การุณหยิบโทรศัพท์ออกมารับ
“เฮลโล่! ใครอ่ะ? เทย่าไหนล่ะ? เ้าหญิงเทย่า?”
เขายืนนึกอยู่แป๊ปนึง แต่บุญรีบเข้ามาเงี่ยหูฟังด้วยความสนใจทันทีก่อนที่การุณจะอุทานเสียงดัง
“หา!!! องค์หญิงเองหรือพะยะค่ะ?! กระหม่อมขอประทานอภัยพะยะค่ะ”
ทั้งบุญและอีกสองหนุ่มต่างก็สะดุ้งและรีบทำท่าทางบอกการุณให้เบาเสียงพูดเพราะกลัวว่าคนอื่นจะได้ยิน
การุณจึงพูดเบาลง โดยบุญยังคงเงี่ยหูฟังอย่างตื่นเต้นแม้ว่าเธอจะไม่ได้ยินเสียงของเ้าหญิงเทย่า
‘พะยะค่ะ…พะยะค่ะ…เดี๋ยวกระหม่อมจะบอกนางให้พะยะค่ะ…พะยะค่ะ…แล้วกระหม่อมจะไปรับองค์หญิงพะยะค่ะ…พะยะค่ะองค์หญิง’
เมื่อคุยเสร็จการุณก็เก็บโทรศัพท์ ในขณะที่บุญมีท่าทางใ
“ไปรับองค์หญิง?”
บุญนึกถึงคำพูดที่การุณเพิ่งพูดทางโทรศัพท์ แล้วจึงถามเขาเสียงดังลั่นด้วยความตื่นเต้น
“เ้าหญิงเสด็จมาเหรอคะ?!”
คราวนี้หนุ่มทั้งสามต้องรีบทำท่าทางบอกเธอให้เบาเสียงบ้าง
‘ขอโทษค่ะ ฉันตื่นเต้นไปหน่อย’
เธอขอโทษด้วยเสียงที่เบาลงแล้วถามการุณซ้ำเบาๆ
‘เ้าหญิงเสด็จมาเชียงใหม่เหรอคะ?’
การุณพยักหน้า
“ใช่ครับ พระองค์เพิ่งจะเสด็จมาถึง และตรัสว่า้าจะพบน้องบุญเย็นวันนี้ ไม่ทราบว่าน้องบุญสะดวกมั๊ยครับ”
“หา! จริงหรือคะเนี่ย? โอ้...ดีใจจังเลย ได้สิคะ เย็นวันนี้เหรอ? งั้นเดี๋ยวเราเดินดูกันอีกสักสองสามแห่ง เสร็จแล้วก็ไปเข้าเฝ้าเ้าหญิงกันเลยดีมั๊ยคะ?”
บุญพูดด้วยความตื่นเต้นดีใจที่จะได้พบกับเ้าหญิงเทย่าที่เธอชื่นชอบ
“องค์หญิงมีรับสั่งว่าทรงไม่้าให้ใครรู้ฐานะของพระองค์ และให้เราหาสถานที่ที่ปลอดภัยเพื่อจะได้หารือกันโดยไม่มีคนอื่นอยู่ด้วยครับ น้องบุญพอจะแนะนำที่ไหนให้ได้บ้างครับ?”
การุณถามความเห็นเธอ
“ถ้าเช่นนั้นก็ไปที่บ้านฉันก็ได้ค่ะ ฉันอยู่กันแค่สองคนกับแม่ พอจะได้มั๊ยคะ? พอฉันเลิกงานแล้วก็อยู่บ้านกับแม่ตลอด เ้าหญิงจะประทับอยู่นานเท่าไหร่ก็ได้ค่ะ”
บุญเสนอ การุณจึงรับว่าจะนำข้อเสนอของบุญไปทูลเ้าหญิงเทย่าอีกที แล้วทั้งหมดจึงเริ่มตามหาเทพธิดากันต่อจนเวลาเกือบสี่โมงเย็น แต่ก็ยังไม่พบวี่แววของเธอ ทั้งสี่เริ่มวิตกกังวลว่า ‘แล้วจะรายงานองค์หญิงว่าอย่างไรดี?’
ในขณะนั้นเอง เ้าหญิงเทย่าได้โทรศัพท์มาบอกการุณว่าเธอพร้อมแล้วและเธอเห็นด้วยที่จะไปที่บ้านของบุญ ทั้งยังรู้สึกยินดีหากแม่ของบุญอยู่ด้วย
หลังจากที่การุณพูดโทรศัพท์เสร็จ บุญจึงบอกชายหนุ่มทั้งสาม
“เดี๋ยวฉันจะให้คนขับรถตู้ไปส่งฉันที่บ้านเพื่อเตรียมสถานที่ให้เรียบร้อยก่อนดีกว่าค่ะ แล้วให้เขาพาพวกคุณไปรับเ้าหญิงจากโรงแรมที่พระองค์ประทับมาที่บ้านฉัน เสร็จแล้วเขาจะได้กลับบริษัทตรงเวลาเลิกงานห้าโมง ดีรึเปล่าคะ?”
“ดีครับ เอาไว้พรุ่งนี้เราค่อยไปตามหาเทพธิดากันต่อโดยมีองค์หญิงเสด็จไปกับเราพร้อมด้วยองครักษ์สองนายครับ”
การุณบอกเธอ
“อะไรนะคะ? หมายความว่านักท่องเที่ยวที่เพิ่มมาอีกสามคน ก็คือเ้าหญิงเทย่ากับองครักษ์สองนายเองหรือคะ?”
บุญทั้งประหลาดใจและดีใจที่เธอมีวาสนาที่จะได้พาเ้าหญิงเทย่าไปเที่ยวชมเมืองเชียงใหม่
จากนั้น ทั้งสี่คนจึงกลับไปขึ้นรถตู้ โดยบุญไม่ลืมที่จะแวะซื้อขนมไทยไว้สำหรับเตรียมต้อนรับคณะทัวร์ของเ้าหญิงเทย่า รถตู้ได้ไปส่งบุญถึงหน้าบ้านของเธอ ซึ่งเป็บ้านเดี่ยวสองชั้นหลังไม่ใหญ่นัก แต่มีสวนรอบบริเวณบ้านที่กว้างพอสมควร โดยหลังจากบุญเรียนจบและทำงานเป็มัคคุเทศก์พร้อมกับร้องเพลงในห้องอาหารของโรงแรม เธอได้เก็บเงินจนกระทั่งสามารถซื้อที่ดินเปล่าแปลงนี้มาได้ และจ้างสถาปนิกและวิศวกรมาออกแบบและปลูกบ้านให้ ส่วนแม่ของเธอชื่นชอบการตกแต่งสวนอยู่แล้ว ทำให้พวกเธอมีบ้านหลังเล็กที่เงียบสงบและร่มรื่นน่าอยู่
เมื่อรถตู้พาชายทั้งสามออกไปแล้วเพื่อไปรับเ้าหญิงเทย่าและองครักษ์ บุญจึงได้เดินเข้าบ้าน
“กลับมาแล้วค่ะแม่!”
บุญะโบอกแม่ทันทีที่เข้ามาที่ห้องรับแขกแต่ไม่เห็นแม่ของเธอ
หญิงวัย 48 ปีผู้หนึ่งเดินออกมาจากห้องครัว
“อ้าว ไหงวันนี้ลูกบุญถึงได้กลับมาเร็วนักล่ะ?”
เธอชื่ออารียา เมื่อเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาห้าโมงเย็นซึ่งเป็เวลาเลิกงานของบุญ เธอจึงถามด้วยความแปลกใจ
บุญวางของที่หอบหิ้วมาลงบนโต๊ะแล้วเข้าไปไหว้แม่ของเธอ
“วันนี้เราจะมีแขกพิเศษมาเยี่ยมที่บ้านเราค่ะแม่ บุญก็เลยกลับมาเตรียมการต้อนรับก่อนค่ะ”
เธอกอดแม่แล้วเล่าให้แม่ฟัง
“ท่าทางจะเป็คนพิเศษมากเลยนะ ลูกบุญถึงได้ดูร่าเริงผิดปกติขนาดนี้ แต่บุญไม่ชอบมีแฟนหนิ ก็คงจะไม่ใช่ผู้ชาย แม่ว่าคงจะเป็ดาราสาวคนโปรดของลูกแน่เลยใช่มั๊ย?”
อารียาสังเกตเห็นอาการของบุญก็พอจะเดาได้
“แม่เดาได้แม่นมากเลยค่ะ เธอเป็คนดังแต่ไม่ใช่นักร้องนักแสดง ถ้าแม่เห็น แม่ต้องรู้จักแน่นอนค่ะ แต่เธอมีคนติดตามมาด้วยอีกห้าคนนะคะ เดี๋ยวบุญขอไปเตรียมจานขนมในครัวไว้รับแขกนะคะ”
บุญพูดจบก็คว้าถุงขนมไทยที่เธอวางบนโต๊ะเข้าไปในครัวด้วยท่าทางร่าเริง อารียายิ้มด้วยความดีใจที่เห็นลูกสาวของเธอมีความสุขเช่นนี้