17.ช่วยเหลือหรือรังแก
"บทเรียนแรกทุกคนมีหัวใจรู้สึกเ็ปเป็เหมือนกัน"หนิงหรงคำรามขณะหวดแส้เฆี่ยนตีเด็กชายตรงหน้าแม้จะไม่ได้ลงแรงไปมาก ทว่าก็ทำให้เด็กชายปวดแสบปวดร้อนเืซิบ
หลังจากตีไปได้สี่ห้าทีหนิงหรงให้เสี่ยวไป๋ดึงผ้าอุดปากอีกฝ่ายออก
เด็กชายปล่อยเสียงร้องไห้โฮดังลั่นจนหนิงหรงหลี่ตามอง ทำให้เด็กชายรีบกลั้นเสียงสะอื้นด้วยความหวาดกลัวขณะที่แววตาลุกโชนด้วยความแค้น ทว่าพอถูกหนิงหรงจ้องมองเขากลับหลบตาด้วยความหวาดกลัว
"เ้าถูกเฆี่ยนตีเ็ปหรือไม่"หนิงหรงถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียนชวนขนลุก
"...."ฮุ่ยเทียนหลงรัชทายาทแห่งอาณาจักรฮุ่ยปิดปากเงียบ ดื้อรั้นไม่ยอมตอบ
"เพี้ยะ!"หนิงหรงหวดแส้ใส่พื้นข่มขู่จนเด็กชายสะดุ้ง
"เจ็บ...ข้าเจ็บ!"เด็กชายกัดฟันตอบถลึงตาใส่เด็กผู้หญิงนิสัยโเี้เกินวัยที่ไม่น่าเชื่อว่าเป็คนเดียวกับที่คนทั้งเมืองหลวงเล่าลือว่าร่างกายอ่อนแอนิสัยขี้ขลาด ไม่กล้าด่าว่าแม้กระทั่งพวกคนใช้แต่ตอนนี้นางกลับขวัญกล้าเฆี่ยนตีรัชทายาทเช่นเขา!
"เจ็บก็ดี"หนิงหรงบอกเสียงเ็า"ข้ารับใช้ที่ถูกเ้าทุบตีทำร้ายพวกเขาก็เ็ปเป็เหมือนกัน...ไม่ว่าเ้าจะสูงส่งแค่ไหนหากไร้ซึ่งเมตตาต่อข้ารับใช้ชีวิตเ้าก็จะหาคนภักดีด้วยไม่ได้"หนิงหรงสั่งสอน
"ไม่จริง!"เด็กชายสวนกลับ"อำนาจต่างหากที่ทำให้ผู้คนสยบแทบเท้าหวาดกลัวก้มหัวให้"นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่เคยมีใครไม่ก้มหัวให้เขาเว้นแต่คนตรงหน้า!
"ฮึ...ถ้าเช่นนั้นอำนาจที่เ้าว่าทำให้ข้ารับใช้ภักดีต่อเ้าได้หรือไม่...."
"นี่มัน..."เด็กชายคิดหาคำตอบ"หากพวกมันไม่ภักดีก็ปะาเก้าชั่วโคตรเสียจะได้ไม่เป็ภัยต่อไปในภายภาคหน้า"เด็กชายตอบขณะเชิดหน้า
หนิงหรงฟังแล้วถึงกับคิ้วกระตุกเด็กคนนี้ถูกสั่งสอนมาแบบไหนถึงได้มีความคิดโเี้เพียงนี้มองชีวิตผู้อื่นเป็ผักเป็ปลา...
"หากอำนาจสามารถบังคับให้คนยอมสยบใต้แทบเท้าได้จริงเหตุใดขันทีผู้หนึ่งถึงกล้าทิ้งรัชทายาทผู้ทรงอำนาจเป็รองแค่ฮ่องเต้ไว้ให้ผู้อื่นทุบตีเล่นโดยไม่ใยดีได้เล่า"หนิงหรงเย้ยหยันเ้าเด็กน้อยที่คิดว่าตนมีอำนาจ"แม้แต่คำว่าอำนาจตัวเ้าเองได้มันแล้วแน่หรือ"
คราวนี้ฮุ่ยเทียนหลงอ้าปากอ้าแล้วหุบ ครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าไม่อาจโต้ตอบเด็กหญิงได้
ใช่แล้วแม้แต่อำนาจเขาเองก็หาได้มีมันอยู่ในมือไม่ แม้แต่ขันทีผู้หนึ่งยังกล้าทิ้งเขาเอาไว้รู้ทั้งรู้ว่าเขาจะต้องถูกทุบตี ขันทีเฒ่าก็ยังสะบัดก้นจากไปอย่างไม่ใยดี...นับแต่วินาทีนั้นเขาก็รู้แล้วว่าตนเป็รัชทายาทที่มีเพียงเปลือก ไร้สิ้นซึ่งอำนาจ
แตกต่างจากคนตรงหน้านางพูดไม่กี่ประโยค ทุกคนยอมสยบทำตามคำสั่งนาง ทั้งองค์รักษ์ระดับเก้าทั้งสัตว์อสูรระดับยอดยุทธ หนำซ้ำยังมีขันทีเฒ่าผู้รับใช้ใกล้ชิดฮ่องเต้นั่นอีกคนพวกเขาล้วนเชื่อฟังนาง....
"ใช่...แม้แต่อำนาจข้าเองก็หามีไม่"เด็กชายพึมพำใบหน้าเศร้าหมองแววตาท้อแท้
แม้ว่าตำแหน่งรัชทายาทตกใส่หัวเขาเป็เพราะว่าองค์ชายใหญ่ องค์ชายรอง ล้วนปฏิเสธไม่้าเขาผู้เกิดทีหลังจึงไม่มีสิทธิเลือกถูกบังคับให้เป็รัชทายาท...ความจริงลึกๆเขาก็ไม่อยากเป็เหมือนกันทุกวันถูกเคี้ยวกรำ ถูกอาจารย์ดุว่า ถูกพระบิดาตำหนิยามที่ทำสิ่งใดผิดพลาดหรือร่ำเรียนไม่ก้าวหน้า บ่าวไพร่ยิ่งเห็นว่าเขาไม่ได้รับความโปรดปราน ยิ่งละเลยเขา บางคนถึงขั้นนินทา ใกล้ๆ มาบัดนี้ มีพระสนมถึงสองคนตั้งครรภ์พร้อมกันขณะที่หมอหลวงคาดว่าอาจเป็องค์ชายทั้งคู่ สถานะของเขาในวังหลวงก็ยิ่งตกต่ำถูกข้ารับใช้ละเลย น้ำอุ่นใช้อาบบางวันร้อนไป บางวันเย็นไป อาหารบางวันเย็นชืด ตำหนักในหน้าหนาวไร้คนเติมถ่านทำให้ตำหนักเย็นจนเขาจับไข้เดิมทีเขาเคยอดทนครั้งแล้วครั้งเล่า....ท้ายที่สุด
เมื่อสนมทั้งสองของพระบิดาคลอดบุตรชายเขาจึงไม่อดทนอีกต่อไป ผู้ใดทำไม่ถูกใจเขา ละเลยเขาล้วนทุบตีให้สิ้นเื่...คนเหล่านี่ล้วนหน้าเนื้อใจเสือหาคนจริงใจมิได้เหตุใดเขาต้องทำดีกับพวกมัน ตีให้ตาย ทุบตีให้หนำใจตอนที่เขายังมีอำนาจอยู่ก็สิ้นเื่ ในเมื่อ พระบิดาไม่เคยโปรดเขาไม่ว่าเขาจะพยายามเพียงใดอดทนต่อทุกสิ่งเพียงใด...สุดท้ายแล้วบิดาก็ไม่เคยเหลียวแลที่ทรงยัดเยียดตำแหน่งรัชทายาทให้เป็เพราะเสด็จพี่ทั้งสองล้วนไม่อยากนั่งบัลลังก์้าเข้าสู่เส้นทางผู้ฝึกยุทธโลดเเล่นในยุทธภพ...เพราะมีลูกแค่สามคน จึง ทรงจำใจต้องให้เขาสวมหัวโขนรัชทายาท....ตอนนี้ทรงได้ลูกชายเพิ่มถึงสองคน...ต่อไป เขาคงหนีไม่พ้นถูกถอดยศ
"หากเมตตาต่อข้ารับใช้แล้วพวกเขาภักดีข้าคงมีข้ารับใช้ภักดีเต็มวัง ไม่ต้องอาบน้ำเย็นไม่ต้องกินอาหารเย็นชืดไม่ต้องถูกนินทาระยะเผาขน...ถูกข้ารับใช้ละเลยเช่นนี่"เด็กชายพึมพำขณะที่ั์ตาคลอหน่วงด้วยน้ำตา ทว่าเ้าตัวพยายามสะกดกลั้นความเศร้าเอาไว้
หนิงหรงเห็นท่าทางผิดปกติของเด็กชายแล้วฉุกคิด...รัชทายาทต่อให้ยังไม่มีอำนาจในมือที่แท้จริง เพราะเพิ่งจะห้าขวบทว่าไม่ควรมีทีท่าราวกับลูกชัง ที่ถูกบิดาทอดทิ้งเช่นนี้...
"แล้วอย่างไร!"หนิงหรงถามด้วยน้ำเสียงเ็าเสียดสี "ถูกผู้อื่นรังแกแล้วอย่างไร กำจัดมดปลวกพวกนั้นเสียเปิดโปงความผิดคนเ่าั้ ลงโทษให้เป็เยี่ยงอย่าง แสดงอำนาจของเ้าออกมา...ขณะที่คนอื่นๆเ้าก็แสดงเมตตา ทำดีให้รางวัล ทำผิดพลาดก็ลงโทษให้หลาบจำหาใช่เ้าควรทำตัวตกต่ำทำลายชื่อเสียงตนเอง ทุบตีคนตามใจเป็เหตุให้สถานะตัวเองไม่มั่นคง แค่นี้เ้าก็ทำไม่ได้ ยังมีหน้าอันใดมาทุกข์โศกอีก!"หนิงหรงเย้ยหยันทำตัวเองตกต่ำก็ควรน้อมรับแต่โดยดี จะเศร้าโศกด้วยเหตุใด!
ฮุ่ยเทียนหลงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเขามัวแต่ทุกข์โศกคาดว่าบิดาไม่รัก สุดท้ายก็ต้องถูกปลดจึงไม่ทันคิดว่าต้องทำสิ่งใด นอกจากทำตามใจตนเองยอมถูกปลดแต่โดยดี...
"แต่...พระบิดาไม่เคยโปรดข้าทรงด่าว่าข้าตลอดเวลา ข้าทำสิ่งใดไม่เคยได้ดั่งใจพระองค์...บัดนี้ทรงมีองค์ชายน้อยเพิ่มมาถึงสองพระองค์เกรงว่าตำแหน่งรัชทายาทก็คงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว...ข้าไม่มีพระมารดาคอยปกป้องเมื่อไร้ฐานะรัชทายาท ชีวิตข้าคงตกต่ำถูกแม้กระทั่งคนใช้รังแก...บางทีแม้แต่ชีวิตก็ไม่อาจจะรักษาไว้ได้"เสียงของเด็กชายขมขื่นพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา...โดยไม่รู้ตัว ั้แ่จำความได้เขาไม่เคยพูดความในใจต่อผู้ใด ไม่เคยไว้วางใจแม้กระทั่งผู้เป็อาจารย์เขาเก็บทุกสิ่งไว้ในใจ ทว่าวันนี้กลับเผลอพูดทุกสิ่งออกมา
แม้ไม่อยากเป็รัชทายาทแต่ตำแหน่งนี้ก็คุ้มหัวเขามานานปีให้เขาปลอดภัยไม่มีผู้ใดกล้าเตะต้อง...ดังนั้นสูญสิ้นตำแหน่งขีวิตเขาก็ไม่ปลอดภัยบางทีอาจถึงตายเพราะการแก่งแย่งอำนาจในวังใครบ้างละไม่อยากให้ลูกตัวเองนั่งบัลลังก์ ส่งตัวเองขึ้นเป็ไทเฮา
"แล้วอย่างไร...พระบิดาเ้าไม่โปรดเข้มงวด ดุด่าแล้วอย่างไร!"หนิงหรงถามเสียงเ็า "บิดาเ้าเป็ฮ่องเต้ทุกลมหายใจเพื่อแผ่นดิน การเข้มงวดต่อเ้าดุด่าเ้าก็เพื่อ้าให้เ้าเป็ฮ่องเต้ที่ปรีชาสามารถนอนาคต...แต่เ้ากลับโง่เง่าตัดสินใจทำลายชื่อเสียงทำลายอนาคตตัวเอง ทำตัวเป็อันธพาล แม้ข้าจะเพิ่งเคยพบเ้าเพิ่งเคยเห็นพฤติกรรมของเ้าข้าก็มั่นใจว่าเ้าทำจนติดนิสัยไปแล้ว...ต่อไปหากถูกถอดยศก็ไม่แปลกอะไร"
"สุดท้ายข้าก็ต้องถูกถอดยศอยู่ดี ในเมื่อเป็แบบนี้เ้าจะมัวมาเสียเวลากับข้าทำไมปล่อยข้ากลับวังหลวงไปใช้ชีวิตเป็อันธพาบต่อไปจนวันที่ข้าถูกถอดยศไม่ดีกว่าหรือ"
หนิงหรงได้ยินแล้วส่ายหัวทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายเด็กคนนี้เดิมทีคงไม่ได้มีนิสัยอันธพาลเลวร้าย ทว่าเป็เด็กขาดความอบอุ่นสุดท้ายแล้วจึงทำตัวเป็เด็กมีปัญหาแทน...
ดูท่าว่านางต้องเสี้ยมสอนให้เด็กน้อยชี้ทางสว่างในการเอาตัวรอดยืนหยัดในวังหลวงเสียแล้ว....
"ข้าออกปากแล้วสิบวันจะส่งมอบรัชทายาทที่ทำตัวสมกับตำแหน่งให้ฮ่องเต้ข้าไม่มีทางผิดคำพูด....เดิมทีข้าคิดว่าต้องบังคับทุบตีใช้ไม้แข็งเปลี่ยนแปลงเ้าเเต่เมื่อเ้ายังไม่ถึงขั้นเกินเยียวยา...หากว่าเชื่อฟังข้าทุกอย่าง ตลอดสิบวันนี้ข้ารับรองได้ว่าต่อไป เ้าจะต้องเป็ลูกรักของฮ่องเต้ได้แน่ท่านฮ่องเต้ผู้เฒ่านั้นจัดการไม่ยาก"หนิงหรงแสยะยิ้มชั่วร้าย
ฮ่องเต้แค่เข้มงวดกับรัชทายาทเท่านั้นขณะที่รัชทายาทเด็กเกินไปไม่มีมารดาข้างกายจึงเป็คนขาดความอบอุ่นไม่มีผู้ใดคอยชี้แนะ จึงไม่เข้าใจเจตนาของฮ่องเต้ได้แต่คิดว่าพระองค์ไม่รัก....หากไม่รักจริง ด้วยนิสัยเสื่อมเสียทำตวอันธพาลขององค์ชายน้อยนี้เขาคงถูกแดะโด่งจากตำแหน่งไปแล้วแม้ลูกชายคนโตทั้งสองของฮ่องเต้ไม่อยากนั่งบัลลังก์แต่ฮ่องเต้ก็ยัดเยียดตำแหน่งให้พวกเขาที่โตกว่าองค์ชายหลายสิบปีได้เหตุใดต้องยัดตำแหน่งให้เด็กน้อยผู้นึง....ฮึๆ เจตนาก็เห็นอยู่แล้วองค์ชายที่ไร้มารดาและยังเด็กเกินไปปกป้องตัวเองไม่ได้ ไร้เดียงสาการมีตำแหน่งรัชทายาทคุ้มหัวไว้ย่อมปลอดภัย...ฮ่องเต้วางแผนปกป้องลูกชายคนเล็กอย่างดี
คิดได้ดังนั้นหนิงหรงไม่รอช้าบอกเล่าความคิดนี้ให้เด็กชายฟังแม้เด็กชายจะไม่เชื่อถือนัก ทว่าแววตามีความหวังลุกโชนขึ้นมา
“ข้าฮุ่ยเทียนหลง รับปากยอมทำตามญาติผู้พี่ทุกอย่างขอท่านโปรดชี้แนะ”เด็กน้อยเปลี่ยนคำเรียกหาอย่างว่องไวคนตรงหน้าแม้จะอายุเท่าเขาทว่าสติปัญญาเป็เลิศ มีพร์ด้านการฝึกยุทธ หนำซ้ำยังมีอำนาจในมือได้ยินมาว่านางมีท่านถางอี้เหรินเป็อาจารย์ มีอ๋องฮุ๋ยหนุนหลังล่าสุดยังมีฮ่องเต้ แต่งตั้งให้เป็ท่านหญิง รับเป็คนของราชสำนักหากมีคนผู้นี้หนุนหลัง อนาคตตำแหน่งรัชทายาทของเขาต้องมั่นคงแน่
"เห็นแก่ที่เ้าเรียกขานข้าเป็ญาติผู้พี่ข้าจะช่วยเ้าอย่างเต็มที่”หนิงหรงพึงพอใจกับคำว่าญาติผู้พี่ “พรุ่งนี้เช้าบทเรียนต่อไปของเ้าคือฝึกความอดทน..."หนิงหรงยิ้มเย็น
'จะมีคนถูกรังแกแล้วววว'เสี่ยวไป๋ตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น ความอดทนที่ว่าแม้แต่เหล่าองค์รักษ์และเสี่ยวไป๋ฝึกแล้วยังต้องโอดครวญ...เด็กน้อยเอ๋ย เ้าแย่แน่ๆ
คืนแรกเด็กชายถูกส่งตัวให้หวงเหวินรักษารอยฟกซ้ำต่างๆโดยตลอดทั้งคืนมีเสี่ยวไป๋นอนข้างๆ ทำหน้าที่เป็ผู้คุมตลอดสิบวันที่ฮุ่ยเทียนหลงอยู่ที่บ้านหลังนี้
เช้ามืดเสี่ยวไป๋ผู้ไม่เคยตื่นเช้ากลับกระตือรือร้นตื่นขึ้นมาโดยไม่มีใครปลุก ก่อนจะลากให้เด็กชายตื่นนอนอีกคนท่ามกลางเสียงโวยวายของเด็กชายที่้านอนต่อทว่าพอเห็นเสี่ยวไป๋แยกเขี้ยววาววับ รัชทายาทก็ตื่นเต็มตา รีบลุกมาล้างหน้าเดินตามแรงดึงของของเ้ากระต่ายน้อยอย่างว่าง่าย
หงหนิงหรง ให้โอวาทในยามเช้า“ภายในสิบวันนี้ ข้าจะให้เ้าฝึกยุทธกับข้าเรียนทุกสิ่งที่ข้าเรียนทำทุกสิ่งที่ข้าทำ หลังจากสิบวันนี้ไปแล้วนั่นคือบททดสอบของเ้า หากผ่านไปได้เ้าจะกลายเป็รัชทายามที่แข็งแกร่ง”หนิงหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงชั่วร้ายเ้าเล่ห์
ฮุ่ยเทียนหลงรัชทายาท เขาก็เคยฝึกถึงจะพลังยุทธจะอยู่แค่ระดับสองก็เถอะ...การฝึกยุทธของเด็กผู้หญิงคนนึงจะแค่ไหนกันเชียว จะทำให้เขาแข็งแกร่งได้อย่างไร
ฮุ่นเทียนหลงแสดงสีหน้าไม่เชื่อถือในคำพูดของหนิงหรงทว่าหลังจากที่การฝึกเริ่มขึ้น เขาก็รู้แล้วว่านรกมีจริง!
หนิงหรงให้จ้าวอี้หานผู้ถึงทรายหนักครึ่งกิโลที่แขนและขาของเทียนหลงก่อนจะเริ่มวิ่งรอบบ้านสิบรอบ
“เร็วๆเข้าชักช้าอยู่ได้”หนิงหรงที่วิ่งจนครบรอบะโเร่งเทียนหลงที่เพิ่งวิ่งได้ห้ารอบความเร็วก็ช้าลงหนำซ้ำยังหอบหายใจ
“แฮ่ก แฮ่ก ข้า...แฮ่กถูกผูกถุงทรายทั้งแขนทั้งขา จะวิ่งเร็วแบบเ้าได้ยังไง แฮ่กแฮ่ก”เทียนหลงวิ่งไปหอบหายใจไป อดที่จะบ่นไม่ได้นางวิ่งตัวปลิวขนาดนั้นจะเข้าใจคนที่ถูกผูกถุงทรายแบบเขาได้ยังไง
“ไม่ใช่แค่เ้าที่ผูกถุงทรายข้าเองก็มี”หนิงหรงถกแขนเสื้อและขากางเกงให้ดูถุงทรายใหญ่กว่าเขาถึงสองเท่าทว่านางกลับวิ่งได้อย่างคล่องแคล่ว “ข้าผูกติดตัวไว้ตลอดเวลา เ้าอย่าพูดมากรีบๆวิ่งเข้ายังมีการฝึกอื่นรออยู่อีก”
เสี่ยวไป๋เห็นเหตุการณ์แล้วหัวเราะท้องแข็ง‘โง่เง่ายิ่งบอบบางอย่างเ้ารึจะสู้จอมโหดได้ถุงทรายแค่ครึ่งกิโลสะสู้ถุงทรายหนักสองกิโลได้อย่างไร’
หนิงหรงหัวเราะเล็กน้อยในขณะเหลือบมองเ้ากระต่าย“เ้าเองก็อย่าเนียน...ไปวิ่งเดี๋ยวนี้!”
คราวนี้เ้ากระต่ายอ้าปากค้างท่ามกลางเสียงหัวเราะของเหล่าองค์รักษ์และเสี่ยวเมิ่ง...
หนิงหรงหันควับไปมองกลุ่มคนที่มายืนรุมดูการฝึกก่อนจะเหยียดยิ้มชั่วร้าย “พวกเ้าก็ไปลงสนาม...ผูกถุงทรายคนละสองกิโล”
คราวนี้ไม่มีใครรอดตัวไปได้โดนฝึกกันถ้วนหน้า!
ถางอี้เหรินหัวเราะลั่นเป็คนสุดท้ายขณะเห็นเหล่าองค์รักษ์ทำหน้าตาอมทุกข์
“ศิษย์รักแม้แต่เหล่าองครักษ์เ้าก็ไม่เว้นเลยนะ”ถางอี้เหรินกล่าวขณะรินน้ำยื่นให้หนิงหรงที่นั่งลงบนม้าหินใกล้ๆแววตาของนางคอยจับจ้องทุกคนวิ่งรอบบ้าน โดยเฉพาะรัชทายาท
“วิ่งให้เร็วกว่านี้เสี่ยวเทียน”หนิงหรงรับน้ำมาขณะะโบอกรัชทายาทที่พอได้ยินคำพูดก็กัดฟันเร่งฝีเท้า...
นางเป็สตรีกลับแข็งแกร่งกว่าเขาฮุ่ยเทียนหลงแล้วจะให้เอาหน้าไปไว้ที่ไหน...ไม่ได้เขาไม่ยอมแพ้นางเด็กขาด
“เ้าว่ารัชทายาทจะรอดสิบวันนี้ไปได้ไหม”ถางอี้เหรินถามขึ้น
ขณะหนิงหรงยกน้ำมาดื่มรวดเดียวหมด
“หากว่าแค่นี้ยังไม่รอด อดทนไม่ได้ตำแหน่งรัชทายาทก็สมควรจะเปลี่ยนคนได้แล้ว”หนิงหรงน้ำเสียงเ็ายิ้มเยาะ“ไม่มีใครกำหนดชีวิตของเขาได้นอกจากตัวเขาเอง”แน่นอนถ้าเป็แบบนั้นนางจะไม่เสียเวลากับคนไร้ค่าที่ไม่แม้แต่จะพยายามดิ้นรนเพื่อนตัวเอง...ถ้าเขากล้ายอมแพ้ไม่อดทนนางก็จะไม่ช่วยเหลือใดๆอีก
“แต่ดูแล้วรัชทายาทคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ”ถางอี้เหรินจิบชาในมือขณะอมยิ้มเมื่อรัชทายาทสิ่งจนครบรอบ ยืนหอบหายใจอยู่ไม่ไกล
“เข้าก็แค่ไม่อยากยอมแพ้สตรีเช่นข้าเท่านั้น”หนิงหรงยิ้มอย่างพอพอใจที่รัชทายาทแววตาดูลุกโชนด้วยความมุ่งมั่น...ทว่านี่เพิ่งจะแค่เริ่มต้นนรกเท่านั้นนางอยากรู้นัก เขาจะรอดวันนี้ไปได้ไหม...ฮึฮึ
หนิงหรงรอจนทุกคนวิ่งครบรอบจึงเริ่มฝึกโหนบาร์ไม้ ยกน้ำหนัก ฝึกกำลังแขนท่ามกลางความเหนื่อยล้ารัชทายาทตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อ คิดว่าการฝึกคงใกล้จะจบแล้วทว่า...
“ไปที่หน้าผาเตรียมตัวปีนผากันต่อ”หนิงหรงยิ้มเย็น
เทียวหลงถึงกับคอตก...“ปะ...ปีนหน้าผา!”เขาตกตะลึงกับการฝึกของนาง คนผู้นี้ใช่มนุษย์จริงหรือเหตุใดจึงฝึกโหดถึงเพียงนี้ นางห้าขวบจริงๆใช่ไหม...
หนิงหรงและถางอี้เหรินเดินนำเข้าไปในป่าท่ามกลางเหล่าสัตว์อสูรที่แอบดูตามพุ่มไม้ บนต้นไม้ หลังต้นไม้ ทว่าแอบอย่างไรก็ไม่มิดเพราะแต่ละสูงใหญ่กว่าหนึ่งเมตรขึ้นไป
เทียนหลงก้าวเดินขณะรู้สึกว่าตัวเองขาสั่นหวาดกลัวเหล่าสัตว์อสูรที่อยู่ในระยะประชิดเหล่านี้ห่างออกไปไม่เกินห้าเมตร พวกมันต่างแอบจ้องมองมาด้วยความสงสัยบางตัวก็มองมาที่เขาด้วยแววตาหิวกระหายอยากกินเขาทว่าหนิงหรงนางกลับสงบนิ่งไร้ซึ่งความหวาดกลัวเหล่าสัตว์อสูรฝูงใหญ่นางมีท่าทางสบายๆราวกับกำลังเดินชมนกชมไม้
เป็เหล่าสัตว์อสูรเสียอีกที่แตกกระเจิงเมื่อหนิงหรงตวัดสายตามองเขาได้ยินนางบ่นพึมพำ “เหอะ...นึกว่าจะแน่อยากกินข้ารึ...มองแค่นี้ก็วิ่งหนีป่าราบใครจะกินใครกันแน่ หึ! เป็แค่อาหารยังกล้ามาอวดดีต่อหน้าข้า”
“ควับ ควับ”เสี๋ยวไป๋แยกเขี้ยวกางกรงเล็บกวัดแกว่งไปมาในอากาศ คล้ายจะสนับสนุนคำพูดของเ้านายมันขณะเลียริมฝีปาก
เทียนหลงได้แต่อ้าปากค้างเกิดมาเพิ่งเคยเห็นอะไรแปลกประหลาดแบบนี้...นางถึงกับข่มขู่สัตว์อสูรเห็นพวกมันเป็อาหาร...นางใช่มนุษย์แน่หรือ นางมีความกลัวบ้างหรือไม่! นางใจกล้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!
หนิงหรงรับรู้ได้ว่าถูกมองจึงหันไปมองสีหน้าของรัชทายาทที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง ควาสับสน และคำถามมากมาย
“ฮึ...โลกใบนี้ผู้อ่อนแอย่อมตกเป็เหยื่อของผู้แข็งแกร่ง”หนิงหรงกล่าวแววตาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวเองลุกโชนด้วยความบ้าบิ่น กล้าหาญ หยิ่งผยองที่เทียนหลงตาค้าง ก่อนนางจะหันกลับไป พูดคุยกับถางอี้เหรินที่เดินข้างๆ
นางหมายความว่า..สัตว์อสูรพวกนั้นอ่อนแอเป็ได้แค่อาหารของนาง...นางไปเอาความมั่นใจเช่นนั้นมาจากไหนนางแค่พลังยุทธระดับห้าเหตุใดนางไม่กลัวสัตว์อสูรที่พลังยุทธไม่ต่ำกว่าระดับเจ็ดเ่าั้ทว่าเมื่อเขาเหลือดูเหล่าองค์รักษ์ เสี่ยวไป๋ และถางอี้เหรินเขาก็พบว่าคนเหล่านี้ล้วนเป็ยอดยุทธและผู้ที่อยู่ห่างยอดยุทธเพียงขั้นเดียว...องค์รักษ์หกคนสาวใช้ยอดยุทธหนึ่งคน อาจารย์ถางอี้เหริน และกระต่ายยอดยุทธหนึ่งตัวทั้งเก้าล้วนพลังยุทธสูงส่งสมควรแล้วที่นางจะหยิ่งผยองไม่เห็นเหล่าสัตว์อสูรในสายตา ผู้คุ้มครองนางทั้งเกาสามารถรับมือสัตว์อสูรได้อย่างสบายๆ
ในที่สุดท่ามกลางเช้ามืดที่พระอาทิตย์ใกล้จะขึ้นก็มาถึงหน้าผาที่หน้าผามีหมาป่าตัวสูงกว่าสองเมตรห้าตัวรออยู่ พวกมันดูเป็มิตรกับหนิงหรงและเสี่ยไป๋ยิ่งเมื่อทั้งคู่เดินเข้าไปหาขณะที่คนอื่นๆที่จะคุ้นเคยกับฝูงหมาป่า ทว่าก็ถอยหลังเว้นระยะห่างจากพวกมันด้วยความระมัดระวัง
หนิงหรงกล้าเข้าใกล้เหล่าหมาป่าสีเงินถึงขั้นเทยาในมือป้อนหมาป่าทั้งห้าตัวที่ก้มหัวลงมากินยาแต่โดยดี
“ยังไงวันนี้ก็ฝากพวกเ้าดูแลความปลอดภัยตอนพวกข้าปีนหน้าผาเหมือนทุกวันด้วย”หนิงหรงกล่าว ขณะที่เสี่ยวไป๋ะโหายเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว
หมาป่าทั้งห้าพยักหน้ารับปากคำพูดของหนิงหรง
“แกว้กแกว้ก”เสียงนกั์ร้องขณะลมหอบใหญ่พัดมาใกล้ เงาดำสี่ห้าเงาของนกั์ทาบลงบนพื้นทำให้แสงอาทิตย์ที่มีอยู่น้อยนิดถูกบดบังชั่วคราวเหล่าองครักษ์ะโขึ้นหลังนกั์เ่าั้ มีเสี่ยวไป๋ขี่อยู่บนหลังเ้านกที่ดูจะเป็หัวหน้า
“พวกเ้าไปเตรียมอุปกรณ์ปีนหน้าผาให้พร้อมเรียบร้อยแล้วกลับมารายงานข้า”คนเ่าั้พยักหน้ารับรู้ก่อนจะผุกเชือกกับต้นไม้ใกล้ๆสี่ห้าเส้นต่อต้นไม้หนึ่งต้นตามแนวหน้าผา ทดสอบความแข็งแรง พวกเขาโรยเชือกลงบนหน้าผาทดสอบความเเข็งแรงขณะสั่งให้นกั์บินลงหน้าผาค่อยๆตรวจสอบความแข็งแรงทุกจุดบนเส้นเชือกลงไปตามหน้าผาขณะอยู่บนหลังนก
“เ้า...จะปีนหน้าผานี้จริงๆรึ...”เทียนหลงหน้าซีดขณะรู้สึกขาสั่นเมื่อชะโงกหน้ามองหน้าผาที่หนิงหรงบอกสูงกว่าสองร้อยเมตรสูงจนมองเห็นต้นไม้เบื้องล่างหน้าผาเหลือต้นเล็กนิดเดียว
หนิงหรงยิ้มเย็น ขณะถางอี้เหรินคล้องปลายเชือกให้ที่เข็มขัดหนังที่เอวซึ่งสั่งทำมาพิเศษเพื่อผูกกับเชือกเวลาปีนหน้าผาซึ่งหน้าตาคล้ายเป็โครงของกางเกงขาสั้น ทั้งยังมีเหล็กยึดตามจุดต่างๆสิ่งของนี้หนิงหรงเป็คนออกแบบและสั่งทำเอง หนิงหรงในชาติก่อนชอบกีฬาผาดโผนอย่างปีนหน้าผาจึงค่อนข้างคุ้นเคยกับอุปกรณ์ปีนผา จึงสั่งทำขึ้นมา
แรกๆถางอี้เหรินและทุกคนนึกทึ่งกับอุปกรณ์หน้าตาประหลาดทว่าใช้แล้วปีนหน้าผาได้อย่างปลอดภัยจนถางอี้เหรินนำขึ้นถวายให้ฮ่องเต้ทอดพระเนตรจนพระองค์สั่งให้ช่างหลวงศึกษาและทดลองทำขึ้นมาเพื่อไว้ใช้ประโยชน์ทางทหารและอื่นๆ
ถางอี้เหรินเคยถามอย่างตรงไปตรงมาถึงที่มาของหนิงหรงเพราะเขาไม่เชื่อส่านางเป็แค่เด็กห้าขวบเท่านั้นสุดท้ายหนิงหรงจึงเล่าความเป็มาของตัวเองให้ฟังดังนั้นถางอี้เหรินจึงยิ่งโปรดปรานถือหางลูกศฺาย์ขึ้นนี้มากขึ้นประหนึ่งนางเป็ลูกหลานของเขาเลยทีเดียว
ทุกคนกลับขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะพากันสวมเข็มขัดหนัง และจับรัชทายาทสวมเช่นกัน
“ด่านนี้นับว่าโหดที่สุดเ้าก็อย่ามัวแต่กลัวจนขาสั่นละ”หนิงหรงแสยะยิ้มขณะเริ่มต้นโรยตัวปีนหน้าผาล่วงหน้าลงไปคนแรก
เทียนหลงที่กลัวจนขาสั่นถูกหนิงหรงล้อเลียน เขาได้แต่กัดริมฝีปากก้มหน้าด้วความอัปอายปลุกปลอบใจตนเองว่านางเป็แค่สตรี อายุเท่าเขายังทำได้ ทำไมเขาจะอดทนทำไม่ได้
เขาชะเง้อคอมองหนิงหรงที่ปีนอย่างคล่องแคล่วสุดท้ายเขาจึงกัดฟันยอมปีนลงหน้าผาทำตามคำสอนของเยี่ยนเฟยและหวงเหวินที่ประกบอยู่ซ้ายขวา ด้วยความระมัดระวังขณะที่ถางอี้เหรินและเสี่ยวไปอยู่บนหลังนก บินประกบคอยระวังพวกเขาหากมีใครพลาดตกหน้าผาจะได้ช่วยหิ้้วขึ้นมาทัน
ในไม่ช้าแสงแดดยามเช้าก็สาดส่องไปทั่วทั่วขับไล่ความมืดยามค่ำคืนหายไปจนสิ้นเทียนหลงรู้สึกปวดร้าวกล้ามเนื้อทุกครั้งที่ขยับตัว มีบางครั้งมือเท้าพลาดทำตัวเองลื่นดีว่ามีเชือกคล้องเอวไว้หาไม่คงล่วงตกหน้าผาตายไปแล้วกระนั้นเขาก็ยังคงตัวกระเเทกหน้าผาหลายครั้งจนได้าแยามที่มืเท้าลื่นเพราะความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อกว่าเขาจะปีนจนถึงพื้นเบื้องล่างของหน้าผา หนิงหรงก็ลงไปรออยู่นานแล้ว หนำซ้ำยังมีเวลาเดินเก็บสมุนไพรที่อยู่ข้างล่างหน้าผาได้มาหอบใหญ่ถูกยัดไว้ในห่อผ้าสะพายไว้บนหลัง
เมื่อหนิงหรงเห็นอีกฝ่ายลงมาถึงพื้นได้ทว่าสภาพสะบักสะบอมเหลือจะทนจึงกล่าวว่า
“เ้าจะยกเลิกการฝึกก็ได้นะดูสภาพเ้าแล้วไม่น่าจะปีนขึ้นไปไหว ข้าจะให้เสี่ยวไป๋พาบินขึ้นไป แต่ถ้าเ้ายกเลิกข้าจะส่งเ้าหลับวังหลวงทันที ถือว่าเ้าไร้ความสามารถที่จะฝึกความอดทนได้”
เทียนหลงกัดฟัน ถลึงตามองอีกฝ่ายถึงตอนนี้เขาจะปวดกล้ามเนื้อแทบตาย เ็ปไปทั่วร่าง แต่เื่อะไรเขาจะยอมแพ้นางหนิงหรงยังฝึกแบบนี้ได้ทุกวันทำไมเขาจะฝึกบ้างไม่ได้
“ข้าก็แค่เพิ่งเคยฝึกหนักครั้งแรกให้ขาพักสักครู่ค่อยปีนขึ้นไปใหม่ เื่อะไรข้าจะยอมแพ้เด็กผู้หญิง ไม่มีทาง!”รัชทายาทเสียงสะบัดด้วยความโกรธเคืองที่คนตรงหน้าดูถูกเขา
“ดี...แล้วข้าจะคอยดู”หนิงหรงยิ้มเยาะ“พวกเ้าเอายาแก้ปวดให้รัชทายาทกิน”หนิงหรงสั่งก่อนจะปีนขึ้นหน้าผาอย่างคล่องแคล่ว“อ้อลืมไปว่าต้องให้นี่เ้าด้วย”หนิงหรงโยนถุงมือหนังลงมา ตกใส่หน้ารัชทายาทเต็มๆ
“โอ้ย”เทียนหลงร้อง“เ้าให้ดีๆไม่เป็รึไง”เทียนหลงเงยหน้าะโด่าคนที่หันกลับไปปืนผาต่อทว่าก็ะโตอบกลับมา
“ใส่สะก่อนที่มือเ้าจะพังมากไปกว่านี้...”น้ำเสียงของหนิงหรงฟังดูเหมือนสะใจ
“เ้าจงใจลืม แกล้งข้าใช่ไหม!”เทียนหลงะโถามด้วยความโกรธเคือง
“แล้วแต่เ้าจะคิด”เสียงหนิงหรงตอบกลับมาขณะหัวเราะเสียงดังก้องหน้าผา
“ยัยตัวร้าย!”รัชทายาทะโด่าก่อนจะรับยาแก้ปวดจากหวงเหวินมา
“ส่วนนี้เป็ยาช่วยเพิ่มกำลังชั่วคราวรัชทายาทเสวยลงไปแล้วจะช่วยให้กล้ามเนื้อมีกำลังงเพิ่มขึ้น”หวงเหวินแอบกระซิบเบาๆขณะยัดยาเม็ดให้รัชทายาทกลัวจอมโหดที่ปีนหน้าผาห่างไปเกือบสิบเมตรจะได้ยินแล้วยื่นน้ำดื่มในถุงหนังข้างเอวให้ “รีบเสวยเถอะพะยะคะ”
เทียนหลงรีบรับยามากินทันทีป่านไปสิบนาทีเขาเริ่มรู้สึกว่ายาออกฤทธิ์อย่างรวดเร็วทำให้อาการปวดลดลงขณะที่กล้ามเนื้อเหมือนจะแข็งแรงขึ้น จึงเริ่มปีนกลับขึ้นไป เมื่อถึงยอดหน้าผาเทียนหลงก็ตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อ หอบหายใจพักใหญ่ขณะที่หนิงหรงกลับนังกินผลไม้อย่างสบายใจ ไม่มีท่าทีเหนื่อยเพลีย
“พวกเ้าที่เหลือปีนหน้าผาได้”หนิงหรงหันไปสั่งองครัก์ที่ยังไม่ได้ปีนหน้าผาแม้กระทั่งเสี่ยวไป๋ก็ไม่เว้น
เสี่ยวไป๋ไม่ต้องใช้เชือกแค่กรงเล็บที่แหลมคมก็ทำให้เสี่ยวไป๋ปีนขึ้นลงหน้าผาได้อย่างรวดเร็วสองสามรอบขณะที่มนุษย์ปีนไปได้แค่รอบเดียว
“ดีมากเสี่ยวไป๋”หนิงหรงชมเชยขณะยื่นผลไม้สีแดงกลิ่นหอมหวานให้กินเป็หมาป่าที่ให้เ้าลิงน้อยที่แอบดูอยู่ไปเก็บผลไม้มาให้
เมื่อทุกคนปีนหน้าผาครบหนิงหรงก็ยกขบวนกลับเ้านกั์ฝูงนั้นที่ถูกใช้งานเสร็จก็บินกลับรังตัวเองพวกมันถูกเสี่ยวไป๋บังคับใช้งาน หากไม่ฟังเสี่ยวไป๋จะจับพวกมันกิน หากยอมให้ใช้งานเสี่ยวไป๋ก็ให้คำมั่นกับพวกมันว่า เสี่ยวไป๋จะไม่ทำร้ายพวกมันดังนั้นนกั์ทั้งหลายจึงยินยอมทำตามคำสั่งอันธพาลน้อยนี้ทั้งป่านอกจากกิเลนทองผู้ครองครองอาณษเขตแห่งหุบเขาอสูรแล้ว ก็มีเ้ากระต่ายน้อยเสี่ยวไป๋นี่ละที่ทำให้ทั้งป่าต้องหลีกเลี่ยงมัน...จะกละที่เขมือบผู้อื่นทั้งเป็!
หลังจากกลับมาทุกคนแยกย้ายกลับอาบน้ำกินข้าวหนิงหรงฝึกการใช้อาวุธต่าง ท่ามกลางเสียงบ่นงึมงำของรัชทายาทที่เหนื่อยจนแทบสลบทว่าก็ยังกัดฟันเรียนพื้นฐานการใช้อาวุธต่างๆ ยังมีวิชาตัวเบา วิชาค่ายกลการเดินหมากรุก แล้วตกบ่ายยังมีวิชาแพทย์ การปรุงโอสถ และยาพิษหนิงหรงเรียนสิ่งต่างมากมาย ขณะฉายแววความเป็อัจฉริยะ
ขณะที่รัชทายาทเหนื่อยสายตัวแทบขาดถึงอย่างนั้นด้วยความที่เป็รัชทายาทก็ถูกเคียวกรำกับการเรียนมาไม่น้อยจึงได้แต่กัดฟันอดทนเรียนกับหนิงหรง ่บ่ายสิ่งที่เขาได้เรียนคือยาพิษ เพื่อให้ชีวิตเขาปลอดภัยจากการถูกลอบวางยาพิษ หนิงหรงและหวงเหวินผู้เป็แพทย์โอสถลงความเห็นว่ารัชทายาทเช่นเขาสมควรเน้นหนักในเื่นี้
กว่าจะหมดวันรัชทายาทผู้เคยทำตัวเป็อันธพาลก็ถูกถอดเขี้ยวเล็บจนสิ้นวันทั้งวันเขาถูกหนิงหรงกลั่นแกล้งเล็กๆน้อยๆอย่างอาหารเย็นก็แอบวางยาพิษที่ไม่เป็อันตรายถึงชีวิตทว่าก็คันไปทั้งตัวปีนหน้าผาก็แกล้งไม่ให้ถึงมือป้องกันการาเ็เวลาเรียนอาวุทก็รังแกเขาลงไปกองกับพื้นโดยเฉพาะพวกดาบ หรือต่อสู้มือเปล่ายังมีเวลาเรียนอาวุธลับนังก็หันกลับมาเล็กเฉียดหน้าเขาไปนิดเดียว....
คนผู้นี้ปากบอกว่าจะช่วยเขาให้เป็ที่ชื่นชมของเสด็จพ่อแต่การกระทำกลับกลายเป็กลั่นแกล้งเขาตลอดเวลา! สรุปว่านางหวังดีหรือประสงค์ร้ายกันแน่!
ทุกวัน เขาต้องตื่นแต่เช้าขึ้นมาวิ่งยกน้ำหนัก ปีนหน้าผาลึกสองร้อยเมตร ฝึกซ้อมพลังยุทธ ฝึกใช้อาวุธต่างๆเรียนวิชาค่ายกล เรียนหมากรุก เรียนแม้กระทั่งการแพทย์ การปรุงโอสถและยาพิษ...เรียนสารพัดอย่าง จนหัวเขาพองโต และปวดร้าวไปทั่วร่างกาย สิบวันเขากลายเป็คนเคยชินกับการตื่นเช้าถูกออกคำสั่ง ถูกกลั่นแกล้ง ใช้ชีวิตภายใต้คำสั่งของผู้อื่นลิ้มรสชาติการตกเป็เบี้ยล่าง ถูกละลายพฤติกรรม กลายเป็คนเชื่อฟังคำสั่งโดยไม่รู้ตัว...