จื่อหยวนเตรียมของให้สองสาวได้ทำซาลาเปาช่วยกัน ต้า เหนิงเห็นมีขิงและแป้งข้าวเหนียวอยู่ด้วย จึงคิดที่จะลองทำยุเหวียนเซียวให้ฟางฮวาได้ลองชิมดู เธอบอกให้จื่อหยวนไปหามะพร้าวกับงาดำมาให้ ฟางฮวาอยู่คอยเป็ลูกมือให้กับต้าเหนิง
“ต้าเหนิง ฉันไม่รู้เลยว่าเธอจะทำยุเหวียนเซียวเป็ด้วย” ฟางฮวาเอ่ยอย่างตื่นเต้น พลางนวดแป้งซาลาเปาไปด้วย
“อืม แม่ฉันชอบกินน่ะ เดี๋ยวฉันจะทำซาลาเปาไส้เจให้เธอชิมดูนะ”
ต้าเหนิงตั้งใจจะทำยุเหวียนเซียวไส้ถั่วเหลือง น้ำขิงหอมๆ อุ่นๆ โรยด้วยงาดำและมะพร้าวอ่อนอร่อยๆ แต่ไม่มีถั่วเหลืองเธอจึงเลือกที่จะใช้มันเทศนำมาบดแล้วยัดไส้แทน...ส่วนไส้ซาลาเปา เห็นจื่อหยวนซื้อเต้าหู้มาด้วย จึงคิดที่จะใช้เต้าหู้กับหอมทำเป็ไส้แทน
ทั้งสองกำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหารอยู่นั้น จื่อหยวนจากที่ไหนวิ่งมาไม่รู้ สีหน้าแตกตื่นมาแต่ไกล
“เกิดเื่ใหญ่แล้วครับ แฮ่กๆ ชาวบ้านรวมตัวกันจับฉีเก๋อไปที่กลางทุ่งนาครับ”
“ห้ะ ! ฉีเก๋อไปทำอะไรผิดมาเหรอคะ? ทำไมถึงต้องจับไปที่กลางทุ่งนาด้วยคะ”
ฟางฮวาใเอ่ยถาม ต้าเหนิงเองก็ใไม่แพ้กัน รีบเก็บของให้เป็ระเบียบก่อนจะรีบเดินออกจากเรือนไป
“ต้าเหนิง เธอจะไปไหน ? ”
“ฉันก็จะไปดูไงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมต้องจับคนเป็ๆ ไปที่ทุ่งนาด้วย”
ต้าเหนิงรีบคว้าแขนจื่อหยวนและฟางฮวาเดินไปที่กลางทุ่งนาดู ชาวบ้านกำลังมุงอยู่เต็มไปหมด เสียงก่นด่าสาปแช่งดังสนั่นไปทั่ว เดินขยับเข้าไปใกล้ดูถึงเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ร่างผอมบาง ตัวเหลืองเหมือนขาดสารอาหารก็ไม่ปาน กำลังนั่งกอดร่างตัวเองไว้ด้วยหวาดผวา
“เป็ผู้หญิงแท้ๆ กลับไม่รู้จักรักเนื้อสงวนตัว ปล่อยให้ตัวเองท้องไม่มีพ่อแบบนี้ได้ไง”
“ใช่ๆ อย่างนี้ต้องถูกประณามไล่ออกจากหมู่บ้านไป”
“ที่นี่ไม่ให้ผู้หญิงสำส่อนอย่างหล่อนอยู่ รีบๆ ออกไปจากหมู่บ้านเราไป”
เสียงผู้คนก่นด่า ปาหญ้าแห้งใส่ผู้หญิงคนนั้นไม่หยุด บางคนก็ถุยน้ำลายใส่อย่างรังเกียจ ต้าเหนิงเห็นแบบนั้นก็โกรธมากทนไม่ไหว ผู้หญิงคนนั้นก็เป็คนเหมือนกันทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย จื่อหยวนเห็นต้าเหนิงจะเข้าไปช่วยก็รีบรั้งแขนภรรยาไว้
“อย่าเข้าไปยุ่งเลยครับ”
“คุณจะไม่ให้ฉันยุ่งได้ไงคะ ฉันทนยืนดูให้พวกเขาทำร้ายเธอไม่ได้หรอกนะคะ”
“นี่ ใครไปเอาปูนหมากกับกรรไกรนะ รีบๆ หน่อย” หญิงวัยกลางคน คนหนึ่งะโถาม
ต้าเหนิงถึงกับเบิกตาโพลง เธอเคยได้ยินแม่เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนถ้าผู้หญิงในหมู่บ้านท้องก่อนแต่งหรือท้องไม่มีพ่อ จะถูกชาวบ้านลากตัวมาประณามที่กลางทุ่ง บางหมู่บ้านจะจับผู้หญิงคนนั้นโกนผมแล้วใช้ปูนหมากทาลงบนศีรษะของผู้หญิงคนนั้น ให้ชาวบ้านลงโทษด้วยการถุยน้ำลายใส่ทีละคน
เธอไม่อยากจะเชื่อว่าทะลุมิติมาอยู่ที่นี่จะได้เห็นอะไรแบบนี้ด้วย ไม่คิดว่าชาวบ้านจะทำอย่างที่แม่เธอเคยเล่าให้ฟังจริงๆ ...มีชายคนหนึ่งวิ่งมาพร้อมกับกรรไกรและปูนหมากที่ถืออยู่ในมือ แม่ของผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ไม่ไกลพยายามขอร้องให้ปล่อยลูกสาวของตัวเองไป แต่ชาวบ้านก็ไม่ยอม จับแม่ของผู้หญิงคนนั้นไว้
“หล่อนนำความอับอายมาสู่หมู่บ้าน จะต้องเจอแบบนี้” หญิงวัยกลางคนนั้นถือกรรไกรกำลังจะตัดผมของผู้หญิงคนนั้น ต้าเหนิงที่ทนไม่ได้รีบะโบอกให้พวกเขาหยุด
“นี่หยุดนะ !!!” ต้าเหนิงวิ่งไปผลักหญิงวัยกลางคนนั้นออกห่าง ท่ามกลางสายตางุนงงของชาวบ้าน ก่อนจะพยุงผู้หญิงคนนั้นลุกขึ้น
“เธอเป็ยังไงบ้าง? เจ็บตรงไหนไหม? ”
“มะ...ไม่ค่ะ ขอบคุณนะคะ” เสียงใสสั่นเครือเอ่ยขอบคุณเบาๆ
“นี่ ! ต้าเหนิง! หล่อนหลีกไปเลยนะ! กล้าดียังไงมาช่วยนังผู้หญิงแพศยาคนนี้!”
หญิงวัยกลางคนนั้นแผดเสียงด้วยความโกรธ ชาวบ้านคนอื่นๆ เห็นเป็ต้าเหนิงที่เข้ามาขัดขวางก็ไม่มีใครกล้าว่าอะไร พวกเขาไม่อยากจะมีเื่กับเธอ มีเื่กับต้าเหนิงทีไรเกิดเื่ใหญ่ทุกที มีเพียงหญิงวัยกลางคนนั้นที่ไม่กลัวต้าเหนิงเลยแม้แต่น้อย
“ถ้าเป็ลูกสาวของน้า ! น้าจะให้ชาวบ้านทำแบบนี้กับลูกสาวของน้าไหม?! เธอก็แค่ท้องเองทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย!”
“หล่อนอย่ามาแช่งลูกสาวฉันนะ ! ลูกสาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น ! หลีกไป!”
“ไม่หลีก !” ต้าเหนิงไม่ยอมให้หญิงวัยกลางคนนั้นได้เข้าใกล้ จื่อหยวนเห็นท่าไม่ค่อยดีก็รีบวิ่งเข้าไปเอาร่างของตัวเองปกป้องภรรยาไว้
“น้าเฉิน อย่าคิดที่จะทำร้ายภรรยาผมเลยครับ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน”
“จื่อหยวน !!!” หญิงวัยกลางที่จื่อหยวนเรียกว่าน้าเฉินโกรธเืขึ้นหน้า แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรจื่อหยวน เพราะเห็นว่าเป็ลูกชายเพื่อนสนิท...ต้าเหนิงเห็นน้าเฉินไม่ว่าอะไรแล้วก็รีบพยุงผู้หญิงคนนั้นเดินออกไปจากตรงนั้น เพิ่งจะหันหลังไป น้าเฉินก็ะโไล่หลังเธอมาว่า
“หล่อนก็ไม่ต่างจากนังผู้หญิงคนนั้นแหละ ถ้าไม่อ่อยจนจื่อ หยวนหลงหัวปักหัวปำจนต้องยอมแต่งงานด้วย คิดหรือว่าจะมีใครเอา หล่อนควรจะไปขอบใจแม่สามีนะที่หวังดีช่วยจนเธอแท้งลูก ไม่อย่างนั้นเธอก็มีสภาพไม่ต่างจากนังนั่นหรอก !”
ต้าเหนิงและจื่อหยวนอึ้งตะลึงงันไปชั่วขณะเมื่อได้ยินแบบนั้น น้าเฉินรู้ว่าตัวเองเพิ่งพูดอะไรไปก็รีบปิดปากตัวเองไว้ทันที ต้าเหนิงรีบหันขวับไปจ้องน้าเฉินเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยไฟโทสะ กล้าพูดขนาดนี้คงต้องสั่งสอนหน่อยแล้ว
#เหตุการณ์อาจจะดูรุนแรงไปหน่อยนะคะ ไรต์ได้ให้เพื่อนคนจีนสอบถามญาติคนแก่ที่เคยผ่านยุค 60-90 มาก่อน ญาติของเพื่อคนจีนไรต์ได้เล่ามาแบบนี้ ไรต์เห็นความรู้น่าสนใจดีเป็อะไรที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ไรต์จึงได้นำมาเขียนในนิยายเื่นี้ ไม่รู้ว่าจริงแท้หรือไม่ แต่นี่คือคำบอกเล่าไรต์จึงอยากนำมาเขียนลงในนิยายของไรต์ค่ะ
#หากรี้ดไม่ชอบหรือยังไงโปรดเลื่อนผ่านได้เลยนะคะ อย่าคอมเม้นต์บั่นทอนจิตใจกันเลยค่ะ