ราตรีมืดมิดไร้แสงจันทร์สาดส่อง เมฆอึมครึมก่อตัวบดบังฟากฟ้าประหนึ่งจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง เสียงอสนีบาตฟาดเปรี้ยงสนั่นหวั่นไหว ลมพายุโหมกระหน่ำราวกับผืนฟ้ากำลังกรีดร้องรับอาเพศใหญ่ที่กำลังจะอุบัติขึ้น
ในค่ำคืนวิปริตนี้เอง... จุดเริ่มต้นแห่งการเปลี่ยนแปลงแผ่นดินก็ถือกำเนิดขึ้น
ภายใน ‘ตำหนักคุนหนิง’ อันโอ่อ่ากว้างขวางทว่าวังเวงผิดปกติมีเพียงเสียงครวญครางแ่โหยที่ดังเล็ดลอดออกมาเป็ระยะ ประทีปโคมไฟเพียงไม่กี่ดวงส่องแสงริบหรี่สะท้อนเงาพร่าพรายบนผนังไม้แกะสลัก ‘ฮองเฮาฉีเหมยหลัว’ พระมารดาแห่งแคว้นต้าฉี กำลังนอนครวญครางบนเตียงบรรทมด้วยความเ็ปเจียนขาดใจ ใบหน้าที่เคยงดงามผ่องใสบัดนี้ซีดเซียวจนแทบไม่ต่างจากกระดาษ เนื้อตัวอิดโรยเกินขีดจำกัดจนเหงื่อแตกพลั่วไหลอาบผมและเสื้อผ้า สิบสองชั่วยามแล้วที่นางต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานจากการให้กำเนิด ทว่าทารกในครรภ์กลับมิยอมเผยโฉม หากเนิ่นนานไปกว่านี้ มิเพียงแต่ทารกที่จะสิ้นลม แม้แต่ชีวิตของมารดาก็ยากจะรักษา
ทว่าในวินาทีที่ความเป็ความตายอยู่เพียงแค่เส้นกั้น ‘จักรพรรดิฉีตวนอวี้’ ผู้เป็สวามีกลับมิได้แยแสแม้แต่น้อย เป็ที่ทราบกันดีในวังหลังว่าเหมยหลัวมิใช่สตรีที่ทรงโปรดปราน ตำแหน่งฮองเฮาของนางเป็เพียงผลประโยชน์ต่างตอบแทนจากอำนาจหนุนหลังของตระกูลฝั่งบิดา ในคืนที่พายุคลั่งกระหน่ำซัดสาด พระองค์กลับเลือกที่จะประทับอยู่ในตำหนักของพระสนมคนโปรด ปล่อยให้ตำหนักคุนหนิงจมดิ่งสู่ความเงียบงันที่ถูกลืมเลือน
ความเ็าของโอรส์กลายเป็ช่องว่างอันตราย เมื่อผู้ที่ควบคุมตำหนักในคืนนี้มิใช่ราชองครักษ์ของฮ่องเต้ หากแต่เป็คนของ ‘เฉินหมินหยาง’ อัครมหาเสนาบดีผู้กุมอำนาจล้นฟ้า ซึ่งเป็บิดาแท้ๆ ของเหมยหลัว! เฉินหมินหยางยืนเอามือไพล่หลังอยู่ระเบียงคด จ้องมองสายฝนที่กระหน่ำซัดกระเื้ัคาด้วยแววตาเรียบเฉยทว่าในแววตานั้นฉาบฉวยความละโมบที่ซ่อนเร้นอย่างลึกซึ้ง สำหรับเขาแล้ว หลานที่กำลังจะลืมตาดูโลกต้องเป็ 'บุรุษ' เท่านั้น เพื่อเป็บันไดทองคำให้ตระกูลเฉินหยั่งรากลึกบนบัลลังก์ไปอีกร้อยปี! เขาขบคมขากรรไกรแน่น ทุกครั้งที่เสียงครวญครางของลูกสาวลอยมาถึงหู เขาก็เพียงก้าวย่างไปมาช้าๆ ไม่มีท่าทีจะกังวลถึงชีวิตบุตรสาวแม้แต่น้อย
ครึ่งชั่วยามต่อมา... ราวกับปาฏิหาริย์ สายฝนที่เคยกระหน่ำซัดกลับหยุดชะงักลงดื้อๆ เมฆหมอกสลายตัวเปิดทางให้ดวงจันทร์ทอแสงลงมาที่พื้นดิน และในจังหวะที่ความมืดมิดถูกขับไล่ เสียงร้องไห้จ้าของทารกน้อยก็แผดดังขึ้นก้องตำหนักคุนหนิง ตัดผ่านความเงียบเหงาที่ปกคลุมมาตลอดคืน
"ออกมาแล้วเพคะ! ออกมาแล้ว!" หมอตำแยร้องบอกด้วยความดีใจจนเสียงสั่น รีบตัดสายสะดือและห่อตัวทารกน้อยด้วยผ้าสะอาดอย่างคล่องแคล่ว ทันใดนั้นประตูห้องคลอดถูกผลักออกอย่างแรง เฉินหมินหยางก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยความรีบร้อนและคาดหวัง เขายืนหยุดอยู่ที่ข้างเตียง มือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวกระชับกำแน่น จ้องมองหมอตำแยที่กำลังจะคลี่ผ้าอ้อมออกด้วยสายตาประดุจพญาเหยี่ยวที่กำลังจ้องเหยื่อ
เหมยหลัวพยุงกายที่อ่อนล้าขึ้นนั่งพิงพนักเตียง มือสั่นเทาเกาะผ้าห่มแน่น นางเบนสายตาไปหาประตูห้องเป็ชั่วครู่ราวกับยังรอคอยเงาของสวามีผู้ไม่มีตัวตน ก่อนจะกลับมามองหมอตำแยด้วยความหวังที่เปี่ยมล้น "ลูกของข้า... เป็โอรสหรือไม่?" น้ำเสียงแ่เบาแทรกด้วยความหวาดหวั่น
ทว่าทันทีที่ผ้าอ้อมถูกคลี่ออก... บรรยากาศภายในห้องพลันแข็งค้าง ความเงียบปกคลุมหนาแน่นจนแทบได้ยินเสียงหัวใจเต้น แววตาของทั้งเหมยหลัวและเฉินหมินหยางเปลี่ยนเป็ว่างเปล่าและเย็นเยียบประดุจน้ำแข็งในหุบเขาลึก
"ยินดีด้วยเพคะพระองค์... เป็พระธิดา"
คำว่า 'พระธิดา' ประหนึ่งสายฟ้าฟาดลงกลางใจของสองพ่อลูกตระกูลเฉิน เหมยหลัวทรุดตัวลงกลับไปนอนบนหมอน มือประคองหน้าอกราวกับหายใจไม่ออก ส่วนเฉินหมินหยางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ั์ตาแคบลงจ้องมองทาริกาน้อยด้วยความผิดหวังที่กลายเปลวไฟโทสะ ในยามที่ฮ่องเต้ทรงจ้องจะปลดนางทุกเมื่อเชื่อวัน การมีบุตรสาวมิได้ช่วยให้อำนาจของตระกูลมั่นคงขึ้น ซ้ำยังจะเป็ชนวนให้ทุกอย่างพังทลายในพริบตา
เฉินหมินหยางจ้องมองทาริกาน้อยที่กำลังร้องไห้เบาๆ ด้วยสายตาอำมหิต ก่อนจะประสานสายตากับบุตรสาวเพียงชั่วครู่ ทั้งคู่สื่อสารกันด้วยความเงียบงันที่เปี่ยมด้วยความชั่วร้าย เหมยหลัวกระชับกอดบุตรสาวแน่นจนเด็กน้อยร้องอู้อี้อีกครั้ง ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวด้วยโทสะและแรงอาฆาตที่พุ่งขึ้นสูงสุด
"ฉีเหวินอวี้... ลูกของข้า" นางกล่าวเสียงเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็ง มือเรียวลูบผมอ่อนนุ่มของบุตรสาวช้าๆ แต่แววตาไม่มีความเมตตาแม้แต่น้อย "เ้าจะต้องเป็กษัตริย์แห่งแคว้นต้าฉี"
สิ้นคำประกาศ บ่าวไพร่และหมอตำแยต่างเสียวสันหลังวาบด้วยความหวาดกลัวจนต้องคุกเข่าโขกศีรษะลงพื้นจนเกิดเสียงดังระรัว "พวกเราขอสาบานเพคะ! ความลับนี้จะไม่มีวันแพร่งพราย!"
เหมยหลัวแสยะยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องหนาวสะท้าน มุมปากยกขึ้นอย่างเยือกเย็น "เก็บเป็ความลับงั้นรึ? คนที่ไว้ใจได้ที่สุด... คือคนที่ตายไปแล้วเท่านั้น"
เฉินหมินหยางโบกมือเพียงครั้งเดียวเป็สัญญาณสังหาร นิ้วมือสั่นเบาๆ ด้วยความใจเย็น "จัดการให้เรียบร้อย คืนนี้ฟ้าฝนเป็ใจให้พวกเ้าแล้ว"
สิ้นเสียงอัครมหาเสนาบดี เหล่าบ่าวไพร่ที่รู้ชะตากรรมต่างไม่ทันได้ร้องขอชีวิต คมดาบจากเงาดำที่ซุ่มอยู่รอบตำหนักคุนหนิงก็ตวัดฉับ! โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมพื้นห้องจนกลายเป็สีเื เสียงร้องลั่นเพียงชั่วครู่ก็ดับลง เหลือเพียงความเงียบเหงาและกลิ่นคาวเืที่ลอยคละคลุ้ง ความเ็าของฮ่องเต้ตวนอวี้กลายเป็ม่านบังตาชั้นดีที่ทำให้ตระกูลเฉินสามารถ ‘กรีดเืล้างตำหนัก’ พลิกชะตาจากบุตรสาวให้กลายเป็องค์รัชทายาทได้อย่างไร้ร่องรอย
เหมยหลัวทอดสายตามองซากศพเ่าั้ด้วยความนิ่งเฉย นางจะไม่มีวันยอมให้เด็กหญิงเพียงคนเดียวหรือความรักที่ว่างเปล่าของสวามีมาทำลายอำนาจของนางได้ เพื่อบัลลังก์นี้... ต่อให้ต้องมือเปื้อนเืจนดำมืดเพียงใด นางและตระกูลเฉินก็พร้อมจะกระทำ! นางก้มหน้าจุมพิตหน้าผากบุตรสาวเบาๆ จุมพิตนั้นไร้ซึ่งไออุ่นรัก มีเพียงพันธนาการแห่งการครอบงำที่จองจำไว้ชั่วนิรันดร์