แสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องเข้าไปในห้องนอนที่ฝาผนังเป็พื้นโทนสีฟ้า ทำให้ภายในห้องดูสว่างมากกว่าเวลากลางคืน
คิมหันต์กำลังยืนแต่งตัวอยู่ด้านหน้าของกระจกตู้เสื้อผ้า เนื่องจากวันนี้ชายหนุ่มตื่นเช้าเป็พิเศษทำให้เขามีเวลามากพอที่จะจัดการธุระส่วนตัวของเขา
คิมหันต์มองสำรวจความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกาย และหันหลังกลับเพื่อเดินไปหยิบเป้สะพาย ขณะที่ก้าวไปหยิบเป้นั้น คิมหันต์รู้สึกเจ็บระบมและตึงที่หัวเข่าด้านซ้าย ทำให้หยุดชะงักเท้าที่ก้าวเดิน และเปลี่ยนเป็ค่อยๆ ก้าวอย่างช้าๆ แทน
โอย….วันนี้จะซ้อมบาสได้รึเปล่าล่ะเนี่ย
ถ้าไม่ใช่เพราะผู้หญิงคนนั้น เราคงไม่เจ็บตัวแบบนี้หรอก
คิมหันต์คิดอย่างหงุดหงิดเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน
เพราะหลังจากที่เขากลับถึงบ้านด้วยเืที่อาบเต็มหัวเข่า แม่ของเขาใมาก พร้อมกับวิ่งหายาเพื่อมาทำแผลให้กับชายหนุ่มอย่างวุ่นวาย
พ่อของเขาพูดจาเหน็บแนม หาว่าเขาใจเสาะกับแผลเล็กๆ แค่นี้ และแน่นอน แม่ของคิมหันต์ก็ออกมาปกป้องเขาอย่างเต็มที่ ทำให้พ่อกับแม่ของเขาทะเลาะกันในเื่เดิมๆ โดยมีคิมหันต์ยืนฟังอย่างน้อยใจในพ่อของเขาที่เข้าข้างเหมันต์มากจนไม่ใส่ใจเขาเลยแม้แต่น้อย
ทำไมใครๆ ถึงเห็นเหมันต์ดีกว่าเรานะ!!!!!!!
เรามีอะไรที่สู้เหมันต์ไม่ได้งั้นรึ ???
แม้การเรียนเราจะไม่เก่งเท่าเหมันต์ แต่เื่อื่นเราก็ไม่ด้อยกว่าเลย
แล้วทำไมใครๆ ถึงได้ชอบและเอาอกเอาใจเหมันต์มากกว่าเราอยู่ได้นะ!!!!!!!
รวมทั้งออยเฟ่ย์ด้วย….ในสายตาของเธอมีแต่เหมันต์…….
คิมหันต์คิดเื่ต่างๆ อยู่ภายในใจอย่างพลุ่งพล่าน แม้ตอนเด็กๆ เขากับเหมันต์จะสนิทกันเหมือนพี่น้องธรรมดาทั่วไป
แต่เมื่อโตขึ้นมา เหมันต์นั้นกลับเรียนเก่งกว่า สอบได้ที่ 1 ของโรงเรียนเป็ประจำ และได้รับคัดเลือกให้เป็ประธานนักเรียนั้แ่อยู่ประถม
ส่วนคิมหันต์นั้น การเรียนปานกลางไม่เก่งอะไรมากมายนัก แต่เขาก็ได้เป็ตัวจริงของทีมกีฬาบาสเกตบอลโรงเรียนมาั้แ่ประถมแล้วเช่นกัน
แต่พ่อของเขากลับเอาใจใส่เหมันต์มากกว่าเขา โดยให้เหตุผลว่าเหมันต์เป็พี่ชายคนโตจึงต้องเรียนรู้ทุกอย่างให้เก่งๆ เพื่อมาสืบทอดบริหารกิจการส่งออกไวน์ของพ่อเขา
คิมหันต์คิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งเหลือบดูเวลาที่นาฬิกาของเขาก็พบว่าเป็เวลา 7.30 น. แล้ว
ชายหนุ่มหยิบหนังสือเรียน และสะพายเป้ขึ้นที่บ่าเพื่อไปเรียนพลันสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นริบบิ้นสีฟ้าน้ำทะเลที่วางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือของเขาั้แ่เมื่อคืน
ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจั้แ่เมื่อคืนว่า เป็ของใคร แล้วทำไมถึงติดมาอยู่กับเขาได้
แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจกับริบบิ้นอันนี้มากนัก เขาจึงเดินออกจากห้องเพื่อลงไปขึ้นรถที่ต้องไปส่งเขาไปโรงเรียนเป็ประจำทุกวันอย่างเร่งรีบ
ตอนเช้าของสถานทูตญี่ปุ่นประจำฝรั่งเศสวันนี้ช่างดูวุ่นวายและยุ่งเหยิงอย่างมาก คนรับใช้ในสถานทูตเดินกันขวักไขว่ ด้านหน้าของสถานทูตมีรถลีมูซีนจอดติดเครื่องรออยู่ ในขณะที่ท่านทูตญี่ปุ่นกับภรรยากำลังยืนรอใครบางคนอย่างใจจดใจจ่อ
เซร่าซึ่งแต่งชุดนักเรียนของโรงเรียน Saint Helena กำลังเดินเยื้องกรายลงมาจากบันได้า ผมยาวสลวยของเซร่าถูกรวบขึ้นไว้บนหัวด้วยริบบิ้นสีส้มอ่อน
ชุดนักเรียนที่เซร่าเคยใส่เพียง่เวลาที่อยู่ปี 1 บัดนี้เซร่าได้ใส่มันอีกครั้ง ทำให้เธอรู้สึกดีใจเป็อย่างมาก หญิงสาวเดินตรงมาหาพ่อกับแม่ของเธอด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“โอ้โห! ลูกพ่อวันนี้น่ารักจริงๆ เลยนะเนี่ย”
“ขอบคุณค่ะ”
“เซร่า ถ้าเกิดไม่ไหวล่ะก็ โทรมาที่บ้านให้คนขับรถไปรับนะลูก”
มิเชลเดินมาจัดเสื้อผ้าของเซร่าให้เรียบร้อย และบอกเธออย่างเป็ห่วง
“แหม! ไม่ต้องห่วงหนูหรอกค่ะ หนูสบายดี”
เซร่ายิ้มให้แม่ของเธอ พร้อมกับชูสองนิ้วให้แม่ของเธอ เพื่อเป็หลักฐานว่าเธอแข็งแรงดี
“สวัสดีครับ ทุกคน”
“ฮิเดกิ!!”
“เป็ยังไงมั่ง เราใส่ชุดนี้”
เซร่าเดินตรงไปหาฮิเดกิ และหมุนตัวโชว์ให้ฮิเดกิดูชุดนักเรียนที่เธอใส่
ฮิเดกิมองสำรวจเซร่าที่ใส่ชุดนักเรียนอย่างอึ้งๆ เสื้อเชิ้ตที่เข้ารูปกับตัวของเซร่า รวมไปถึงกระโปรงสีเทาสั้นเหนือเข่ามาเล็กน้อยเผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่อง
เนื่องจากเซร่านั้นเป็คนที่หน้าตาสะสวยอยู่แล้ว ไม่ว่าเธอจะใส่ชุดใด ก็ดูสวยน่ารักไปเสียหมด
“ว่ายังไงล่ะ? ”
เซร่าถามย้ำกับฮิเดกิที่ยังคงมองเธออย่างตะลึงอยู่ไม่ยอมตอบคำถามของเธอ
“หา…เอ้อ….”
ฮิเดกิสะดุ้งเพราะเสียงของเซร่า ก่อนจะมองตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนของเซร่าที่กำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างใจจดใจจ่อรอฟังคำตอบ
“เหมือนจับลิงมาใส่กระโปรงเลย หึหึ”
ฮิเดกิตอบคำถามออกมาตรงข้ามกับความรู้สึกของเขา
“เอ๊ะ ตานี่!”
“ก็เหมือนจริงๆ นี่นา”
ฮิเดกิย้อนถามเซร่าด้วยสีหน้ากวนๆ ทำให้หญิงสาวหรี่ตามองอย่างไม่พอใจ
“เอาล่ะๆ พอทั้งคู่น่ะล่ะ เดี๋ยวก็ไปโรงเรียนสายหรอก”
มิเชลตรงเข้ามาห้ามฮิเดกิกับเซร่าที่ดูเหมือนจะเริ่มาน้ำลายขึ้น
“ฝากไว้ก่อนเถอะ”
เซร่าพึมพำบอกฮิเดกิอย่างเอาเื่ โดยที่ฮิเดกิหัวเราะออกมาอย่างขำขัน เพราะเขากับเซร่าไม่เคยโกรธกันได้เกิน 5 นาทีซักครั้ง นั่นทำให้เซร่าหน้างอมากยิ่งขึ้น ก่อนจะสะบัดหน้าพรืด และเดินขึ้นด้านหลังของรถลีมูซีนไปก่อน
“ฮิเดกิ! น้าฝากเซร่าด้วยนะจ๊ะ”
มิเชลเรียกฮิเดกิที่กำลังจะก้าวขึ้นรถตามเซร่าไป พร้อมกับฝากฝังให้เขาดูแลเซร่าลูกสาวสุดที่รักของเธอด้วย
“ครับผม!”
ฮิเดกิหันกลับมารับคำของมิเชลอย่างหนักแน่น ก่อนจะก้าวขึ้นรถตามเซร่า หลังจากนั้นคนขับรถประจำสถานทูตก็ขับรถออกจากรั้วของสถานทูต โดยมีสายตาของท่านทูตและภรรยามองตามด้วยความเป็ห่วง
คิมหันต์มาถึงโรงเรียนก่อนประมาณ 10 นาที เขาเดินตรงขึ้นไปยังอาคารเรียนเพื่อเอาเป้สะพายไปเก็บไว้ที่โต๊ะ โดยไม่ได้สนใจว่าที่หน้าห้องเรียนนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ที่หน้าประตูและจ้องมองคิมหันต์ั้แ่เขาเดินเข้าโรงเรียน
“วันนี้มาเช้าจังนะคะ คิมหันต์”
หญิงสาวคนนั้นทักคิมหันต์ที่กำลังก้มหน้าก้มตาเดินอย่างไม่สนใจใครเพื่อเข้าห้อง ซึ่งทำให้ชายหนุ่มหยุดชะงักและมองไปยังต้นเสียง ก็พบกับใบหน้าหวานคมของหญิงสาวผมยาวสีบรอนซ์ทองกำลังส่งยิ้มหวานให้เขาอยู่
“หือ? ”
“เธอเป็ใคร?
“แหม..ก็เพื่อนร่วมห้องของคุณปีนี้ไงคะ แล้วที่สำคัญคุณลืมฉันได้ยังไงกัน”
หญิงสาวคนนั้นไม่ถือสากับคำพูดของคิมหันต์และยังคงส่งยิ้มหวานให้กับเขา
“ขอโทษ ฉันจำไม่ได้”
“เฮ้อ...ฉันก็นึกอยู่แล้วล่ะว่าคุณคงจำฉันไม่ได้”
“เมื่อตอนปี 1 คุณตามหาเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง คุณจำได้มั้ยคะ?”
คิมหันต์เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ก่อนจะทบทวนความทรงจำ
เมื่อตอนปี 1 เราทำอะไรหว่า???
อา...จริงสิ เมื่อตอนปี 1 เราตามหาเด็กหญิงที่มีชื่อลงท้ายเสียงว่า “ร่า” นี่นา
เอ๊ะ!แล้วเธอคนนี้เกี่ยวอะไรกันด้วย หรือว่า.......
“หรือว่า เธอคือ....”
“ลอร่าค่ะ”
ลอร่ายังจำสีหน้าของคิมหันต์เมื่อตอนปี 1 ที่เขามาหาเธอถึงห้องได้ สีหน้าของเขาตื่นเต้นดีใจมาก เมื่อรู้ว่าเธอคือเด็กผู้หญิงที่มีชื่อลงท้ายเสียงด้วย “ร่า”
ตอนนั้นเธอรู้สึกงง ว่าผู้ชายคนนี้มาหาเธอเพราะอะไร จนกระทั่งเขาเล่าให้ฟังถึงเื่เมื่อตอนเด็กเธอจึงบอกเขาไปว่า เธอไม่ใช่เด็กผู้หญิงคนนั้น
คำปฏิเสธของเธอ ก็ทำให้ชายหนุ่มมีสีหน้าเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เธอรู้สึกสงสาร แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มาก
ั้แ่นั้นมา ลอร่าก็คอยมองหาแต่คิมหันต์มาตลลอด เพราะเธออยากรู้ว่าเขาจะสามารถหาเด็กผู้หญิงที่เขา้าเจอหรือไม่
ต่อมาเธอก็รู้ใจตัวเองว่า ชอบคิมหันต์เข้าเสียแล้ว แต่ทว่าหลังจากที่ขึ้นปี 2 แล้ว
ลอร่าก็เห็นชายหนุ่มไปรู้จักสนิทสนมกับออยเฟ่ย์ หญิงสาวสวยและดาวเด่นของโรงเรียน ที่มีผู้ชายหมายปองมากมาย และเป็คู่แข่งของเธอทางด้านความสวย
ลอร่าเคยคิดว่าเธอต้องชนะออยเฟ่ย์ในการประกวดดาวของโรงเรียนอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่เธอคิดกับผิดคาดไปหมด
ออยเฟ่ย์ได้ตำแหน่งนี้ไป แถมได้ควงกับหนุ่มหล่อประธานนักเรียนเหมันต์อีกต่างหาก
รวมทั้งคิมหันต์ที่ลอร่าพอจะดูออกว่าเขานั้นชอบออยเฟ่ย์มากแค่ไหน และนั่นเป็สิ่งที่เธอยอมไม่ได้อย่างเด็ดขาด
“อ๋อ...”
หญิงสาวผู้นี้เองที่เขาไปถามหาเมื่อตอนปี 1 และก็พบกับความผิดหวัง
หลังจากนั้นคิมหันต์ก็ยังคงตามหาเด็กผู้หญิงคนนั้นอยู่ แต่เมื่อขึ้นปี 2 เหมันต์ได้แนะนำให้รู้จักกับออยเฟ่ย์
ความสวย น่ารัก และอัธยาศัยที่ดีของออยเฟ่ย์ ทำให้เขาสนใจออยเฟ่ย์โดยไม่รู้ตัว
ที่สำคัญออยเฟ่ย์ไม่เคยคิดใช้เขาเป็สะพานไปหาเหมันต์ แต่เธอพยายามที่จะเข้าใกล้ชิดเหมันต์ด้วยตัวเองตลอด
นั่นเป็สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มรักออยเฟ่ย์อย่างถอนตัวไม่ขึ้น แม้เขาจะพบกับความเ็ปก็ตาม
“มีธุระอะไรกับฉันรึ? ”
“ฮื้อ....ต้องมีอะไรด้วยเหรอ ถึงจะคุยกับคุณได้น่ะ? ”
“หือ? ”
คิมหันต์เลิกคิ้วมองอย่างประหลาดใจ เพราะส่วนใหญ่ผู้หญิงที่เรียกเขาคุย ถ้าไม่เพราะสารภาพรักกับเขา ก็จะขอให้เขาพาไปรู้จักกับเหมันต์
“เอาเถอะ ฉันก็แค่แนะนำตัวให้คุณรู้จักในฐานะ “เพื่อน” ร่วมห้องคนหนึ่งเท่านั้นล่ะ ไม่มีอะไรมากกว่านั้นหรอกค่ะ”
“งั้นหรือ? ก็ดี งั้นขอตัวก่อนนะ”
คิมหันต์ยังคงมีสีหน้าเฉยเมย ก่อนจะขอตัว และเดินเข้าห้องเรียนตรงไปยังโต๊ะของตัวเอง โดยไม่สนใจสีหน้าของลอร่าที่แสดงความไม่พอใจออกมาเลยแม้แต่น้อย
“ผู้ชายอะไร ทั้งเ็าและหยิ่งเสียจริง”
ลอร่าขมวดคิ้วและพึมพำออกมาตามหลังคิมหันต์ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งยังที่นั่งของตัวเอง เพราะใกล้ชั่วโมงโฮมรูมแล้ว
ฮิเดกิกับเซร่ามาถึงโรงเรียนก่อนเข้าเรียนเล็กน้อย ทั้งคู่เดินคุยมาด้วยกันเรื่อยๆ โดยมีสายตาของบรรดานักเรียนคนอื่นๆ ที่จับจ้องไปที่เซร่า
เนื่องจากว่านักเรียนเกือบทั้งโรงเรียนแทบจะไม่เคยรู้จักเซร่าเลย ดังนั้นเมื่อเห็นสาวน้อยหน้าแฉล้มผมยาวเดินเคียงคู่มากับฮิเดกิ ซึ่งเป็ถึงรองประธานนักเรียน ทำให้เซร่ากับฮิเดกิเป็เป้าสายตาไม่ยากนัก
“ฮิเดกิ พวกเขาจ้องมองอะไรกันเหรอ? ”
เซร่ากระซิบถามฮิเดกิอย่างงงๆ เพราะั้แ่เธอเดินเข้ามาในโรงเรียน ก็มีสายตานับสิบๆ คู่จ้องมองมาที่เธอกับฮิเดกิอย่างประหลาดใจ
แถมเมื่อเดินสวนกันนักเรียนที่เดินอยู่บนตึก ก็มีแต่นักเรียนพากันมองเหลียวหลัง ทำให้เซร่ารู้สึกหงุดหงิดใจเป็อย่างมาก
“อืม..พวกเขาคงจ้องอิจฉาฉันมั้ง ที่เดินเคียงคู่กับสาวสวยอย่างเธอน่ะ”
ฮิเดกิยิ้มล้อเลียนให้กับเซร่า นั่นทำให้หญิงสาวขมวดคิ้วอย่างสงสัยหนัก เพราะฮิเดกิไม่ยอมบอกความจริง ชายหนุ่มได้แต่กลั้นยิ้มเอาไว้ และเดินนำเซร่าไปยังห้องเรียนของเธอ
“เอ้า! นั่นห้องเรียนของเธอ 3 C เข้าไปดูแผนผังที่นั่งด้านหน้าห้องก่อนล่ะ จึงค่อยไปนั่งน่ะ”
ฮิเดกิชี้มือไปที่ป้ายห้อง 3 C ที่แขวนอยู่้า พร้อมกับบอกเซร่าเกี่ยวกับเื่ที่นั่ง หญิงสาวมองตามที่เขาบอก
“มิยาเกะ เซร่า!!!!!!”
เสียงเรียกปนตื่นเต้นของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลังเซร่ากับฮิเดกิ หญิงสาวผมสั้นบ๊อบสีทอง เดินยิ้มร่าเข้ามาหาเซร่า ท่าทางตื่นเต้นและดีใจมากที่เห็นเธอ
“มาเรียนได้แล้วหรือ? ”
“เธอคือ? ”
“โธ่! จำฉันไม่ได้รึเนี่ย ฉันเอริโกะไงเล่า ตอนปี 1 ไง”
เอริโกะร้องออกมาอย่างผิดหวังที่เห็นเซร่าจำเธอไม่ได้ แต่เธอกลับจำเซร่าได้อย่างแม่นยำ หญิงสาวจ้องมองเอริโกะอย่างทบทวนความทรงจำเมื่อตอนปี 1
“เอริโกะ โรลมานเซียร์”
เอริโกะ โรลมานเซียร์ ลูกครึ่งญี่ปุ่น-อังกฤษ เป็เพื่อนสนิทคนเดียวของเซร่าเมื่อตอนปี 1
เนื่องจากเซร่าเป็คนที่ร่างกายอ่อนแอ และป่วยบ่อยมาก ทำให้เอริโกะต้องคอยพาเซร่าไปยังห้องพยาบาลเสมอ
ทั้งคู่คุยกันอย่างถูกคอ และในที่สุดก็กลายเป็เพื่อนซี้กัน แต่เมื่อขึ้นปี 2 ทั้งคู่โดนจับแยกห้องเรียนกัน ประกอบกับเซร่าโดนคำสั่งห้ามมาโรงเรียน ทำให้ทั้งคู่ไม่ได้พบเจอกันอีกเลย จนกระทั่งวันนี้
“แหม!! ไม่เจอกันตั้งสองปี เธอสวยขึ้นเยอะเลยนะเซร่า”
“บ้าเหรอ!”
เซร่ายิ้มให้และตีมือเอริโกะอย่างหยอกล้อก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมา ฮิเดกิมองทั้งคู่แล้วก็รู้สึกดีใจที่อย่างน้อยเซร่าก็มีเพื่อนที่รู้จักอยู่ภายในห้องด้วย เขาจึงหมดห่วงเซร่าเพราะเขาเรียนกันคนละห้อง และคนละตึกเรียน
------- ออด ออด -------
เสียงออดเข้าเรียนดังขึ้นเพื่อให้นักเรียนทุกคนเข้าห้องเรียน ทำให้ทั้งสองคนหยุดการสนทนา
“ถ้าอย่างนั้นผมขอฝากเซร่าด้วยนะครับ”
“ได้ค่ะ!!!”
เอริโกะรับคำและยิ้มให้ฮิเดกิอย่างร่าเริง ชายหนุ่มจึงโค้งหัวให้อย่างสุภาพและหันหลังกลับไปเพื่อเดินไปยังตึกเรียนของเขา
“เซร่าไปดูที่นั่งของเธอสิ”
เอริโกะบอกเซร่าพร้อมกับจูงมือเซร่าเข้าไปในห้องเรียน โดยไม่สนใจสายตาของนักเรียนที่จ้องมองมายังเซร่าอย่างแปลกใจ
เอริโกะพาเซร่าไปยังที่นั่งของเธอ พร้อมกับบอกเซร่าว่าไว้ตอนพักกลางวันค่อยคุยกัน ก่อนจะเดินกลับไปนั่งยังที่นั่งของเธอซึ่งอยู่ด้านขวาติดกับประตูห้องเรียน
เซร่ามองตามหลังเอริโกะก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะเรียนและพิจารณามองโต๊ะเรียนของเธอ พร้อมกับเอามือลูบไปตามโต๊ะเรียนอย่างคิดถึง
อา...นานแล้วสินะ ที่เราไม่เคยได้ัักับสิ่งของภายนอกแบบนี้
เซร่านิ่งคิดอยู่ภายในใจอย่างดีใจ โดยที่เธอไม่ทันสังเกตเห็นชายหนุ่มที่ยืนกอดอกมองเธออย่างแปลกใจอยู่ตรงหน้าต่างด้านข้างของโต๊ะที่ติดกับเธอ
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองด้านข้างของเซร่าอย่างสงสัย เพราะั้แ่เขาเข้าเรียนมา ก็ไม่เคยเห็นหน้าตาของผู้หญิงคนนี้มาก่อน ทำให้เขารู้สึกสงสัยเป็อย่างมาก แถมมานั่งติดกับเขาเสียอีก
“เอ้า!! นั่งที่ให้เรียบร้อย”
เสียงอาจารย์คลอเดียซึ่งเป็อาจารย์สอนวิชาวิทยศาสตร์ดังเข้ามาในห้องเรียน เมื่อเห็นว่านักเรียนยังไม่นั่งที่ ชายหนุ่มคนนั้นจึงเดินกลับมานั่งที่โต๊ะของเขา โดยที่เซร่าก็ยังคงไม่สนใจเขาอยู่ดี เพราะเธอมัวแต่มองอาจารย์ที่เดินเข้ามาในห้องเรียน
“เอาล่ะ วันนี้เราคงไม่มีชั่วโมงโฮมรูมนะ เราจะเริ่มเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กันเลย”
อาจารย์คลอเดียขยับแว่นกรอบทองของเธอหลังจากที่วางหนังสือไว้บนโต๊ะเรียน และมองกราดไปยังนักเรียนทั่วห้อง
“เอาล่ะ! เปิดหนังสือเรียนได้ หากนักเรียนคนไหนยังไม่มี ก็ดูกับเพื่อนข้างๆ ไปก่อนแล้วกัน”
เซร่านั้นยังไม่มีหนังสือเรียนของปี 3 เพราะฮิเดกิบอกว่าจะพาไปซื้อวันนี้ ทำให้เธอหันมองรีหันขวางอย่างไม่รู้จะทำเช่นไร ชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ เห็นอาการของเซร่าจึงเลื่อนหนังสือมาไว้ยังกลางโต๊ะ เพื่อให้หญิงสาวสามารถมองเห็นได้
“ดูกับฉันก่อนก็ได้”
เสียงนุ่มหูของชายหนุ่มดังขึ้น ทำให้เซร่าเพิ่งนึกได้ว่าเธอมีเพื่อนนั่งอยู่ด้านข้างด้วย จึงหันไปหาชายหนุ่มเพื่อขอบคุณในความมีน้ำใจของเขา
เมื่อชายหนุ่มและเซร่าหันมามองหน้ากัน ทั้งคู่ต่างขมวดคิ้วมองกันอย่างคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเจอกันมาก่อนที่ไหนซักแห่ง แต่นึกไม่ออก ทั้งคู่จึงมองดูหนังสือร่วมกันและฟังที่อาจารย์สอนไปอย่างเงียบ ๆ แต่ภายในใจทั้งคู่ต่างพยายามนึกว่า พวกเขาเคยเจอกันมาก่อนที่ไหน
“อ๊า!!!!!!!!! นายบ๊องตื้น”
“ยัยเจ๋อ!!!”
“ทำไมนายมาอยู่ที่นี่ได้!!!!”
“เธอนั่นล่ะ!!! ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้!!!!!!!!”
“ก็ฉันเรียนที่นี่!!!”
“ฉันก็เรียนที่นี่เหมือนกัน!!!!”
ชายหนุ่มก็พูดใส่หน้าเซร่าอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน ทังคู่จ้องมองกันอย่างไม่ชอบขี้หน้า แต่ต้องมานั่งติดกัน
“อะแฮ่มๆ คิมหันต์ คุณ....เอ่อ..คุณมิยาเกะ”
อาจารย์คลอเดียซึ่งมายืนอยู่ใกล้ๆ กับทั้งคู่กระแอมเสียงดัง และเรียกชื่อคิมหันต์ก่อนจะมองดูรายชื่อในสมุดรายชื่อนักเรียน เพราะเธอนึกชื่อเซร่าไม่ออก
“อย่ายุ่ง!!!!!!!!!”
เซร่ากับคิมหันต์พร้อมใจกันหันมาตะคอกใส่อาจารย์อย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันไปมองหน้ากันอย่างไม่ยอมแพ้
“นี่พวกเธอ!!! ฉันเป็ครูนะ!!!”
อาจารย์คลอเดียขึ้นเสียงเข้มไม่พอใจเมื่อเห็นคิมหันต์กับเซร่าหันมาตะคอกใส่เธอ ทำให้ทั้งคู่นึกขึ้นได้ จึงหันมามองอาจารย์ด้วยสีหน้าเจื่อนๆ
“หนูขอโทษค่ะ อาจารย์”
“ขอโทษครับ”
“พวกเธอจะทะเลาะกัน ก็ไปทะเลาะกันเวลาอื่น นี่มันเวลาเรียน เข้าใจมั้ย? ”
อาจารย์คลอเดียดุเซร่ากับคิมหันต์อย่างไม่พอใจที่ทั้งคู่ทำเหมือนเวลาเรียนไม่มีความสำคัญ
“ครับ/ค่ะ”
“เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เป็เยี่ยงอย่างของนักเรียนคนอื่น ครูจะทำโทษพวกเธอ หลังเลิกเรียนวันนี้ตอนเย็น เธอสองคนยังไม่ต้องกลับบ้าน ไปทำความสะอาดห้องทดลองวิทยาศาสตร์ที่ตึก C เข้าใจมั้ย? ”
อาจารย์คลอเดีย มองทั้งสองคนด้วยสายตาเฉียบคมผ่านแว่นกรอบทองของเธอ และออกคำสั่งเสียงเข้ม
“ครับ/ค่ะ”
เซร่ากับคิมหันต์รับคำเสียงอ่อยๆ เพราะโดนทำโทษ อาจารย์คลอเดียพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะหันกลับไปสอนวิชาวิทยาศาสตร์ต่อ โดยเซร่ากับคิมหันต์ต่างหันมามองหน้ากันและโทษกันเองว่าเป็ต้นเหตุที่ทำให้ถูกทำโทษ