ในการเดินทางครั้งนี้ ผู้ที่ติดตามอูหลินเฟิงไปด้วยสามคนได้แก่ อูซวน อูฉาน และ นักสู้ลมปราณระดับหกขั้นต้นนาม อูจิง นักสู้หญิงเพียงไม่กี่คนของตระกูลอู
“คุณชายใหญ่…นี่ขอรับ” อูซวนได้ยื่นบัตรอย่างตั๋วบางอย่างให้กับอูหลินเฟิง
“นี่มันตั๋วอะไรงั้นหรือ” อูหลินเฟิงถาม
“นี่คือตั๋วของเรือเหาะขอรับ การเดินทางไปเมืองศิลาแดงหากเดินทางทางบกต้องใช้เวลามากกว่ายี่สิบเอ็ดวัน แต่ว่า ถ้าเดินทางด้วยเรือเหาะจะสามารถไปถึงภายในเจ็ดวันขอรับ” อูซวนอธิบาย
“โห!! ข้าไม่เคยขึ้นเรือเหาะมาก่อน ชักตื่นเต้นแล้วสิ พวกเรารีบไปกันเถอะ” อูหลินเฟิงบอกด้วยความตื่นเต้น การขึ้นเรือเหาะเพื่อไปชมเมืองจากมุมสูงเป็อีกความฝันของอูหลินเฟิง
“ขอรับ…ตามข้ามาได้เลย” อูซวนนำทางอูหลินเฟิงไปยังสถานีจอดเรือเหาะของเมืองล่องเมฆา เมื่อมาถึงสถานีจอดเรือเหาะ และแสดงตั๋วเรือก็ได้มีพนักงานนำทางไปยังเรือเหาะสำหรับไปเมืองศิลาแดง หลังจากนี้อูหลินเฟิงก็เพียงแค่รอเวลาที่เรือเหาะจะออกเดินทาง
หลังจากที่รอไม่นานเรือเหาะก็ได้ออกเดินทาง โดยที่อูหลินเฟิงนั้นอยู่ชมวิวบนตัวเรือไม่ยอมเข้าพักภายในเรือเหาะ
“ข้าเคยได้แต่อ่านสิ่งต่างๆ ผ่านตัวอักษร พอได้มาเห็นทิวทัศน์ของเมืองจากมุมสูงเช่นนี้แล้วช่างงดงามซะจริง” อูหลินเฟิงมองไปยังภาพเมืองที่ค่อยๆ เล็กลง พร้อมัักับสายลมที่เข้ามากระทบใบหน้า มันเป็ความรู้สึกที่ดีเป็อย่างมาก
“คุณชายใหญ่…ตอนนี้ท่านแข็งแรงดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็ทิวทัศน์แบบไหนท่านย่อมสามารถไปดูด้วยตาตนเองได้แล้ว” อูซวนกล่าว
“นั่นสินะ ข้า...อยากจะท่องเที่ยวไปทั่วทั้งทวีปปราณฟ้า อีกยังต้องไปเห็นทิวทัศน์ของต่างทวีปด้วยตาตนเองสักครั้ง” สิ่งที่เขาบอกก็คือ ความฝันของคนที่ไม่เคยได้ออกจากเขตของตระกูลั้แ่เกิดอย่างเขา
“อีกไม่นานเรือเหาะจะบินสูงมากกว่านี้ อากาศจะเริ่มเบาบางลง เพื่อความปลอดภัยของท่าน ได้โปรดกลับที่ห้องพักเถอะขอรับ” อูซวนบอกหลังจากปล่อยในอูหลินเฟิงยืนชมวิวค่อนข้างนาน
“ได้...ข้าฟังเ้า เข้าไปกันเถอะ” อูหลินเฟิงเดินกลับเข้าไปในห้องพักของเรือเหาะ
หลังจากเจ็ดวันคณะเดินทางของอูหลินเฟิงก็ได้มาถึงเมืองศิลาแดง
“คุณชายใหญ่…ท่าน้าจะไปที่ไหนก่อนหรือขอรับ” อูซวนถาม ในเมืองแห่งนี้ไม่ควรที่จะเดินไปมาอย่างยิ่ง ควรที่จะรีบไปแล้วรีบกลับให้ด่วนที่สุด
“หาข้อมูลให้ข้าหน่อยว่า ในเมืองนี้มีโรงค้าทาสกับลานประลองของทาสนักสู้กี่แห่ง” อูหลินเฟิงบอกความ้าของตน
“ขอรับ / ขอรับ” อูซวน และ อูฉานรับหน้าที่และแยกกันไปหาข้อมูล ส่วนอูจิง รับหน้าที่คุ้มกันอูหลินเฟิงไม่ได้ไปกับทั้งสอง
“คุณชายใหญ่…ท่านคิดว่าสหายของท่านยังมีชีวิตอยู่จริงๆ งั้นเหรอ” อูจิงถาม เพราะเมื่อราวๆ สองเดือนก่อนมีข่าวการฆ่าล้างตระกูลจงที่เป็ตระกูลระดับกลาง คนของทางการหรือสำนักตรวจการแผ่นดินไม่สามารถที่จะหาตัวคนทำได้ อีกทั้งยังไม่พบผู้รอดชีวิตอีกด้วย
“ข้าเองก็ได้แต่หวังว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่” อูหลินเฟิงตอบ แต่ลึกๆ เขาแน่ใจว่า ถ้าเหตุการณ์่นี้เดินไปตามนิยายละก็จงิ่จะต้องมีชีวิตรอดมาได้แน่นอน
‘ถ้าอ้างอิงจากเวลาตามนิยาย จงิ่จะหนีออกจากลานประลองทาสได้หลังเทศกาลล่าสัตว์อสูร เพราะภายในนิยายเมื่อออกมาได้จงิ่อยากไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลอู แต่ตระกูลอูก็ล่มสลายไปแล้ว...่เวลานี้เป็ตอนที่จงิ่ยังเป็แค่ทาสธรรมดา ก่อนถูกย้ายไปลานประลองเป็ตายเพราะไม่ยินยอมเชื่อฟังใคร’ อูหลินเฟิงคิด นึกตามเื่ราวของนิยายจากความทรงจำ ในโรงค้าทาสเมื่อมีทาสที่ไม่เชื่อฟัง ไม่สามารถทำการค้าได้ ทาสพวกนั้นจะถูกส่งไปที่ลานประลองเป็ตายเพื่อทำเงิน
ใช้เวลาไม่นานอูซวนและอูฉานก็ได้กลับมา
“เรียนคุณชายใหญ่…ที่เมืองนี้มีโรงค้าทาสทั้งหมดแปดแห่งขอรับ แต่มีเพียงแห่งเดียวที่มีลานประลองทาสแบบเป็ตายอยู่ภายใน” อูซวนกล่าว ขนาดอูหลินเฟิงที่รู้มาก่อนว่าเมืองแห่งนี้เป็เมืองค้าทาส ยังแปลกใจไม่น้อย เพราะว่าโรงค้าทาสที่เมืองแห่งนี้มีมากถึงแปดแห่งเลยทีเดียว
“ที่นั่นแหละ ไปที่โรงค้าทาสที่มีลานประลองเป็ตาย” อูหลินเฟิงบอกความ้าของตนทันที
“ทางนี้ขอรับโรงค้าทาสนี้ อยู่ที่ใจกลางเมืองพอดี จากข้อมูลที่ได้รับมาสถานที่นี้เป็ทั้งโรงค้าทาส ลานพนันต่อสู้ทั้งพนันทาส และ พนันสัตว์อสูร” อูซวนได้บอกข้อมูลที่รู้มาจากนั้นได้พาอูหลินเฟิงไปยังโรงค้าทาสดังกล่าว
“โอ้...คุณชายท่านนี้ ยินดีต้อนรับขอรับ ไม่ทราบว่าท่าน้าใช้บริการแบบไหนหรือขอรับ ซื้อขายทาส หรือเล่นพนันขอรับ” ทันทีที่อูหลินเฟิงเข้ามาก็มีพนักงานชายแก่ท่าทางเ้าเล่ห์เข้ามาต้อนรับทันที
“ข้า้าซื้อทาส เป็ทาสนักสู้ชาย ข้าอยากได้คนอายุราวสิบห้าถึงยี่สิบปี” อูหลินเฟิงบอกความ้าของตน
“เช่นนั้น…ก็ตามข้ามาทางนี้ขอรับ” กลุ่มของอูหลินเฟิงได้เดินตามพนักงานไปยังบริเวณกรงขังทาส ตอนที่เดินเข้ามาในที่แห่งนี้อูหลินเฟิงก็ใช้พลังจิตรับรู้ทันที โดนเน้นที่การรับรู้ความรู้สึกของทาสภายในนี้ ความรู้สึกของเหล่าทาสนั้นจะคล้ายกันหมดคือความสิ้นหวัง หวาดกลัว โกรธ ล้วนเป็ความรู้สึกด้านลบทั้งหมด แต่ในร้านค้านี้กลับมีอยู่หนึ่งคนที่มีความรู้สึกแตกต่างออกไปจากคนทั้งหมด เป็พลังด้านลบที่รุนแรงกว่าคนอื่นๆ มันคือความแค้น และยังเป็ความแค้นที่รุนแรงมาก อูหลินเฟิงได้เดินทางเข้ายังหาคนคนนั้นทันที
เมื่อได้เห็นอูหลินเฟิงก็ได้รับรู้ว่า คนคนนี้คือ จงิ่ แน่นอน ใบหน้าของจงิ่นั้นแทบจะไม่ต่างจากครั้งล่าสุดที่เคยเจอกันตอนวัยเด็ก แม้ตอนนี้จะดูสกปรกเพราะต้องกลายเป็ทาสก็ตาม
“เออ..คุณชาย ทาสคนนี้เป็ทาสที่มาเป็ทาสได้ไม่นาน มักมีปัญหามากมาย อีกทั้งยังไม่เชื่อฟัง ฝึกฝนยาก เกรงว่าคงไม่พอใจ ข้ายังมีทาสคนอื่นอีกมากมายนักขอรับ ที่พร้อมจะขายให้ท่าน” พ่อค้าทาสบอก เพราะพวกทาสที่ไม่ค่อยเชื่อฟังจะขายได้ราคาถูก นำไปที่ลานประลองเป็ตายยังได้กำไรมากกว่า แต่ว่าอูหลินเฟิงกลับยังไม่ตอบ
‘ไง สภาพเ้าดูแย่มาก จงิ่’ อูหลินเฟิงส่งกระแสจิตเพื่อพูดคุยกับ จงิ่ จงิ่ได้เหลือบตามองคนที่ส่งกระแสจิตมาอย่างตกตะลึง จงิ่เองก็สามารถจดจำสหายในวัยเด็กของตนได้เช่นกัน
‘ข้าเองอูหลินเฟิง’
‘จะ ...เ้า…มาที่นี่ได้อย่างไร’ จงิ่ ถามแต่ว่าภายในใจกลับเกิดความหวังขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
‘ข้ามาเพื่อช่วยเ้า ทำเป็ว่าไม่รู้จักข้าไปก่อนก็แล้วกัน ข้าไม่อยากเสียเงินมากมายให้กับสถานที่แบบนี้’ อูหลินเฟิงตอบด้วยกระแสจิต
“ถ้าทาสคนนี้ปัญหาเยอะ งั้นราคาคงไม่แพงมากใช่มั้ย” อูหลินเฟิงหันไปถามกับพนักงาน ทำเหมือนกับว่าไม่รู้จักจงิ่ หากโรงค้าทาสรู้ว่าผู้ซื้อและทาสรู้จักกัน พวกมันจะต้องโก่งราคาอย่างแน่นอน ซึ่งอูหลินเฟิงไม่มีทางจ่ายเงินมากขนาดนั้นให้กับโรงค้าทาสแบบนี้แน่นอน
“เออ แต่ทางเรามีทาสนักสู้อีกมากนะขอรับ ข้าสามารถนำท่านไปดูได้นะขอรับ” พนักงานได้กล่าว เขาเห็นคนกลุ่มนี้ั้แ่เดินเข้ามาที่ร้านค้าแห่งนี้ ดูจากการแต่งกายและพลังของผู้ติดตามคุณชายคนนี้ต้องเป็ตระกูลที่มีทุนหนาแน่นอน ถ้าเป็ทาสคนอื่น เขาอาจสามารถขายได้ราคาสูงเพราะในการค้าทาส ทาสที่เป็ทาสมานานนั้นจะยอมรับสถานะของตนและไม่ค่อยก็ปัญหามากนัก แต่บางคนที่ไม่ยอมรับสถานะทาสของตนเอง ไม่สามารถขายได้ก็จะถูกส่งไปต่อสู้ในลานประลองเป็ตายเพื่อหาเงินจากการพนันแทน
“ไม่ต้อง ข้าให้เ้าสิบเหรียญเงินกับทาสที่ปัญหาเยอะ คงพอใช่มั้ย ...หากไม่ ข้าจะได้กลับ” อูหลินเฟิงตอบพร้อมโยนถุงเงินที่มีเงินสิบเหรียญเงินพอดีให้กับพนักงานขาย
“ถ้าคุณชาย้าเช่นนั้น…นี่คือสัญญาทาสของนักสู้คนนี้ขอรับ” สิบเหรียญเงินคือราคาขั้นต่ำของการซื้อทาสนักสู้ เมื่ออูหลินเฟิงเสนอราคานี้พนักงานจึงปฏิเสธไม่ได้ เพราะว่าอย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้เงิน
เมื่อได้สัญญาทาสมา กลุ่มของอูหลินเฟิงก็ได้พาจงิ่ออกจากโรงค้าทาสทันที
จากนั้นอูหลินเฟิงก็ได้นำเสื้อผ้าที่เตรียมมาให้จงิ่เพื่อเปลี่ยน หลังจากนั้นก็ได้พาจงิ่ไปที่โรงเตี๊ยมเพื่อทานอาหารก่อนเดินทางกลับ
จงิ่ที่ไม่ได้กินอาหารดีๆ มาร่วมเดือนก็ได้ลงมือกินอาหารอย่างมูมมาม
“ค่อยๆ กิน...ข้าไม่แย่งเ้ากินหรอกนะ” อูหลินเฟิงบอกขณะที่มองดูจงิ่กินอย่างตะกละตะกลาม
“เ้าไม่รู้หรอกว่าอาหารที่นั่นแย่แค่ไหน” จงิ่พูดทั้งที่ยังปากยังไม่หยุดกิน “แล้วเ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นั่น”
“ก็แค่โชคดีมีสายข่าวที่ดี เื่นี้เ้าไม่ต้องรู้หรอก” อูหลินเฟิงตอบ เขายังไม่อยากบอกเื่ที่ชีวิตของจงิ่ได้ถูกเขียนเป็นิยาย
“ข้าขอบใจเ้ามากที่ช่วยข้า สักวันข้าจะตอบแทนบุญคุณครั้งนี้ แต่ว่า...” จงิ่พยายามจะกล่าวบางสิ่ง
“เ้า้าที่จะแก้แค้นสินะ” อูหลินเฟิงแทรกตอนที่จงิ่กำลังพูด
“ใช่...ข้าต้องหาตัวคนที่มันสังหารพ่อข้า สังหารคนในตระกูลของข้า แล้วฆ่ามันด้วยมือของข้าเอง” จงิ่พูด อูหลินเฟิงที่สามารถััอารมณ์ของสิ่งมีชีวิตได้ รับรู้ความแค้นของจงิ่ที่มากล้นตอนพูด
“แล้วเ้ารู้ตัวคนทำหรือไม่” อูหลินเฟิงถาม แม้เขาจะรู้อยู่แล้วจากนิยาย
“รู้ หนึ่งในนั้นมีคนที่ข้ารู้จักดี มันคือ ซีไท๋หาน ผู้นำตระกูลซีตระกูลระดับกลางของเมืองทะเลสาบหยก” จงิ่ตอบ เขาไม่มีทางลืมใบหน้าของคนที่สังหารตระกูลเขาอย่างแน่นอน
“ตระกูลซี?? คุณชายจง ตระกูลของท่านมีความแข็งแกร่งพอๆ กับตระกูลอูของเรา ถือว่าเป็ตระกูลอันดับหนึ่งแห่งเมืองทะเลสาบหยก ตระกูลซีนั้นแม้เป็ตระกูลระดับกลางเหมือนกันแต่ว่ามีจอมยุทธ์ระดับเจ็ดเพียงสองคนเท่านั้น ตระกูลซีถึงกับสามารถฆ่าล้างตระกูลจงได้โดยที่ทางการไม่รับรู้ได้อย่างไร” อูจิงถามอย่างสงสัย
ในเมืองทะเลสาบหยกนั้นมีตระกูลระดับกลางเพียงสองตระกูลเท่านั้นคือตระกูลจงและตระกูลซี และการฆ่าล้างตระกูล หากไม่มีคำสั่งของทางการ มันคือการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง หากมีการกระทำนั้นมือปราบของทางการย่อมต้องตรวจสอบ แต่ว่าทางการกลับไม่อาจหาหลักฐาน หาตัวคนทำผิดในการฆ่าล้างตระกูลจงได้
“ก่อนที่จะโดนโจมตี ท่านพ่อข้าได้รับาเ็จากการต่อสู้กับสัตว์อสูรอสรพิษเกล็ดหยกสัตว์อสูรระดับหกขั้นสูง อยู่ๆ มันก็ได้คลุ้มคลั่งออกนอกเขตของตนเอง จนเข้าโจมตีเมืองทะเลสาบหยก ทำให้ตระกูลจงของข้าต้องออกไปรับมือเพื่อปกป้องชาวเมือง ในตอนนั้นพวกตระกูลซีกลับบอกว่าผู้นำตระกูลไม่อยู่ ไม่สามารถส่งคนมาช่วยได้ ท่านพ่อของข้า ผู้าุโใหญ่ และ ผู้าุโหนึ่งจึงต้องรับมือกันเองแม้จะสามารถสังหารมันลงได้ แต่ก็ต้องรับพิษาเ็กันทั้งหมด ผ่านไปอีกไม่นานอาการของทั้งสามก็แย่ลง” จงิ่ได้อธิบาย ยิ่งอธิบายเท่าไรความแค้นที่อูหลินเฟิงััได้จากจงิ่ก็รุนแรงขึ้นเท่านั้น
เพล้ง!
ขณะที่กำลังจะเล่าต่อจงิ่ก็ได้บีบจนแก้วที่กำลังกินอยู่แตกคามือ
“จงิ่มือของเ้า!!!”
“ไม่เป็ไร แผลแค่นี้ข้าไม่เป็ไร” จงิ่ได้บอก จากนั้นจงิ่ก็ได้พยายามสงบสติลงเพื่อเล่าต่อ
“จากนั้นไม่นานก็ได้มีกลุ่มคน โจมตีเข้ามาที่ตระกูลข้า นำโดยจอมยุทธ์ระดับเจ็ดห้าคน สองในห้านั้น คือ ซีไท๋หาน และ ผู้าุโใหญ่ตระกูลซี ส่วนอีกสามคนข้าไม่รู้จัก เมื่อโดนจู่โจมโดยไม่คาดคิด อีกทั้งจอมยุทธ์ระดับเจ็ดของตระกูลก็าเ็ทั้งสามคน พวกมันเลยสามารถฆ่าล้างตระกูลข้าได้โดยง่าย ภายในหนึ่งคืนตระกูลของข้าก็ไม่เหลือใครอีก มีเพียงข้าที่หนีรอดมาได้” จงิ่อธิบายจนจบ คนที่ฟังนั้นสามารถรับรู้ถึงความแค้นและความอดกลั้นได้
“อูซวน อูฉาน อูจิง พวกเ้ามีใครเคยเห็นหน้าผู้นำตระกูลชุน หรือ ผู้าุโตระกูลชุน หรือไม่” อูหลินเฟิงหันถามองครักษ์ทั้งสามคน
“พวกข้าทั้งสามคน…ล้วนเคยเจอพวกเขาทั้งหมดขอรับ” อูซวนบอก เพราะว่าอยู่ในเมืองเดียวกันอีกทั้งผู้นำของทั้งสองตระกูลยังเถียงกันบ่อยทั้งสามที่เป็องครักษ์ย่อมต้องเคยเจออยู่แล้ว
“สามารถวาดภาพเหมือนของทั้งสองออกมาได้หรือไม่” อูหลินเฟิงถามต่อ
“ขออภัยคุณชาย ข้าไม่ถนัดวาดรูป” อูซวนบอก
“ข้าก็ไม่สามารถทำได้” อูจิงบอก
“ข้าสามารถทำได้ข้ารับ” อูฉานบอก
“ฮะ!! /ฮะ!! เ้าสมองกล้ามแบบเ้าเนี่ยนะวาดรูปได้” ทั้งอูจิงและอูซวนอุทานด้วยความไม่อยากเชื่อ
“เฮ้ย!! อะไรกันไม่เชื่อข้าหรือไง นำกระดาษมา…ข้าจะวาดให้ดู” เพื่อลบคำสบประมาท อูฉานได้ลงมือวาดหน้าของผู้นำตระกูลชุน ชุนเย่หยาง และ าุโใหญ่ตระกูลชุน ชุนเย่กง
เมื่อวาดเสร็จอูฉานก็ได้นำรูปวาดมาวางที่กลางโต๊ะ
“ว้าว ไม่อยากเชื่อว่าไอ้หมีถึกอย่างเ้าสามารถวาดรูปได้สวยขนาดนี้” อูจิงกล่าวขณะมองภาพของอูฉาน ที่สวยจนแทบจะเหมือนกับตัวจริงทุกอย่าง
“ข้าบอกแล้วข้าวาดได้” อูฉานได้บอกจากนั้นก็ได้กอดอกอย่างภูมิใจ
‘ภูมิใจอะไรนักหนา นางแอบด่าเ้าอยู่ชัดๆ’ อูซวนคิดในใจจากนั้นก็ถอนหายใจคนเดียว
“ในสามคนนั้นที่เ้าไม่รู้จัก มีสองคนในนี้หรือไม่” อูหลินเฟิงถามจงิ่ พร้อมนำรูปให้ดู
“คนนี้ ในสามคนนั้นมีคนนี้อยู่” จงิ่ได้ชี้ไปยังาุโใหญ่ตระกูลชุน ชุนเย่กง