วันต่อมา
หานซั่วยังไม่ตื่นเต็มตาเมื่อประตูโรงเก็บของเปิดผางออก แจ็คอ้วนตัวน้อยรีบวิ่งเข้ามาเขย่าตัวหานซั่วและพูดอย่างตื่นเต้น “ไบรอัน! ลุกสิ เ้าต้องมาดูนี่นะ!”
หานซั่วที่ตายังพร่ามัว เขาเพิ่งฝันว่าสั่งให้โครงกระดูกน้อยไปจัดการลิซ่า แต่ดันตื่นเสียก่อนที่จะฝันจบ เขาบ่นอย่างไม่พอใจ “เกิดบ้าอะไรขึ้นตอนเช้าตรู่ขนาดนี้?”
ดวงตาขนาดเท่าเมล็ดถั่วของแจ็คเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น เขาหัวเราะร่า
“ข้าก็ไม่แน่ใจว่าลิซ่าทำอะไรลงไป แต่ดูเหมือนเธอจะอัญเชิญโครงกระดูกประหลาดขึ้นมาตนหนึ่งแล้วควบคุมมันไม่ได้ ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น มีเสียงดังโครมครามมาจากในห้องของเธอตลอดทั้งเช้า
โครงกระดูกนั่นวิ่งตรงไปที่สาขาเวทมนตร์ธาตุแสง มีลิซ่าไล่ตามไปติด ๆ โอ สาบานเลย! หลายปีที่ข้าทำงานในสาขาศาสตร์แห่งความตาย ข้าไม่เคยเห็นโครงกระดูกตัวเล็กที่ไหนวิ่งได้เร็วขนาดนั้นมาก่อน อ้อ จริงสิ! มันมีเดือยกระดูกเจ็ดชิ้นเหมือนปีกอยู่บนหลังด้วยล่ะ!”
หานซั่วกำลังสนุกกับเื่เล่าของแจ็คกระทั่งได้ยินประโยคสุดท้าย สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน รีบชะโงกหน้าไปดูในถังใบใหญ่ น้ำสีสันน่ากลัวเปลี่ยนเป็สีดำดุจน้ำหมึกด้วยเหตุผลบางอย่าง และเดือยกระดูกทั้งเจ็ดชิ้นก็หายไปพร้อมกับโครงกระดูก
‘เป็ไปไม่ได้ ข้าเพิ่งเริ่มสร้างเมื่อวานนี้เองนี่นา’ เมื่อเริ่มนึกอะไรบางอย่างออก ในห้วงฝันนั้น เขาสั่งให้โครงกระดูกไปสั่งสอนลิซ่า แต่ต้องใช้เวลาตั้งสามสิบหกวันในการสร้าง ‘ขุมพลังปีศาจ’ ให้สำเร็จไม่ใช่หรือ? เกิดอะไรขึ้นกันแน่? หรือเป็เพราะการที่เขาลองสุ่มใช้เดือยกระดูกแทนปีศาจหยิน จึงทำให้แก่นมนตราหมดลงก่อนกำหนด?
หานซั่วรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี จึงรีบลุกขึ้นนั่ง เขาไม่สนใจหน้าที่ตอนเช้าอย่างการทำความสะอาดรูปสลัก และรีบบึ่งไปยังสาขาเวทมนตร์ธาตุแสง ขณะที่แจ็ควิ่งตามไปด้วย
ความคิดของหานซั่วเต็มไปด้วยความกังวล เขาไม่ใช่นักเรียนสาขาศาสตร์แห่งความตาย และไม่ได้รู้สึกไร้ความผูกพันระหว่างตนเองและสิ่งที่ถูกอัญเชิญมาเหมือนที่พวกนักเรียนเป็ เพราะพวกนั้นไม่สนว่าอัญเชิญมาแล้วจะเป็ตายร้ายดีอย่างไร ที่ผ่านมา เ้าโครงกระดูกน้อยตนนี้คอยช่วยเขาเอาขยะไปทิ้ง และช่วยแบ่งเบาภาระให้เขามากมาย จึงผูกพันกับโครงกระดูกอย่างไม่รู้ตัว เขาไม่้าให้มีอะไรเกิดขึ้นกับมัน
นอกจากหานซั่วและแจ็ค นักเรียนสาขาศาสตร์แห่งความตายคนอื่น ๆ ก็กำลังวิ่งไปที่สาขาเวทมนตร์ธาตุแสงด้วยเช่นกัน ทุกคนล้วนมีสีหน้าประหลาดใจและถกเถียงกันไม่หยุดไปตลอดทาง
“แปลกจริง โครงกระดูกตัวเล็กนั่นมีสีดำสนิท และมีเดือยกระดูกเหมือนปีกบนหลัง ลิซ่าอัญเชิญมาได้อย่างไรกัน?” เอมี่พูดขณะวิ่ง
“นั่นสิ แต่ที่แปลกที่สุด คือโครงกระดูกตัวเล็กนั่นวิ่งเร็วสุด ๆ เลย โอ ให้ตายเถอะ เพราะพลังจิตของลิซ่ากล้าแข็งกว่าพวกเรางั้นหรือ? ถึงได้อัญเชิญนักรบโครงกระดูกที่ต่างจากพวกเราได้แบบนั้น?”
เบลล่า นักเวทระดับเริ่มต้นขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของอาธีน่า เธอจึงพูดเหน็บแนม “ข้าก็เป็นักเวทระดับเริ่มต้นเหมือนกัน ยังไม่เคยอัญเชิญโครงกระดูกแปลก ๆ ได้เลย ที่พิลึกกว่านั้นคือโครงกระดูกไม่ยอมฟังคำสั่งอะไรเลยต่างหาก ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย!”
…….
หานซั่วและแจ็คแอบฟังการสนทนาระหว่างทางที่วิ่งมา หานซั่วจึงสรุปได้ว่าโครงกระดูกที่เขาหล่อหลอมขึ้นมานั้นค่อนข้างพิเศษทีเดียว
ด้วยใจที่ว้าวุ่น หานซั่วพยายามสื่อสารกับโครงกระดูกผ่านพลังจิต เขาพบว่าเชื่อมต่อกับมันได้ แต่อาจเป็เพราะมันถูกหลอมขึ้นมาในฐานะ ‘ขุมพลังปีศาจ’ โครงกระดูกจึงไม่สามารถรับคำสั่ง ทำได้เพียงวิ่งเตลิดไปมา
สาขาเวทมนตร์ธาตุแสงไม่ได้มีจำนวนนักเรียนน้อยเหมือนสาขาศาสตร์แห่งความตาย เพราะเป็สาขาที่ได้รับความนิยมสูงสาขาหนึ่งในวิทยาลัย หล่อหลอมศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงโด่งดังมามากมาย นักเรียนธาตุแสงมักจะไม่ชอบนักเรียนธาตุมืด อาจเป็เพราะเป็สองธาตุขั้วตรงข้ามที่ต่อต้านกันเอง และจะเกลียดพวกสาขาศาสตร์แห่งความตายมากที่สุด
เวทมนตร์ธาตุแสงนั้นมีพลังอำนาจในการทำลายล้างสัตว์ประหลาดธาตุมืดที่เนโครแมนเซอร์อัญเชิญมา จึงไม่เกินไปนักหากจะกล่าวว่าเวทมนตร์ธาตุแสงถือเป็ศัตรูตลอดกาลของศาสตร์แห่งความตาย หานซั่วซึ่งได้ซึมซับความรู้มาบ้างั้แ่ทำงานอยู่ในสาขานี้ แต่ยิ่งรู้เื่เหล่านี้ หัวใจของเขาก็ยิ่งกลัดกลุ้มมากขึ้นอีก
หานซั่ววิ่งจนแทบจะเหินไปตามทางเดินขณะที่ลากแจ็คตามมาด้วย ความเร็วของเขาแซงหน้านักเรียนสาขาศาสตร์แห่งความตายไปหลายคน นักเรียนคนหนึ่งที่เขาทิ้งห่างไว้ข้างหลังคิดด้วยความประหลาดใจว่า เ้าคนเสียสตินั่นแข็งแรงขนาดนี้ั้แ่เมื่อไร?
หานซั่วลากแจ็ควิ่งมาด้วยตลอดทางจนถึงสาขาเวทมนตร์ธาตุแสง แจ็คซึ่งอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นและหอบหายใจอย่างหนัก “ไบรอัน เ้าวิ่งเร็วชะมัดเลย ทำเอาข้าเกือบตาย แต่เ้ากลับเหงื่อไม่ออกสักเม็ด!”
ความสนใจของหานซั่วพุ่งไปที่เ้าโครงกระดูกน้อยที่วิ่งขึ้นลงไปทั่วตึกเรียนของสาขาเวทมนตร์ธาตุแสง ไม่ได้สนใจคำบ่นของแจ็คแม้แต่นิดเดียว
เ้าโครงกระดูกน้อยซึ่งทั้งตัวเป็สีดำดุจน้ำหมึก เดือยกระดูกเจ็ดชิ้นงอกออกมาจากกระดูกสันหลัง กริชกระดูกส่องประกายอยู่ในมือ กำลังวิ่งตรงไปยังใจกลางสวน
โครงกระดูกสีดำแผ่รัศมีจาง ๆ จากการหลอมของหานซั่ว เดือยกระดูกบนหลังยึดแน่นกับกระดูกสันหลังอย่างสมบูรณ์ ราวกับว่าเป็ที่ของพวกมันมาโดยตลอด กระดูกขาทั้งสองข้างยืดหยุ่นเหมือนสปริง ปีกเดือยกระดูกทั้งเจ็ดกระพือไปมาช่วยเสริมแรงเวลาเคลื่อนที่ แม้จะไม่ช่วยให้บินได้ แต่ก็ช่วยเื่ความเร็ว ทำให้โครงกระดูกวิ่งได้อย่างว่องไว แม้กระทั่งลิซ่าที่กำลังไล่ตามอย่างเกรี้ยวกราดยังร่ายเวทศาสตร์แห่งความตายพลาดไปหลายครั้ง
ในสวนแห่งนั้น มีนักเรียนสาขาเวทมนตร์ธาตุแสงจำนวนมาก รวมทั้งเสาหินที่ตกแต่งอย่างประณีตเรียงรายอยู่หลายต้น เ้าโครงกระดูกน้อยวิ่งไปมาซ้ายทีขวาทีระหว่างกลุ่มนักเรียนและเสาต้นต่าง ๆ ด้วยร่างกายอันปราดเปรียว ทิ้งลิซ่าที่ทำอะไรไม่ได้เลยไว้ข้างหลัง
แม้แต่หานซั่วเองยังประหลาดใจเมื่อเห็นความเร็วของโครงกระดูกตนนั้น เขารีบรวบรวมสมาธิเพื่อสั่งให้โครงกระดูกกลับไปยังโรงเก็บของ แต่โชคร้าย โครงกระดูกคล้ายจะไม่สามารถรับคำสั่งได้ และยังคงวิ่งไปมาจนนักเรียนสาขาธาตุแสงวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น
เกิดความโกลาหลอย่างที่สุดภายในสวนแห่งนั้น
“ลิซ่า นักเรียนสาขาศาสตร์แห่งความตายอย่างเ้าจะอวดดีเกินไปแล้ว กล้าดีอย่างไรมาปล่อยอสูรมิติมืดโสโครกนั่นใจกลางสาขาเวทมนตร์ธาตุแสง ยังเคืองที่แพ้ข้าคราวก่อนเลยอยากอวดนักรบโครงกระดูกตนใหม่ของเ้ารึไง?”
ไอรีน นักเวทธาตุแสงระดับเริ่มต้นกล่าวอย่างเยือกเย็น จ้องมองลิซ่าด้วยสายตายั่วโมโห
ไอรีนเป็เด็กสาวอายุสิบเจ็ดปี มีผมสั้นสีฟ้าอ่อนดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ผมหน้าม้าเรียงเส้นสวยรับกับหน้าผาก ดวงตาสีฟ้าราวกับไพลินเม็ดงาม เธอสวมชุดคลุมศักดิ์สิทธิ์ของเวทมนตร์ธาตุแสง มีไพลินทรงข้าวหลามตัดประดับที่ปกเสื้อ ส่องประกายแสงสีฟ้าระยิบระยับ ขับให้ดวงตายิ่งโดดเด่น และทำให้เธอดูงดงามยิ่งขึ้น
เมื่อสาวงามปรากฏกายขึ้นอีกคน หานซั่วจ้องมองไอรีนและเริ่มเปรียบเทียบเธอกับลิซ่าอยู่ในใจ ไอรีนเสมอกับลิซ่าในทุกทาง เพียงแต่หน้าอกเท่านั้นที่ดูเต็มไม้เต็มมือกว่าของลิซ่า
“ไอรีน เลิกจุ้นจ้านเื่ของข้าเสียที เพียงเพราะเ้ามาจากตระกูลแคมป์ลิน ก็อย่าคิดว่าข้าจะเกรงกลัวเ้า” ลิซ่าหยุดไล่ตามโครงกระดูกและส่งยิ้มดูแคลนกลับไปให้ไอรีน
“ฮึ! เ้าอสูรโสโครกนั่นเป็สิ่งต้องห้าม และจะทำให้สาขาเวทมนตร์ธาตุแสงมีมลทิน ถ้าเ้าไม่มีปัญญาจัดการกับมัน งั้นข้าจะช่วยแล้วกัน”
ไอรีนยกมือขึ้นด้วยท่วงท่าสง่างาม และเริ่มร่ายเวท
“ลำแสงเอ๋ย จงแปรเปลี่ยนเป็ดาบชำระล้างเหล่าอสูร กำจัดสิ่งที่น่าเวทนาตนนี้ให้สิ้น --- คมดาบจรัสแสง!”
ดาบยาวที่ส่องแสงสว่างจ้าจนแสบตาปรากฏขึ้นหลังไอรีนร่ายเวทจบ พุ่งตรงเข้าหาโครงกระดูกตามคำสั่งของเธอ
โครงกระดูกของหานซั่วซึ่งกำลังวิ่งเล่น พลันชะงักกึกพร้อมกับที่ลิซ่าหยุดวิ่ง มันไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เมื่อดาบแสงของไอรีนพุ่งเข้ามา กระทั่งดาบเสียบทะลุซี่โครงของมันเต็มๆ
โครงกระดูกสีดำส่องแสงวาบขึ้นเมื่อดาบยาวปะทะร่าง และเมื่อดาบยาวอันตรธานหายไป กลุ่มควันจำนวนหนึ่งลอยขึ้นมาบริเวณอก มันโซเซเล็กน้อยจากแรงโจมตี เมื่อทรงตัวได้ มันก็กำกริชแน่น มองไปรอบ ๆ ราวกับว่าหาว่าใครเป็คนทำ
“โอ้โฮ เ้าอสูรมิติมืดนั่นไม่แหลกสลายตอนที่โดนลำแสงศักดิ์สิทธิ์ของเวทมนตร์ธาตุแสงโจมตีด้วยล่ะ!”
“จริงด้วย พิลึกมากเลย เวทมนตร์ธาตุแสงเป็ศัตรูตัวฉกาจของพวกอสูรมิติมืดนี่นา โดนลำแสงศักดิ์สิทธิ์เข้าไปจัง ๆ แบบนั้นมันควรจะกลายเป็เถ้าธุลี เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“อา... หรือว่าสาขาศาสตร์แห่งความตายคิดค้นวิธีทำให้อสูรมิติมืดสามารถต้านทานลำแสงศักดิ์สิทธิ์ของเวทมนตร์ธาตุแสงได้แล้ว เป็ไปได้อย่างไร? ถ้าอย่างนั้น อสูรตนนี้ต้องแข็งแกร่งมากแน่ๆ!”
…..
หานซั่วมองไปรอบ ๆ และเห็นสีหน้าหวาดกลัวของนักเรียนสาขาธาตุแสง ทุกคนจ้องมองอย่างพรึงเพริด ขณะที่เ้าโครงกระดูกน้อยกวาดตามองไปทั่ว
อสูรมิติมืดของศาสตร์แห่งความตายไม่เพียงแต่รับการโจมตีธรรมดาจากเวทธาตุแสงได้ หากโดนโจมตี อสูรมิติมืดระดับสูงอาจเน่าเปื่อยไปบ้าง ในขณะที่ระดับต่ำ ๆ อย่างนักรบโครงกระดูกจะกลายเป็เถ้าธุลีในทันที
แต่เ้าโครงกระดูกน้อยที่หานซั่วหล่อหลอมขึ้นมาตามหลักการหลอม ‘ขุมพลังปีศาจ’ ต่างจากกฎแห่งเวทมนตร์โดยทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งยังพิสูจน์ความเป็ไปไม่ได้อันน่าเหลือเชื่อต่อหน้านักเรียนทั้งสองสาขา
เสียงร้องอุทานด้วยความตกตะลึง และความฉงนสงสัยปกคลุมทั่วสาขาเวทมนตร์ธาตุแสง แม้แต่ลิซ่าเองก็ได้แต่ยืนนิ่งอย่างเสียขวัญเพราะโครงกระดูกที่แข็งแกร่งตนนี้
ขณะที่ทุกคนยังคงตกตะลึง โครงกระดูกก็พบคนที่โจมตีมันในที่สุด มันพุ่งตรงเข้าหาไอรีนพร้อมกำกริชกระดูกไว้แน่น ปีกเดือยกระดูกของมันกระพือไปมาอย่างดุร้าย ทำความเร็วได้เหนือนักรบโครงกระดูกธรรมดาทั้งมวล มันหยุดลงตรงหน้าไอรีน และใช้กริชกระดูกในมือแทงอย่างโหดร้ายไปที่ไอรีนซึ่งกำลังขวัญหนีดีฝ่อ
ไอรีนใ และะโหลบไปทางซ้าย เธอรู้ว่าไม่มีเวลาร่ายเวทอีกครั้งเมื่อโครงกระดูกมาถึงตรงหน้า เธอกรีดร้องเสียงแหลมด้วยความกลัวสุดหัวใจ
เ้าโครงกระดูกน้อยแทงไอรีนไม่สำเร็จ เพราะเธอะโหลบได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม มันเฉือนชุดคลุมขาดั้แ่ไหล่จนมาถึงหน้าอก เผยให้เห็นผิวขาวนวลเนียน เศษเสื้อชั้นในสีขาวบริสุทธิ์ห้อยติดอยู่ปลายกริช โครงกระดูกยืนแข็งทื่ออีกครั้งและไม่ได้โจมตีต่อ
‘ให้ตายสิ ทำได้ดีมาก! บังอาจมาฟันเ้าด้วยดาบแสงงั้นหรือ? งั้นก็ฟันเสื้อผ้าเธอให้ขาดทั้งตัวไปเลยสิ!’ หานซั่วนึกปลาบปลื้มในใจ
ทันใดนั้นเอง หานซั่วััได้ว่าพลังจิตของตนเองกล้าแข็งขึ้นพร้อมกับความคิดนั้น โครงกระดูกกำกริชแน่นอีกครั้ง และฟาดฟันใส่ไอรีนซึ่งพยายามใช้มือปกปิดร่างกายของตนเอง มันทำตามคำสั่งของหานซั่วอย่างน่าประหลาด --- หมายจะฟันเสื้อผ้าของเธอให้ขาดวิ่นทั้งตัว
ฮ่า! ยอมรับคำสั่งแล้วสินะ เ้าโครงกระดูกจอมหื่น!
***************************