Prologue
“ My duty is-to forbidden her legacy from therealm of life. ”
Undine, Goddess of Water
ผืนน้ำแห่งคาบสมุทรเนดาร์ลีอาร์ สั่นไหวด้วยความรุนแรงและปั่นป่วนเสียงฟ้าร้องและพายุฝนที่โหมกระหน่ำท่ามกลางคาบสมุทรแห่งนี้เป็ที่โจษจันของนักเดินเรือทุกคนคาบสมุทรที่ไม่เคยสงบ หลายคนเรียกขานกันว่าทะเลคลั่งนักเดินเรือและพ่อค้าที่ต้องใช้เส้นทางเดินเรือเพื่อเดินทางผ่านมหาสมุทรมักจะหลีกเลี่ยงคาบสมุทรแห่งนี้แต่ทว่ากลับมีเรือลำหนึ่งปรากฏท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งเรือเดินสมุทรทำจากไม้โอ๊คสีดำทมิฬ ไร้ธงระบุว่าเป็เรือจากอาณาจักรหรือเมืองไหนแล่นฝ่าคลื่นทะเลและพายุที่หวีดเสียงร้องอย่างบ้าคลั่งผสมกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าเป็ระยะๆเสียงของภายในเรือที่ตกกระทบจากการกระแทกของคลื่นดังไปทั่วทั้งเรือแต่ทว่าลูกเรือที่โดยสารมากับเรือลำนี้กลับไม่มีท่าทีใทุกคนดูนิ่งเฉยจนเรียกได้ว่าแทบจะไร้ความรู้สึก ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ควรจะทำให้ทุกคนตื่นตระหนกหรือเป็บ้าไปแล้ว
ร่างหนึ่งปรากฏบนดาดฟ้าของเรือ ผอมบางแต่สูงโปร่ง สวมชุดคลุมสีดำค่อยๆย่างก้าวฝ่าสายฝนที่กระหน่ำอย่างบ้าคลั่งร่างนั้นค่อยๆเลื่อนผ้าคลุมศีรษะออกเผยให้เห็นหน้ากากสีเงินมีการสลักรูปจันทราเผยให้เห็นเพียงริมฝีปากเรียวบาง และเส้นผมยาวสีดำสนิทที่เปียกปอนเพราะฝนสตรีสวมหน้ากากจันทรามองออกไปยังท้องทะเลที่กำลังบ้าคลั่งก่อนจะหันไปพูดกับสตรีที่อยู่ในชุดคลุมสีดำอีกคน
“เรามาถึงแล้ว ” น้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึก นางกล่าวกับสตรีในชุดคลุมสีดำอีกคนซึ่งเป็ผู้ติดตามของตน นางค่อยๆดึงผ้าคลุมศีรษะออกผมสีน้ำตาลเข้มเปียกปอนจากสายฝน ผ้าบางๆปิดใบหน้าส่วนล่าง เผยให้เห็นแค่ดวงตาสีแดงทั้งสองข้าง
“ ทุกคนเตรียมพร้อม!” สตรีั์ตาสีแดงโลหิตหันไปสั่งลูกเรือทุกคนที่สวมชุดคลุมสีดำลูกเรือที่สวมชุดคลุมดำราวๆ สี่สิบคนเตรียมอาวุธในมืออย่างพร้อมเพรียงสตรีผู้สวมหน้ากากเงินรูปจันทราเดินผ่านสตรีที่มีั์ตาสีแดงไปยังหัวเรือมือขวาของนางถือคทาสีดำนิล เปล่งประกายสีแดงและม่วงออกมานางชี้คทาไปยังทะเลที่บ้าคลั่งเบื้องหน้า
“ เทพีแห่งรัตติกาลผู้เฝ้ามองแห่งเงามืด ได้โปรดนำทางพวกเราไปสู่วิหารที่ถูกซ่อนเร้น” เสียงพูดอันราบเรียบและไร้ความรู้สึกกล่าวโดยสตรีผู้สวมหน้ากากก่อนแสงสีแดงเจิดจ้าออกมาจากคทาสีดำนิลในมือของนางทุกคนบนเรือต่างพากันมองออกไปในคลื่นทะเลที่ปั่นป่วน
แสงสีแดงอมม่วงค่อยๆปรากฏผ่านผืนน้ำ ผ่านคลื่นทะเลบ้าคลั่งยิงเป็ลำแสงเส้นตรงออกมาจากผืนทะเลขึ้นไปสู่ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆฝน
“ตรงนั้น!อัญเชิญบาซิลิสออกมาเราจะให้มันนำทางตามแสงนั้นไปสู้ก้นบึ้งแห่งมหาสมุทร” สตรีหน้ากากจันทราชี้นิ้วไปทางที่ลำแสงพุ่งออกมาจากคลื่นทะเลก่อนจะหันไปหาสตรีผู้ติดตามของนางสตรีผู้ติดตามั์ตาสีแดงพยักหน้าและหยิบมีดสั้นออกมาจากปลอกเงินที่ข้างเอวก่อนจะกรีดแขนตัวเอง เืสีแดงสดค่อยๆไหลออกมา
“ เืแห่งพันธะสัญญาจงหลั่งรินบาซิลิส อสูรแห่งท้องทะเลที่หลับใหลอยู่ในความมืด จงตื่นขึ้นมา!” นางชูมีดขึ้นเืยังคงไหลออกมาจากแขนข้างที่นางชูมีดโค้งที่หลอมจากเงินรูปทรงคล้ายพระจันทร์เสี้ยว
เสียงฝนที่ตกอย่างบ้าคลั่งตกกระทบกับพื้นไม้ของเรือที่โคลงเคลงอย่างรุนแรงตามด้วยเสียงประหลาดที่คล้ายสัตว์บางอย่างหวีดร้องมาจากไกลๆ มันแผดเสียงขานรับผู้ที่เรียกมันเงาดำทะมึนขนาดใหญ่ คืบคลานตามคลื่นทะเลที่บ้าคลั่งมายังทิศทางของเรือเงาของมันมีขนาดใหญ่กว่าเรือประมาณสามเท่า ตัวของมันมีผิวสีเทามันเลื่อมตัดกับเส้นเืในร่างกายสีแดงสว่างที่ส่องแสงออกมาจากร่างของมันปลายหางของมันคล้ายใบมีดขนาดใหญ่ทรงครึ่งวงกลมตวัดไปมาเหนือคลื่นทะเล
“บาซิลิส อสูรผู้ผูกพันธะสัญญาแห่งข้า เวลาแห่งพันธะสัญญามาถึงแล้วเ้าจงเป็กลไกแรกในการขับเคลื่อนสู่จุดจบ จงสักการะเทพีแห่งรัตติกาล ผู้เฝ้ามองแห่งเงามืดนำทางพวกเราสู่วิหารที่ถูกซ่อนเร้น” สตรีั์ตาสีแดงโลหิตกล่าวก่อนจะชี้มีดพระจันทร์เสี้ยวไปทางบาซิลิสมันส่งเสียงคำรามดังกึกก้องทั่วท้องทะเลและตอบรับด้วยภาษาของอสูรที่มีเพียงนางเข้าใจ บาซิลิสเคลื่อนตัวไปทางทิศที่มีลำแสงพุ่งออกมาจากท้องทะเล
“พรแห่งรัตติกาล!” สตรีผู้สวมหน้ากากจันทราเดินผ่านสตรีั์ตาสีโลหิตก่อนจะร่ายคาถาออกมา คทาสีดำนิลในมือของนางเปล่งแสงสีแดงระเรื่อม่วงก่อนจะพุ่งเข้าหาลูกเรือทุกคนบนเรือแสงสีแดงเข้าห่อหุ้มร่างกายของลูกเรือที่ติดตามพวกนางไอพลังงานเ่าั้ไหลผ่านเข้าสู่ร่างกายและไหลเวียนห่อหุ้มชั้นบรรยากาศรอบๆ
“ทุกคนตามบาซิลิสไป มันจะนำทางพวกเราไปสู่วิหารแห่งอันดีน!” สตรีั์ตาสีแดงโลหิตออกคำสั่งกับลูกเรือ
ก่อนที่พวกเขาจะโดดลงน้ำสู่ท้องทะเลที่บ้าคลั่งพรแห่งรัตติกาลส่งผลให้พวกเขาสามารถหายใจในน้ำและเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว คณะเดินทางของพวกเขาดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดของทะเลแหวกว่ายตามอสูรบาซิลิสที่กำลังว่ายนำทางสู่ใจกลางแห่งก้นบึ้งของมหาสมุทรเนดาร์ลีอาร์แสงสีแดงอมม่วงที่ยิงตรงทอดผ่านความมืดมิดของมหาสมุทรเป็สิ่งนำทาง
กลุ่มคนชุดดำว่ายตามบาซิลิสมาถึงก้นบึ้งของมหาสมุทรสู่พื้นที่ที่มืดมิดแต่มีแสงจากปะการังคล้ายคริสตัลสีฟ้าอ่อนสะท้อนไปทั่วบริเวณ เสาของวิหารโบราณมากมายถูกตั้งนำทางตรงเข้าไปสู่วิหารอยู่ตรงกลางระหว่างปะการังคริสตัลพวกนั้น บาซิลิส ว่ายนำกลุ่มบุคคลชุดดำเข้าสู่วิหารขนาดใหญ่ที่แสงสีแดงอมม่วงนำทางมาวิหารขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านท่ามกลางความมืดแต่มีแสงสว่างของปะการังคริสตัลที่ทำให้เห็นตัวมหาวิหารขนาดใหญ่ซึ่งมีรูปปั้นของผู้รับใช้เทพีอันดีเป็รูปปั้นสตรีสองนางกำลังเอามือประสานกันปิดกั้นประตูขนาดมหึมาที่จะเป็ทางเข้าสู่วิหาร
บาซิลิสคำรามก่อนจะม้วนตัวตวัดเอาหางที่แหลมคมกระหน่ำฟาดรูปปั้นสตรีทั้งสองที่ขวางทางเข้าประตูวิหารกลุ่มคนชุดดำเฝ้ามองรอบๆอย่างหวาดระแวง ประตูหินขนาดมหึมาและรูปปั้นของสตรีทั้งสองถูกทำลายลงด้วยพละกำลังมหาศาลของอสูรร้ายมันม้วนตัวและว่ายผ่านซากประตูที่ถูกทำลาย ก่อนกลุ่มคนชุดดำจะว่ายตามเข้าไปโถงทางเข้าวิหารมีแสงสีฟ้าคริสตัลเรืองรองไปทั่ววิหารแห่งอันดีน ตัดกับลำตัวสีเทาของบาซิลิสที่มองเห็นเส้นเืสีแดงสว่างในตัวของมัน สตรีหน้ากากจันทราว่ายขนาบข้างสตรีั์ตาสีโลหิตผ่านโถงของวิหารเข้าสู่ห้องขนาดใหญ่ที่มีรูปปั้นขนาดมหึมาของเทพีอันดีนเทพีแห่งน้ำ ตั้งอยู่กลางห้องนั้น ในมือของรูปปั้นโอบบางสิ่งที่มีแสงสีแดงอมม่วงเป็สิ่งที่นำทางพวกนางและคณะเดินทางมาขณะที่พวกเขากำลังจะว่ายเข้าไปใกล้รูปปั้นเทพีอันดีน กลุ่มฉมวกสีเงินกว่ายี่สิบอันถูกปามาจากทิศทางที่ไม่สามารถระบุได้ทำให้กลุ่มคนชุดดำเก้าคนถูกสังหาร ฉมวกเหล่านั่นปักเข้าร่างอย่างรวดเร็วสตรีหน้ากากจันทรามองลงไปยังเบื้องล่างของห้องที่ปลายสุดของรูปปั้น กลุ่มของสิ่งมีชีวิตบางอย่างคล้ายมนุษย์เพศหญิงแต่มีหางเป็ปลามากกว่าห้าสิบตน กำลังว่ายมาทางพวกนางและคณะเดินทาง พร้อมอาวุธที่เป็ฉมวกแหลมคมในมือกลุ่มคนชุดดำชักอาวุธออกมาพร้อมปะทะกับมนุษย์ครึ่งปลาเ่าั้ สตรีั์ตาสีแดงว่ายไปเกาะหลังบาซิลิสก่อนจะบังคับมันลงไปสู่ทิศทางของศัตรู พร้อมกับกลุ่มคนชุดดำที่เหลือส่วนสตรีผู้สวมหน้ากากจันทรา ว่ายมุ่งหน้าไปสู่มือของรูปปั้นเทพีอันดีนที่โอบอุ้มวัตถุที่มีแสงสีแดงอมม่วงส่องประกายออกมา
กลุ่มสตรีครึ่งปลาแบ่งออกเป็สองกลุ่มพุ่งเข้าปะทะกับกลุ่มคนชุดดำก่อนที่อีกกลุ่มจะบุกเข้าล้อมบาซิลิสกับสตรีั์ตาสีแดงพวกนางร่ายคาถาทำให้ฉมวกเ่าั้เปล่งแสงสีฟ้าสว่างและพุ่งใส่ร่างของอสูรบาซิลิสมันร้องด้วยความเ็ป กลุ่มคนชุดดำหลายคนถูกพวกนางสังหารอย่างง่ายดายเพราะการเคลื่อนไหวใต้น้ำที่ยากลำบากถึงแม้พวกเขาจะหายใจในน้ำได้จากพรแห่งรัตติกาลทันใดนั้น บาซิลิสกลับมาตั้งหลักได้ มันตวัดหางใบมีดขนาดใหญ่ของมันใส่เหล่าสตรีครึ่งปลาพวกนางถูกสังหารภายในการฟาดครั้งเดียว น้ำถูกย้อมสีแดงสดด้วยเืของพวกนาง ศพของพวกนางลอยเคว้งสู่เบื้องล่างของวิหารกลุ่มบุคคลชุดดำที่กำลังปะทะกับสตรีครึ่งปลาอีกกลุ่ม เหลือเพียงแค่สิบคนพวกเขาถูกพวกนางล้อมและรุมสังหารอย่างรวดเร็ว พื้นที่ใต้น้ำแห่งนี้เป็สถานที่ของพวกนางที่ต้องปกป้องการรุกรานจากโลกภายนอกั้แ่โบราณกาลพวกนางคือผู้รับใช้ของเทพีอันดีน
บาซิลิสกับสตรีั์ตาสีแดงเข้าปะทะกับกลุ่มสตรีครึ่งปลากลุ่มสุดท้ายในขณะที่สตรีหน้ากากจันทราเข้าใกล้ส่วนมือของรูปปั้นเทพีอันดีนที่มีขนาดใหญ่ภายในใจกลางวิหาร ในขณะนั้นเอง แสงสีเงินจาก้าของรูปปั้นพุ่งเข้าหานางโดยที่นางไม่ทันตั้งตัว ทำให้สตรีหน้ากากจันทราถูกพลังสีเงินนั้นเข้าปะทะร่างกายนางหยุดชะงักด้วยความเ็ป เืกระอักออกจากปากของนาง ก่อนนางจะมองขึ้นไป้าของรูปปั้นสตรีครึ่งปลาผมสีเงินยาว ดวงตาสีฟ้าคริสตัล กำลังว่ายมาทางนางอย่างรวดเร็วพร้อมกับวัตถุบางอย่างที่คล้ายกระจกในมือของนาง กำลังเปล่งแสงสีเงินนางกำลังร่ายคาถาที่จะโจมตีอีกครั้ง สตรีหน้ากากจันทราชูคทาสีดำนิลขึ้นนางร่ายมนต์ ทำให้แสงสีดำรอบตัวนางเป็จุดๆเริ่มก่อตัวขึ้นและเปลี่ยนรูปร่างคล้ายใบมีดสีดำหลายร้อยเล่มก่อนจะพุ่งเข้าหาสตรีครึ่งปลาที่มีผมสีเงินตนนั้นฝนใบมีดสีดำพุ่งเข้าใส่นางอย่างรวดเร็ว แต่นางกลับหลบได้ทุกนัด และยังคงพุ่งมาทางสตรีหน้ากากจันทราอย่างรวดเร็วฝนใบมีดสีดำยังคงกระหน่ำยิงอย่างต่อเนื่อง แต่นางก็สามารถว่ายหลบได้ แต่ทว่า ฝนใบมีดสีดำที่พลาดไปเ่าั้กลับโดนกำแพงของวิหารและตัวรูปปั้นเทพีแทนสตรีครึ่งปลาผมสีเงินเข้าปะทะกับสตรีหน้ากากจันทราในที่สุดนางฟาดด้ามกระจกในมือของนาง แสงสีเงินส่องสว่างออกมา ขณะที่อีกฝั่งตั้งรับด้วยคทาสีดำนิลเกิดเสียงการปะทะกันอย่างรุนแรงของอาวุธอาคมทั้งสองพลังของพวกนางค่อนข้างจะสูสีกันถึงแม้จะสู้กันใต้น้ำแต่สตรีหน้ากากจันทราก็สามารถตั้งรับและโจมตีกลับได้อย่างรวดเร็ว
สตรีครึ่งปลากลุ่มสุดท้ายกำลังรับมือกับบาซิลิสและนายของมันมันสังหารพวกนางไปกว่าสิบตน ถึงแม้พวกนางจะได้เปรียบในการต่อสู้ใต้น้ำ พลังของอสูรร้ายก็มีมากกว่าพวกนางรวมกันมันตวัดหางใบมีดของมันโจมตีใส่เหล่าผู้รับใช้เทพีอันดีน ระยะการโจมตีของมันรวมถึงขนาดตัวส่งผลให้เกิดความเสียหายส่วนล่างของรูปปั้นเทพีอันดีนและตัววิหารรูปปั้นส่วนขาได้รับความเสียหายเสาที่เป็ส่วนรองรับของวิหารโบราณใต้น้ำแห่งนี้ถูกทำลายด้วยพลังอันมหาศาลของอสูรร้ายแรงสั่นะเืเริ่มทำให้วิหารหลายๆส่วนเริ่มพังทลายลงมาสตรีั์ตาสีแดงรับรู้ว่าอีกไม่ช้าวิหารทั้งหมดจะถล่มลงมานางบังคับบาซิลิสตวัดเหล่าสตรีครึ่งปลากระเด็นออกไปและว่ายขึ้นไปส่วนบนของรูปปั้นเทพีอันดีนที่ซึ่งสตรีหน้ากากจันทรากำลังต่อสู้กับสตรีครึ่งปลาผมสีเงินอย่างดุเดือดส่วนขาของรูปปั้นเทพีอันดีนที่ถูกทำลาย ส่งผลให้ตัวรูปปั้นเริ่มเอียง สตรีหน้ากากจันทราสังเกตเห็นว่าวิหารเริ่มจะถล่มลงมาถ้าพวกนางยังคงต่อสู้ยืดเยื้อต้องถูกซากวิหารฝังอยู่ใต้น้ำนี่แน่ๆนางตัดสินใจเอาแขนข้างซ้ายขึ้นมารับกระจกสีเงินที่เป็อาวุธของผู้รับใช้เทพีอันดีนตนนั้นความเ็ปแล่นเข้าแขนซ้ายของนาง เืไหลออกมาฟุ้งไปทั่วบริเวณก่อนนางจะเอาแขนขวาที่ถือคทาสีดำนิลฟาดเข้าไปที่ท้องของสตรีครึ่งปลาผมสีเงินเข้าอย่างจังพลังสีแดงปะทะเข้าที่ท้องของนาง ทำให้นางกระเด็นออกไปกระแทกกำแพงเืกระอักออกมาจากปากนาง ความเ็ปทำให้นางไม่สามารถขยับตัวได้อีก ถึงกระนั้นแขนซ้ายของสตรีหน้ากากจันทราก็าเ็สาหัสเช่นกันนางว่ายไปถึงแสงสีแดงอมม่วงในมือของรูปปั้นเทพีอันดีนที่ตอนนี้มีสภาพเอียงใกล้จะล้มลงมา บนมือของรูปปั้นมีผลึกแก้วสีแดงสิ่งของที่พวกนางและคณะเดินทางหมายปอง ชักนำให้พวกนางมาถึงมหาสุมทรเนดาร์ลีอาร์แห่งนี้นางคว้ามันออกจากมือของรูปปั้น พลังงานสีแดงอมม่วงนั้นไหลเวียนอยู่รอบๆ และรวมเข้าไปอยู่ในผลึกแก้วอันนั้นก่อนที่นางจะเก็บผลึกนั้นเข้าไปในชุดคลุมบาซิลิสและสตรีั์ตาสีแดงว่ายมาถึงตรงที่นางอยู่ หลังคาวิหารเริ่มพังลงมารูปปั้นเทพีอันดีนค่อยๆล้มลงสตรีหน้ากากจันทราว่ายไปเกาะหลังบาซิลิสกับสตรีั์ตาสีแดงก่อนที่อสูรร้ายจะรีบว่ายและทำลายซากปรักหักพังที่ถล่มลงมาขวางทางเพื่อพาพวกนางหลบหนีออกมาจากวิหารที่กำลังพังทลาย วิหารเทพีอันดีนถล่มลงมาจนไม่เหลือเค้าเดิมทั้งตัววิหารพังลงสู่พื้นสมุทร สิ่งที่ถูกปกป้องจากโลกภายนอกั้แ่โบราณกาล ถูก่ชิงไปจากโลกใต้น้ำที่ซ้อนเร้นมันไว้หายนะและความชั่วร้ายถูกชักนำไปสู่โลกภายนอกอีกครั้ง