จักรพรรดิเยว่เทียนซานเดินเข้ามาพร้อมกับกล่องไม้ขนาดเล็กใบหนึ่ง
“ ข้าไม่รู้ว่านี้ใช่สิ่งที่คุณชายหยวน้าหรือไม่? ” จักรพรรดิเยว่เทียนซานกล่าวพร้อมกับยื่นกล่องไม้ให้กับหยวนิเย่
หยวนิเย่เปิดดูก็พบว่าเป็เมล็ดสีดำขนาดเท่ากับลูกปัดลูกหนึ่ง
ก่อนหยวนิเย่จะมา เขาได้ตรวจสอบข้อมูลของเมล็ดต้นกระจ่างฟ้าไปแล้ว ทำให้เขาจำจดได้อย่างมั่นใจว่าเมล็ดในกล่องนี้คือเมล็ดกระจ่างฟ้า
“ เป็เมล็ดนี้แหละที่ข้า้า ” หยวนิเย่กล่าวด้วยรอยยิ้มและเก็บเมล็ดลงในอุปกรณ์มิติทันที
หยวนิเย่หยิบแผ่นหยกบันทึกออกมาและยื่นให้กับจักรพรรดิเยว่เทียนซานและกล่าวขึ้นว่า “ นี้คือสิ่งแลกเปลื่ยนที่ข้ามอบให้ หวังว่ามันจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวัง ”
แม้ว่าหยวนิเย่จะกล่าวเขาจะช่วยอาณาจักรแสงจันทร์จัดการกับอาณาจักรร้อยพฤกษา แต่เขาก็เพียงแค่บอกปากเปล่าเท่านั้น นอกจากนี้ถ้าหากเขาไม่แสดงความแข็งแกร่งในระดับขอบเขต์ขั้นสมบูรณ์ออกมา จักรพรรดิเยว่เทียนซานก็คงจะไม่ทำตามที่เขาขออย่างแน่นอน
“ ขอบคุณคุณชายหยวน ” จักรพรรดิเยว่เทียนซานนำแผ่นหยกมาตรวจสอบทันที
เมื่อจักรพรรดิเยว่เทียนซานอ่านข้อมูลภายในแผ่นหยกก่อนที่จะแสดงสีหน้าใพลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
“ นี้มันทักษะระดับตำนานขั้นสูง!! ” จักรพรรดิเยว่เทียนซานกล่าวออกมา
ราชครูเหยียนเซิ่นที่อยู่ไม่ไกลได้ยินคำกล่าวของจักรพรรดิเยว่เทียนซานก็แสดงสีหน้าใเหมือนกัน เนื่องจากเขารู้ดีว่าทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของราชวงศ์เยว่คือระดับตำนานขั้นกลางเท่านั้น แต่ทักษะที่อยู่ในแผ่นหยกเป็ถึงทักษะระดับตำนานขั้นสูง แม้ว่าจะห่างกันเพียงแค่หนึ่งขั้นแต่มันก็นับว่าห่างกันราวฟ้ากับผืนดินเลยทีเดียว
“ ขอบคุณคุณชายหยวนมาก ” จักรพรรดิเยว่เทียนซานกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพียงแค่นี้มันก็คุ้มค่ากับการแลกเปลื่ยนกับเมล็ดพันธุ์ที่เขาไม่รู้จักแล้ว ไม่ต้องกล่าวถึงการจัดการกับอาณาจักรร้อยพฤกษาเลย
“ ในเมื่อข้าได้ของที่้าแล้ว ข้าก็ขอตัวลา อีกอย่างถ้าหากมีเื่อะไรเกิดขึ้นก็สามารถไปหาข้าได้ที่เมืองหลวงกุ่น ส่วนสถานที่อยู่ของข้า ท่านราชครูเหยียนเซิ่นย่อมรู้แล้ว ” หยวนิเย่กล่าว
“ เดี๋ยวก่อนคุณชายหยวน นี้คือป้ายหยกประจำตัวข้า เมื่อมีสิ่งนี้นับว่าท่านเป็แขกกิติมศักดิ์ของข้า ท่านสามารถเข้าออกพระราชวังได้ทุก่เวลาและไม่มีใครสามารถขัดขวางได้ รวมไปถึงการเข้าพบข้าก็สามารถทำได้ง่ายๆ นอกจากนี้ป้ายนี้ทำให้ท่านสามารถพักผ่อนรวมไปถึงการกินอาหารที่โรงเตี๊ยมจันทร์สว่างได้ฟรี ” จักรพรรดิเยว่เทียนซานกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับมอบป้ายหยกให้กับหยวนิเย่
แน่นอนว่านี้เป็การผูกมิตรกับหยวนิเย่โดยเฉพาะ
“ ขอบคุณอง ค์จักรพรรดิมาก เช่นนั้นข้าขอตัวลา ถ้ามีโอกาสข้าจะเชิญท่านมาดื่มน้ำชาด้วย ” หยวนิเย่กล่าว
“ ข้าจะตั้งตารอวันนั้น ” จักรพรรดิเยว่เทียนซานหัวเราะออกมา
“ จริงสิพวกท่านมีหินค่ายกลระดับหกหรือไม่? ” หยวนิเย่ถามขึ้น
“ หินค่ายกลระดับหก? แน่นอนว่าย่อมมีแต่มีไม่เยอะเท่าไหร่ หรือว่าคุณชายหยวน้าหินค่ายกลระดับหก? ” จักรพรรดิเยว่เทียนซานถาม
“ เป็เช่นนั้น ข้า้าหินค่ายกลระดับหกจริงๆ ” หยวนิเย่พยักหน้า
จักรพรรดิเยว่เทียนซานครุ่นคิดก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ เนื่องจากหินค่านกลระดับหกนั้นมีไม่มาก แต่ก็มีอยู่จำนวนหนึ่งข้าสามารถแบ่งมันให้กับท่านได้ราวๆหนึ่งร้อยก้อน ”
“ หนึ่งร้อยก้อนก็เพียงพอแล้ว ” หยวนิเย่ยิ้มอย่างยินดี ด้วยหินค่ายกลระดับหกนี้จะทำให้ต้นกระจ่างฟ้าเติบโตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
หลังจากที่ได้หินค่ายกลระดับหกแล้ว หยวนิเย่ก็ขอตัวลา ทางด้านจักรพรรดิเยว่เทียนซานก็ให้ราชครูเหยียนเซิ่นไปส่งกลุ่มของหยวนิเย่
ไม่นานราชครูเหยียนก็กลับมา
“ ท่านราชครูลองดูสิ ” จักรพรรดิเยว่เทียนซานกล่าวพร้อมกับยื่นแผ่นหยกให้กับราชครูเหยียนเซิ่น
ราชครูเหยียนเซิ่นหยิบแผ่นหยกมาพร้อมกับตรวจสอบดูด้านในทันที
ภายในแผ่นหยกเป็ทักษะเสริมร่างกายที่จะพัฒนาความแข็งแกร่งของร่างกายให้อยู่เหนือขอบเขตมนุษย์ ถ้าหากฝึกฝนทักษะนี้จนสำเร็จ ร่างกายก็จะแข็งแกร่งในระดับขอบเขต์ แม้ว่าคนๆนั้นจะมีความแข็งแกร่งเพียงแค่ขอบเขตมนุษย์ก็ตาม นอกจากนี้ทักษะนี้ก็ยังบ่มเพาะได้ง่ายอีกด้วย
“ เป็ทักษะที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ด้วยทักษะเหล่านี้ทำให้ความแข็งแกร่งของราชวงศ์เยว่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ” ราชครูเหยียนเซิ่นกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังและเต็มไปด้วยความสุข
“ ท่านคิดเห็นอย่างไรท่านราชครู? ” จักรพรรดิเยว่เทียนซานถามขึ้นด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่จริงจัง
“ ข้าไม่รู้ว่าเมล็ดพันธุ์นั้นคือเมล็ดพันธฺุ์อะไร แต่ดูเหมือนว่ามันจะคุ้มค่ามากกว่าทักษะระดับตำนานขั้นสูงนี้เสียอีก ” ราชครูเหยียนเซิ่นกล่าว
“ ข้าเองก็คิดเห็นเช่นเดียวกับท่านราชครู ข้ารู้สึกว่าคุณชายหยวน้าเมล็ดพันธุ์นั้นแม้กระทั้งทักษะระดับนี้ก็สามารถมอบให้ได้ เกรงว่าเมล็ดพันธุ์นั้นจะต้องมีความลับอะไรสักอย่าง นอกจากนี้ข้าก็ยังแปลกใจที่คุณชายหยวนรู้ว่าที่คลังของข้ามีเมล็ดพันธุ์ชนิดนั้นอยู่ ” จักรพรรดิเยว่เทียนซานกล่าวพร้อมกับหรี่ตาลง
ราชครูเหยียนเซิ่นเข้าใจความหมายของจักรพรรดิเยว่เทียนซาน
“ พระองค์คิดว่าจะมีสายลับอยู่ในพระราชวังงั้นหรือ?” ราชครูเหยียนเซิ่นถามออกมา
“ เื่นั้นข้าต้องตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน ” จักรพรรดิเยว่เทียนซานกล่าวอย่างจริงจัง
“ แล้วพระองค์คิดยังไรกับคุณชายหยวน ” ราชครูเหยียนถามขึ้น
“ ไม่ต้องทำอะไร พวกเขาไม่ได้เป็ศัตรูกับเราก็นับว่าเป็เื่ที่ดีแล้ว ” จักรพรรดิเยว่เทียนซานกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ ด้วยความแข็งแกร่งของคุณชายหยวนเพียงคนเดียวก็สามารถกดดันพวกเขาได้ทั้งหมดแล้ว
“ เป็เช่นนั้นจริงๆ ” ราชครูเหยียนเซิ่นพยักหน้ารับเบาๆ
หลังจากที่กลุ่มของหยวนิเย่ออกมาจากพระราชวังแล้ว พวกเขาก็แวะไปที่หอการค้าร้อยราตรีเพื่อที่จะซื้อสมุนไพรชนิดต่างๆกลับไปด้วย
ครึ่งชั่วยามต่อมา
กลุ่มของหยวนิเย่ก็กลับมาถึงที่เมืองหลวงแคว้นกุ่น
ภายในจวนฮวาสุ่ย
หยวนเฉิงนั่งพูดคุยกับหยวนิเย่ ส่วนทางด้านของอู๋จวินหยางได้กลับไปยังหมู่บ้านผิงอันแล้ว
“ เย่เอ๋อร์เ้า้าที่จะปลูกต้นกระจ่าฟ้าที่ไหน? ” หยวนเฉิงถามขึ้น
“ ข้าคิดว่าข้าจะไปปลูกต้นกระจ่างฟ้าที่เขาที่อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านผิงอัน เนื่องจากข้ากลัวว่าถ้าหากปลูกในจวนนี้ก็อาจจะถูกพบเห็นได้ ข้า้านำมันไปปลูกที่ที่ไม่ค่อยมีคนรู้เท่าไหร่ และจะต้องมีคนเฝ้าอยู่ด้วย ซึ่งต้องเป็ตัวตนระดับเซียนยุทธ์หรือเทพยุทธ์และคนๆนั้นต้องเป็คนที่ไว้ใจได้ ” หยวนิเย่กล่าว
หยวนเฉิงครุ่นคิดก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ แล้วรอบๆสามารถปลูกสมุนไพริญญาอื่นๆได้ไหม?”
“ ได้ขอรับ เนื่องจากพื้นที่ตรงนั้นจะเปื่ยมไปด้วยพลังิญญาที่หนาแน่นสมุนไพริญญาที่ปลูกก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพสูง อาจจะกลายเป็สมุนไพริญญาร้อยปีเลยก็ได้ ” หยวมิเย่กล่าว
“ เช่นนั้นปู่จะเป็คนดูแลเอง อีกอย่างปู่ก็ชอบปลูกสมุนไพรอยู่แล้ว ” หยวนเฉิงกล่าว
หยวนิเย่ครุ่นคิดก่อนที่จะพยักหน้ารับ อีกอย่างการที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติและพลังิญญาที่หนาแน่น ท่านปู่ก็อาจจะฝึกฝนได้อย่างรวดเร็ว เพราะที่แห่งนั้นใช้หินค่ายกลระดับหก ทำให้ค่ายกลกลั่นิญญาที่นั่นจะหนาแน่นกว่าที่อื่น
“ งั้นพวกเราไปที่นั้นกันเถอะ ” หยวนเฉิงกล่าว
ไม่นานทั้งสองก็มาถึงเขาลูกหนึ่งที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านผิงอัน
หลังจากหยวนิเย่หาพื้นที่ที่เหมาะแก่การปลูกต้นกระจ่างฟ้าแล้ว เขาก็สั่งให้คนของหอเฟิงเซียงมาสร้างจวนหลังหนึ่งไว้ตรงจุดนั้น
จวนหลังนี้แม้ว่าจะไม่ได้ใหญ่โตมากนักแต่ก็ถูกสร้างอย่างสวยงามและมีสิ่งต่างๆครบครัน
ผ่านไปหนึ่งเดือนกว่าๆ จวนหลังนั้นก็ถูกสร้างขึ้นมาเสร็จสมบูรณ์
หยวนิเย่มองดูจวนหลังนี้ด้วยความชื่นชม เพราะมันสวยงามอย่างยิ่ง
จวนแห่งนี้ถูกเรียกว่าจวนกระจ่างฟ้า
หลังจากนั้นหยวนิเย่ก็ทำการวางค่ายกลกลั่น์ไว้ที่สวนสมุนไพรทันที
สวนสมุนไพรกินพื้นที่หลายสิบหมู่ ซึ่งหยวนิเย่วางค่ายกลกลั่น์ที่ใช้หินค่ายกลระดับหก ประมาณสิบกว่าหมู่ ส่วนที่เหลือเขาวางค่ายกลกลั่น์อีกชั้นหนึ่งเอาไว้โดยที่ใช้หินค่ายกลระดับห้า
นอกจากหยวนเฉิงที่จะอยู่ที่จวนนี้แล้วยังมีบ่าวรับใช้อีกจำนวนหนึ่งที่อยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งบ่าวรับใช้เ่าั้ก็คือคนของหอเฟิงเซียงเช่นกัน บ่าวรับใช้กลุ่มนี้คือกลุ่มเด็กกำพร้ากลุ่มแรกที่พวกเขาฝึกฝน นอกจากนี้ยังมีบางคนเป็ลูกศิษย์ของหยวนเฉิงเองด้วย
“ ท่านปู่ หลังจากนี้ข้าจะส่งคนมาดูต้นกระจ่างฟ้าบ่อยๆ ” หยวนิเย่กล่าว
“ ปู่เข้าใจแล้วเดี๋ยวปู่จะดูแลต้นกระจ่างฟ้าให้ดี ” หยวนเฉิงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม
“ เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อน ” หยวนิเย่กล่าว
“ ไปเถอะ ดูแลตัวเองด้วย ” หยวนเฉิงกล่าว
หยวนิเย่สวมกอดหยวนเฉิงก่อนที่จะกลับไปที่จวนฮวาสุ่ย
หลังจากที่กลับมาถึงจวนฮวาสุ่ย หยวนิเย่ก็เรียกเหม่ยเจียงมาสอบถามว่า่ที่เขาไม่อยู่มีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้างหรือไม่
“ เรียนนายน้อย มีคนจากกองกำลังต่างๆพากันจับตามองดูพวกเราอยู่เ้าคะ แต่พวกเขาก็ไม่คิดที่จะบุกเข้ามาด้านใน ” เหม่ยเจียงกล่าว
“ ในเมื่อพวกมันแค่จับตาดูอย่างเดียวอย่างนั้นก็ปล่อยพวกมันไปก่อน ” หยวนิเย่ไม่ใส่ใจพวกคนเ่าั้ แต่ถ้าหากพวกมันบุกเข้ามาจริงๆเขาก็พร้อมที่จะจัดการกับกลุ่มคนเ่าั้
“ บ่าวรับคำสั่ง ” เหม่ยเจียงโค้งคำนับและเดินมายืนอยู่ด้านหลังของหยวนิเย่เพื่อที่จะรอรับคำสั่งของนายน้อยตน
ครึ่งปีผ่านไป
ภายในห้องฝึกยุทธ์ของหยวนิเย่
หลังจากที่หยวนิเย่อยู่ภายในนี้มานานหลายเดือนแล้ว หลังจากที่ฝึกฝนอย่างหนักมานานหลายเดือนแล้วก็ถึงเวลาที่เขาจะออกมาพักผ่อนเสียที
ตอนนี้ตัวตนระดับอาณาจักร์ขั้นต้นของหอเฟิงเซียงก็มีเพิ่มขึ้นมาอีกแปดคน ทำให้ความแข็งแกร่งของหอเฟิงเซียงพัฒนาขึ้นอบ่างรวดเร็ว
คนของหอเซียงเฟิงก็ยังคงรับเหล่าเด็กกำพร้าเข้ามาเรื่อยๆ จนตอนนี้กำลังคนของหอเฟิงเซียงมีมากกว่าแปดพันคนแล้ว
หลังจากที่พักผ่อนอยู่สองสามวัน หยวนิเย่กำลังนั่งดื่มไวน์ที่เขาหมักเองพร้อมกับอ่านตำราไปด้วย
ไวน์ที่เขาหมักเป็ไวน์่ที่หมักจากผลผิงอวี้
ผลผิงอวี้เป็ผลไม้ที่มีรสชาติคล้ายกับองุ่นในโลกเก่าของเขา
ผลผิงอวี้ถูกปลูกขึ้นในพื้นที่ที่มีพลังิญญาหนาแน่นทำให้ต้นของผลผิงอวี้ได้รับพลังิญญาอยู่ตลอดเวลาจนในที่สุดต้นผิงอวี้ก็กลายเป็ผลไม้ิญญาที่มีพลังิญญาสะสมอยู่ภายใน
ส่วนไวน์ที่เขาหมักมีชื่อว่าไวน์ผิงอวี้ เป็ไวน์ที่มีสีแดงสดดูสวยงาม กลิ่นหอมหวานเหมือนกับผลผิงอวี้ ถ้าหากคนธรรมดาดื่มเข้าไปพวกเขาจะเมาจนหมดสติไปเลยในแก้วเดียว แต่สำหรับผู้ฝึกยุทธ์แล้วไวน์นี้ช่วยทำให้เพิ่มพลังยุทธ์ได้
ไวน์นี้จะถูกแจกจ่ายให้กับตัวตนระดับสูงของหอเฟิงเซียง แน่นอนว่าคนของหอเฟิงเซียงก็สามารถดื่มได้ถ้าหากใช้คะแนนของหอเฟิงเซียงแลกเปลื่ยนเอา
หอเฟิงเซียงก็เหมือนกับกองกำลังทั่วๆไปที่เมื่อทำภารกิจเสร็จแล้วก็จะได้รับแต้มหรือคะแนนสำนัก ซึ่งแต้มหรือคะแนนเ่าั้สามารถนำไปแลกเปลื่ยนสิ่งของต่างๆภายในหอเฟิงเซียงได้
“ นายน้อยที่อู่ต่อเรือส่งคนมาบอกว่าเรือสำราญที่นายน้อยสั่งให้สร้างนั้นสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วเ้าคะ ” เหม่ยเจียงกล่าวขึ้น
เหม่ยเจียงเวลานี้นางก็ได้ทะลวงเข้าสู่ระดับจักรพรรดิยุทธ์ไปแล้วและก็เกือบที่จะทะลวงเข้าสู่ระดับเหนือยุทธ์แล้ว โดยใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งปีเท่านั้น
ครึ่งปีนี้เมื่อฝึกฝนในค่ายกลกลั่น์ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากหินค่ายกลระดับห้า หนึ่งปีเวลาก็เท่ากับผ่านไปสิบห้าปี และถ้าหากเป็ครึ่งปีก็เหมือนกับเวลาผ่านไปถึงเจ็ดปีกว่าๆ เพียงแค่นี้ก็มีช่องว่างขนาดใหญ่ให้ทะลวงขั้นย่อยสองขั้นได้ ถ้าหากคนๆนั้นเป็อัจฉริยะจริงๆ
“ เสร็จแล้วงั้นหรือ งั้นพวกเราเดินทางไปดูกันเถอะ ” หยวนิเย่กล่าวขึ้น