แสงไฟหน้ารถซีดานสีดำบดบังละอองฝนสลัวสลัวขณะแล่นเข้ามาจอดในโรงจอดรถใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลอัครเดโชชัย ลลินดับเครื่องยนต์และนั่งนิ่งอยู่ในรถชั่วครู่ใหญ่ มือเรียวสวยกำพวงมาลัยไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอแหงนมองหน้าปัดกระจกส่องหลัง ดูสภาพใบหน้าตัวเองที่ดูเหนื่อยล้าอิดโรยและปนไปด้วยความสับสนวุ่นวายใจอย่างถึงที่สุด
ในที่สุด เธอก็ยอมตกลงย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่... ในคฤหาสน์ของผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมต่อเนื่องคนสำคัญ
สมองซีกที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพทนายความกู่ร้องประณามความโง่เขลาและไร้สติของเธออยู่ไม่ขาดสาย การย้ายเข้ามาอยู่ร่วมบ้านกับลูกความในระหว่างการสู้คดีคุกคามคดีสำคัญเช่นนี้ หากอัยการโจทก์หรือผู้สื่อข่าวล่วงรู้เข้า ชื่อเสียงทางวิชาชีพที่เธอสั่งสมมาเกือบสิบปีจะพังพินาศในพริบตา และศาลอาจมองว่าเธอไม่มีความเที่ยงตรงเที่ยงธรรมในฐานะทนายแก้ต่าง แต่อีกซีกหนึ่งของสมอง... ซีกที่เพิ่งได้รับขนนกฮูกเปื้อนเืและจดหมายข่มขู่เอาชีวิตมาหมาดๆ กลับกู่ร้องเตือนว่าข้างนอกนั่นไม่มีที่ใดปลอดภัยสำหรับเธออีกต่อไปแล้ว ฆาตกรตัวจริงที่จ้องป้ายสีคิรันพร้อมจะหันคมมีดมาสังหารเธอได้ทุกเมื่อหากเธอยังฝืนทำตัวเป็เป้านิ่งอยู่ที่สำนักงาน
เสียงเคาะกระจกรถดังขึ้นเบาๆ ขัดจังหวะความคิด ลลินสะดุ้งเล็กน้อยหันไปมอง ร่างสูงสง่าของคิรันยืนถือร่มสีดำสนิทรอคอยเปิดประตูรถให้เธออยู่ด้านนอก แววตาของเขาอบอุ่นทว่าแฝงร่องรอยความอ่อนล้าปนตึงเครียดไว้เช่นกัน
ลลินเปิดประตูลงจากรถ คิรันรีบขยับร่มเข้ามาบังละอองฝนที่พัดผ่านลมหนาวเข้ามาให้เธอทันที ััอุ่นๆ จากฝ่ามือหนาที่ช่วยพยุงข้อศอกของเธอพาเดินเข้าไปในคฤหาสน์ทำให้หัวใจที่สั่นระริกของลลินรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
"ยินดีต้อนรับสู่บ้านของผมครับลลิน" คิรันเอ่ยเสียงทุ้มต่ำสุภาพเรียบร้อยหลังจากปิดประตูบ้านไม้สักหนาลง ล็อคกลอนดิจิตอลและระบบรักษาความปลอดภัยแ่าลงตัว "แม่บ้านจัดห้องพักรับรองชั้นสามไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้วครับ ระบบเตือนภัยและกล้องวงจรปิดในตัวคฤหาสน์ทั้งหมดถูกเชื่อมโยงระบบใหม่โดยไม่มีช่องโหว่ภายนอก และผมให้เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยฝีมือดีเฝ้าประตูด้านนอกตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง คุณสามารถพักผ่อนได้อย่างสบายใจเลยนะครับ"
"ขอบคุณค่ะคุณคิรัน... แต่ฉันยังยืนยันว่าเื่นี้มันผิดหลักการทนายอย่างร้ายแรง" ลลินพูดพลางถอดเสื้อโค้ทส่งให้แม่บ้านสูงวัยที่เดินมารับไปด้วยท่าทีสุภาพ "ถ้าสื่อรู้เื่นี้..."
"ไม่มีใครรู้หรอกครับลลิน ทางเข้าโรงรถใต้ดินมีระบบปิดเฉพาะ คนภายนอกเห็นเพียงรถของคุณจอดอยู่ที่อื่นเท่านั้น" คิรันหันกลับมายิ้มบางๆ ที่มุมปาก แววตาคมกริบจ้องใบหน้าหวานของเธอ "และในนาทีนี้... ความปลอดภัยของชีวิตคุณสำคัญกว่าหลักการทางกฎหมายพวกนั้นมากมายนักครับ"
ลลินจ้องมองรอยยิ้มและท่าทีสุภาพอันเป็หน้ากากประจำตัวของเขาด้วยความรู้สึกไม่แน่ใจ ชายหนุ่มตรงหน้าเธอยามนี้ช่างดูเหมือนเ้าบ้านที่อ่อนโยนเหลือเกิน แตกต่างจากเงาอันตรายที่ดุดันเกรี้ยวกราดเมื่อคราวที่เห็นจดหมายข่มขู่เมื่อกลางวัน ลลินเริ่มสับสนว่าตัวตนแบบไหนคือคิรันที่แท้จริงกันแน่ ชายผู้ใจดีที่ต้มชาให้เธอ จูบเธออย่างนุ่มนวล หรืออสูรกายสีเทาจัดที่พร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่เข้าใกล้ความลึกลับของคดีนี้?
คำพูดอ่อนโยนของเขาสยบคำประท้วงของทนายสาวลงอย่างราบคาบ ลลินพยักหน้ารับคำและเดินขึ้นบันไดไปยังห้องพักชั้นสามอย่างเหนื่อยล้า ห้องพักรับรองกว้างขวางตกแต่งด้วยโทนสีครีมอุ่นหรา เตียงนอนหนานุ่มขนาดใหญ่และหน้าต่างบานกว้างที่มองเห็นทัศนวิสัยสายฝนด้านนอกได้ชัดเจน ลลินเดินเข้าไปในห้องน้ำ จัดการอาบน้ำอุ่นล้างความตึงเครียดและล้างคราบเหงื่อไคลจากค่ำคืนและมรสุมงานออกไปให้หมด ผิวกายของเธอขึ้นสีระเรื่อเมื่อเธอมองกระจกและเห็นรอยช้ำสีกุหลาบจางๆ บริเวณซอกคอและหน้าอกที่คิรันจงใจสลักจูบฝากรักไว้เมื่อวานนี้
‘บ้าจริง... ลลิน เธอเป็ทนายความนะ ทำไมถึงปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลได้ขนาดนี้’ เธอประณามตัวเองในใจพลางสวมเสื้อคลุมผ้าไหมสีขาวไข่มุกยาวคลุมเข่ารัดเอวแ่า
เมื่อเธอก้าวลงมาที่ห้องอาหารชั้นล่างยามหัวค่ำ กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารยุโรปโชยมาแตะจมูก คิรันสวมผ้ากันเปื้อนสีเทาทับเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมปลายแขนเสื้อพับขึ้นมาถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งมีเส้นเืปูดนูนและรอยแผลเป็จางๆ เขากำลังจัดวางจานสเต็กเนื้อชั้นดีราดซอสไวน์แดงกลิ่นหอมและสลัดผักสดลงบนโต๊ะอาหารไม้ตัวยาวที่มีแสงเทียนอุ่นๆ ส่องนำทาง
"เชิญนั่งครับลลิน สเต็กสุกปานกลางแบบที่คุณชอบครับ" คิรันเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งช้าๆ
"ขอบคุณค่ะ... รัน" ลลินลองเรียกชื่อเล่นของเขาเบาๆ มันสั่นไหวและแปลกหูทว่าสร้างกระแสความอุ่นวาบแปลกๆ ในอกของทั้งสองคน คิรันยิ้มน้อยๆ นั่งลงฝั่งตรงข้ามและรินไวน์แดงลงในแก้วทรงสูงให้เธอ
บรรยากาศการรับประทานอาหารเงียบสงบผ่อนคลาย ขัดแย้งกับความโเี้และความระทึกของคดีฆาตกรรมรายที่สี่ภายนอกอย่างสิ้นเชิง ลลินนั่งมองคิรันหั่นเนื้อและกินอย่างสุภาพเรียบร้อย ท่วงท่าสง่างามไร้ที่ติของเขาทำให้เธอยิ่งมีคำถามค้างคาใจพรั่งพรูขึ้นมาไม่หยุดยั้ง
"รันคะ... คุณไม่มีเื่ที่โกหกฉันเกี่ยวกับคืนที่พิมลภาตายอีกแล้วใช่ไหม?" ลลินถามขึ้นมาทำลายความเงียบ แววตาสลัวสีเหลืองเทียนจับจ้องหน้าหล่อเหลาเขม็ง
คิรันวางมีดและส้อมลงช้าๆ ประสานนิ้วมือสบตากับเธออย่างจริงใจ "ผมไม่เคยโกหกคุณเื่การตายของพิมลภาเลยครับลลิน... ผมบอกความจริงทุกคำว่าผมอยู่ที่บ้านหลังนี้ตลอดทั้งคืน เพียงแต่... เื่ที่ว่าทำไมไฟระบบกล้องวงจรปิดถึงดับไปในตอนนั้น และผมกำลังปกป้องใครอยู่... ผมยังบอกคุณตอนนี้ไม่ได้จริงๆ ครับ มันอันตรายเกินไป"
"แต่การที่คุณปิดปากเงียบแบบนี้ มันทำให้สังคมและศาลมองว่าคุณคือฆาตกรตัวจริงนะคิรัน!" ลลินขยับตัวด้วยความอึดอัดใจ "ถ้าคุณอยากสู้ให้ชนะคดี คุณต้องไว้ใจทนายความของคุณมากกว่านี้สิคะ!"
"ผมไว้ใจคุณลลิน... ไว้ใจมากกว่าชีวิตตัวเองเสียอีก" คิรันอัยเสียงทุ้มต่ำจริงจัง แววตาคมกริบจับจ้องแก้มเนียนของเธอ "แต่เพราะความไว้ใจและห่วงใยนี่แหละ... ผมถึงต้องเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวเพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกพวกนั้นลามมาถึงตัวคุณ"
เขาลุกขึ้นยืนเดินอ้อมโต๊ะอาหารมาหยุดอยู่หลังเก้าอี้ของลลิน ฝ่ามือร้อนผ่าวััลาดไหล่มนผ่านเสื้อคลุมผ้าไหมช้าๆ นวดเฟ้นผ่อนคลายเบาๆ ลลินสั่นสะท้านเล็กน้อยสะดุ้งตัวโยน ััอุ่นอุ่นของเขาทำให้สมาธิของเธอเตลิดเปิดเปิงอีกครั้ง
"คืนนี้พายุข้างนอกแรงขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะครับ... อย่าเพิ่งคิดเื่คดีเลยครับลลิน พักผ่อนให้สบายใจเถอะนะครับ" คิรันกระซิบทุ้มต่ำข้างใบหูเล็ก กลิ่นหอมไม้อบอุ่นผสมกลิ่นไวน์แดงสร้างความมึนเมาแสนหวานสยิวแก่ทนายสาวอย่างรวดเร็ว
คิรันประคองร่างบางให้ลุกขึ้นยืนช้าๆ หันตัวเธอเข้าหาแผงอกกว้างของเขา ลลินเงยหน้าสบตากับแววตาสีเข้มที่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็วาววับด้วยเพลิงเสน่หาดึงดูดใจลึกซึ้ง ความเครียด ความหวาดกลัว และความกดดันจากจดหมายข่มขู่ที่แบกรับมาตลอดวันทำให้ลลินโหยหาที่ยึดเหนี่ยวที่ปลอดภัยในอ้อมแขนนี้ เธอไม่ปฏิเสธเมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนของคิรันกดทับลงมาบดจูบริมฝีปากบางของเธอช้าๆ นุ่มนวลทว่าลึกซึ้งโหยหากว่าครั้งไหนๆ
เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าตักตวงชิมรสหวานปนกลิ่นไวน์แดงเลิศรส ลลินครางแ่โอบเอวสอบของเขาไว้แน่น คิรันช้อนร่างบางขึ้นมาอุ้มในอ้อมแขนแกร่ง พาเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนใหญ่ชั้นสองของเขาช้าๆ ปิดประตูห้องนอนลงเงียบเชียบทิ้งโลกความสับสนภายนอกไว้เื้ั
คิรันวางร่างบางของลลินลงบนเตียงนอนหนานุ่มขนาดใหญ่สีเทาเข้ม ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาทันที นิ้วมือหนาปลดปมรัดเอวเสื้อคลุมผ้าไหมสีขาวไข่มุกของเธอออกช้าๆ แหวกสาบเสื้อออกกว้าง เผยให้เห็นผิวกายเนียนละเอียดขาวผ่องสะท้อนแสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียง ยอดอกสีหวานชูชันตอบสนองสายตาปรารถนาและััอบอุ่นที่รอคอย
"คุณสวยเหลือเกินลลิน... ยามไม่มีเสื้อผ้าบดบังความงามนี้" คิรันกระซิบพร่า ก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวระหงฝากจูบเสน่หาไว้บนผิวเนื้ออุ่นเบาๆ ก่อนจะเลื่อนลงมาจูบซับหน้าอกนุ่มหยุ่นอย่างรักใคร่ทะนุถนอม ปลุกเร้าความซ่านสยิวจนลลินต้องครางเครือแอ่นกายน้อมรับััสวาท
"อ๊าส์... รัน... ตรงนั้น..." ลลินจิกเล็บลงบนหลังกว้างของเขา ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว
ฝ่ามือร้อนผ่าวของคิรันเลื่อนต่ำลงไปััโค้งสะโพกมน ลูบไล้ผิวขานุ่มละมุนไล่ขึ้นสู่ส่วนอุ่นร้อนที่ชื้นแฉะไปด้วยน้ำหวานใสตอบสนองอารมณ์ใคร่ นิ้วหนาเคล้าคลึงแ่เบาเพื่อทวีความเสน่หาและผ่อนคลายร่างกายของเธอ ปลุกเร้าความอุ่นร้อนภายในจนลลินบิดกายเร่าด้วยความซ่านสยิว
"รัน... ช่วยลลินด้วยค่ะ... ลลิน้าคุณ..." ทนายสาวร้องบอกด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า สิ้นท่าทนายผู้เยือกเย็น นอบน้อมยอมรับเสน่หาลึกล้ำใต้ร่างแกร่งของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างแท้จริง
คิรันยิ้มพึงใจ แววตาคมสะท้อนภาพร่างบางที่เปี่ยมด้วยเพลิงรัก เขาถอดเสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายของตนทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ขยับกายแกร่งอุ่นร้อนแนบชิด คิรันค่อยๆ กดสะโพกสอบสอดประสานความอุ่นร้อนของเขากับความอ่อนนุ่มอ่อนหวานของเธออย่างช้าๆ ทว่าหนักแน่นลึกซึ้ง
"อ๊าส์...! อึดอัด..." ลลินกรีดร้องแ่เบาเมื่อความอัดแน่นสอดประสานลึกซึ้งจนน้ำตารื้นออกมาที่หางตา ร่างกายสั่นระริกรับความอุ่นซ่านที่แผ่ทะลักเข้ามา
"เด็กดี อย่าเกร็งนะครับคนดี ปล่อยตัวตามสบายนะ..." คิรันปลอบประโลมพลางจูบซับหางตาและแก้มเนียนชื้นน้ำตาอย่างอ่อนหวาน สะโพกหนายังคงกดแนบชิดสอดประสานเข้าไปอย่างมั่นคงจนสองร่างไร้ช่องว่างใดๆ คลื่นความเร่าร้อนเคลื่อนไหวเป็จังหวะรักหนักแน่นลึกซึ้งสลับช้าเร็วสู้เสียงฝนและลมด้านนอก
เสียงหอบหายใจกระชั้นและเสียงครางแ่ผสานเสน่หาร้อนแรงอบอวลไปทั่วห้องนอนใหญ่ ลลินเกี่ยวกระชับเรียวขาเรียวรอบเอวสอบของเขาแน่น ร่างกายเคลื่อนไหวไปตามจังหวะรักลึกซึ้งที่คิรันมอบให้ สองร่างเสียดสีผสานไออุ่นอย่างรักใคร่ล้ำลึก คิรันขยับสะโพกเคลื่อนไหวจังหวะกระชับสิบครั้งสุดท้ายอย่างรวดเร็วและหนักแน่นก่อนจะเกร็งกายหนาและปล่อยหยาดกระแสความรักอุ่นซ่านเข้าสู่กายสาวอย่างหมดสิ้น ทั้งสองคนกอดก่ายแนบชิดัักายอุ่นร้อนเข้าด้วยกันท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิดและสายลมพายุที่เริ่มสงบลงทีละน้อย
ในกรงขังแห่งความห่วงใยและปลอดภัยนี้... ลลินตระหนักดีว่าปืนและหลักฐานของฆาตกรภายนอกอาจน่ากลัวทว่าก็ยังทำร้ายเธอไม่ได้ เท่ากับเสน่ห์พรางรักอันเร่าร้อนของชายหนุ่มตรงหน้าที่กักขังหัวใจของเธอไว้ในกำมือของเขาแล้วชั่วนิรันดร์