" แก่นเพลิง์ " นนท์พึมพำ
ร่างทั้งร่างของนนท์พลันสะท้าน เมื่อแสงสีทองของเพลิง์สาดส่องยังร่าง
" ช่างร้อนแรงจริงๆ " นนท์เรียกน้ำปรานสรรพสิ่งออกมาแล้วทรุดกายลงนั่ง นนท์วาดมือเรียกเพลิง์ ลูกไฟดวงเล็กเปล่งประกายสีทองลอยอยู่ต่อหน้า
" เริ่ม " นนท์เริ่มทำการดูดกลืนเพลิง์ในทันใด
" อ้าก " เพลิง์แผดเผาของเหลวในร่างอย่างบ้าคลั่ง อวัยวะทุกส่วนพลันมอดไหม้ ผิวกายเริ่มปริแตก เพลิง์ทะลวงออกมาแผดเผาทั่วร่างอย่างรุนแรง
เพลิง์ร้อนแรงปานไฟผลาญนรกแผดเผาทั้งกายหลงเหลือเพียงร่างเนื้อที่มอดไหม้ กายจิตของนนท์หยิบขวดหยกน้ำปรานสรรพสิ่งแล้วหยดลงที่หัวของนนท์
" ครืน " ร่างสูงฟื้นตื่นกลับคืน เพลิง์โหมกระหน่ำซ้ำอีกครา ราวสี่ชั่วยามที่เป็อยู่เช่นนี้ จนเพลิง์มอดดับ
" อืม " นนท์วาดมือเรียกเพลิง์ออกมา เปลวเพลิงสีทองทวีความร้อนแรงแผดเผาห้วงมิติจนมอดไหม้ นนท์พยักหน้าอย่างช้า
" ดี " นนท์พึมพำเรียกชุดออกมาสวมใส่ วาดมือเก็บลูกไฟของเพลิง์จากแก่นเพลิง์ร้อยลูกไว้ในกล่องหยก แล้วลุกเดินไปยังธาราเพลิง์ นนท์วาดมือเก็บธาราเพลิง์ทั้งแสนหยดไว้
นนท์เรียกธาราเพลิง์ออกมาหนึ่งหยด แล้วจ้องเข้าไปภายในธาราเพลิง์หยดนั้น
ปราน์สีทองมากมายล่องลอยทั่วในธาราเพลิง์ ทั้งอักขระกฎเกณฑ์แห่ง์ยังพรั่งพรายอยู่ทั่ว
นนท์ทิ้งตัวนั่งลงแล้วกลืนธาราเพลิง์เข้าไป
" ครืน " ปราน์ะเิในตันเถียนส่งพลังมหาศาลไปยังอวัยวะส่วนต่างๆ
" ดี อีกนิดเดียวก็ทะลวงขั้นพลังได้แล้ว " นนท์พึมพำ แล้วกางค่ายกลเร่งเวลา
วันเวลาหมุนเวียนไปอีกหกเดือน นนท์เปิดเปลือกตาขึ้น
" กฎเกณฑ์แห่ง์สามขั้นสมบูรณ์ " นนท์พึมพำ เก็บค่ายกลเร่งเวลา
" ได้เวลากลับเสียที " นนท์เร่งทะยานร่างจากไป
เมื่อออกมาจากหุบเขาเพลิงมรณะ เหล่ายอดยุทธทั้งหลายต่างแปลกใจ ที่นนท์นั้นเดินออกมาโดยที่มิเป็อันใด
" น้องชาย ใยเ้าถึงทนเปลวเพลิงพวกนี้ได้ " นนท์หันมองยังชายผู้พูด
" พี่ชาย เพียงท่านดูดซับเปลวเพลิงปฐี ท่านก็สามารถทนต่อความร้อนของเพลิงปฐีได้ " เหล่ายอดยุทธต่างพยักหน้า
" พวกข้ามิมีเปลวเพลิงปพี " นนท์พยักหน้า
" ข้ามีวิธี ท่านเดินเข้าไปภายใน เมื่อท่านรู้สึกว่าร่างของท่านรับเพลิงปฐีมิไหว ให้รีบออกมาพักฟิ้นยังข้างนอก " นนท์กวาดตามองยังเหล่ายอดยุทธที่เดินเข้ามา
" เมื่อท่านฟื้นฟูร่างกายเสร็จ ให้ท่านเข้าไปอีกครา ทำเช่นนี้ซ้ำๆแล้วร่างของท่านจะทนต่อความร้อนของเพลิงปฐีได้ " เหล่ายอดยุทธต่างพยักหน้า
" หากท่านทำเช่นนี้ กายของท่านก็จะแข็งแกร่งขึ้น ที่นี่ถือว่าเป็สถานฝึกกายชั้นเลิศ " นนท์ยกยิ้ม
" แต่ให้ระวัง เมื่อเข้าไปยังกึ่งกลางของเขตรอบนอก ให้ระวังวานรเพลิงขั้นจักรพรรดิ์ขั้นที่เก้า " เหล่ายอดยุทธทั้งหลายต่างพากันหน้าซีด
" น้องชายเ้าก็พบเจอสานรเพลิงตัวนั้นรึ " นนท์พยักหน้า
" ข้าเกือบเอาชีวิตมิรอด " นนท์ยกยิ้มให้กับเหล่ายอดยุทธทั้งหลาย
" พี่ชายข้าต้องกลับแล้ว " นนท์ประสานสองมือรอบทิศแล้วเร่งทะยานร่างกลับสำนักทันที
" ไอ้สาระเลวนั้นเหตุใดมันจึงยังมิตาย " กงจ้านที่เฝ้าอยู่ที่ปากทางเข้าหุบเขาเพลิงมรณะเอ่ยขึ้น
" เ้าจงเร่งไปรายงานให้บิดาของข้า " ศิษย์ของตระกูลกงเร่งไปอย่างรวดเร็ว
นนท์ทะยานร่างออกมาราวหมื่นลี้
" ไอ้สาระเลวพบเจอเ้าจนได้ " นนท์ผินกายกลับ มองยังต้นเสียง
" ที่แท้เป็ไอ้แก่หน้ามิอายนี่เอง " นนท์แสยะยิ้ม
" ครานี้เ้าจะมิมีทางรอดไปได้ " ชายแก่พยักหน้าให้เหล่าศิษย์
" ครืน " ห้วงมิติพลันบิดเบี้ยว ทั้งผืนพสุธากลับกลายเสมือนเหล็กกล้า แสงสังหารพวยพุ่งเข้าหานนท์อย่างรวดเร็ว
นนท์วาดมือส่งอักขระเต๋าวิวัฒนก่อกำแพงปกป้องตนไว้
" ตูม " ร่างของนนท์ถึงกับปลิวออกไป
นนท์วาดมือส่งอักขระตัวจิ๋วเข้าทำลายค่ายกลสังหาร
" ฆ่ามัน " ชายแก่สั่งการ เหล่าศิษย์รวมพลังปลดปล่อยแสงสังหารของค่ายกล
" ผู้าุโ แผ่นหยกค่ายกลแตกแล้วขอรับ " เสียงของศิษย์ผู้หนึ่งะโขึ้น นนท์วาดมือส่งอักขระกรงขังเต๋าเข้ากักขังเหล่าศิษย์ไว้
" พวกเ้าอยู่อย่างนี้สักสามชั่วยามเถิด " นนท์หันกลับมองยังชายแก่
" ไอ้แก่ ค่ายกลนี้เ้าคงซื้อมาในราคาแพงมากสินะ น่าเสียดายใช้งานได้เพียงคราเดียวก็พังแล้ว " นนท์ส่ายหน้า
" ตาย " ชายแก่ฟาดฝ่ามือเข้าใส่นนท์ในทันที
" เปรี้ยง " ปรานสังหารพุ่งเข้าหานนท์อย่างรวดเร็ว นนท์จดจ้องยังปรานสังหาร
" พลังยังห่างจากอสูรเพลิงมากนัก " นนท์พึมพำ แล้วผสานกฎเกณฑ์แห่งพลังฟาดฝ่ามือเข้าปะทะ
" ตูม " ร่างของนนท์เหยียดถอยหลัง
" ไอ้สาระเลว " ชายแก่กลับเป็ฝ่าที่แตกตื่น เพราะขั้นฝึกของนนท์เพียงจักรพรรดิ์ขั้นที่สองใยจึงรับพลังฝ่ามือของตนได้
" ทีข้าบ้าง " นนท์เหวี่ยงหมัดภูผาเข้าใส่ชายแก่ทันที
" ครืน " ผืนพสุธาพลันสั่นไหว ทั้งห้วงมิติยังถูกฉีกจนขาดกระจุย
" ไอ้เลว " ชายแก่ลนลานฟาดฝ่ามือออกไปสุดแรง
" ตูม " ร่างของทั้งสองเหยียดถอยหลังนนท์ได้จังหวะผินกายแล้วเร่งทะยานร่างจากไปอย่างรวดเร็ว
" ไอ้แก่ ข้านั้นมีเวลาเล่นกับเ้าน้อยนัก ไว้ข้ามีเวลามากกว่านี้ข้าจะเล่นกับเ้าจนถึงรุ่งเช้า แต่เวลานี้ข้าต้องไปก่อน " นนท์ส่งเสียงสะท้อนทั่ว
" ไอ้สาระเลว " ชายแก่กัดกรามแน่น หันมองยังกรงขัง ฟาดฝ่ามือเข้าใส่กรงขังหวังทำลายกรงขัง
" ตูม " เสียงะเืลั่น
" อ้าก " เหล่าศิษย์ที่อยู่ภายในกรงขังต่างส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าเวทนา
" ไอ้ชั่ว " เสียงของชายแก่กะโกนดังไล่หลังนนท์ นนท์เพียงยกยิ้ม
" ถึงเสียที " นนท์เดินเข้าสำนัก แล้วเร่งไปยังศูนย์ภารกิจ
" ศิษย์พี่ ข้ามาส่งภารกิจ " นนท์วางหัวของอสูรเพลิงไว้บนโต๊ะพร้อมป้ายไม้ภารกิจ
" เ้า " เฒ่ากงเดินออกมา มองยังหัวของอสูรเพลิง ดวงตาถึงกับเบิกกว้าง
" เฒ่ากง นี่ป้ายหยกของข้า " นนท์ยื่นป้ายหยกให้เฒ่ากง
" ห้าหมื่นคะแนน " เฒ่ากงรับป้ายหยกแล้วเร่งลงคะแนนให้นนท์ด้วยมืออันสั่นเทา
ยามนี้ในใจของเฒ่ากงนั้นพลันรุ่มร้อนดังดวงไฟแผดเผา " ไฉนมันจึงสังหารอสูรเพลิงได้ทั้งที่ขั้นฝึกของมันต่ำยิ่งนัก " เฒ่ากงครุ่นคิดในใจ
นนท์รับป้ายหยกมาตรวจดูคะแนนพลางพยักหน้า
" เฒ่ากง ข้าขอลา " นนท์พยักหน้าให้แล้วเดินจากมา
" ไปดูพวกสมุน " นนท์พึมพำแล้วเดินไปยังเขาของตน
" เสียงเอะอะอะไร " นนท์พึมพำ
" เกิดอันใดขึ้น " นนท์มองยังเ้าหกที่คุกเข่าอยู่ที่พื้น
" ศิษย์พี่ใหญ่ " เ้าหกพลันดีใจลุกยืนโผเข้าหา
" เป็พวกมัน " เ้าหกชี้นิ้วไปยังชายสวมชุดสีฟ้า นนท์ทะยานร่างเข้าไปในถ้ำ
" พวกเ้าเป็ผู้ใด จึงกล้าบุกรุกเขาลูกนี้ " นนท์กวาดตามองยังเหล่าลูกสมุนที่สภาพน่าอนาถ
" เ้าถึงกับกล้าทำร้ายคนของข้า " นนท์ชี้นิ้วไปยังทะเลความรู้ของชายชุดสีฟ้า
" เถียนชีเหอรึ เ้านึกว่าบิดาของเ้าเป็รองเ้าสำนัก แล้วเ้าจะกระทำการใดก็ได้ โดยที่มิมีความผิดงั้นรึ " นนท์แสยะยิ้ม
" อั่ก " เถียนชีเหอทิ้งเข่าลงทั้งสองข้าง พลางกระอักเืออกมาอย่างมากมาย
" นี่เป็เพียงบทลงโทษ ที่เ้ากล้าเข้ามาทำร้ายคนของข้า " นนท์วาดมือส่งร่างของเถียนชีเหอปลิวไปไกล
" พวกเ้าทุกคนมารวมกันที่นี่ " นนท์วาดมือส่งปรานชีวิตเข้าฟื้นฟูร่างของลูกสมุนและศิษย์ที่อยู่ยังถ้ำชั้นล่าง
" มันเกิดอันใดขึ้น " นนท์เอ่ยถาม
" ศิษย์พี่ใหญ่ ั้แ่ที่ศิษย์พี่หญิงฉางมาชวนท่านไปยังหุบเขาเหมันต์ เถียนชีเหอนั้นถึงกับประกาศว่าจะสังหารท่านให้ได้ " นนท์พยักหน้า
" เมื่อท่านไปยังหุบเขาเพลิงมรณะ เถียนชีเหอก็มายังเขาแล้วลงมือทำร้ายและปล้นทัรพยากรของพวกเราทุกวัน " นนท์ถึงกับหน้านิ่ว
" พวกเ้ามิต้องกังวล ข้าจะเอาคืนมาให้พวกเ้าทั้งหมด " เหล่าศิษย์ต่างพยักหน้า
" ศิษย์พี่หญิงฉาง ทำภารกิจสำเร็จรึไม่ " นนท์เอ่ยถาม
" ศิษย์พี่ใหญ่ มิสำเร็จ ทั้งยังาเ็กลับมา เวลานี้ขั้นพลังของนางลดลงไปมาก คงเหลือเพียงจักรพรรดิ์ขั้นที่สอง " นนท์พยักหน้า
" ไอ้สาระเลวโจวนนท์ " นนท์กวาดตามองยังต้นเสียง
" เ้ากล้าดีเช่นไรจึงได้ทำร้ายบุตรของข้า " นนท์ก้าวเดินออกมาจากถ้ำ
" แล้วบุตรของเ้ากล้าดีเช่นไร จึงได้ลงมือทำร้ายคนของข้า ทั้งยังปล้นชิงทรัพยากรไป " นนท์จ้องไปยังเถียนผิง
" เป็เพียงศิษย์สายนอกยังกล้าปากดี " เถียนผิงฟาดฝ่ามือเข้าใส่นนท์ในทันที
นนท์ส่ายหน้า หยิบยืมพลังของเขี้ยวั แล้ววาดมือสร้างกำแพงอักขระเต๋า
" ตูม " นนท์เหลียวซ้ายแลขวา มองยังเหล่าศิษย์ที่อยู่รอบด้าน
" รองเ้าสำนัก เ้าคิดทำอันใด " เหล่าผู้าุโจากตำหนักต่างๆทะยานร่างเข้ามา นนท์มองไปยังเหล่าผู้าุโจากตำหนักต่างๆ
เถียนผิงถึงกับผงะ เพราะมิคาดคิดว่าศิษย์สายนอกผู้นี้จะมีเหล่าเ้าตำหนักทั้งหลายปกป้อง
" ครั้งนี้ ข้าจะถือว่าบุตรของข้าทำผิด และจะมิเอาโทษเ้า " เถียนผิงทะยานร่างจากไป
" รองเ้าสำนัก แล้วทรัพยากรที่บุตรของเ้าปล้นไป ให้เอามาคืนเสีย " นนท์ส่งเสียงดังทั่วสำนัก
" ไอ้สาระเลว " เถียนผิงส่งแหวนมิติมายังนนท์ นนท์ส่งจิตเข้าตรวจสอบพลางพยักหน้า
" เ้าหนึ่งเ้าเอาทรัพยากรในนี้ แบ่งให้กับศิษย์ทุกคน " นนท์ยื่นแหวนมิติให้กับเ้าหนึ่ง
" คารวะผู้าุโทุกท่าน " นนท์สองมือคารวะเหล่าผู้าุโที่มา
" อาจารย์โจวได้ยินว่าท่านกลับมาจากหุบเขาเพลิงมรณะ พวกเราจึงได้เร่งมา " นนท์พยักหน้า
" ข้าว่าเชิญทุกท่านข้างในเถิด ข้ามีเื่จะเล่าให้ฟังมากมาย " นนท์ยกยิ้มแล้วเดินเข้าไปในถ้ำ
" ทุกท่าน นี่คือ เพลิงปฐี เพลิงนภา เพลิง์ ข้าได้มาเพียงอย่างละสิบ " นนท์ส่งเพลิงทั้งสามให้เ้าสำนัก
" นี่เป็สมุนไพรต่างๆ ที่ข้าได้เก็บเกี่ยวระหว่างที่อยู่ในนั้น " เ้าตำหนักโอสถตาโตราวไข่ห่าน เมื่อเห็นกองสมุนไพร
" แร่อัคคี ราวแสนชั่ง " เ้าตำหนักหลอมสร้างยิ้มแก้มปริในทันใด
" นี่คือแผ่นหยกอัคคี " เ้าตำหนักอัคคีรับเอาแผ่นหยกอัคคีขึ้นมาดู
" ดี ครานี้ค่ายกลเพลิงอัคคีของสำนักก็จะกลับมาใช้ได้ดังเดิม " นนท์ยกยิ้ม
" นี่คือที่พิเศษสุด " นนท์วางขวดหยกสามขวดต่อหน้า
" อาจารย์โจว ในขวดหยกมีสิ่งใด " นนท์ยกยิ้ม
" ท่านลองเปิดดูสิ " เ้าสำนักหยิบขวดหยกทั้งสามยื่นมือดึงจุกปิดปากขวดออก
" ครืน " ผืนพสุธาพลันสั่นไหว ห้วงมิติสับสนอลหม่าน เพราะกฎเกณฑ์ทั้งสามต่างแย่งกันห้วงมิติเพื่ออวดตน
" ธาราเพลิงทั้งสาม อย่างละพันหยด " เหล่าผู้าุโต่างตาโตราวไข่ห่าน
" อาจารย์โจว ท่านได้มาเช่นไร " นนท์จึงเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นในหุบเขาเพลิงมรณะให้ฟัง
" ยอดเยี่ยมยิ่งนัก " เหล่าผู้าุโต่างตาแดงก่ำ
เพราะธาราเพลิงทั้งสามนั้นกว่าจะกลั่นตัวได้แต่ละหยดนั้นต้องใช้เวลาถึงหมื่นปี และราคานั้นมิต้องพูดถึง
" อาจารย์โจว ท่านให้ธาราเพลิงทั้งสามแก่สำนักจริงรึ " นนท์พยักหน้า
" ท่านเ้าสำนักรับไปเถิด " นนท์ยกยิ้ม
" งั้นข้ามิเกรงใจล่ะนะ " เ้าสำนักยิ้มหน้าบาน
" ข้าลืมเสียสนิท " นนท์วางขวดหยกอีกหนึ่งขวด
เ้าสำนักหยิบขวดหยกขึ้นมาแล้วเปิดออก
เมฆหมอกสีแดงคละคลุ้งทั่วโถงถ้ำ เ้าสำนักส่งจิตเข้าไปดูในขวดหยก
" ไขกระดูกัเพลิงสิบหยด " เหล่าผู้าุโต่างแข็งค้างตามกัน
" อาจารย์โจวท่านได้ไขกระดูกัเพลิงนี่มาจากที่ใด " นนท์ยกยิ้มแล้วหยิบเขี้ยวัเพลิงออกมา
" เขี้ยวัเพลิง " เหล่าผู้าุโถึงกับตื่นตะลึง ยื่นมือััยังเขี้ยวัเพลิงที่อยู่ต่อหน้า
" ช่างวิเศษยิ่งนัก " เหล่าผู้าุโลุกยืนพร้อมกันแล้วค้อมหัวให้กับนนท์
" ผู้าุโทุกท่าน ท่านมิต้องทำเช่นนี้ " นนท์ยกสองมือประคองร่างของเ้าสำนัก
" อาจารย์โจว ท่านเหมือน์บันดาลโดยแท้จริง " นนท์ได้แต่ยิ้มแห้งๆ
" ครานี้ สำนักจักรพรรดิ์จะได้กลับมายิ่งใหญ่อีกครา " นนท์แปลกใจ
" ท่านเ้าสำนักหมายความว่าเช่นไร " นนท์เอ่ยถาม
" แสนปีมานี่ สำนักจักรพรรดิ์ตกต่ำลงเป็อย่างมาก เพราะมิอาจค้นหาทรัพยากรให้เหล่าศิษย์ได้ฝึกฝน " นนท์พยักหน้า
" เหล่าศิษย์อัจฉริยะ จากโลกต่างๆจึงได้ไปยังสำนักอื่นๆจนหมด " นนท์พยักหน้า
" ข้าว่ามันมิใช่เพียงการค้นหาทรัพยากรดอก " เหล่าผู้าุโต่างพยักหน้า
" ข้าจะสร้างให้สำนักกลับมายิ่งใหญ่อีกครา แต่ข้าขอเวลาสักพักเพื่อเตรียมสิ่งของต่างๆ " เหล่าผู้าุโต่างพยักหน้า
นนท์และเหล่าผู้าุโต่างพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ เหล่าผู้าุโจึงกลับไปยังตำหนักของตน
" ข้าจะไปดูศิษย์พี่หญิงฉาง " นนท์เอ่ยขึ้น ลูกสมุนทั้งหกต่างเร่งเดินตามนนท์ไปยังตำหนักของฉางกุ้ยฉี
นนท์กวาดตามองยังตำหนักของฉางกุ้ยฉี ที่ถูกปกคลุมด้วยไอเหมันต์ทั้งหลัง
" ศิษย์พี่หญิงฉาง ข้าโจวนนท์ ท่านอยู่รึไม่ " นนท์ยืนเรียกฉางกุ้ยฉีที่หน้าตำหนัก
" เข้ามา " เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น นนท์ยื่นมือผลักประตูเข้าไปภายใน
" พวกเ้ารออยู่ที่นี่ " ลูกสมุนทั้งหกต่างพยักหน้า
นนท์มองยังร่างบางที่ถูกไอเหมันต์โอบล้อมทั้งร่าง นนท์พลางยกยิ้ม
" ศิษย์พี่หญิงฉาง ท่านเป็เช่นไรบ้าง " นนท์เอ่ยแล้วทรุดกายลงนั่งที่บนเตียง
" ศิษย์พี่โจว ข้ายังไหว " นนท์พยักหน้า
" ท่านถูกพิษของแมงมุมเหมันต์ ตามตำราโอสถบอกไว้ว่า ท่านจะต้องหลอมเพลิงอันใดก็ได้ เพื่อเป็การขับพิษ " ฉางกุ้ยฉีพยักหน้า
" ท่านลงมานั่งข้างล่างเถิด " นนท์ประคองร่างบางลงมาที่พื้น แล้วเดินออกไปกำชับเหล่าลูกสมุนว่ามิให้ผู้ใดเข้ามาขัดขวางเด็ดขาด
" เรามาเริ่มกันเถิด " นนท์ทรุดกายลงนั่งตรงหน้าของฉางกุ้ยฉี นนท์สะบัดมือเรียกเพลิงปฐีออกมา เปลวเพลิงปฐีลุกโชนกลางฝ่ามือของนนท์
ฉางกุ้ยฉี ถึงกับกลืนน้ำลาย
" ท่านดูดกลืนมันเสีย และมิต้องกังวล ข้าจะอยู่ที่นี่คอยพิทักษ์ให้ " ฉางกุ้ยฉีพยักหน้าแล้วเริ่มดูดกลืนเพลิงปฐี
" อ๊า " เสียงร้องคร่ำครวญของนาง ทำเอานนท์อดที่จะสงสารนางมิได้
" ศิษย์พี่หญิงฉาง ท่านต้องอดทน " เสียงของนนท์ส่งเข้ามา นางทำได้เพียงกัดฟันอดทนต่อเปลวเพลิงที่แผดเผาร่างของตน
นนท์หยดน้ำปรานสรรพสิ่งที่หัวของนางเพื่อฟื้นฟูพลัง ราวสองชั่วยามที่ฉางกุ้ยฉีอดทนต่อเปลวเพลิงที่แผดเผาตน
ฉางกุ้ยฉีเปิดเปลือกตาขึ้นจ้องหน้าของตน โดยหารู้ไม่ว่าเวลานี้เสื้อผ้าของตนนั้นถูกเพลิงปฐีแผดเผาจนสิ้นแล้ว
" ศิษย์พี่โจว ข้าหายแล้ว " ดวงตาคู่สวยของนางมองยังตาคมของนนท์ ฉางกุ้ยฉีนั้นรู้สึกแปลกใจ จึงก้มลงมองยังร่างของตน
" กริ๊ด " ฉางกุ้ยฉี ยกสองมือกุมูเาสองลูกแล้วทะยานร่างเข้าห้องอาบน้ำในทันที
" ศิษย์พี่โจวท่านออกไปก่อน " ฉางกุ้ยฉีะโออกมาจากห้องอาบน้ำ
" ข้าจะออกไปรอข้างนอก " นนท์ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปรอยังห้องรับแขก
" ศิษย์พี่โจว ขอบคุณท่าน " ฉางกุ้ยฉีเอ่ยขอบคุณนนท์ นนท์จ้องยังใบหน้าสวยของนางที่เวลานี้นั้นแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
" ข้ามิอยากเรียกเ้าว่าศิษย์พี่ ข้าอยากเรียกเ้าว่าฉีเอ๋อร์ จะได้รึไม่ " ฉางกุ้ยฉีพยักหน้า
" พี่โจว ฉีเอ๋อร์ขอบคุณท่าน " นนท์โบกมือ
" ขั้นพลังของเ้าลดลงมาก เ้าต้องเร่งฝึกฝนให้มากขึ้น " นนท์ยื่นธาราเพลิงทั้งสามให้กับฉางกุ้ยฉี
" เ้าใช้ธาราเพลิงทั้งสามเพื่อฟื้นฟูพลังเถิด " ฉางกุ้ยฉียื่นมือรับเอาธาราเพลิงทั้งสามไว้
" เ้าอย่าได้บอกผู้ใดว่าเ้ามีสิ่งเหล่านี้ " ฉางกุ้ยฉีพยักหน้า
" ข้าต้องไปแล้ว " ฉางกุ้ยฉีพยักหน้า ส่งยิ้มหวานให้กับนนท์ ทำเอานนท์ถึงกับแข็งค้าง
" ฉีเอ๋อร์ เ้าช่างงดงามยิ่งนัก " นนท์พึมพำ ทำเอาฉางกุ้ยฉีถึงกับก้มหน้าหลบนนท์ด้วยความเขินอาย
เมื่อได้สตินนท์ผินกายแล้วเดินออกจากตำหนักของฉางกุ้ยฉี
" ศิษย์พี่ใหญ่ จะไปที่ใดดี " นนท์เดินทอดน่องไปเรื่อย
" เ้ารึโจวนนท์ " นนท์หันมองยังต้นเสียง
" ใช่ เป็ข้า " นนท์เอ่ยขึ้น รอให้ชายผู้นั้นเอ่ยปาก
" หากมิมีสิ่งใดแล้ว ข้าขอตัว " นนท์เดินจากไปในทันที
" อีกมินานดอก " ชายผู้นั้นเอ่ยขึ้นด้วยโทษะ
" ศัตรูช่างเยอะเสียจริง " นนท์พึมพำ