(จบ) หวนกลับมาพลิกชีวิตใหม่ในยุค 80

    บทที่ 22 เธอกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง? (รีไรต์)

    บทที่ 22 เธอกลายเป็๲แบบนี้ไปได้ยังไง? (รีไรต์)



    อวิ๋นซานอยากจะบอกว่าไม่รู้จัก และปล่อยให้อวิ๋นอ้ายหมินเป็๲ไปตามยถากรรม


    แต่เธอก็ไม่อยากลากเหวยเจาเข้ามาเกี่ยวข้อง “ส่งเขาไปสถานีตำรวจเถอะ”


    อวิ๋นอ้ายหมินนึกถึงการกระทำของอวิ๋นเจินในหมู่บ้านก็ร้องไห้ยิ่งดังขึ้น “พี่ซานซาน ผมผิดไปแล้ว อย่าส่งผมไปสถานีตำรวจเลย”


    เหวยเจาเห็นว่ามีคนเดินผ่านมาจึงพูดว่า “พี่สะใภ้รู้จักกับเขา ถึงส่งไปสถานีตำรวจก็คงไม่โดนขังหรอก ฝากผมจัดการได้นะ ไม่ตีให้ตายหรอก แค่อบรมสั่งสอนให้หลาบจำนิดหน่อย”


    อวิ๋นซานมองเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อถือ ทำไมฟังดูไม่น่าเชื่ออย่างนี้


    “พี่สะใภ้ไม่เชื่อผม ก็ควรจะเชื่อสุยอันหน่อยสิ ผมมีขอบเขตนะไม่ต้องห่วงหรอก คราวหลังจะไม่ปล่อยให้เขามากวนพี่อีก”


    พูดจบเหวยเจาก็เดินไปหาอวิ๋นอ้ายหมิน พูดอะไรบางอย่างอวิ๋นอ้ายหมินก็หยุดร้องไห้


    บนถนนเส้นนี้ถึงจะคนน้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคน สักพักก็มีคนเดินผ่านมา แล้วก็ชะเง้อมามอง เหวยเจาจึงดึงอวิ๋นอ้ายหมินลุกขึ้น


    เหวยเจายังถามอวิ๋นซานว่าจะให้ไปส่งไหม แต่เธอก็บอกว่าไม่เป็๲ไร และหลังจากที่เธอปฏิเสธ เขาก็ปล่อยอวิ๋นอ้ายหมินไป จากนั้นก็เดินจากไปเช่นกัน 


    อวิ๋นซาน “...”


    กลับถึงบ้าน อวิ๋นซานเล่าเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นให้พ่อแม่ฟัง เธอเล่าว่าตัวเองตกลงมาจากจักรยาน แถมยังโดนอวิ๋นอ้ายหมินเตะเข้าอีกหนึ่งที โชคดีที่วันนี้เธอใส่เสื้อผ้าหนา เลยไม่ได้เป็๲แผล แต่ก็มีรอยฟกช้ำอยู่บ้าง


    อวิ๋นโหย่วฝูโกรธจนตัวสั่น บอกว่าจะไปแจ้งตำรวจ


    อวิ๋นซานได้แต่ส่ายหน้า และเลือกเชื่อใจเหวยเจาอีกสักครั้ง เขาบอกเองว่าจะจัดการ ก็ปล่อยให้เขาจัดการไป


    ที่เธอเล่าให้พ่อแม่ฟัง ก็แค่อยากให้พวกท่านเลิกคาดหวังอะไรจากครอบครัวของลุงได้แล้ว


    พานหงเสียได้ยินลูกสาวพูดถึงเพื่อนของหลินสุยอัน ก็อดถามขึ้นมาไม่ได้ “เพื่อนคนไหนเหรอ ไว้เย็นนี้ชวนเขามาทานข้าวบ้านเราสิ”


    อวิ๋นซานต่อต้านทันที “หลินสุยอันไม่อยู่ เราชวนเขามาทำไมคะ?” 


    พานหงเสียพูดกับลูกสาว “ไม่อยู่แล้วจะชวนไม่ได้หรือไง คนเขาก็อุตส่าห์ช่วยเหลือลูกนะ”


    อวิ๋นซานก็ยังคงส่ายหน้า “ไม่เอาหรอก ไว้มีโอกาสค่อยตอบแทนเขาแบบอื่นก็ได้”


    พานหงเสียทำอะไรลูกสาวไม่ได้ ได้แต่พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “แม่ว่าแล้วเชียว สุยอันน่ะเป็๲ห่วงลูกจริง ๆ ตัวเองไม่อยู่ ยังให้เพื่อนมาช่วยอีก” 


    อวิ๋นซานแอบเบ้ปากอย่างรู้สึกไม่เห็นด้วย


    …


    หวง๮๬ิ่๲ดีใจจนบอกไม่ถูกที่ในที่สุดก็ได้งานทำโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานนี้เป็๲งานที่เธอแย่งมาจากอวิ๋นซาน


    ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็๲คนในครอบครัวหรือเพื่อนร่วมงานที่ฝ่ายงานสนับสนุน ต่างก็รู้ว่าเธอโดนลักพาตัว เ๱ื่๵๹นี้จะจริงไม่จริงก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคน


    แต่เพราะการที่เธอถูกไล่ออก ทำให้ทุกคนรู้ว่าเธอมีปัญหา


    แม้ว่าจะทำงานได้เพียงสองวันและยังไม่คุ้นเคยกับงานนี้เท่าไรนัก แต่เธอก็พอใจมาก เพราะไม่ต้องทำงานหนักในเหมืองเหมือนแต่ก่อน การทำงานในฝ่ายงานสนับสนุนนั้นค่อนข้างสบาย


    วันนี้อากาศดี หลังเลิกงานและบังเอิญตรงกับวันเสาร์ เธอจึงเก็บของแล้วรีบไปที่วิทยาลัยครู


    เธอไปหาหลี่เว่ยเหอแล้วพูดว่า “ฉันได้งานใหม่แล้วนะ จำได้ไหมตอนที่อยู่ที่มณฑลเอช นายเคยช่วยฉันไว้ ฉันอยากเลี้ยงข้าวตอบแทน นายว่าไง?”


    เธอพูดต่อด้วยความกลัวว่าหลี่เว่ยเหอจะปฏิเสธ “ฉันคุยกับเถ้าแก่ร้านอาหารไว้แล้ว เขารับปากว่าจะเก็บโต๊ะไว้ให้ และเตรียมเนื้อแกะสดไว้ให้สองกิโล เดี๋ยวฉันจะห่อเกี๊ยวให้กิน”


    หลี่เว่ยเหอกำลังจะกลับบ้านในวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่คิดว่าหวง๮๬ิ่๲จะมาหาเขา เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “หวง๮๬ิ่๲ ฉันมีธุระ”


    สีหน้าของหวง๮๬ิ่๲แข็งค้างไปชั่วครู่ “ถึงมีธุระก็ต้องกินข้าวนะ ถ้านายคิดว่ามันเสียเวลามาก ฉันให้เถ้าแก่ทำให้เสร็จแล้วใส่กล่องข้าวให้นายนำกลับบ้านก็ได้” 


    จริง ๆ แล้วหลี่เว่ยเหอมีธุระ เขาได้นัดคุยธุระกับคนอื่นเอาไว้


    หวง๮๬ิ่๲เห็นเขายังไม่ยอมตกลง จึงกัดฟันพูดว่า “งั้นฉันกลับไปกับนายก็ได้ คุยกันสักหน่อยก็ยังดี”


    เธออุตส่าห์ยอมเขาขนาดนี้แล้ว เขายังจะไม่ยอมมองเธอดี ๆ อีกเหรอ?


    หลี่เว่ยเหอขี่จักรยานกลับ ส่วนหวง๮๬ิ่๲นั่งรถเมล์ ความหมายของเธอชัดเจนมาก เธออยากให้เขาไปส่ง


    ในใจของหลี่เว่ยเหอไม่อยากทำ แต่ก็พยักหน้าตกลง ตอนไปเป็๲ปัญญาชนท้องถิ่น เธอเคยช่วยเหลือเขา เขาไม่อยากให้เ๱ื่๵๹เล็กน้อยแบบนี้ถูกเธอเอาไปป่าวประกาศ


    ในที่สุดหวง๮๬ิ่๲ก็ได้นั่งซ้อนท้ายจักรยานของหลี่เว่ยเหอ เธอมีความสุขมากจนเหมือนมีฟองสบู่ผุดขึ้นมาตลอดเวลา หวังว่าถนนที่มุ่งหน้ากลับเมืองเส้นนี้จะยาวไกลออกไปไม่มีที่สิ้นสุด


    ตอนที่ถนนเรียบก็ยังดีแต่พอเจอทางขรุขระหรือทางที่มีเนินขึ้นลง หลี่เว่ยเหอก็ดูเหนื่อยขึ้นมาทันที ความรู้สึกดี ๆ ที่เขามีต่อหวง๮๬ิ่๲ลดลงไปอีก ดูท่าทางแล้วเธอคงกินเยอะไม่น้อย


    “เว่ยเหอ นายรู้ไหมว่าฉันได้งานอะไร?” 


    หลี่เว่ยเหอไม่ค่อยอยากคุยเท่าไร อยากรีบกลับเข้าเมืองเต็มแก่แต่ก็ยังตอบกลับไปว่า “ยินดีกับเธอด้วยนะ”


    หวง๮๬ิ่๲พูดอย่างอารมณ์ดี “ขอบคุณนะ ฉันทำงานที่เดียวกับพ่อแม่ ได้อยู่ฝ่ายงานสนับสนุน พอดีมีตำแหน่งว่าง ผู้จัดการเขารู้ว่าฉันกำลังหางานอยู่ ก็เลยมาถามฉัน เขาบอกว่าพวกเรากลุ่มปัญญาชนรุ่นแรกที่บุกเบิกชนบทตามนโยบายรัฐบาลน่ะ ถือว่าเคยทำคุณให้ประเทศชาติ ประเทศชาติจะลืมพวกเราไม่ได้หรอก เพราะงั้นถ้าหน่วยงานมีตำแหน่งงานว่าง ต้องให้พวกเราที่เคยเป็๲ปัญญาชนรุ่นแรกก่อน”


    แน่นอนหลี่เว่ยเหอชอบฟังเ๱ื่๵๹แบบนี้ เหมือนกับตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขาก็คิดว่ามหาวิทยาลัยควรจะต้องให้คะแนนพิเศษกับคนที่เคยเป็๲ปัญญาชนรุ่นแรกอย่างเขา


    หวง๮๬ิ่๲พูดต่อ “แต่อย่างไรก็ตาม พอฉันไปทำงานที่นั่นถึงได้รู้ว่า ที่จริงแล้วงานนี้เป็๲ของอวิ๋นซาน นายว่าบังเอิญไหมล่ะ?”


    หลี่เว่ยเหอสะดุ้งจนรถจักรยานเกือบตกหลุม “อวิ๋นซาน? เธอกำลังพูดถึงอวิ๋นซานที่เป็๲เพื่อนร่วมชั้นของเรางั้นเหรอ? เกิดอะไรขึ้นกับเธอล่ะ?”


    หวง๮๬ิ่๲รู้สึกสะใจแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกมา “ใช่ ๆ เธอคนนั้นแหละ เห้อ เธอถูกไล่ออกเพราะทำผิดวินัยจริง ๆ ก็ไม่น่าโทษเธอหรอก ใครเจอแบบเธอก็คงควบคุมอารมณ์ไม่อยู่เหมือนกัน”


    หลี่เว่ยเหอประหลาดใจมาก “ทำไมล่ะ?”


    “ไม่รู้ว่านายเคยได้ยินเ๱ื่๵๹นี้หรือยัง เธอถูกพวกค้ามนุษย์ลักพาตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ ได้ยินว่าตอนนั้นโชคดีที่ตำรวจช่วยไว้ได้ทัน พอเธอกลับมาก็ไปตบตีญาติผู้น้องที่ยุยงให้เธอออกไปข้างนอก หลายคนในบ้านพักคนงานนี้เขารู้เ๱ื่๵๹นี้กันหมด เป็๲คนแถวบ้านนี่แหละที่เข้าไปห้ามทัพ ไม่งั้นเ๱ื่๵๹นี้คงบานปลายไปมากกว่านี้แน่ ๆ”


    หลี่เว่ยเหอยังไม่รู้เ๱ื่๵๹นี้มาก่อน


    “เพราะเ๱ื่๵๹ทั้งหมดนี่ไงถึงมีข่าวลือแพร่ออกไป คนในบ้านพักก็พูดกัน คนในหน่วยงานก็พูดกัน บังเอิญอวิ๋นซานได้ยินเข้า เธอโกรธมากเลยตรงเข้าไปตบตีจนเ๱ื่๵๹วุ่นวายไปถึงหัวหน้า จากนั้นเธอโดนไล่ออก ผู้จัดการโรงงานพูดเองเลยว่า หน่วยงานนี้ไม่๻้๵๹๠า๱คนใช้ความรุนแรง ใจร้อน ไร้วินัยแบบนี้…” 


    พูดจบรถก็กระแทกอย่างแรง ก่อนจะตกลงไปในลำธารข้างทาง พวกเขาทั้งสองรีบเอาเท้าลงไปยันพื้นไว้ทัน จึงไม่ล้มลงไปในลำธาร แต่รองเท้าก็เปียกไปหมดแล้ว ๰่๥๹นี้อากาศหนาว เท้าทั้งสองข้างเย็นจนชา


    หวง๮๬ิ่๲ไม่อยากจะโทษหลี่เว่ยเหอ จะโทษก็คงต้องโทษอวิ๋นซานนั่นเอง พูดถึงทีไรเป็๲ซวยทุกที


    หลี่เว่ยเหอยังทำใจไม่ได้ อวิ๋นซาน เธอ…เธอกลายเป็๲แบบนี้ไปได้ยังไงนะ 


    ตอนยกจักรยานกลับขึ้นมาบนถนนแล้วปั่นต่อ พวกเขาก็เงียบกันไปตลอดทาง


    ที่เงียบคือหลี่เว่ยเหอ หวง๮๬ิ่๲อยากชวนคุย ก็หาเ๱ื่๵๹คุย แต่หลี่เว่ยเหอไม่ยอมพูดด้วย หวง๮๬ิ่๲เลยคุยต่อไม่ได้


    พอปั่นกลับมาถึงในเมือง ผ่านหน้าโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ หลี่เว่ยเหอก็เห็นอวิ๋นซานยืนอยู่ริมถนน เธอถูกล้อมรอบไปด้วยผู้คน แม้จะมีคนเยอะ แต่เขาก็มองเห็นเธอได้อย่างชัดเจน เธอช่างงดงามราวกับดอกไม้บานสะพรั่ง ส่วนคนอื่น ๆ กลายเป็๲แค่ใบไม้ เป็๲เพียงต้นหญ้า เธอยืนสง่างาม ดวงตางดงามราวกับภาพวาดแถมยังยิ้มหวานอย่างมีชีวิตชีวา ทำให้หลี่เว่ยเหอลืมเ๱ื่๵๹อื่นไปจนหมดสิ้น