ตอนที่ 3 คุณป้าผู้เป็ปริศนา
ดาวกำลังง่วนอยู่กับอาหารเย็นในครัวตอนที่ชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบปลายๆเดินเข้าประตูมา เขาวางกระเป๋าลงบนโซฟาอย่างไม่ยี่หระก่อนจะถามอย่างตื่นเต้น
“โอ้โฮ ทำไมหอมอย่างนี้!”
“อ้าว อาแทน กลับมาตอนไหน หนูไม่ได้ยินเสียงรถเลย?”ดาวกล่าวขณะที่มือซ้ายถือกระทะ มือขวาถือตะหลิว
“อาเปิดประตูรั้วเสียงออกจะดัง แกไม่ได้ฟังเองทำอะไรกินเนี่ย หอมจัง?”
“ชะอมชุบไข่ทอด ปลาทูทอด และน้ำพริกกะปิ อาตักข้าวรอได้เลยเสร็จแล้วเนี่ย”
อาแทนรีบกุลีกุจอตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่จานโดยไม่ต้องพูดซ้ำเขาหิวจนตาลายไปหมดแล้ว เพราะตลอดทั้งวันที่ผ่านมาเขาได้กินแค่ขนมปังจากร้านสะดวกซื้อกับน้ำเปล่านี่เขาก็เพิ่งไปส่งคณะทัวร์ขึ้นเครื่องเสร็จ แล้วก็รีบกลับมาบ้านทันที
ดาวจัดแจงวางอาหารลงบนโต๊ะก่อนจะเริ่มลงมือทานอย่างไม่มีพิธีรีตองเธออยู่กับอาแทนซึ่งเป็น้องชายแท้ๆของบิดามาั้แ่อายุสิบขวบ จนตอนนี้อายุสิบเก้าปีแล้วเธอจึงทำตัวสบายๆ เพราะทั้งสองสนิทสนมกันเป็อย่างมาก
อาแทนเริ่มตักอาหารเข้าปากเป็คำแรก ก่อนจะอุทานเสียงดังแต่เขากล่าวคำเ่าั้ออกมาเป็ภาษาจีนเสียงอย่างนั้น
“อืม! ห่าว ซรือ ย่า!” ประโยคดังกล่าวมีความหมายแปลว่าอาหารที่เขาเพิ่งลิ้มรสนั้นอร่อยมากๆดาวเองก็ไม่น้อยหน้ารีบตอบเป็ภาษาจีนที่มีความหมายแปลเป็ไทยว่า
“งั้นอาก็กินเยอะๆเลยนะ”
“อร่อยขนาดนี้กินหมดแน่นอน หุงข้าวไว้พอรึเปล่า?”อาแทนว่า ชายหนุ่มตักอาหารเข้าปากคำแล้วคำเล่าก่อนจะกล่าวเป็ภาษาจีนอย่างต่อเนื่อง
เขายอมรับเลยว่าดาวมีพร์ทางด้านการทำอาหารจริงๆเธอสามารถหยิบจับอะไรก็ตามแม้แต่ของเหลือในตู้เย็นให้กลายเป็อาหารเลิศรสได้อย่างน่าประหลาดมันเป็สิ่งที่เขาไม่เคยสอน จะพูดให้ถูกก็คือ เขาไม่ค่อยมีเวลาสอนหลานเื่ต่างๆให้หลานสาวเท่าไหร่ยกเว้นแต่การพูดภาษาจีนและภาษาอังกฤษที่ทั้งสองใช้กันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
การพูดภาษาจีนระหว่างสองอาหลานเป็เื่ปกติสำหรับทั้งคู่เนื่องจากอาแทนเคยได้ทุนไปเล่าเรียนถึงประเทศจีน จนกลับมาเปิดบริษัททัวร์เล็กๆ เป็ของตนเองโดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นคนจีนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทย
ั้แ่ที่ดาวมาอยู่กับเขา เขาก็พูดภาษาจีนและภาษาอังกฤษกับหลานสาวมาโดยตลอดและด้วยความที่อาแทนก็ต้องทำงาน หลายครั้งที่เขามักจะพาดาวออกไปตะลอนทำงานทั่วสารทิศหญิงสาวจึงซึมซับทักษะด้านภาษาจากเขาและได้ความสามารถนั้นมาโดยปริยาย สำหรับคนอื่นความสามารถนี้ถือเป็เื่พิเศษ แต่สำหรับดาว นี่เป็เื่ปกติของเธอ
“อาว่าแกเปิดร้านอาหารได้เลยนะเนี่ย อร่อยเหมือนที่แม่แกทำเลยถ้าพี่ก้องได้กินก็คงจะพูดเหมือนกัน” คำกล่าวของอาแทนส่งผลให้ปฏิกิริยาของดาวเปลี่ยนไปเล็กน้อยจนอาแทนเองก็ไม่ทันสังเกต ดาวกล่าว
“คิดถึงพ่อเนอะ” อาแทนเงยหน้าขึ้นมามองหลานสาวเริ่มจับสังเกตได้จากน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของเธอ เขาจึงวางช้อนลง ก่อนจะกล่าว
“อาก็คิดถึงพ่อแกเหมือนกัน แต่ชีวิตเราต้องดำเนินต่อไปพี่ก้องคงอยากเห็นแกประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าจะมาจมอยู่กับความเสียใจ” อาแทนกล่าวเป็เชิงให้ดาวคิด
เขารู้ว่าดาวกับก้องเกียรติ พี่ชายของเขาสนิทกันมากแค่ไหนเนื่องจากแม่ของดาวเสียไปด้วยโรคร้ายั้แ่ดาวยังเล็ก พ่อของดาวจึงเลี้ยงดาวมาเพียงลำพังแต่เมื่อพ่อของเธอตายจากไปอีกคน หัวใจของสาวน้อยก็แตกสลายเธอต้องกลายเป็เด็กกำพร้าโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เธอก็ใจสู้ไม่น้อยที่เลือกจะเติบโตมาอย่างมีคุณภาพเป็เด็กสาวที่ไม่ดื้อ แถมยังมีจุดมุ่งหมายในชีวิต
อาแทนมองหน้าหลานสาวก่อนจะถามเื่อื่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
“สรุปจะเป็นักกีฬายิงธนูทีมชาติให้ได้ใช่ไหมเนี่ย?”
ได้ผล แววตาของหลานสาวกลับมาสดใสอีกครั้งโชคดีที่ดาวเป็คนที่ไม่จมอยู่กับปมชีวิตของตนเอง เธอสดใสร่าเริงและพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้าไปตลอดเวลา และยิ่งเื่การยิงธนูด้วยล่ะก็นี่คือเื่โปรดของเธอเลย
“แน่นอนสิอา เสียเวลาซ้อมไปตั้งเยอะนะ” ดาวกล่าวอย่างหน้าชื่นตาบานอาแทนจึงยิ้มน้อยๆ ในกับความเดียงสาและแววตาที่เป็ประกายของเธอ
เขารู้ว่าเหตุผลที่ดาวเล่นกีฬายิงธนูเพราะพี่ชายของเขาเคยเป็ตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในฐานะทีมชาติมาก่อนดังนั้นดาวจึงเดินตามรอยเท้าของพ่อ เพื่อที่เธอจะได้รู้สึกใกล้ชิดพ่อมากขึ้น ซึ่งอาแทนเองก็ไม่ได้ขัดขวางแต่อย่างใดในทางกลับกัน เขาส่งเสริมหลานสาวทุกอย่าง ถึงแม้ตัวเองจะเล่นไม่เป็เลยก็ตาม เขาคิดว่าเขาโชคดีมากๆที่ดาวไม่ได้ใช้เวลาไปกับการเที่ยวเล่นและมีแฟนหนุ่มเหมือนเด็กสาวคนอื่นๆแต่เธอก็มีข้อเสียด้วยเหมือนกัน นั่นคือ ดาวมีนิสัยคล้ายผู้ชายจนไม่ดูแลตัวเองเลย
แม่ของดาวเป็ผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง สวยแบบธรรมชาติไร้การศัลยกรรมดาวเองก็ได้รับกรรมพันธุ์นั้นมา แต่เธอกลับไม่เคยใส่ใจเื่รูปร่างหน้าตา อาแทนยังแอบโทษตัวเองเลยว่าเป็เพราะเขาไม่ได้สอนหลานสาวให้รักสวยรักงาม เพราะเขาก็ไม่มีความรู้เื่นั้นเหมือนกันแม้แต่แฟน ตอนนี้เขาก็ยังไม่มีเลย
“อาเห็นแกได้ค่าขนมมาเท่าไหร่ก็เอาไปลงกับอุปกรณ์ยิงธนูหมด”อาแทนหมายถึงค่าขนมที่เขาให้กับดาวในทุกๆสัปดาห์ รวมไปถึงเงินที่ดาวไปช่วยเขาทำทัวร์ด้วย
“ก็อุปกรณ์มันแพงนี่อา จะยิงให้แม่นก็ต้องมีอุปกรณ์ดีๆซิคะ”
“อารู้ แต่ก็ตั้งใจเรียนไว้ด้วยล่ะ เผื่ออนาคตไม่ได้เดินสายนี้จะได้มีอาชีพอื่นรองรับ” อาแทนหมายความตามที่เขาพูด เขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าจริงๆแล้วดาวไม่ได้เก่งเื่การยิงธนูถึงขนาดที่จะเป็ตัวแทนทีมชาติได้ แต่เขาก็ไม่เคยขัดหลานอะไรที่ดาวทำแล้วมีความสุขเขาก็จะปล่อยให้เธอค้นหาตัวตนของเธอต่อไป
“เออ...ดาว อาทิตย์นี้ไปช่วยอานำทัวร์จีนหน่อยสิวัดพระแก้วนี่เอง อาให้สองพันห้า” ดาวทำตาโต ก่อนจะรีบรับปาก
“จัดไปเลยจ้า ดาวพร้อมเสมอ”
อาแทนยิ้มให้กับความทะเล้นของหลานสาวก่อนที่สองอาหลานจะทานข้าวกันต่อไปอย่างออกรสออกชาติเช่นเดียวกับบทสนทนาอันสนิทสนมและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นพวกเขาไม่มีใครอื่นอีกแล้ว นอกจากกันและกัน
..............................................................................
“มาทางนี้เลยค่ะทุกคน”เสียงแจ๋วๆภาษาจีนของดาวดังขึ้นท่ามกลางนักท่องเที่ยวมากมาย
ผู้คนทั้งไทยและเทศเบียดเสียดกันแน่นขนัดท่ามกลางอากาศที่ร้อนราวกับซ้อมตกนรกอีกทั้งลูกทัวร์จีนรุ่นใหญ่ที่คุยกันเสียงดังตลอดเวลาก็ยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกเหนื่อยเอามากๆแต่เธอก็ยอมทำสิ่งนี้เพราะความหน้าเงินของตัวเอง
ผิวของเธอร้อนเป็ไฟ ถึงแม้จะใส่ปลอกแขนกันแดดไว้แล้วก็ตามอาชีพนี้ไม่สบายเท่าไหร่ แต่ถ้าคิดว่านี่ทำให้เธอได้เงินไปซื้ออุปกรณ์กีฬาที่เธอชื่นชอบแถมยังได้แบ่งเบาภาระของอาแทนบ้าง นั่นก็ทำให้หญิงสาวยอมกัดฟันทน เธอขยับสายบัตรมัคคุเทศก์ที่ห้อยคอให้เข้าที่ก่อนจะกล่าวด้วยภาษาจีน
“เดี๋ยวดิฉันจะให้ทุกท่านถ่ายรูปบริเวณนี้ประมาณสิบนาทีนะคะหลังจากนั้นเราจะมารวมกันด้านนี้เพื่อเดินทางไปส่วนอื่นต่อและอย่างที่ดิฉันเตือนไว้เสมอ กรุณาอย่าทำการอันเป็การทำลายทรัพย์สินเพื่อนำกลับไปเป็ของที่ระลึกนะคะขอบคุณมากค่ะ” กล่าวจบ ดาวก็เดินเข้าไปหลบใต้ชายคาที่มีร่มเงา ซึ่งกลุ่มคนมากมายนั่งพักกันอยู่ก่อนแล้ว
เธอพักจิบน้ำพลางหยิบพัดลมมือถืออันเล็กขึ้นมาเป่าใบหน้าหญิงสาวขยับแว่นที่เธอสวมใส่เล็กน้อยเพื่อไม่ให้มันเป็ฝ้าจากความชื้นของลมหายใจ ที่ส่งผ่านหน้ากากอนามัยขึ้นมา
“หนูๆ”ดาวรู้สึกเหมือนมีใครมาสะกิดที่ด้านหลังของเธอ เธอจึงหันไปโดยอัตโนมัติ
คุณป้าที่อายุน่าจะไม่ต่ำกว่าหกสิบปีส่งยิ้มฟันขาวให้กับเธอริ้วรอยเหี่ยวย่นปรากฏชัดทั่วใบหน้า ผมสั้นหยิกเป็พุ่ม ใบหน้าชรามีริ้วรอยแต่แววตาของคุณป้ากลับกระจ่างใสอย่างน่าประหลาดเธอโบกสัญญาลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเป็ลูกทัวร์ของดาว
“มีอะไรให้หนูช่วยเหรอคะ?” ดาวถามเป็ภาษาจีน
เมื่อดาวเปิดโอกาสคุณป้าก็รีบนั่งลงข้างๆเธออย่างไม่ลังเล ที่จริง มันกลับดูกระตือรือร้นกว่าปกติเสียด้วยซ้ำ
“หนูมีแฟนรึยัง?” คำถามของป้าทำให้หญิงสาวหยุดชะงักเธอแอบงงนิดหน่อย แต่ก็ส่ายหน้าเบาๆ คุณป้าจึงถามต่อ
“เคยมีแฟนไหม?” ดาวยังคงส่ายหน้าถึงจะแปลกใจกับคำถามและท่าทางของคุณป้าที่ดูจะอยากรู้เื่ของเธอเป็อย่างมาก แต่ดาวก็ตอบออกไปเพราะคิดว่าไม่ได้มีอะไรเสียหาย มนุษย์ป้าก็จะประมาณนี้เสียเป็ส่วนใหญ่
ส่วนเื่ที่เธอไม่เคยมีแฟนนั่นคือเื่จริง เพราะเธอไม่ใช่คนสวยอะไรออกจะดูถึกและบึกบึนในสายตาผู้ชายเสียด้วยซ้ำ หุ่นอวบๆ ผิวคล้ำจากแดด แถมหน้าตาของเธอก็ไม่ได้สะดุดตาอะไรใครจะมาจีบเธอกันเล่า ดาวเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับเื่นี้เพราะเธอสนใจเพียงแต่จะใช้ชีวิตและทำงานอดิเรกอย่างอื่นเธอคิดเหมือนที่อาแทนเคยบอกไว้ ‘ถ้าจะมีเดี๋ยวก็มีเองแหละ’ และนั่นก็เป็เหตุผลที่อาแทนเองก็ยังไม่ได้แต่งงาน ถึงแม้อายุจะเยอะแล้วก็ตาม
“ทำไมเหรอคะ คุณป้าจะหาแฟนให้หนูเหรอ?”ดาวหยอกด้วยนิสัยขี้เล่น ถึงแม้เธอจะเหนื่อยขนาดไหน แต่เด็กก็คือเด็กเธอเป็มิตรกับผู้อื่นเสมอ คุณป้าหัวเราะชอบใจ ก่อนจะกล่าว
“แล้วหนูอยากมีแฟนไหมล่ะ?ป้ามีเครื่องรางที่ช่วยหนูได้นะ” ในขณะที่ดาวกำลังงงๆอยู่นั่นเองคุณป้าก็ควักเอาถุงพลาสติกออกมาจากกระเป๋าคาดเอวสีชมพูแป๋นของตนเองก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างขึ้นมา
ดาวจ้องมองลงไปยังถุงซิปล็อกใสขนาดใหญ่กว่าธนบัตรหน่อยเดียวด้านในมีสิ่งของคล้ายเครื่องประดับอยู่ สิ่งที่เตะตาหญิงสาวที่สุดก็คืออัญมณีสีแดงสดด้านในคุณป้าชูถุงดังกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มที่แทบจะฉีกถึงใบหู น่าแปลกที่ฟันของป้าดูขาวสะอาดเอามากๆแถมเรียงสวยราวกับสาวๆไม่มีผิด
“สร้อยคอน่ะ”คุณป้ารีบบอกดาวทันทีราวกับรู้ความคิด ดาวรับถุงที่ถูกยื่นมาให้อย่างไม่ค่อยเต็มใจเธอลองพินิจพิจารณาดูสิ่งของในมือ
สร้อยคอดังกล่าวมีลักษณะเป็สีเงินเรียบๆและดูแข็งแรงบริเวณจี้ห้อยคอมีอัญมณีวงรีสีแดงสดใสซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าลูกพุทราประดับอยู่ตรงนั้นแต่มันแปลตรงที่ อัญมณีดังกล่าวดูราวกับกำลังเปล่งแสงออกมาอย่างไงอย่างงั้นดาวไม่อาจละสายตาไปจากความงดงามนั้นได้เลยแม้แต่วินาทีเดียวเธอรู้สึกเหมือนทุกอย่างรอบข้างเชื่องช้า เวลาแทบจะหยุดเดิน เธอไม่รู้ว่าตัวเองมองมันอยู่นานแค่ไหนรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่คุณป้าเขย่าตัวเธอเบาๆ
“สร้อยคอนี้เป็ของโบราณเลยนะเนี่ย”
ดาวมองดูสร้อยคออีกครั้งก่อนจะพบว่าตัวสร้อยที่เป็สีเงินมีรอยขอบที่ดำคล้ำบ่งบอกว่ามันคงมีอายุมากตามที่คุณป้าบอกจริงๆ แต่ของแบบนี้ก็ปลอมกันได้ไม่ยากเลย ซึ่งเธอก็รู้อยู่แล้วคุณป้ายังคงกล่าวต่อ
“สร้อยเส้นนี้จะนำมาซึ่งรักแท้หนูโชคดีนะเนี่ยที่สร้อยเลือกหนู หนูชอบมันไหม?” คุณป้าถามด้วยแววตาเป็ประกายและกระตือรือร้นกว่าเดิมเธอนิ่งรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ จนดาวอดไม่ได้ที่จะตอบออกไปตามมารยาท
“ชอบค่ะ” ดาวกล่าวไปส่งๆโดยไม่คิดอะไรในใจนึกไปว่า ถ้าจะเกริ่นมาขนาดนี้ เธอก็ต้องบอกว่าชอบอยู่แล้ว
“550 หยวนจ้ะ”
ดาวหันขวับไปมองหน้าคุณป้าที่กำลังยิ้มอวดฟันขาวเธอกำลังจะยื่นถุงคืน แต่คุณป้าก็ดันมือเธอกลับไปและกล่าว
“งั้นเอางี้ 500 สำหรับรักแท้ราคานี้ไม่แพงเลยนะ เชื่อป้าเถอะ”
ทั้งสองยื้อยุดกันอยู่นานคุณป้าก็พยายามหว่านล้อมทุกวิถีทาง จนกระทั่งดาวยอมแพ้เธอควักเงินให้ป้าไปเป็เงินไทยราว 2,500 บาท
“ขอบใจมากนะจ๊ะ อ่อแต่ป้าขอเตือนเอาไว้อย่างหนึ่งนะ หนูไม่ควรจะแตะมันสุ่มสี่สุ่มห้าทางที่ดีเอามันใส่ไว้ในถุงแบบนี้จะดีกว่านะ” คุณป้ากล่าวด้วยรอยยิ้มสดใสในขณะที่หญิงสาวอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ ดาวอดไม่ได้ที่จะคิดในใจ ‘แหงล่ะ เพราะถ้าจับมัน สีที่เคลือบไว้ก็จะลอกออกมาน่ะซิ’
จู่ๆดาวก็คิดขึ้นได้ว่าตอนนี้เวลาน่าจะผ่านไปครบสิบนาทีแล้วเธอก้มลงมองนาฬิกาข้อมือเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง เธอพบว่าคุณป้าที่เคยนั่งอยู่ตรงนี้เมื่อครู่หายไปเสียแล้ว หายไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยอยู่ตรงนั้นมาก่อน
เธอก้มลงดูถุงที่ด้านในบรรจุสร้อยคอเพ่งพิศดูมันด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ก่อนจะเก็บมันใส่กระเป๋าอย่างลวกๆเพราะต้องรีบไปทำหน้าที่ต่อถึงแม้จะเจ็บใจที่ตนเองโดนคุณป้าหลอกเข้าให้แล้ว แต่เธอจะต้องหยุดคิดเื่นั้นก่อนเพราะลูกทัวร์อีกหลายสิบคนกำลังรอเธออยู่ ท้ายที่สุดค่าจ้างของเธอที่อาแทนสัญญาว่าจะให้เป็จำนวนเงิน 2,500 บาท ก็ถูกเธอผลาญไปในเวลาไม่ถึง 10 นาที
เมื่อการทัวร์วัดพระแก้วจบลง ดาวก็พาลูกทัวร์ไปขึ้นรถบัสที่จอดรออยู่เธอนับจนทุกคนขึ้นรถครบตามจำนวน และอดไม่ได้ที่จะมองหาป้าสุดแสบ
‘ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปหน้าระรื่นอยู่ที่ไหนแล้ว’เธอคิด
เธอเช็คชื่อและที่นั่งบนรถของลูกทัวร์อยู่หลายรอบแต่ก็ไม่พบคุณป้าเลย ในใจอดคิดไม่ได้ว่าป้าไปเอาสัญลักษณ์ทัวร์ของเธอมาจากไหนแต่ก็ย้อนคิดขึ้นมาได้อีกครั้งว่าเธอคงโดนคุณป้าหลอกเข้าให้แล้วจริงๆคิดแล้วก็เจ็บใจไม่น้อย ถึงแม้เศษเสี้ยวเล็กๆในใจยังแอบหวังว่าสร้อยคอที่ได้มาอาจจะเป็ของโบราณจริงๆก็ได้
“เฮ่อ!!!” หญิงสาวถอนหายใจเสียงดัง ก่อนจะทำหน้าที่ของเธอต่อไป