ตอน 5 ตายเอาดาบหน้า
"ใจดำจริงๆ แม้กระทั่งลูกชายแท้ๆยังสั่งลงโทษหนักขนาดนั้น แล้วฉันล่ะจะเหลืออะไร ญาติก็ไม่ใช่ ลูกก็ไม่ใช่ขืนยังดื้อดึงมีหวังได้กลายเป็ผีอีกรอบแน่"ชิงเหนียนยืนก้มหน้านิ่งเงียบไม่พูดอะไร นางพยายามเชื่อฟังนายใหญ่ว่าอย่างไรก็เอาตามนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เกิดปัญหาชิงเหนียนเองคิดแต่ว่า "เอาวะเป็ไงค่อยว่ากัน หวังตายเอาดาบหน้า"
หารู้ไม่ว่าหรงชิงเหนียนกำลังจะได้ไปอยู่ข้างกายชายวิปลาสที่ชื่อเสียงฉาวโฉ่รังแกสตรีเป็ว่าเล่น ไม่ต่างอะไรกับคนแซ่หลิ่วนั่นเถียจ้านจวิ้นคนนี้มักถูกขานลือว่าร้ายกาจเกินคน ไม่ว่าสตรีนางไหนก็ไม่ขอเข้าใกล้แต่ไหนเลยใครจะรู้ว่าพื้นเพเื้ันั้น เถียจ้านจวิ้นผู้นี้เป็เฉกเช่นมหาบุรุษที่ไม่ว่าใครได้ก็ต้องอิจฉา
ยามซวี (戌:xū) คือ 19.00 - 20.59 น.
ค่ำคืนที่เงียบสงัดหลังจากที่ทุกคนทานอาหารเย็นกันอย่างอร่อย ไม่มีใครสนใจโม่หยางเค่อแม้สักคนเขาต้องนอนคว่ำตัวโอดโอยในเรือนเล็กหลังจวน...
กึกึๆ... เสียงชิงเหนียนเคาะประตูเรือนเบาๆ
"ใครน่ะ "หยางเค่อส่งเสียงไถ่ถามผู้มาเยือน
"ข้าเอง ชิงเหนียน"นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
"อืม... เข้ามาเถอะ "ในเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ทาสสาวตัวน้อยอย่างเธอค่อยๆเคลื่อนประตูเปิดพร้อมยกถาดตำรับยาเข้าหาคุณชายใหญ่โม่หยางเค่ออย่างระมัดระวัง
ทันทีที่เห็นสภาพของเขากับตาถึงขั้นน้ำตาไหลหยดออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ แผ่นหลังที่พุพองอาบไปด้วยเืสดๆทำเอาชิงเหนียนใจไม่ดี
"เคยเห็นแต่ในกองละครที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างสมจริงไม่คิดเลยว่าครั้งนี้ฉันจะได้มาเห็นคนโดนตีจนได้แผลสดๆมากขนาดนี้ มิหนำซ้ำเนื้อตัวของเขายังมีรอยแผลเป็เต็มไปหมดทั้งที่เขาไม่ใช่นักรบ นี่มันหมายความว่ายังไงกันล่ะ" ชิงเหนียนครุ่นคิดในใจพร้อมใช้มือเล็กๆค่อยๆััแผ่นหลังของเขาอย่างเบามือ
"อะ อ๋า "เสียงอุทานเบาๆของหยางเค่อทำให้ชิงเหนียนสะดุ้งโหยง
"ขะ ข้าขอโทษ " ชิงเหนียนรีบจัดตำรับยาค่อยๆป้ายทาตามปากแผลของหยางเค่ออย่างเบามือเธอทำแผลไปน้ำตาก็ยังไม่หยุดไหล
"ชิงเหนียนเ้าร้องไห้อาวรณ์สิ่งใด "น้ำเสียงอันแสนอบอุ่นของชายยอดกวีเปล่งออกมาไถ่ถาม พร้อมยกมือปาดน้ำตาบนแก้มให้
"ข้าสงสารท่าน"
"ฮะฮ่า ข้าสบายดีไม่ต้องสงสารหรือมีน้ำตาเพราะข้าหรอก แค่นี้มันเื่เล็กน้อยการถูกท่านพ่อสั่งเฆี่ยนตีมันเป็เื่ปกติของข้า เพราะข้าเป็ลูกไม่รักดีไม่เคยเป็ได้ตามใจที่เขา้า สภาพของข้าก็เลยต้องตกมาเป็อย่างนี้าแบนกายข้ามันมิอาจลบล้างออกไปได้แล้ว ร้องไห้ไปก็ไร้ประโยชน์ หากอ่อนไหวนักมิสู้เ้าเอาตำรับยามาเถอะข้าจะทามันเอง" หยางเค่อแม้จะเจ็บตัวแต่ก็ยังเป็ห่วงความรู้สึกชิงเหนียน พลิกตัวเอาแผ่นหลังหลบสายตาสตรีผู้ขวัญอ่อนยื่อแย่งตำรับยาจากมือชิงเหนียน จนต้องเสียหลักเกือบล้มทับกัน
"อะ เอ่อ... ขะข้าจะทาให้ท่านเองข้าไม่เป็ไร" ชิงเหนียนเขินจนหน้าแดง ค่อยๆประคองหยางเค่อนอนลงเพื่อหลบสายตาอันหวานเย้าของเขา
"ชิงเหนียน... ข้ารักเ้า"อยู่ดีๆโม่หยางเค่อก็เลือกที่จะพูดประโยคนั้นออกมาดื้อๆ
"ข้ารู้ว่าระหว่างข้ากับเ้ามันเป็ไปไม่ได้รักของคุณชายสกุลโม่กับสาวใช้ถือว่าเป็เื่ต้องห้าม แต่จะทำเช่นไรได้ล่ะ ในเมื่อหัวใจของข้ามันเรียกร้องหาแต่เ้าั้แ่แรกเห็นอย่างไร้เหตุผล"หยางเค่อที่ได้รับาแกลับมีเรี่ยวแรงมากขึ้นมาทันทีกระโจนตัวเข้าหาชิงเหนียนเยี่ยงหมาป่าผู้หิวโหย
"ขะ ข้า ข้าก็ชอบท่านนะ แต่ข้ายังไม่พร้อม!"ชิงเหนียนหลับตาปี๋ นั่งตัวเกร็ง มือที่ถือขวดยากำมันแน่น
"ฮะฮ่า... ข้าแค่ล้อเ้าเล่นน่ะ เ้าเป็แค่สาวใช้ข้าทาสที่โม่หยางเค่อไถ่ตัวมา จะคิดไม่ซื่อกับเ้าได้ยังไง"หยางเค่อเห็นท่าทีของนางเมื่อครู่ ก็พอจะรู้ว่านางเองมิได้มีใจให้ตนจริงๆ เขาจึงไม่อยากจะฝืนใจนาง อีกทั้งการที่ท่านพ่อจะส่งนางเข้าไปเป็สนมองค์ชายรองผู้ฉาวโฉ่คงไม่ใช่เื่ที่เขาจะขัดขวางได้หยางเค่อได้แค่โล่งใจที่อย่างน้อยก็ได้พูดว่ารักกับนางไปอย่างชัดแจ้งทั้งที่ระหว่างพวกเขาไม่อาจเป็ไปได้ก็ตาม
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชิงเหนียนก็เบาใจลงลดละทีท่าอาการเกร็งลงไปมาก เพียงแค่ชั่วอึดใจเดียว นางก็ทำแผลให้หยางเค่อเสร็จจังหวะที่โอบผ้าขาวพันกายให้เขา ราวกับว่านางโอบกอดกายหยางเค่อหลายหนนั่นเป็โอกาสเดียวที่เขาจะได้ไกลชิดนางมากขนาดนั้นกลิ่นกายที่หอมหวานช่างยวนใจเสียเหลือเกิน
"ชิงเหนียน เพียงเพิ่งพบกัน แต่ชะตากำหนดให้รักช่างยากลืม ฟ้านี้มิอาจเข้าใจคน เอาแต่พลัดพรากให้ใจคำนึง"เขาคิดในหัวซ้ำไปซ้ำมา ก่อนนางจะมีท่าทีลุกจากไปหยางเค่อััข้อแขนของนางอย่างนุ่มนวลดึงปิ่นหยกจากมวยผมเสียบสอดบนหัวนางอย่างตั้งใจ
"จงเก็บเอาไว้อย่าให้ห่างกายของสิ่งนี้คือของที่ข้าสุดหวงแหน ั้แ่เล็กจนโตข้าถอดมันก็แค่ยามชะล้างเส้นผมเท่านั้นหวังว่าข้างกายที่ไม่มีข้า มันจะอยู่เป็เพื่อนเ้า"คำพูดของหยางเค่อสุดซาบซึ้งตรึงใจ เขาจงใจโอบกอดนางอย่างเบามือเพื่ออำลา
"อะเอ่อ... หยางเค่อ ท่านเล่นใหญ่ไปหรือไม่ข้าก็แค่ไปเป็นางสนมในวัง ข้ายังไม่ได้ไปตาย ทำอย่างกับว่าจะจากข้าไปเป็ชาติๆไว้วันไหนข้าได้เลื่อนตำแหน่งเป็ใหญ่เป็โตข้าจะมาเยี่ยมท่านบ่อยๆดีไหมเพราะท่านคือสหายคนเดียวของข้าที่นี่" ชิงเหนียนคนบื่อไม่รู้ซะแล้วว่าชะตาในวังหลวงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่คิด ภาพจำในประวัติศาlตร์ที่เผยแพร่สู่ปุถุชนรุ่นหลัง มักวาดไว้อย่างดิบดี สวยงามเชิดชูเกียรติให้ราชวงศ์แต่เบื้องลึกเื้ัร้อยแปดนั้นแสนมืดดำเกินกว่าจะจินตนาการได้
"ชิงเหนียน มิใช่ว่าข้าจะต้องรอให้เ้าไปตายชาตินี้พลาดจากมิได้แต่งเ้าเป็ภรรยา นั่นคือความผิดหวังที่ข้าได้รับอีกทั้งชีวิตในรั้ววัง หลายคนนักที่ถูกส่งเข้าไปแล้วมิได้กลับออกมามิเช่นนั้นท่านพ่อคงมิได้ส่งเ้าไปแทนน้องหญิงหรอก" หยางเค่อครุ่นคิดในใจพลางหลุดน้ำตาไหลรินออกจากเบ้าเล็กน้อย
เช้าวันรุ่งขึ้นยามเฉิน (辰:chén)คือ 07.00 - 08.59 น. ณ ลานหน้าตลาด
"ถึงเวลาที่ขบวนวังมารอรับสาวงามสกุลใหญ่ทุกท่านจงฟัง จวนใดมิส่งบุตรสาวมาคัดเลือก นั่นถือว่าขัดราชโองการฝ่าามีคำสั่งสังหารล้างโคตรไม่เว้น"เสียงผู้คุมกรมการพิธีขานเรียกบุตรสาวหลายสกุลทว่าจะขาดก็เพียงแต่บุตรสาวสกุลโม่ที่มาช้าหน่อย
"ทหารบุกสกุลโม่จับตรึงทุกคนออกมารอรับโทษปะา"สิ้นเสียงคำสั่งของผู้คุมกรมการพิธีถือว่าเป็คำขาด
"ช้าก่อน "เสียงนายท่านสกุลโม่กล่าวขานมาแต่ไกล
"คิดจะสังหารสกุลข้าให้ได้ขนาดนั้นเชียวหรือผู้คุมกรมการพิธีเจี้ยน!ข้านั้นเป็ผู้เฒ่าที่คนรุ่นหลังเช่นท่านต้องประนีประนอมมิใช่หรือ "
"ขออภัยท่านเสนาบดีโม่คำสั่งของฝ่าาข้าเองมิกล้าขัด" คนผู้ยศน้อยอย่างผู้คุมกรมการพิธีเจี้ยนโค้งคำนับให้แก่เสนาบดีโม่
"เอาล่ะข้าถึงขั้นอุตส่าห์พาบุตรสาวฝาแฝดมาส่งถึงที่ หวังว่าท่านจะให้โอกาสนางมาช้าเสียหน่อยอย่าได้โกรธเคืองเลย"เสนาบดีโม่จูงแขนชิงเหนียนที่แต่งองค์ทรงเครื่องงดงามประดับด้วยเครื่องหัวอลังการสมฐานะจนผู้คนต้องตกตะลึง
"หรงชิงเหนียนขอ... เอ๊ยโม่ชิงเหนียนขออภัยเ้าค่ะ" ชิงเหนียนเปิดผ้าคลุมหน้าออกการแสดงของนางตบตาผู้คุมกรมการพิธีได้เป็อย่างดี ทว่าเกือบจะหลุดก็ตรงลืมชื่อใหม่ถึงขั้นว่าโม่ตานเซี่ย(ชื่อนายท่านสกุลโม่)ต้องหยิกแผ่นหลังเตือนสติ