บทที่26
ผู้ร่วมภารกิจ
“ พวกลูกขุนนางที่บอบบาง ” ชายผู้มีท่าทางเคร่งขรึมผู้นั้นพูดออกมาอย่างรวดเร็วหลังจากเห็นสมาชิก2 คนสุดท้ายที่เดินทางมาถึง เขาพึมพำออกมาอย่างแ่เบา
คนผู้นั้นทำการพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เบื่อหน่ายดูเหมือนว่าหลังจากที่เขาเห็นร่างกายของหลี่หยางและอี้ชิงเขาจะดูไม่พึงพอใจสักเท่าไหร่
ร่างกายของทั้งสองดูเหมือนกับพวกที่เติบโตภายในตระกูลขุนนางจริงๆนั่นแหละสังเกตได้จากที่พวกเขาทั้งสองมีรูปลักษณะที่ดูสง่างามกว่าคนปกติทั่วไป
มันจะแตกต่างกับคนที่เติบโตภายในเมืองต่างๆอย่างชัดเจนเพราะส่วนใหญ่แล้วคนที่เติบโตภายในเมืองที่ไม่ใช่เมืองหลวงพวกเขาน่าจะเติบโตขึ้นมาอย่างยากลำบากร่างกายจะดูสมบุกสมบันแตกต่างจากพวกขุนนางที่เติบโตขึ้นมาอย่างชัดเจน
หลี่หยางที่กำลังยืนอยู่แม้ว่าจุดที่เขากำลังยืนมันจะห่างจากคนผู้นั้นประมาณนึงเลยทีเดียวแต่ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดออกมาเขาก็ได้ยินอย่างชัดเจนแถมได้ยินเต็มสองหูด้วย
ประสาทััของเขามันดีขึ้นมากจากการที่เลเวลเพิ่มขึ้นและก็ค่าสเตตัสของระบบมันพัฒนาขึ้น
เมื่อคนผู้นั้นพูดออกมาเช่นนั้นมันก็ทำให้เขารู้ได้ในทันทีว่าชายผู้นี้ที่มองเขาด้วยสายตาที่ไม่พึงพอใจเป็เพราะว่าเขานั้นเกิดในตระกูลหลี่
ภายในสายตาของพวกเขาคงกำลังว่าคนที่เติบโตภายในตระกูลขุนนางเช่นเขาจะกลายมาเป็ตัวถ่วง
หลี่หยางเขายังคงไม่เปลี่ยนใบหน้าของตัวเองแม้ว่าจะได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายพูดใส่ตนเองอย่างชัดเจน
เขาทำการยกยิ้มขึ้นที่มุมปากก่อนที่จะยกกระบี่ภายในมือของตนเองขึ้นมาแล้วชี้ตรงไปด้านหน้า
ในขณะที่เขาใช้กระบี่ของตนเองชี้ตรงไปหาพวกที่ยืนอยู่ด้านหน้าของเขาทันใดนั้นเองดวงตาของคนเ่าั้จับจ้องมาที่เขาอย่างรวดเร็ว
ดวงตาของพวกคนเ่าั้แสดงถึงความไม่พึงพอใจออกมาเขานั้นรู้ดีว่าการกระทำเช่นนี้มันเป็เหมือนกับการท้าทายอย่างซึ่งๆหน้าใบหน้าของพวกมันเบิ่งเติมคิ้วทั้งสองข้างขมวดมุ่นเข้ามาหากันอย่างไม่พึงพอใจสักเท่าไหร่
ก่อนที่จะมีคนผู้นึงในกลุ่มคนเ่าั้ทำการเอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พึงพอใจ “ เ้ากำลังทำอันใด?”
หลี่หยางยังคงไม่เปลี่ยนใบหน้าของตนเองใบหน้าห้องเขาไม่มีความกลัวแฝงเร้นอยู่เลยแม้แต่น้อยแถมมุมปากที่ยกยิ้มขึ้นอย่างมั่นใจนั้นทำให้พวกอีกฝ่ายที่จ้องมองมองดูแล้วก็รู้สึกหมั่นไส้
หลี่หยางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยว่า “ ตัวของข้ากำลังจะพิสูจน์ท่านลุงให้ข้ามาเป็ผู้นำของพวกเศร้าในการทำภารกิจในครั้งนี้ ”
“ เพราะแบบนั้นจะผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาดพวกเ้าคงจะกังขาภายในตัวของข้าอยู่ไม่ใช่น้อยเพราะแบบนั้นเข้ามา ”
“ ในบรรดาพวกเ้ามีผู้ใดที่ทำให้ข้างหลั่งเืได้ถ้าจะเดินออกจากบริเวณนี้ไปโดยที่ไม่หันหลังกลับมาเลยแม้แต่น้อย” มันเป็เหมือนกับคำท้าทายที่แฝงเร้นคำดูถูกอยู่ไม่น้อย
คำพูดของเขาที่พูดออกมาบนใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความเรียบเฉยแถมยังมองเห็นว่าหยิ่งยโสอยู่ไม่น้อยให้พวกที่อยู่ด้านหน้าเริ่มรู้สึกร้อนรุ่มอยู่ภายในใจ
เปลวเพลิงแห่งโทสะลุกไหม้ขึ้นในทันทีบุรุษวัยฉกรรจ์ผู้นี้ทำการท้าทายพวกมัน
เมื่อเห็นเช่นนี้แต่พวกมันเองก็เป็ยอดฝีมือที่คนภายในกองทัพยอมรับคนผู้นี้กล้าท้าทายพวกมันเช่นนี้ไม่เทียบเท่ากับการหยามหน้างั้นรึ?
“ พวกเ้าไม่ต้องยุ่งข้าลงมือเอง ” ชายผู้หนึ่งก้าวเท้าออกมาด้านหน้าเขาเป็ชายวัยกลางคน่อายุเองก็ไม่น้อยแล้วน่าจะอยู่ใน่วัยเลข 4 ปรายๆ
ร่างกายของคนผู้นี้ดูสมบุกสมบันภายในชุดเกราะสีดำของเผ่ามารที่สวมใส่อยู่คงมีมัดกล้ามซ่อนเร้นอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวภายในมือของเขาถือกระบี่เล่มใหญ่มาด้วยมันเป็กระบี่ที่มีขนาดใหญ่มากกว่าคนปกติทั่วไปถึง2 เท่าตัว
เขาเข้ามาด้านหน้าดวงตามองตรงมาที่หลี่หยางอย่างโกรธเคือง
ดวงตาทั้งสองจ้องมองไปหน้าต่างของสเตตัสได้ปรากฏขึ้นมา
---
ชื่อทหารกองทัพระดับกลาง LV.53
เผ่ามนุษย์ เพศ ชาย
HP[1950/1950]
--
หลี่หยางเมื่อมองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้าเขาทำการยกยิ้มกระบี่ภายในมือปักลงที่พื้นเหลือเพียงแค่มือเปล่าทั้งสองข้างที่ไร้ซึ่งอาวุธเขาทำการยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมาแล้วก็กล่าวขึ้นอย่างท้าทาย “ เข้ามา ”
เมื่อเห็นท่าทางของผู้ที่อยู่ด้านหน้าที่แสดงออกมามันยิ่งทำให้คนผู้นั้นโกรธแค้นมากขึ้นใบหน้าของมันแดงก่ำกระบี่ที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติยกสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วก็ออกแรงดันมหาศาลด้วยการตวัดกระบี่เล่มนั้นพุ่งตรงไปด้านหน้า
กระบี่เล่มใหญ่พุ่งตรงไปเข้าหาร่างของผู้ท้าทายที่อยู่ด้านหน้า
แต่ในชั่วพริบตานั้นเองร่างของผู้ที่อยู่ด้านหน้ามันก็เป็เพียงแค่ภาพเลือนลางจากการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว
ฟิ้ว!!!ร่างของผู้ที่อยู่ด้านหน้าหายไปการโจมตีนั้นพลาดเป้า
กระบี่ที่มีขนาดใหญ่กว่ากระบี่ธรรมดาถึงการโจมตีนั้นพลาดเป้าไปดวงตาของผู้ที่ทำการตวัดกระบี่นั้นโจมตีใส่เป้าหมายเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง
สิ่งที่ตัวของเขานั้นกำลังพบเห็นอยู่ในตอนนี้มันบังเกิดกลายเป็คำถามภายในจิตใจของตนเอง “ ได้อย่างไรกัน ”
ดวงตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงก้มมองต่ำลงสิ่งที่เขาพูดเห็นก็คือร่างที่หายไปได้เข้ามาประชิดอยู่บริเวณด้านหน้าของเขา
คนผู้นั้นแม้ว่าจะมองเห็นแต่ร่างกายก็ยังไม่ทันได้ขยับการโจมตีบางอย่างพุ่งตรงเข้ามาปะทะเข้าที่ปลายคางอย่างรุนแรง
ผัวะ!!!ลู่หานใช้หมัดของตนเองปล่อยเข้าที่ปลายคางของอีกฝ่ายด้วยความรวดเร็ว
เพียงแค่พริบตาเดียวทัศนียภาพที่คนผู้นั้นมองมันก็ได้เปลี่ยนไปร่างกายหงายหลังไปอย่างช้าๆดวงตาทั้งสองข้างที่เบิกกว้างอยู่นั้นมองเห็นทัศนียภาพของท้องฟ้ายามเย็นวันที่แผ่นหลังจะลงไปัักับพื้นอย่างรุนแรง
ตู้บ!!!การโจมตีนั้นทำให้อีกฝ่ายอยู่ในสภาพหมดสติไปชั่วครู่
ร่างกายใหญ่โตนอนนิ่งลงไปกับพื้นไม่ขยับเลยแม้เพียงนิดผู้ที่กำลังยืนอยู่ด้านหน้าต่างพากันตกตะลึงกับสิ่งที่ตนเองนั้นได้พบเห็น
คนผู้นั้นถือได้ว่าเป็ผู้ที่มีความเก่งกาจอยู่ในลำดับต้นๆของคนภายในกลุ่มนี้แต่กับโดนโค่นล้มได้อย่างง่ายดายดวงตาของมันตรงไปที่ชายผู้นั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
พวกมันรู้ได้แล้วว่ามันไม่ควรจะประมาทคนที่อยู่ด้านหน้าของพวกมันในตอนนี้ดวงตาทั้งสองข้างเปี่ยมล้นไปด้วยความจริงจังดวงตาหลายคู่จ้องมองตรงไปยังเป้าหมาย
อาวุธมากมายถูกยกขึ้นพร้อมที่จะเข้าปะทะกับผู้ที่อยู่ด้านหน้า
หลี่หยางที่กำลังยืนอยู่ไม่มีท่าทางเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อยดวงตาของเขามองตรงไปที่คนเ่าั้
ในขณะที่คนเ่าั้กำลังจะพยายามลงมือมันเตรียมพร้อมจะพุ่งทะยานเข้าไปโจมตีแต่แล้วเสียงของคนผู้นึงก็ได้ดังขึ้นมา “ หยุด!!! ”
เสียงของผู้ที่ดังขึ้นมาคือผู้ที่ยืนอยู่ด้านหลังของกลุ่มคนเ่าั้ชายที่มีวัยไล่เลี่ยกับหลี่หยางคนผู้นั้นที่ยืนเอาแผ่นหลังพิงกับต้นไม้ใหญ่ด้วยปากทางช่างศิลป์ก้าวขึ้นมาด้านหน้า
เขาทำการก้าวขึ้นมาด้านหน้าก็ไม่มีผู้ใดที่จะทำการขัดคำสั่งของเขาเลยแม้เพียงนิด
คนคู่นี้น่าจะมี่อายุไม่น่าจะเกินวัย20 ปีอย่างแน่นอน เขาน่าจะอยู่วัยประมาณ 20 ปีซึ่งก็ถือได้ว่าห่างจากหลี่หยางเพียงแค่ประมาณ2 ปีเท่านั้น
แต่ดูเหมือนว่าความแข็งแกร่งของเขามันทำให้คนที่มีอายุมากกว่าอย่างคนพวกนี้รู้สึกเกรงใจเป็อย่างมาก
ขอเพียงแค่ทำการพูดออกมาเพียงครั้งเดียวคนพวกนั้นก็หยุดการกระทำของตนเองแล้วก็เดินถอยออกไปจากจุดนั้นตามคำสั่ง
บุรุษผู้นั้นเข้ามาด้านหน้าก้าวเข้ามาเผชิญหน้ากับหลี่หยาง
“ ข้ามีนามว่าหลันเซ่อ ” เมื่อคนผู้นั้นพูดจบก็ได้ทำการนำมือของตนเองยื่นไปัักับดาบแล้วก็ดึงออกมา
---
ชื่อหลันเซ่อLV.60
เผ่ามนุษย์ เพศ ชาย
HP[2350/2350]
--
ดาบเหล็กได้ถูกดึงออกมาจากบริเวณข้างเอวมันเป็ดาบเหล็กที่มีขนาดใหญ่มากกว่าดาบปกติประมาณนึงแต่ว่าความยาวของมันนั้นยาวเกือบจะ1 เมตรเห็นชัดๆ
เพียงแค่มองขนาดของมันก็รู้ได้ทันทีว่าถ้าไม่ใช่คนที่มีพละกำลังอันมหาศาลคงจะไม่สามารถทำการคว้าหยิบหรือว่าจับมันขึ้นมาในการใช้ต่อสู้ได้อย่างแน่นอน
ถ้าเขาได้ทำการหยิบมันขึ้นมาก็ได้ใช้มันชี้ตรงมาด้านหน้าของหลี่หยางก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม “ หยิบกระบี่ของเ้าขึ้นมาซะข้าไม่อยากรังแกคนที่ไม่มีอาวุธ”
คนผู้นี้แม้ว่าตัวของเขาจะมีนิสัยที่ดูเคร่งขรึมภายนอกแต่อันที่จริงแล้วเนื้อแท้ของจิตใจก็เป็คนที่ค่อนข้างจะมีคุณธรรมอยู่ไม่น้อยจากคำพูดและการกระทำเพียงแค่นี้หลี่หยางเขาเองก็พอจะคาดเดาได้
หลี่หยางยกยิ้มที่มุมปากก่อนที่จะเดินกลับไปตรงจุดเดิมแล้วก็ดึงกระบี่ของตนเองที่ปักอยู่ที่พื้นขึ้นมา
เมื่อเขาทำการหยิบกระบี่ของตนเองขึ้นมาแล้วหันกลับไปหาคนผู้นั้นบุรุษผู้นั้นทำการรุบหน้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ร่างของเขาพุ่งทะยานเข้ามาด้วยวิชาตัวเบาล้ำเลิศเพียงแค่พริบตาเดียวก็เข้ามาประชิดอยู่ด้านหน้าของหลี่หยางเรียบร้อยแล้ว
ดาบเหล็กขนาดใหญ่ยกขึ้นสูงก่อนที่จะออกแรงตวัดไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วพุ่งตรงใส่ร่างของหลี่หยางเป็เส้นตรง
ฟิ้ว!!!เพล้ง!!!
จบบท