“พี่ใหญ่ นี่มันอะไรกันขอรับ” จางเฟยหรงถามอย่างตื่นตระหนก
“ยังไม่ต้องถาม เ้าทำงานหนักมาทั้งวันแล้ว รีบกินเสียก่อนแล้วพี่ใหญ่จะเล่าให้ฟังเอง” จางเฟยอีรู้ดีว่าน้องชายของนางคนนี้แสร้งทำเป็ผู้ใหญ่เกินตัว ทั้งที่เคร่งเครียดจะแย่อยู่แล้วแต่เขาก็แสดงออกด้วยท่าทีที่สุขุมต่อหน้านางเสมอ
“กินให้มากหน่อย ทั้งสองคนนั่นล่ะ พรุ่งนี้เ้าก็ไม่ต้องไปช่วยงานในนาแล้วนะเฟยหรง ข้าอยากได้ฟืนมาใช้ก่อนสักหน่อยเวลานี้ในบ้านไม่มีฟืนเหลืออยู่เลย เมื่อกลางวันข้าต้องไปเก็บเอาไม้รั้วผุๆ มาทำฟืนไปก่อน”
“ได้ขอรับ”
จางเฟยหรงพูดไปกินไปอย่างหิวโหย อีกทั้งอาหารนี้มีทั้งเนื้อสัตว์และไข่ เขาเคยกินเมื่อหลายปีก่อนมาแล้วยังจำรสชาติของมันได้ แต่อาหารที่พี่สาวทำให้พวกเขาวันนี้อร่อยและน่ากินกว่าที่เขาเคยกินเป็สิบเท่า
จางเฟยอีฉีกเนื้อไก่ต้มเป็ชิ้นเล็กๆ ใส่ไว้ในถ้วยของจางเฟยเทียน ตัดไข่ดาวออกเป็ชิ้นๆ แต่ก็ปล่อยให้เขาคีบอาหารกินด้วยตัวเอง ห้าขวบในยุคโบราณจะว่าเด็กก็ไม่เด็ก จะว่าโตก็ไม่โต คนโบราณมักให้ลูกหลานออกไปทำงานกันั้แ่อายุยังน้อย
ยังดีที่ครอบครัวสกุลจางปฏิบัติกับผู้เยาว์ทุกคนในบ้านด้วยความรักและคุณธรรม น้องชายคนเล็กของนางจึงไม่ได้รับความลำบากเท่าใดนัก เด็กห้าขวบในหมู่บ้านบางคนต้องออกไปช่วยงานในนาแล้ว นางจึงไม่อยากถนอมน้องชายมากจนเกินไป ต้องหัดให้เขาทำงานและช่วยตัวเองให้ได้มากที่สุดจะได้ไม่ถูกรังแก หรือถูกผู้อื่นดูิ่ได้ง่าย
เมื่อกินอาหารเสร็จจางเฟยอีก็ให้เด็กชายทั้งสองคนช่วยกันเก็บถ้วยจานไปล้าง นางนำเอาอ่างไม้จากร้านขายกระถางและอุปกรณ์ตกแต่งสวนออกมาทำเป็อ่างล้างจานสองใบ พี่ชายจื่อฉีกลิ้งโอ่งน้ำสองโอ่งเข้ามาไว้ในครัวให้นางใช้น้ำได้สะดวกยิ่งขึ้น อีกใบหนึ่งตั้งไว้ใกล้บ่อตามเดิม
นางนำน้ำยาล้างจานออกมาเทใส่ไหเอาไว้ และสอนน้องชายทั้งสองถึงวิธีใช้ พวกเขาตื่นเต้นและสนุกสนานกับการที่ได้เล่นฟองสีขาวนุ่มละมุนเป็อย่างมาก
“สิ่งนี้มีไว้ชำระล้างคราบไขมัน คราบสกปรกของอาหาร ใช้เพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น เมื่อล้างรอบแรกเสร็จแล้วพวกเ้าต้องล้างน้ำสะอาดอีกสองครั้ง จนกว่ากลิ่นของน้ำยาล้างจานนี้จะหมดไป เรากินมันไม่ได้มันมีอันตราย พวกเ้าต้องระวังหน่อยนะ”
เด็กชายสองคนคอยฟังความรู้ใหม่จากพี่สาวของเขาอย่างตั้งใจ พี่สาวดีจริงๆ มีอาหาร มีเื่สนุกให้พวกเขาทำตลอดเลย
นอกจากน้ำยาล้างจานแล้ว จางเฟยอียังหยิบสบู่ออกมาให้พวกเขาอาบน้ำกันอีกด้วย เวลานี้น้ำมีน้อยมากต้องใช้กันอย่างประหยัด ชาวบ้านจึงไม่ได้อาบน้ำกันเป็เวลาหลายวัน เก็บน้ำเอาไว้ใช้ดื่ม ทำอาหารและรดต้นข้าวเพียงเท่านั้น ตอนนี้เป็เวลาเย็นแล้ว นางยังไม่ให้พวกเขาสระผมเกรงว่าพวกเขาจะเป็หวัดเอาได้ จึงได้แต่สอนวิธีใช้สบู่ไป
บ้านใหม่หลังนี้ยังเก็บกวาดไม่ครบทั้งหมด ห้องอาบน้ำก็ยังไม่มี เด็กชายสองคนทำหน้าแดงไล่พี่สาวของพวกเขาให้ไปอยู่ในห้อง แล้วเขาทั้งสองคนก็อาบน้ำกันอยู่ข้างโอ่งนอกบ้านนั่นเสียเลย จางเฟยหรงยังอายอยู่นิดหน่อยเขา 9 ขวบแล้ว จึงนำเอาผ้ามาพันปิดส่วนล่างไว้ ส่วนจางเฟยเทียนนั้นแก้ผ้าล่อนจ้อนั้แ่อยู่ในครัวแล้ว
“พี่รองสบู่นี่เยี่ยมยอดไปเลย ทั้งหอม ทั้งรู้สึกสะอาด ข้ารู้สึกว่าตัวข้าหอมจนจะกินได้แล้วขอรับ”
“ฮ่าๆๆ หอมจนกินได้เลยหรือเฟยเทียน มาพี่รองขัดหลังให้เ้าเอง”
สองพี่น้อง ผลัดกันถูหลังขัดขี้ไคลให้กันอีกพักใหญ่ พวกเขาไม่ได้อาบน้ำดีๆ เช่นนี้มาเป็เดือนแล้ว ได้แต่เอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าเสร็จก็เอามาเช็ดตัวต่อ ตัวเหนียวเหนอะหนะมานานจึงใช้เวลาในการอาบน้ำนานพอสมควร ยังดีที่อากาศยังอบอุ่นน้ำไม่เย็นมากนัก
ทางด้านจางเฟยอี นางก็กังวลเื่การอาบน้ำอยู่เช่นกัน นางจึงคิดจะลองกลับเข้าไปอาบน้ำที่บ้านในมิติ แต่ปรากฎว่า นางไม่สามารถเข้าไปในมิติได้ นางเห็นทุกสิ่งทุกอย่างชัดเจนราวกับยืนอยู่ใกล้ๆ สิ่งของเ่าั้ แต่ตัวนางไม่สามารถเข้าไปในมิติของตนเองได้เลย จึงได้แต่ทำใจรับชะตากรรมที่จะต้องอาบน้ำและเข้าส้วมแบบย้อนยุค
เด็กชายทั้งสองอาบน้ำกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่พวกเขามีเสื้อผ้าเพียงแค่คนละ 2 ชุดเท่านั้น เมื่อก่อนมีมากกว่านี้ แต่มันก็เก่าและขาดจนใส่ไม่ได้ไปเสียแล้ว จางเฟยอีก็ไม่สามารถนำเอาเสื้อผ้าสมัยใหม่ของนางมาให้น้องชายทั้งสองสวมใส่ได้เช่นกัน จึงได้แต่จำยอมให้พวกเขาใส่ชุดเก่ากันไปก่อน
เด็กชายทั้งสองถูกจัดให้นอนห้องเดียวกัน เพราะเพิ่งทำความสะอาดไปได้เพียงสองห้องเท่านั้น จางเฟยอีกลับมาห้องของตนเองนำเอาอ่างอาบน้ำไม้ออกมาวางไว้กลางห้องนอน เติมน้ำอุ่นลงไปในอ่างแล้วอาบน้ำอย่างสบายใจ เสื้อผ้าของนางก็นำเอาออกมาจากมิติ นางจึงรู้สึกโชคดีเป็อย่างมากที่มีห้องส่วนตัว ไม่เช่นนั้นนางคงต้องทนสวมชุดเก่าที่ไม่ได้ซักนอนเสียแล้ว
……….
จางเฟยหรงตื่นแต่เช้ามานั่งรอจางเฟยอี ั้แ่ปลายยามอิ๋น เขาจัดแจงก่อไฟในเตาเก่าคร่ำคร่าเตรียมต้มน้ำไว้ให้พี่สาวเช็ดหน้าเช็ดตาในตอนเช้า ไม่นานจางเฟยอีก็ลุกตามขึ้นมาอีกคน อาจเป็เพราะความเคยชินของร่างกายเ้าของเดิมที่ตื่นแต่เช้าอยู่เสมอ จางเฟยอีนางอยากนอนต่ออีกสักพักก็นอนไม่หลับ ได้ยินเสียงกุกกักดังอยู่ข้างนอกก็คิดว่าต้องเป็น้องชายคนรองอย่างแน่นอน เลยตามมาดูเขา
“พี่ใหญ่ เมื่อคืนข้าอาบน้ำสบายตัวแถมยังกินอิ่มมากเลยเผลอหลับเร็วไปขอรับ ยังไม่ทันได้คุยกับท่านเลย” จางเฟยหรงกล่าวขึ้นทันทีที่เห็นพี่สาวเดินเข้ามาในครัว
“อืม.. มานี่สิเฟยหรง มานั่งคุยกัน” นางนั่งลงบนแคร่ไม้และตบพื้นที่ข้างๆ เบาๆ ให้น้องชายมานั่งใกล้ๆ
“เฟยหรง เ้าตั้งสติให้ดีนะ พี่ใหญ่จะให้เ้าดูอะไรบางอย่าง”
เมื่อเห็นน้องชายคนรองพยักหน้าเข้าใจแล้ว จางเฟยอีก็หยิบซาลาเปาจากมิติออกมาถุงหนึ่งในนั้นมีซาลาเปา 10 ลูก
“นี่เป็วิธีที่ข้านำเอาอาหารมาให้พวกเ้าอย่างไรล่ะ” จากนั้นนางก็เก็บซาลาเปาเข้าไป เอาไข่ไก่ออกมาหนึ่งตะกร้า ผัดกาดขาวอีกสองหัว เข้าๆ ออกๆ จนจางเฟยหรงตกตะลึงพรึงเพริด
“ข้าไม่รู้ว่าข้าทำได้อย่างไร ต่อให้เ้าถามข้าก็ตอบไม่ได้เช่นกัน แต่นี่มันเป็เื่จริงมันเกิดขึ้นแล้ว เฟยหรงกลัวพี่สาวหรือไม่”
จางเฟยหรงยังคงสับสนกับสถานการณ์ตรงหน้า แต่เมื่อเขาหันไปสบตากับพี่สาวของเขา สติของเขาก็กลับคืนมา กลัวหรือ? เขาไม่ได้กลัว เขาเพียงแค่แปลกใจและใเท่านั้น จึงรีบส่ายหน้าบอกกับพี่สาว
“ไม่กลัวขอรับ ข้าไม่กลัวพี่ใหญ่”
“เฟยหรง เ้าไม่กลัวเพราะเ้าเป็น้องชายของข้า พวกเรามีกันแค่สามคนเท่านั้นเ้าจึงรักและเชื่อใจข้า แต่หากเป็ผู้อื่นได้เห็นสิ่งที่ข้าทำเล่า เ้าว่าพวกเขาจะคิดว่าข้าเป็แม่มด หรือปีศาจ แล้วนำข้าไปเผาทั้งเป็หรือไม่”
“ไม่ใช่ พี่ใหญ่ไม่ใช่ปีศาจ ข้ารู้ดีขอรับ ….พี่ใหญ่เื่นี้ท่านจะให้ผู้อื่นรู้ไม่ได้เด็ดขาดเลย” จางเฟยหรงคิดตามคำของพี่สาวเขาก็พอจะเข้าใจแล้ว
“ใช่ เ้าเชื่อใจข้าได้ ข้าไม่ใช่ปีศาจ และไม่มีวันคิดร้ายกับพวกเ้าและคนสกุลจางทุกคน แต่เราต้องปิดเื่นี้ไว้เป็ความลับให้รู้กันแค่เราสองคนเพียงเท่านั้น น้องเล็กยังเด็กเกินไปเขาอาจจะรักษาความลับไม่ได้เวลานี้ก็อย่าเพิ่งบอกเขาก็แล้วกัน”
จางเฟยอีพูดคุยกับน้องไป ก็หยิบเอาปลาจากซูเปอร์มาเกตออกมา เทน้ำมันใส่กระทะ แล้วเริ่มทอดปลาไปเรื่อย ๆ ข้าวสวยที่หุงเอาไว้แล้วที่บ้านในมิติยังร้อนอยู่ในหม้อหุงข้าว นางก็นำเอาออกมาแล้วเปลี่ยนมาใส่ในหม้อดินที่บ้าน จางเฟยหรงได้แต่อ้าปากมองดูพี่สาวเขาหยิบนั่นทำนี่ ไปอย่างเหลือเชื่อ