นี้เป็อีกวันที่เขาถูกซ้อม
ผลัวะ! อัก!
กำปั้นขนาดใหญ่กระแทกหน้าชายหนุ่มหลายครั้ง แต่ไม่มีใครเข้ามาหยุดต่างหัวเราะเยาะอย่างมีความสุข
ชายหนุ่มร่างเล็กกัดปากทนเจ็บตามองสาวคนที่แอบชอบ แม้นางจะไม่หันมาสนใจแต่เขาก็ไม่ยอมที่จะเบือนหน้าไปทางอื่น
"สารเลว! แกบังอาจใช้สายตาแบบนั้นมองธิดาเราเยี่ยงนี้คงอยากตายมากสินะ!! " เสียงตวาดโทสะชายคนหนึ่งดังขึ้น เขามีนามว่า 'หลี่เซียน' ชายผู้มีพลังยุทธ์สร้างกายปราณระดับ 1 แม้จะเป็เพียงชั้นแรกของการเป็ยอดยุทธ์
แต่สำหรับสำนักเซียนวิถีแล้วเป็อะไรที่ยิ่งใหญ่มาก จางเซียนได้แต่กระอักเืและลอบถอนหายใจอย่างผิดหวัง เขาเป็คนเดียว? เขาเป็คนเดียวที่ไม่มีลมปราณใดๆ
แต่ถึงกระนั้นพ่อก็ให้ความหวังตลอดเวลาว่าสักวันเขาจะทำได้ จึงส่งเขามาที่นี่ก่อนสิ้นลมหายใจขณะเดินทางโดยโจรป่า
แล้วจะให้เขากลับไปโดยไม่ได้ทำอะไร มันก็คงเป็ไปไม่ได้...
ฉะนั้นเขาทำได้เพียงเป็ที่ระบายอารมณ์คุณชายทั้งหลาย ทั้งเจ็บ ทั้งแค้น ทั้งโกรธ บางครั้งเขาก็อยากกระทืบไอ้บ้าพวกนี้คืน แต่หากเป็เช่นนั้นข้าเองที่จะตาย
โลกชั่งไม่ยุติธรรม
"พอแล้ว อ้าก! ข้ายอมแล้วท่านพี่" หลังจากโดนซ้อมมานานความอดทนก็แทบไม่เหลือ
หากเขาคิดจะต่อต้านหลี่เซียนคนนี้ต่อไปชีวิตคงหาไม่
"หึ ฮ่าๆ ๆ เป็เพียงสุนัขน่ารำคาญในสำนัก แต่เ้ากลับทำในสิ่งที่สุนัขตัวอื่นมิกล้าทำ ชั่งเป็อะไรที่น่าสนใจ ชั่งเถอะ!! วันนี้ข้าจะปล่อยเ้าไปสักครา หากครั้งหน้าเ้าใช้ดวงตานั้นมองธิดาเราเมื่อไหร่ ข้าจะเด็ดหัวเ้าแน่ๆ "
ผลัวะ
"อ้อก! " ตุม
ร่างของจางเซียนกระเด็นตามแรงเตะ แม้เขาจะเป็คนธรรมดาแต่ดีที่หลี่เซียนยั้งแรงไว้ ไม่งั้นกระดูกซี่โครงเขาคงหัก ชายหนุ่มได้แต่เ็ปในใจ พยุงร่างกายเดินเข้าในป่าเพื่อกลับกระท่อมเก่าที่ปล่อยไว้นานแสนนาน
"ทำไม? ทำไมต้องเป็ข้า" ภาพความเ็ปวินาทีแรกที่เห็นแม่ตนเองโดนกับดักยุทธ์บางคนจนร่างกายขาดเป็ชิ้นๆ ใบหน้าของพ่อที่อาบไปด้วยน้ำตาสู้กับโจร 10 คนเพื่อให้เขามาถึงจุดนี้
แต่ถึงกระนั้นเขาหาทำอะไรเป็ชิ้นเป็อันไม่?
ไม่มีเลย...
"ฮึก! ข้าอ่อนแอยิ่งนัก..."
เป็เพราะความไร้ลมปราณจึงเป็เหตุที่พ่อต้องตาย เป็เพราะความไร้ลมปราณจึงทำให้แม่เหยียบกับดักตาย เป็เพราะความไร้ลมปราณทำให้ตระกูลจางในสายตาสำนักเซียนวิถีเป็เพียงขยะ
หากไม่มีเขา...?
หากไม่มีเขาละก็
.
.
มันคงจะดีกว่านี้
ตุบ! จางเซียนล้มตัวลงนอนบนกระท่อมผุพัง เดือนหน้าก็จะเข้าสู่งานประลองสำนักแล้ว แน่นอนเขาไม่มีพลังยุทธ์ใดๆ เลย ซึ่งการประลองนี้เขาสามารถตายได้ตลอดเวลาหากเจอคนที่หมั่นหน้า แต่เขามีสิทธิ์ที่จะหนีด้วยเหรอ?
แน่นอนว่าไม่
รอบด้านสำนักแม้จะไม่มียามเฝ้าออกแต่ก็มีสัตว์อสูรมากมายเดินให้ควั่ก นั้นจึงเป็เหตุที่ไม่ต้องมียามเฝ้าความปลอดภัย หากถามว่าสัตว์พวกนั้นเข้ามาสำนักจะเป็เช่นไร?
แน่นอนมันย่อมเป็อาหารเรา
"ท่านพ่อ...ท่านแม่" จางเซียนไม่มีพลังในการเคลื่อนหน้าต่อแล้ว ความมั่นใจที่จะทำให้ตระกูลรุ่งเรืองนั้นแทบดับสูญั้แ่การโดนให้ร้ายั้แ่แรก ถึงเป็เช่นนั้นเขาก็ไม่ได้ย่อท้อ
"ต้องมีสักทางที่ข้าทำอะไรได้บ้าง" ฆ่าอสูร? มันเป็ไปไม่ได้เลยสำหรับชายไร้ค่าอย่างเขาจะทำได้ ในเวลานั้นเองสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นการเคลื่อนไหวบางอย่างนอกกระท่อม
ผู้คน?
เมื่อสติกลับมาเต็มที่ เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับหลี่เซียนมามาก หากมีใครที่จะไปยุ่งกับเขาหรือทำให้เขาไม่พอใจแน่นอนวันต่อมาชายคนนั้นจะหายตัวไปทันที
ซึ่ง...
มันจะเกิดกับเขา
"ไอ้สารเลวหลี่เซียน!! " จางเซียนลุกขึ้นจากที่นั่งและวิ่งเข้าป่าทันที มันเป็ไปไม่ได้เลยที่คนธรรมดาจะสามารถหลบหนียอดยุทธ์ได้ เพราะคนพวกนี้นั้นมีความชำนาญป่าและความคล่องแค่วเป็หลักนั้นทำให้ระยะทางทั้งสองฝ่ายลดลงเรื่อยๆ
"ไม่ๆ ๆ ๆ ข้าจะมาตายที่นี้ไม่ได้" หากข้าตาย ข้าขอตายในป่ามรณะที่นั่นเหมือนกับท่านพ่อดีกว่า ข้าจะไม่ยอมตายโดยคนพวกนี้เป็อันขาดไม่ว่าเช่นไรก็ตาม!
"ย้าก! ไอ้สารเลว!! " ชายหนุ่มะโลั่นป่าพร้อมกับวัตถุมีคมบางอย่างพุ่งเข้ามาหมายจะปลิดชีพจางเซียน เป็เวลาเดียวกันที่ชายหนุ่มสะดุดไรบางอย่างในป่า
โครม!!
"อัก ขาข้า"
มันหักไปแล้ว
จางเซียนตื่นตระหนกอย่างหนัก ขาเขาหัก? หากเป็เช่นนี้เขาจะมีชีวิตต่อได้อย่างไร , สายตาเหลือบไปเห็นมีดสั้นอันหนึ่งปักข้างต้นไม้ก็รีบคลานไปเก็บและซ่อนไว้ด้านหลังทันที
"ฆ่ามันเลยดีกว่า งานจะได้เสร็จ" ฟิ้ว
เงาปริศนาปรากฏบนฟ้า แม้จะเริ่มมืดแต่จางเซียนก็ไม่พลาดที่จะป้องกัน
เป๊ง! ฟุม
เสียงมีดสั้นทั้งสองปะทะจนใบไม้ปลิวว่อน ชายสังหารตื่นใมันไม่คิดเลยว่าจางเซียนจะรับคมดาบของมันได้ ไม่รอช้าดีดแรงออกไปตั้งหลัก
"เป็แค่สวะไร้ลมปราณแท้ๆ!! บังอาจมาทำให้ชื่อเสียงข้าด่างพร้อย!! " จางเซียนกัดฟันทนความเจ็บที่มือ เขารู้สึกว่าเหมือนมีอะไรจะหักด้านใน แต่ตอนนี้ไม่มีเวลามาสนใจแล้ว!!
"ศัสตรามัจฉา! " บูม!
พลังยุทธสีฟ้าถูกปล่อยออกจากมีดสั้นก่อนจะขว้างออกไป , ด้วยพลังยุทธ์และความแข็งแกร่งทำให้มันมีความเร็วที่สูงมากชนิดที่ว่าเขายังไม่อาจมองเห็นได้ทัน
'ไม่ได้การแล้ว' มีดสีฟ้าที่พุ่งมานั้นไวเกินไป แต่คนใช้นั้นก็โง่เกินไป , แสงสีฟ้าในยามพลบค่ำนั้นทำให้มองเห็นง่ายยิ่งกว่าตอนเช้าอีก นั้นทำให้จางเซียนหลบคมดาบได้ทัน
ฟิ้ว ตูม!!
ต้นไม้ด้านหลังพังพินาศทำให้จางเซียนหวาดกลัว ชายคนนี้ต้องเป็ยอดยุทธ์ขั้นใดถึงจะแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ , เป็เวลาเดียวกันที่ชายสังหารมีเส้นเืปรากฏบนหน้าผาก
เป็ไปไม่ได้ เป็ไปไม่ได้ เป็ไปไม่ได้ เป็ไปไม่ได้ เป็ไปไม่ได้
"ไอ้สวะ ตายซะ! " ตูม เมื่อสิ้นอาวุธคู่กายย่อมไม่มีสิ่งใดใช้ต่อสู้ นั้นทำให้ชายชุดดำพุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้พลาดการสังหารชายหนุ่ม , จางเซียนกัดปากอย่างเจ็บแค้นจนร่างกายสั่นสะท้าน
"หากชาติหน้ามีจริง ข้าจะฆ่าพวกเ้าทั้งตระกูลและลากพวกแกลงนรกล้างโคตรตระกูลให้สิ้นซาก ไม่ให้มีชีวิตยืนอยู่บนพื้นแผ่นดินโลก ต่อให้ข้ากลายเป็ปีศาจข้าจะลากพวกเ้าไปตายพร้อมกัน! "
ผ้วก! อ่า...
กำปั้นของชายสังหารทะลุหน้าอกจางเซียนจนเป็รู
"นี้คือความต่างระหว่างเรา...ไอ้สวะ" ผลัวะ
หน้าแข้งหวดใส่จางเซียนจนกระเด็นไปยังจุดที่สะดุด ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างยินดีและวิ่งหายไป , เป็เวลาเดียวกันที่เืนั้นไหลจากร่างกายวัตถุบางอย่างบนพื้น
สิ่งที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล...?