เช้าวันใหม่ที่มีแสงแดดอันอบอุ่นส่องเรื่องรองลงมาจากบนฟากฟ้าไกล นักเรียนในโรงเรียนเบียวศาตร์ต่างก็วุ่นอยู่กับการเตรียมตัวสำหรับงานกีฬาสีที่จะมาถึง เหล่านักกีฬาก็ต่างฝึกซ้อมกันอย่างแข็งขันเพื่อรางวัลข้าวลดราคา 50 เปอร์เซ็นต์ และในขณะที่นักเรียนต่างยุ่งวุ่นวายกันอยู่นั้น จู่ ๆ ก็ได้มีรถเบนซ์คันหรูขับเข้ามาจอดที่หน้าประตูโรงเรียน พร้อมกับนักเรียนหญิงมากมายที่มายืนขนาบ 2 ข้างทางเพื่อรอต้อนรับใครบางคนที่อยู่ข้างในรถคันนั้น
หลังจากที่รถจอดสนิท คนขับรถก็ได้ออกมาและเดินอ้อมมาเปิดประตูรถที่อยู่อีกฝั่ง
แกร๊ก!
ทันทีที่ประตูรถได้ถูกเปิดออก ก็ได้มีขาของเด็กหนุ่มคนหนึ่งก้าวตามออกมาจนสาว ๆ ที่มารอต่างกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ จากนั้นเมื่อเจ้าของขาข้างนั้นออกมาจากรถก็ได้เผยให้เห็นเป็นเด็กหนุ่มผมทองสลวยสวยงามแถมยังมีตาสีฟ้าครามที่ชวนน่าหลงไหล เขาเดินออกมาจากรถพร้อมกับส่งยิ้มกระชากใจมาที่สาว ๆ ที่มารอต้อนรับ
“ไม่ได้กลับมาซะนานเลยนะ โรงเรียนนี้คงจะคิดถึงเราแย่... ตอนฉันไม่อยู่โรงเรียนนี้คงเหงากันน่าดูล่ะสิท่า...”
ไปเอาความมั่นใจขนาดนั้นมาจากไหน เขาเดินตรงเข้ามาในโรงเรียนพลางโบกมือทักทายสาว ๆ ที่มารายล้อมแต่ดูเหมือนว่าจะเด็กหนุ่มผมทองคนนี้กำลังพยายามกวาดสายตามองหาใครสักคนอยู่ในหมู่ผู้หญิงเหล่านั้นแต่เขาก็หาไม่เจอ
“ฮ่า ๆ ๆ ขอบคุณนะสาว ๆ ที่มารอต้อนรับฉัน แต่ฉันมีธุระต้องไปทำอยู่น่ะ พอฉันไม่อยู่แล้วล่ะก็... ดูแลตัวเองด้วยนะ...”
กรี๊ดดด!!!!
ไอ่หัวทองนี่แx่งน่าหมั่นไส้ว่ะ เมื่อเขาได้เดินออกมาจากฝูงชนเหล่านั้น เขาก็มีความคิดที่ว่าอยากจะไปทักทายเพื่อน ๆ สักหน่อยหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมานาน ซึ่งที่แรกที่เขาไปก็คือฟิตเนสของชมรมเพาะกาย เหล่ากล้ามปูทั้งหลายที่กำลังยกเวทกันอย่างเมามันส์ก็ดูเหมือนไม่ค่อย้จะสนใจพ่อหนุ่มหัวทองนี่สักเท่าไหร่ พวกเขาเมินเฉยและสนใจแต่แท่นยกน้ำหนักที่อยู่ตรงหน้า และไม่นานจากนั้นพ่อหนุ่มผมทองคนนี้ก็ได้เดินตรงเข้าไปหาคนที่ตัวใหญ่ที่สุดในชมรม
“ว่าไง มิสเตอร์หิน~ ไม่เจอกันตั้งนานเลยนะ สบายดีไห-”
ตุ้บ!
“เกะกะว่ะ” หินเดินชนพ่อหนุ่มหัวทองคนนี้ก่อนที่จะเดินไปยกน้ำหนักต่อ
“โอพระเจ้า~ ใช้ไม่ได้เลยนะมิสเตอร์หิน เพื่อนอุตส่าห์มาทักทายเลยนะเนี่ย มาเดินชนกันแบบนี้ได้อย่างไร I'm so sad....”
“เฮ้อ... หนวกหูโว้ย ไปหาไอ่เคมันนู่นไป” หินโยนภาระไปให้เคเต็ม ๆ เพราะรู้สึกเหมือนกับมีแมงหวี่แมงวันมากวนเขาตอนซ้อม ซึ่งพ่อหนุ่มผมทองคนนี้ก็เดินออกไปแต่โดยดี จนกระทั่งเขาเดินมาถึงชมรมมวยไทยก็ได้รู้สึกแปลกตาขึ้นมาเมื่อสมาชิกในชมรมมีเยอะขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแถมยังขยันฝึกซ้อมกันอีกด้วย
“โย่ว ๆ ว่าไงมิสเตอร์เค ๆ สบายดีไหม...”
ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ! เคตั้งหน้าตั้งตาเตะกระสอบทรายและไม่คิดจะตอบกลับมา
“สมาชิกในชมรมของนายเยอะขึ้นมากเลยนะเนี่ย... I'm very proud of you... (ฉันภูมิใจในตัวของนายมากเลยนะ)”
จากนั้นเคก็หยุดเตะกระสอบทรายและหันหน้ามาทางพ่อหนุ่มผมทองคนนี้
“ถ้าแกว่างมากก็ไปหาไอ่ไบรท์มันไป”
“อะอ้าว~ มิสเตอร์ไบร์ทงั้นเหรอ... นายสองคนคืนดีกันแล้วงั้นเหรอเนี่ย...”
เคไม่ตอบอะไรกลับมาและเดินไปกระโดดเชือกต่อ
“โอเค ๆ I เข้าใจ you แล้วล่ะ งั้นก็ see you นะ”
การเดินทางของพ่อหนุ่มผมทองคนนี้ยังคงดำเนินต่อไป ไม่นานจากนั้นเขาก็ได้เดินเข้าไปข้างในชมรมบาสก็เห็นไบรท์ที่กำลังซ้อมกับเพื่อน ๆ ในชมรมอย่างหนักหน่วง เขาจึงเดินเข้าไปทักทายที่ข้าง ๆ สนาม
“โอ้~ ว่าไงมิาเตอร์ไบรท์ long time no se- (ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ-)”
ตุ้บ!!
ไม่ได้ทันตั้งตัว ลูกบาสก็ได้หล่นลงมาใส่หน้าของพ่อหนุ่มผมทองคนนี้เต็ม ๆ
“โอ้ โทษทีนะ พอดีไม่ทันสังเกตน่ะ แล้วมายืนทำไมตรงนี้ ที่ก็มีเยอะแยะ” ไบรท์วิ่งมาเก็บลูกบาสและวิ่งกลับเข้าไปในสนามต่อ
“ไม่เป็นไร ๆ no problem แค่นี้สบายมาก...”
และเมื่อเขาทักทายเพื่อน ๆ สุดน่ารักครบทุกคนแล้ว เขาก็ได้เดินออกมาข้างนอกพร้อมกับเก๊กใส่สาว ๆ ระหว่างทางไปด้วย ทว่าในจังหวะนั้นเอง ก็ได้มีเสียงคนตะโกนดังออกมาจากไกล ๆ
“คุณหัวทองตรงนั้นระวังบอลครับ!!!!” บอลที่มีความเร็วหลายกิโลเมตรต่อชั่วโมงพุ่งตรงเข้ามาที่หัวของผู้หญิงแถวนั้น ถ้าโดนเข้าไปรับรองว่าได้นอนห้อยสายน้ำเกลือยาวแน่ ทว่าในจังหวะนั้นเอง พ่อหนุ่มผมทองคนนี้ก็ได้เอาตัวมาขวางไว้และปล่อยหมัดตรงสวนเข้าไปที่บอลที่กำลังพุ่งเข้ามาจนเกิดเสียงปะทะกันดังสนั่นและบอลก็ได้หยุดลงไป
“ไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ นางฟ้าของผม...”
“คะ-ค่ะ...”
จังหวะตกหลุมรัก เป็นอย่างนี้ ทว่าในขณะที่เขากำลังหว่านเสนห์อยู่นั้นเอง ก็ได้มีเด็กหนุ่มร่างเล็กคนหนึ่งวิ่งเข้ามาเก็บบอลใกล้ ๆ เขา
“คุณหัวทองเป็นอะไรไหมครับ!!”
“โอ้ ฉันไม่เป็นไร littel boy สบายใจได้ เจ้าบอลชั่วนั่นโดนหมัดพิฆาตของฉันเข้าไปเต็ม ๆ คงจะลุกไม่ขึ้นไปอีกนาน”
“เอ๊ะ... นี่คุณต่อยบอลเหรอ...?” ร่างเล็กทำหน้าตาเศร้าสร้อยพร้อมกับมองมาที่หนุ่มผมทองตรงหน้า
“ชะ-ใช่แล้ว why?”
“ทำแบบนั้นไม่ได้นะ... เพราะว่าฟุตบอลน่ะ กำลังร้องไห้...”(มะสึคาเสะ เทนมะ : นักเตะแข้งสายฟ้า GO)
“ระ-ร้องไห้...!?”
อะไรของเจ้า littel boy นี่กัน บอลมันร้องไห้ได้ซะที่ไหน พูดซะทำเอาเรารู้สึกผิดเลยแฮะ…
“ละ-แล้วฉันต้องง้อมันยังไงล่ะ”
ร่างเล็กกุมบอลไว้ ยืนขึ้นมาพร้อมกับส่งยิ้มให้
“งั้นนายก็มาเล่นบอลด้วยกันสิ”
“เอ๊ะ-”
รู้ตัวอีกที หนุ่มผมทองคนนี้ก็ได้มายืนอยู่กลางสนามบอลซะแล้ว และเขาก็ได้ยืนนิ่งไม่ขยับไปในมาสักพักใหญ่ ๆ แล้วเพราะมัวแต่อึ้งอยู่กับเด็กหนุ่มร่างเล็กตรงหน้าที่เวลาก่อนจะยิงลูกออกไปทีไร ก็มักจะตะโกนชื่อท่าเสียงดังออกมาก่อนทุกที
“แพนกวิน... จักรพรรดิ!!” (นักเตะแข้งสายฟ้า)
แพนกวินจักรพรรดิ!?
“อัคคี... สลาตัน!!”
อัคคีสลาตัน!!?
“หัตถ์เทวะ!!”
หัตถ์เทวะ!!!? โอ้มายก้อด นี่มันอะไรกัน มันเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้ สมัยนี้ก่อนที่จะเล่นบอลต้องไปคิดชื่อท่ามาก่อนงั้นหรือ!!? ยุคสมัยมันเปลี่ยนแปลงไปเร็วจริง ๆ
แต่ถึงแม้ตูนจะตะโกนชื่อท่าออกไปแบบนั้น ทว่ามันก็เป็นแค่ลูกเตะธรรมดาเท่านั้นแหละ ไม่มีแพนกวินหรือเปลวไฟอะไรออกมาทั้งนั้น แถมเขายังยิงไม่เข้าสักลูกอีกต่างหาก และจากนั้นไม่นาน ตูนและเด็กหนุ่มผมทองก็โดนไล่มานั่งพักอยู่ข้ามสนาม
“แฮ่ก... แฮ่ก... คนพวกนั้นใจดีจริง ๆ เลยเนาะ ให้พวกเรามานั่งพักทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เหนื่อยมากแท้ ๆ”
เขาไม่ได้ให้พวกเรามานั่งพัก เขาไล่พวกเราออกมาเพราะไปเกะกะในสนามต่างหากละโว้ย!
และบรรยากาศก็เงียบลงไปพักหนึ่งจนเกิดความอึดอัดเข้ามาแทนที่ ตูนก็ไม่พูดอะไรออกมาสักคำเพราะมัวแต่จ้องไปที่คนที่กำลังเล่นบอลตรงหน้า หนุ่มผมทองทนความอึดอัดนี้ไม่ไหวจึงเป็นฝ่ายชวนคุยก่อน
“นะ-นายชื่ออะไรเหรอ...?”
“อ้อ ฉันชื่อการ์ตูนน่ะ เรียกว่าตูนเฉย ๆ ก็ได้ อยู่ ม.4/6”
ชั้นเดียวกัยเราเลยนี่!
“ฉันก็อยู่ม.4 เหมือนกัน ฉันอยู่ห้อง 2”
“โอ้! จริงเหรอเนี่ย บังเอิญจังเลยเนอะ งั้นเรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ!”
“ok let's be friend! (โอเค มาเป็นเพื่อนกันเถอะ)”
พวกเขาทั้ง 2 คนคุยกันได้อย่างถูกคอ ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดเมื่อสักครู่ได้หายวับไปในพริบตา พวกเขาคุยกันอย่างสนุกสนานจนลืมเรื่องฟุตบอลตรงหน้า เพราะตั้งแต่ที่หนุ่มผมทองคนนี้กลับมาที่โรงเรียนก็โดนเพื่อน ๆ เมินและไม่ค่อยจะสนใจอยู่ตลอด จนมาเจอเข้ากับเพื่อนใหม่ที่คุยถูกคอก็เลยไม่อยากจะลุกออกไปไหน
“ฮ่า ๆ ๆ พึ่งกลับมาจากอเมริกางั้นเหรอ ว่าแต่คุยกันมาตั้งนานฉันยังไม่รู้จักชื่อนายเลยนะ”
“โอ้ Sorry! ช่างเสียมารายาทจริง ๆ ต้องขออภัยด้วย ฉันชื่อ จอร์จ น่ะ เป็นอัจฉริยะของโรงเรียนนี้เอง~”
“อัจฉริยะของโรงเรียนนี้งั้นเหรอ!? งั้นแสดงว่านายก็มีสิทธิ์กินข้าวก่อนใครเหมือน เค ไบรท์และก็หินน่ะสิ!”
“โอ้! รู้จักเข้าพวกนั้นด้วยเหรอ พวกเขาเป็นเพื่อนฉันเองล่ะ ช่างบังเอิญจริง ๆ เลยนะ ต้องเป็นเพราะโชคชะตาแน่ ๆ ”
จากนั้นทั้ง 2 คนก็ดูเหมือนจะคุยถูกคอกันมากกว่าเดิม ตูนได้เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมาให้จอร์จฟังเกี่ยวกับเรื่องของ 3 คนนั้นและอื่น ๆ ซึ่งอีกอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะตื่นเต้นมาก
“ฮ่า ๆ ๆ ว่าแต่นายไปทำอะไรที่อเมริกางั้นเหรอ?”
“ฉันไปต่อยมวยมาน่ะ เพราะว่าฉันคืออัจฉริยะทางด้านมวยสากล ทีแรกฉันว่าจะรีบต่อยและจะรีบกลับมาหาสุดที่รักของฉัน แต่ดันใช้เวลานานกว่าที่คิดซะอีก Dammit! (บ้าเอ้ย!)”
“สุดที่รักงั้นเหรอ... ใครกันล่ะ ต้องเป็นผู้หญิงที่สวยมากแน่ ๆ เลย…”
“Yes.... yes.. เธอเป็นผู้หญิงที่ beautiful มากเลยล่ะ เธอชื่อ เพียงดาว My love ฉันเอง อย่าไปบอกใครเชียวล่ะ…”
พูดไทยคำอังกฤษคำ มีผู้หญิงเยอะแยะมากมายเข้าหา แต่ดันมาชอบเพียงดาวซะอย่างงั้น ตูนจะทำยังไง เขากำลังรู้สึกอะไรอยู่ตอนนี้ หรือจะตีกันแย่งผู้หญิง!? ไม่หรอกมั้งงง คนสมัยนี้เขาคงไม่ทำแบบนั้นกันหรอก เหตุการณ์จะเป็นเช่นไร โปรดติดตามตอนต่อไป