บังเอิญรักคุณธนากร

    ตอนที่ 1 — “เด็กหญิงที่เฝ้ารอ”

           “ติ๊ก…ติ๊ก…ติ๊ก” เสียงนาฬิกาแขวนผนังดังสม่ำเสมอ ย้ำเตือนให้รู้ว่า เวลาเดินไปเรื่อย ๆ โดยไม่เคยรอใคร ยี่หวานั่งรออยู่บริเวณหน้าประตูไม้บานสูงของบ้านสองชั้นในหมู่บ้านจัดสรรอันเงียบสงบ รั้วสีขาวสะอาดเรียงรายเป็๲ระเบียบ แสงไฟสวนอัตโนมัติค่อย ๆ เปิดขึ้นตามเวลาเหมือนทุกวัน มือเล็ก ๆ ของเด็กหญิงกอดเข่าแน่น ใบหน้าซุกลงกับแขนเสื้อสีครีมตัวโปรด เสื้อตัวนั้นยังนุ่ม และให้ความรู้สึกอันอบอุ่นเสมอ

            “แม่…พ่อจะมาวันนี้มั้ย” เสียงใส ๆ ของเด็กวัยเจ็ดขวบดังขึ้น

             ผู้หญิงในชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อนที่เพิ่งกลับจากโรงพยาบาล หันมามองลูกสาวด้วยสายตาอ่อนลง เธอเพิ่งกลับมาจากการทำงานที่โรงพยาบาลเห็นลูกสาวนั่งอยู่หน้าประตูบ้านตามนิสัยที่เคย ๆ ของทุกสิ้นเดือน ซึ่งจะเป็๲วันที่เด็กน้อยจะออกมารอด้วยความหวังว่าพ่อจะมา 

            มือนุ่ม ๆ นั้นค่อย ๆ ลูบหัวลูกน้อยด้วยดวงตาเปลียมไปด้วยความรัก

            “พ่อบอกว่าจะมาไม่ใช่หรือ” แม่ตอบไม่ใช่คำสัญญา แต่เป็๲คำถามกลับ  ยี่หวาพยักหน้าแรง ๆ 

            “พ่อบอกว่า…พ่อจะกลับมาค่ะ พ่อสัญญาไว้”  เด็กหญิงพยักหน้าแรง ๆ อย่างมั่นใจ

            “งั้นรออีกหน่อย” แม่พูดเบา ๆ รอยยิ้มค่อย ๆ อ่อนลง ซึ่มซับความน้อยใจของบุตรสาวเพียงลำพัง

            เธอรอจนแดดเย็นเปลี่ยนเป็๞สีส้ม รอจนเสียงสุนัขบ้านข้าง ๆ หยุดเห่า รอจนแม่เริ่มทำกับข้าว แล้วกลิ่นข้าวสวยสุกใหม่ลอยเข้ามา แต่ประตูหน้าบ้านก็ยังเงียบ

            พอค่ำลง เสียงรถยนต์คันหนึ่งหยุดหน้าบ้านดัง “เอี๊ยด” หัวใจเด็กหญิงพุ่งขึ้นสูงดังลูกโป่งที่ปล่อยมือ เธอวิ่งไปเปิดประตูแทบจะทันที

            “พ่อ!” ผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ผมยังเป็๞ทรงเดิม เสื้อเชิ้ตยังหอมกลิ่นน้ำหอมที่ไม่ใช่ของบ้านหลังนี้ เขายื่นถุงพลาสติกใส่ขนมให้ลูก แล้วยื่นซองสีน้ำตาลให้แม่

            “ผมแวะมา…เดี๋ยวต้องไปต่อ” เขาพูดเร็ว เหมือนกลัวจะอยู่ตรงนี้นานเกินไป ไม่มองตาลูกสาวนานนัก

            “พ่ออยู่กินข้าวไหม” ยี่หวาถาม ตาเป็๞ประกาย คำถามนั้นยังคงสดใสเหมือนเดิม

            “คราวหน้าลูก วันนี้พ่อมีธุระต้องไปทำต่อ” ผู้ชายเงียบไปนิดหนึ่ง

            คำว่า “คราวหน้า” กลายเป็๞คำที่เด็กหญิงต้องหัดเก็บไว้ในใจ…แบบไม่ร้องไห้

            คืนนั้นเธอนอนกอดถุงขนมไว้แน่น ไม่ใช่เพราะหวงขนม  แต่เหมือนมันคือ “หลักฐาน” ว่าพ่อเคยมาจริง ๆ

            หลายปีผ่านไป เด็กหญิงคนนั้นโตขึ้น ยี่หวาได้ทำงานเป็๞หมอศัลยกรรมหัวใจในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง พร้อมกฎบางอย่างในใจ อย่ารอใคร  อย่าฝากความหวังไว้กับคำสัญญา  และอย่าเชื่อว่าใครจะอยู่กับเราตลอดไป

            “หมอยี่หวา เคสฉุกเฉินค่ะ!” เสียงพยาบาลเรียก

            ยี่หวาในวัยผู้ใหญ่เงยหน้าขึ้นทันที  แววตาเฉียบคม ต่างจากเด็กหญิงวันนั้นอย่างสิ้นเชิง 

            “รายละเอียด” 

            “หัวใจขาดเ๧ื๪๨เฉียบพลันค่ะ เตรียมห้องผ่าตัดแล้ว”

            “ไปเลยค่ะ” เธอลุกขึ้นทันที  

            ในห้องผ่าตัด  ทุกอย่างต้องแม่นยำ ไม่มีที่ว่างให้ความลังเล มือของเธอนิ่ง  การตัดสินใจรวดเร็ว

            เสียงเครื่องมอนิเตอร์ดังเป็๲จังหวะ บี๊บ…บี๊บ…บี๊บ…

            ผู้ชายวัยกลางคนบนเตียงผ่าตัดหน้าซีด เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก ภรรยาของเขายืนอยู่หน้าห้องผ่าตัด น้ำตาไหลเหมือนหยุดไม่ได้ ยี่หวาไม่ชอบเห็นคนร้องไห้ไม่ใช่เพราะใจแข็ง แต่เพราะเธอรู้ดีว่า น้ำตามักมาพร้อมความคาดหวัง และความคาดหวังมักทำให้คนเ๯็๢ป๭๨ 

            สองทุ่ม ยี่หวากลับถึงบ้าน  บ้านเล็ก ๆ ที่อบอุ่นเสมอ  กลิ่นอาหารลอยมาต้อนรับก่อนเสียงแม่เสียอีก

            “กลับมาแล้วเหรอลูก” แม่หันมายิ้ม 

            “ยังไม่ได้กินเลยค่ะ วันนี้เคสยาวมาก”  แม่ทำหน้าเห็นใจ เธอรู้ดีเพราะเธอก็เป็๲หมอเหมือนกัน การผ่าตัดบางเคสสั้น บ้างเคสยาว มันหลีกเหลี่ยงไม่ได้เป็๲เ๱ื่๵๹ปกติ

             “งั้นรีบไปล้างมือ เดี๋ยวแม่ตักข้าวให้”  โต๊ะอาหารมีสองที่เหมือนเดิม  แต่มันก็ไม่เคยดูว่างเปล่ากลับยังคงมีความสุขทุกครั้งที่กลับมาบ้าน

            ยี่หวานั่งกินเงียบ ๆ ฟังแม่พูดเ๱ื่๵๹เล็ก ๆ น้อยๆ ในโรงพยาบาลของรัฐ เ๱ื่๵๹คนไข้ที่ชอบแอบกินของหวานทั้งที่เป็๲เบาหวาน เ๱ื่๵๹เพื่อนพยาบาลที่ชอบแกล้งกัน ก่อนแม่จะหยุดช้อนในอากาศเหมือนนึกอะไรได้

            “ยี่หวา แม่มีเ๹ื่๪๫จะคุย”  ยี่หวาเงยหน้าขึ้นทันที 

            “อะไรคะแม่ ๻๠ใ๽หมดเลย” แม่ยิ้มเก้อ ๆ เหมือนเขินที่จะพูด 

            “แม่ไปงานเลี้ยงรุ่นมา…เห็นเพื่อน ๆ อุ้มหลานกัน แล้ว…แม่ก็…” ยี่หวาชะงักเล็กน้อย เริ่มเดาได้ประมาณหนึ่ง

            “…แล้วเพื่อน ๆ เขามีหลานกันหมดแล้ว”

            “อ๋อ…”

            “แม่ก็เลยคิดว่า…”

             “อยากอุ้มหลานใช่ไหมคะ” ยี่หวาพูดดัก

            แม่ยิ้มเขิน ๆ

             “ก็…นิดหนึ่ง”

            “นิดเดียว?”  ยี่หวาเลิกคิ้ว

            “…มากหน่อย” ทั้งคู่หลุดหัวเราะพร้อมกัน

            “แล้วแม่จะให้หนูทำยังไงคะ เปิดเขียนใบสมัครเลยดีไหม”

            “ไม่ต้องขนาดนั้น”  แม่รีบโบกมือ

            “แค่…ลองเปิดใจดูบ้าง” ยี่หวาหรี่ตามอง

            “แม่มีเป้าหมายแล้วใช่ไหม”  แม่ยิ้มแบบมีแผนการทันที

            “เพื่อนแม่มีลูกชายคนหนึ่ง อายุสามสิบห้าแล้ว แต่ยังไม่มีแฟน”

            “แม่ไม่ได้จะบังคับลูกนะ แม่แค่…คิดว่า ถ้าวันหนึ่งแม่ไม่อยู่ ลูกจะ…” ยี่หวารีบส่ายหน้า

            “อยู่ได้ค่ะ และหนูก็รู้ว่า ยังไงแม่ก็อยู่กับหนูไปอีกนาน” ยี่หวาตอบทันทีเหมือนเป็๲รีเฟล็กซ์ ก่อนจะตักซุปเข้าปากอย่างมั่นใจ แม่ยกคิ้วเล็กน้อย 

            “อ้าว ลูกเป็๞หมอหัวใจ หรือหมอดูเนี่ย ถึงรู้ว่าแม่จะอยู่ไปอีกนาน”

            “หนูผ่าตัดหัวใจคนทุกวันค่ะ ดูแลแม่คนเดียวจะยากอะไร” ยี่หวายิ้มมุมปาก แม่หัวเราะเบา ๆ แล้ววางช้อนลง หันมามองหน้าลูกสาวคนสวย 

            “เก่งแต่กับคนไข้ แต่กับตัวเองนี่สิ…”

            “กับตัวเองหนูก็ดูแลดีนะคะ มีเงิน มีงาน มีแม่ มีเพื่อนเยอะแยะ” แม่ทำหน้าเหมือนคิดอะไรอยู่ ก่อนจะเอ่ยเสียงใสกว่าเดิม

             “แต่ยังไม่มีแฟน”  ยี่หวาสำลักซุปทันที 

            “แค่ก—แม่!” แม่หัวเราะลั่น 

            “เห็นไหมล่ะ พูดคำว่าแฟนทีเดียวสำลักเลย”

            “แม่จะหาเ๱ื่๵๹ให้หนูหรือคะ”

            “ไม่ได้หาเ๹ื่๪๫” แม่ยิ้มเ๯้าเล่ห์ 

            “แค่มีเ๱ื่๵๹มาเล่า” ยี่หวาหรี่ตามอง 

            “น้ำเสียงแบบนี้ต้องไม่ธรรมดา”  แม่เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ 

            “คือว่า…เพื่อนแม่คนหนึ่ง เขาบ่นเ๱ื่๵๹ลูกชายที่อายุสามสิบห้าแล้ว ยังไม่มีแฟนเลย แถมยังมีข่าวลือแปลก ๆ อีก”

            “ข่าวลืออะไรคะ” ยี่หวาทำหน้าจริงจังเกินเหตุ

            “เขาว่า…ลูกชายเขาอาจจะไม่ชอบผู้หญิง” แม่หันมากระซิบบอก  ยี่หวานิ่งไปสองวินาที ก่อนจะตอบเรียบ ๆ

            “งั้นก็ไม่เกี่ยวกับหนูนะคะ” แม่หัวเราะอีกครั้ง 

            “ฟังให้จบก่อนสิ หมายถึงว่า เขาแค่บอกว่าไม่ชอบ และไม่เคยเปิดตัวกับใครเลย เลยมีคนเม้าท์กันไปเอง”

            “อ๋อ” ยี่หวาทำหน้าครุ่นคิด 

            “แล้วทำไมแม่เล่าให้หนูฟัง” แม่ยิ้มบาง ๆ อย่างมีแผน

            “ก็แม่คิดว่า…ถ้าลูกลองไปพบเขาสักครั้ง จะเสียหายอะไร” ยี่หวาวางช้อนลงช้า ๆ แล้วมองแม่เหมือนหมอประเมินอาการคนไข้ ที่กินยาสองวันแล้ว๻้๪๫๷า๹หายทันที 

            “แม่กำลังจะจับคู่หนู?”

            “คำว่าจับคู่มันดูเหมือนคลุมถุงชนไปหน่อยนะ” แม่ทำหน้าจริงจังเกินจริง แต่สีหน้าเ๯้าเล่ห์ยังมีอยู่ที่มุมปาก

             “แม่เรียกว่า ‘สร้างโอกาส’ ต่างหาก”

            “สร้างโอกาสให้ใครคะ หนูหรือเขา”

            “ทั้งคู่  ” แม่ยักคิ้ว 

            “ลูกก็โสด เขาก็โสด จะได้ช่วยกันแก้ข่าว” ยี่หวาหัวเราะออกมาจริง ๆ 

             “แม่คะ หนูเป็๲หมอศัลยกรรมหัวใจ ไม่ใช่ฝ่ายประชาสัมพันธ์”

            “อ้าว แต่หมอก็ต้องรักษาหัวใจตัวเองด้วยสิ” คำพูดนั้นไม่หนัก ไม่เศร้า แต่มันทำให้ยี่หวายิ้มบาง ๆ

            “แม่อยากอุ้มหลานเหรอคะ” ยี่หวาหันไปถามแม่สีหน้าจริงจัง แม่เธอบ่นเ๱ื่๵๹อยากเลี้ยงหลานหลายครั้งแล้ว ชอบบอกเพื่อนคนนั้นมีหลานแฝดชายหญิงบ้างละ คนนั้นมีหลายชายหน้ารักบ้างละ และแม่ก็ทำหน้าตาใส  

            “ก็…นิดหนึ่ง”

            “นิดเดียว?” ยี่หวาส่งเสียงสูง พร้อมหน้ามีคำถามกากอยู่บนใบหน้า

            “มากหน่อย” ทั้งสองหัวเราะพร้อมกัน  แม่เอื้อมมือมาจับมือยี่หวาเบา ๆ

             “แม่ไม่ได้บังคับนะลูก แค่ลองเปิดโอกาสดู ชีวิตบางทีมันก็สนุกกว่าที่เราคิด” ยี่หวามองมือแม่ที่จับอยู่ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกึ่งจริงกึ่งแซว

            “ถ้าเขาไม่ชอบผู้หญิงจริง ๆ แม่จะทำยังไง” แม่ทำหน้าครุ่นคิด 

            “งั้นลูกก็จะได้เพื่อนเพิ่มอีกคน” ยี่หวาหัวเราะจนส่ายหน้า  

            “แม่คะ”  

            “ว่าไง”

            “ส่งโปรไฟล์มาเลยค่ะ เดี๋ยวหมอจะวินิจฉัยเอง”  แม่ยิ้มกว้างอย่างคนที่ได้ครึ่งทางแล้ว
    “ตกลงนะ”

            “ตกลงแค่ดูค่ะ ไม่ได้ตกลงแต่งงาน”

            “แม่ยังไม่ได้พูดถึงแต่งงานเลย”

            “สายตาแม่พูดไปหมดแล้วค่ะ” เสียงหัวเราะของสองแม่ลูกดังไปทั่วบ้านสองชั้นที่อบอุ่นกว่าทุกคืนที่ผ่านมา และในหัวของยี่หวา คำว่า “แค่ดู”  กำลังจะกลายเป็๲จุดเริ่มต้นของเ๱ื่๵๹ที่เธอไม่คาดคิดเลยแม้แต่น้อย