมุมที่หน้าผาสูง ยามนั้นเองที่ ท่านพ่อกับท่านแม่ให้ข้ารีบหนีไป เพราะทั้งสองจะแลกชีวิตกับพวกมัน ทว่า….ข้านั้นขี้ขลาด และหวาดกลัวจนเกินจะก้าวขาหนี จนสุดท้าย ข้าก็ถูกหนึ่งในพวกมันเล่นงานจนตกเหว ยามนั้นเองที่ข้าเห็นท่านพ่อ กับท่านแม่ะโตามลงมาด้วย ทั้งสองคนน่าจะตั้งใจจบชีวิตพร้อมกับข้า ทว่า….
เหตุใดยามนี้ ข้าถึงยังไม่ตาย แถมยังมาอยู่ในร่างของท่านพ่อได้ ปาฏิหาริย์งั้นหรือ
"ท่านพี่ ท่านเป็อันใดไป ไฉนั้แ่ฟื้นขึ้นมาถึงไม่พูดไม่จาสักคำ หรือศีรษะของท่านจะกระแทกพื้นจึงยังสับสนอยู่"
ยามนี้ท่านแม่เอียงคอมองหน้าข้าด้วยงุนงง คงเป็เพราะั้แ่ข้าฟื้นขึ้นมา แล้วยังมิได้เอ่ยวาจาใดสักคำ แถมมิได้แสดงความเสียอกเสียใจกับ บุตรชายที่นอนไร้ิญญาอยู่ตรงนั้นด้วยกระมัง เช่นนี้ข้าควรบอกนางดีหรือไม่ หากบอกไปแล้วนางจะยอมฟังไหมนะ..
ข้าจ้องตาท่านแม่ก่อนครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ จากนั้นจึงตัดสินใจเอ่ยความจริงอันแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นให้นางฟัง
เมื่อท่านแม่ฟังจบนางก็นิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนที่นางจะระบายยิ้มแห้ง ๆ ออกมา แน่นอนด้วยท่าทางเช่นนี้ นางย่อมไม่เชื่อในสิ่งที่ข้าบอกเป็แน่
"ท่านพี่ล้ออันใดข้าเล่น ศีรษะท่านน่าจะกระแทกตอนตกลงมาจริง ๆ ด้วย ไหน ๆ ขอข้าดูหน่อย มีาแหรือไม่"
นั้นปะไร นางไม่เชื่อคำพูดข้าจริง ๆ ด้วย ใครเชื่อก็บ้าแล้ว เช่นนั้นข้าคงต้องพูดสิ่งนั้นเสียแล้ว
"ท่านแม่…."
"ท่านพี่เลิกเรียกข้าแบบนั้นเถิด ฟังดูพิกลอย่างไรก็ไม่รู้"
"ตอนข้าอายุเจ็ดขวบ ข้าเคยแอบหนีไปตกปลา จนพลัดตกน้ำ ดีว่าท่านได้ยินเสียงเรียกจึงะโลงมาช่วย และพอขึ้นมาได้ ข้าก็ร้องไห้แทบเป็แทบตาย แถมยังขอให้ท่านห้ามบอกเื่นี้กับท่านพ่อ ท่านแม่ยังจำสัญญาของเราได้หรือไม่…."
นี่คือ ความลับที่มีแต่ข้ากับท่านแม่ที่รู้ เพราะยามนั้นข้ากลัวท่านพ่อจะตี ซึ่งท่านแม่เองก็รับปาก และข้าทราบดีว่านางมิเคยแพร่งพรายเื่นี้กับท่านพ่อจวบจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งสีหน้าที่ดูใสุดขีดของท่านแม่ในยามนี้ก็เป็เครื่องยืนยันชั้นดีว่านางไม่เคยพูดถึงเื่นี้กับท่านพ่อจริง ๆ
"ทะ ท่านพี่ทราบเื่นี้ได้อย่างไรข้าไม่เคยบอกท่านมิใช่หรือ เื่นี้มีแค่ข้ากับหยวนหยวนเท่านั้นที่รู้ และตัวเขาก็ไม่น่าจะบอกกับท่าน เพราะกลัวโดนตี…"
สีหน้าของท่านแม่ยามนั้นซีดเผือด นางดูจะใ และหวาดกลัวเป็ที่สุด ซึ่งข้าก็ไม่รู้จะทำเช่นไร นอกจากยืนยันความเป็จริงตามเดิม ว่าในยามนี้ข้าได้เข้ามาอยู่ในร่างของท่านพ่อเป็ที่เรียบร้อย…
จบบท