ทายาทจักรพรรดิ (NC18+)

    บทที่ 114 เอาคืน

    “ฮ่าๆ เห็นหน้าพวกมันป้ะ พอรู้ว่าทำอะไรเราไม่ได้ก็เหวอไปเลยโคตรสะใจ”พลหรือรัชพลลูกชายคนโตของบ้านพูดขึ้นอย่างสะใจ

     

    “เรื่องไม่จบหรอกเดี๋ยวตำรวจต้องสืบต่อแน่ๆ”จิ๊บพูด

     

    “ก็ช่างมันดิไม่มีหลักฐานจะไปทำอะไรได้วะ  เดี๋ยวนานๆเข้าเรื่องก็เงียบ คดีแบบนี้ไม่เป็นข่าว  ไม่มีใครตาย ตำรวจไม่ทำมันก็ไม่เดือดร้อน รอสักพักพอเห็นว่างานยากเดี๋ยวมันก็เลิกยุ่งกับเราแล้ว"น้ำเสียงอวดดีของพี่ชายเธอทำให้จิ๊บเอือมระอา

     

    “หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะ”จิ๊บพูดก่อนจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สบายตัวเนื่องจากเธอเหงื่อออกเยอะเพราะตื่นเต้นและกังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่น้อย

     

    หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกทั้งสามคนจึงกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ

     

    ช่วงสายวันรุ่งขึ้น

     

    “พ่อน้ำไม่ไหลอะ”

     

    “ไม่ใช่แค่นั้นไฟก็ไม่ติด”

     

    สงครามตื่นขึ้นจากเสียงที่ดังรบกวนของสองพี่น้องก่อนจะลุกขึ้นไปลองเปิดไฟดูก็พบว่าไม่ติดจริงๆ พอเริ่มหายงัวเงียเขาก็สังเกตุว่าตัวเองเหงื่อไหลท่วมเลย หันไปมองก็พบว่าพัดลมที่เปิดไว้ดับไปแล้วนั่นเอง

     

    “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”

     

    “เดี๋ยวผมไปถามคนแถวๆนี้ดูว่าคนอื่นเป็นเหมือนกันไหม”

     

    พูดจบลูกชายก็เดินออกจากบ้านไปพักหนึ่งก่อนก่อนจะเดินกลับมา

     

    “ไม่มีใครเป็น บ้านเราเป็นแค่บ้านเดียว”

     

    “อ้าวอะไรกันเนี่ย”

     

    “พี่ลองโทรไปการไฟฟ้าดูฉันจะโทรไปที่ประปา”

     

    “เออได้”

     

    หลังจากที่ได้ยินน้องสาวพูดพลก็เดินไปหยิบมือถือมาหาเบอร์ ปรากฏว่าเขาไม่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้

     

    “ไอ้จิ๊บเน็ตใช้ไม่ได้”

     

    “โทรออกไม่ได้ด้วยมันแจ้งว่าไม่มีสัญญาณตลอดเลย”

     

    “อะไรวะเนี่ย”

     

    ตอนนี้ทุกคนเริ่มรู้สึกผิดปกติแล้วถ้าแค่น้ำกับไฟมันก็เรื่องหนึ่งแต่นี่ เน็ตใช้ไม่ได้โทรออกก็ไม่ได้ ยังไงๆมันก็ต้องมีอะไรสักอย่าง

     

    “หรือว่าคนพวกนั้น”อยู่ๆจิ๊บก็คิดถึงคนที่พวกเขาไปโกงขึ้นมา จริงๆเธอรู้สึกแปลกๆตั้งแต่โดนออกหมายเรียกอย่างรวดเร็วตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

     

    “อย่าเพ้อเจ้อน่า ไม่ใช่พวกนั้นหรอกแค่วันเดียวจะทำขนาดนี้ได้ไง”พี่ชายเธอหันมาตะโกนใส่ด้วยความหงุดหงิด 

     

    น้ำไฟถ้ามีเส้นสายก็คงจะแกล้งได้มั้ง แต่โทรศัพท์มันของเอกชนแถมเขากับน้องยังใช้คนละเครือข่ายมันจะตัดได้หมดเลยหรือไง

     

    “แล้วจะเอายังไง อยู่แบบไม่มีน้ำไฟไม่ไหวนะ ติดต่อใครก็ไม่ได้”

     

    “เดี๋ยวพ่อไปยืมโทรศัพท์คนแถวบ้านดู”คนเป็นพ่อพอเห็นลูกเริ่มทะเลาะกันก็ตัดบทก่อนจะเดินออกไป แต่หลังจากเดินออกไปเขาก็ต้องตะโกนลั่น

     

    “เฮ้ยทำอะไรวะ”

     

    “พ่อเกิดอะไรขึ้น”ลูกทั้งสองคนรีบวิ่งออกมาดูก็พบว่ามีชาย4คนยืนอยู่แต่กำลังจะลากรถบรรทุกสำหรับขนม้าของพวกเขาไป

     

    “พวกแกจะทำอะไรวะ”พ่อกับพี่ชายรีบวิ่งเข้าไปห้ามทันที

     

    “เราได้รับคำสั่งให้มายึดทรัพย์ของพวกคุณ”ชายคนดั่งกล่าวพูดก่อนจะยื่นบัตรประจำตัวของธนาคารให้

     

    “พวกแกไม่มีสิทธิยึดนี่มันรถที่ฉันยืมเพื่อนมา”นายสงครามรีบพูดกับเจ้าหน้าที่

     

    “แต่เราได้รับแจ้งว่ารถพวกนี้คุณโอนชื่อไปให้เพื่อนเพื่อเลี่ยงการถูกยึด เราตรวจสอบแล้วว่ารถคันนั้นเคยเป็นของคุณก่อนที่จะมีการโอนไปให้เพื่อนก่อนที่จะโดนฟ้องจริง”

     

    พอได้ยินที่เจ้าหน้าที่พูดเขาก็กำหมัดแน่น

     

    “แล้วไง เราอาจจะขายให้เพื่อนพ่อเพราะต้องการเงินก็ได้ แล้วตอนนี้เราก็ขอยืมมาใช้ชั่วคราว จะยังไงมันก็เป็นของเพื่อนพ่อเราแกไม่มีสิทธิ์เอาไป”รัชพลเห็นพ่อจนคำพูดก็รีบแทรก แต่ว่า…

     

    “งั้นให้เพื่อนคุณมาชี้แจงแล้วค่อยเอาคืนไปแล้วกัน”

     

    “ลากไปเลย”

     

    เจ้าหน้าที่ไม่สนใจก่อนจะสั่งให้ลากรถไป

     

    “ไม่”

     

    ทั้งสามคนได้แต่มองรถโดนลากไปโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

     

    “ทำไงดี”

     

    น้ำ ไฟโดนตัด

     

    มือถือโดนตัดทั้งเน็ตทั้งสัญญาณโทรศัพท์

     

    รถก็มาโดนยึดอีก

     

    "จัดการไปทีละอย่างก่อน ฉันจะไปยืมโทรศัพท์เพื่อนบ้านโทรถามเรื่องน้ำกับไฟแล้วก็มือถือก่อน"

     

    นายสงครามตอนนี้เริ่มกังวลแล้วเหมือนกัน เขาไปมีเรื่องกับคนที่ไม่ควรรึเปล่า อะไรมันจะซวยขนาดนั้นลูกสาวเขาตอนวิ่งไปเอาเอกสารก็ลองเช็คชื่อดูแล้วก็ไม่เห็นว่าจะเป็นคนมีชื่อเสียงอะไร น่าจะแค่คนรวยธรรมดาๆไม่ได้เป็นพวกมหาเศรษฐีหรืออะไรแบบนั้น

     

    "เป็นไงบ้างพ่อ"

     

    "ฉันยืมมือถือมา2เครื่องเลยแกโทรเรื่องมือถือ ฉันจะโทรเรื่องน้ำไฟ"

     

    พูดจบเขาก็ยื่นมือถือเครื่องหนึ่งให้ลูกสาว แล้วก็โทรเองอีกเครื่อง เขาตัดสินใจยืมมาโทรที่บ้านเนื่องจากเผื่อมีอะไรแปลกเขาไม่อยากให้เพื่อนบ้านได้ยิน

     

    "บ้านผมไฟดับมันเกิดอะไรขึ้น"

     

    พอได้คำตอบเขาก็ถึงกับนิ่งไป

     

    ไม่ว่าพูดยังทางการไฟฟ้าก็ยืนกรานสุดท้ายเลยได้แต่วางสายไป เขารีบโทรไปที่ประปาแล้วผลก็เหมือนกัน

     

    "เขาบอกเราค้างชำระ2ล้านเหมือนกันทั้ง2หน่วยงานเลย"

     

    "หาบ้าไปแล้วหรอ"พอได้ยินลูกชายก็โวยวายด้วยความหัวเสีย

     

    "แล้วแกเป็นยังไง"เขาหันไปถามลูกสาว

     

    "ทางนั้นบอกว่าโดนเบื้องบนสั่งตัดสัญญาณค่ะ บอกว่าเราค้างชำระค่าโทร2ล้าน โทรศัพท์เรา2เบอร์เหมือนกันหมดเลย"

     

    "อะไรวะมันทำแบบนั้นได้ไง พ่อผมว่าไปที่สาขาแล้วคุยให้รู้เรื่องเลยดีกว่า"

     

    "แกตั้งสติหน่อยได้มั้ยวะ 2ล้านไม่คุ้นหรือไง"นายสงครามหันไปตวาดลูกชายที่ไม่มีสติ ทั้งๆที่เหตุการณ์มันชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นฝีมือของคนที่พวกเขาไปโกงเงินมา

     

    คนพวกนั้นแน่นอนไม่บังเอิญแล้ว แต่ทำได้ไงโทรศัพท์ของเขา2พี่น้องใช้คนละเครือข่าย แล้วยังน้ำไฟอีก

     

    "แกเอาชื่อหมอนั่นเช็คแน่แล้วนะ"นายสงครามหันไปถามลูกสาว

     

    "แน่สิ ลองเสิจดูแล้วไม่เจออะไรเลย ไม่ใช่คนดัง หรือพวกลูกหลานนักการเมืองแน่นอน"จิ๊บตอบ ตอนที่เธอไปเอาเอกสารให้ออสวันนั้นเธอก็แอบเอาชื่อของเขาหาดูในเน็ตแล้วเผื่อจะไปเจอคนที่เธอไม่ควรแตะเข้าแต่ก็ไม่พบอะไรเลย

     

    "ต่อให้มีคนรู้จักใหญ่โตก็ไม่น่าจะทำขนาดนี้เพื่อคนที่ไม่ใช่ครอบครัวนี่"นายสงครามพึมพ่ำเบาๆ

     

    "พ่อมันเริ่มจะหน้ากลัวแล้วนะ"จิ๊บพูด เธอเริ่มกลัวจริงๆแล้วพอมีเรื่องกับคนพวกนั้นก็โดนหมายเรียกทันทีทั้งๆที่ปกติตำรวจมันทำงานกันช้าจะตาย ก็โดนสั่งตัดน้ำตัดไฟ สัญญาณมือถือกับเน็ตโดนเบื้องบนสั่งระงับ แล้วยังรถอีกอยู่ดีๆธนาคารก็บุกมายึดทั้งๆที่รถไม่ได้เป็นชื่อพวกเขา

     

    "พ่อโทรไปไหนอีก"ลูกชายเขาถาม

     

    "ไอ้ดุ่ยแกไปเอารถคืนให้ฉันหน่อย"สมครามไม่ตอบลูกชายแต่คุยกับเพื่อนที่ปลายสาย ก่อนจะรีบบอกสถานะการณ์เรื่องรถที่โดนยึดไป เพื่อนของเขาที่ปลายสายคือคนที่เขาโอนชื่อเจ้าของรถไปฝากเอาไว้นั่นแหละ

     

    "โทษทีเพื่อนแต่คงไม่ได้หวะ"

     

    "ทำไมมันเป็นชื่อแก ยังไงพวกนั้นก็ยึดไปจริงๆไม่ได้"

     

    "เห็นแก่ที่เป็นเพื่อนกันนะแกรีบไปขอโทษคนที่แกโกงเงินมาดีกว่าก่อนที่เขาจะทำมากกว่านี้ แค่นี้นะ"พอพูดจบดุ่ยก็วางสายทิ้งทันที ปล่อยให้นายสมครามยืนอึ้งอยู่

     

    แน่นอนว่าก่อนหน้าที่ธนาคารจะไปยึดรถ ได้โทรไปคุยสถานการณ์คร่าวกับดุ่ยที่เป็นเพื่อนของสงครามแล้วว่าอย่าเข้ามายุ่งถ้าไม่อยากซวย เมื่อได้ยินว่าเพื่อนตนเองไปหาเรื่องคนใหญ่คนโตเข้า เขาก็ตัดสินใจได้ง่ายๆเลยว่าจะไม่หาเรื่องใส่ตัวเด็ดขาด

     

    "พ่อฉันต้องไปแล้วนะ"นายรัชพลพูดพลางมองนาฬิกา เขาประกาศหางานไป แล้วเมื่อวานก็มีคนโทรตามให้เขาไปช่วยงานที่ไซต์งานก่อสร้างในเมืองโดยจะได้ค่าแรงวันละ300ยูนิต

     

    "แกไปเถอะเดี๋ยวสายตั้งแต่วันแรก"นายสงครามพูด

     

    "พ่อ"อยู่ดีดีลูกชายที่กำลังจะไปทำงานก็เรียกเขาขึ้นมา

     

    นายสงครามมองตามสายตาลูกชายไปก็พบรถหรูสามคันมาจอดใกล้ๆบ้านก่อนจะมีคนลงมาจากรถ

     

    "พวกนั้นมัน..."จิ๊บพึมพำขึ้นเบาๆ เนื่องจากคนที่ลงมาจากรถก่อนคือออส ตามด้วยเพื่อนสาวอีกสองคน แล้วก็พวกจัสมิน โดยที่จัสมินนั้นเดินตามออสมาใกล้ๆ ในขณะที่คนที่เหลือคอยยืนคุมอยู่ห่างๆ

     

    "ไง"ออสทักทั้งสามคนที่ออกมายืนอยู่หน้าบ้าน

     

    "พวกแกมาทำบ้าอะไร"เมื่อเห็นพวกออสมารัชพลก็พูดออกมาเสียงดังด้วยความหงุดหงิด

     

    "โอ้โหโดนไปขนาดนั้นยังไม่เข็ดอีกแฮะ"นิดพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

     

    "ฉันจะให้โอกาส ส่งม้าตัวนั้นมาแล้วฉันจะปล่อยพวกแกไป"ออสพูดพลางมองไปที่ทั้งสามคนด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร

     

    "ฝันไปเหอะ"น้ำเสียงอวดดีดังออกมาจากลูกชายคนโตของบ้านอีกครั้ง ตามด้วยคนพ่อที่พูดขึ้น

     

    "คิดว่าทำแบบนี้แล้วเราจะยอมหรอ งั้นก็คิดผิดแล้วหละ ถ้าเราอยู่ต่อไปแบบนี้เรื่อยๆนายจะทำอะไรได้"นายสมครามพูด

     

    "อย่าหน้าด้านให้มันมากนักดีกว่า คิดว่าเราทำอะไรอีกไม่ได้หรอ"ออสยิ้มเยาะก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาก่อนจะโทรออก

     

    "อ่า ผมเองตอนนี้อยู่กับหมอนั่นแล้วพูดไปเลย"พอพูดจบเขาก็กดเปิดลำโพงให้ทุกคนได้ยิน

     

    "สวัสดีผมเป็นหัวหน้าคนงานก่อสร้างที่โทรตามให้นายรัชพลเข้ามาทำงานนะ"เสียงต่ำๆของชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจากลำโพงมือถือ

     

    "พี่อี๊ดที่โทรมาเมื่อวานหรอ"รัชพลที่จำเสียงของเขาได้ก็ถามขึ้น

     

    "ใช่โทษทีแต่นายไม่ต้องมาทำงานแล้วนะ เรารับนายเข้าทำงานไม่ได้"

     

    "เดี๋ยวสิพี่ ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยจะมายกเลิกกันแบบนี้ได้ไง"พลโวยวายทันทีเมื่อรู้ว่าตนเองตกงานทั้งๆที่ยังไม่ได้ไปเริ่มงานด้วยซ้ำ

     

    หลังจากนั้นออสก็ขอบคุณหัวหน้าคนงานแล้วกดวางสายไป ก่อนจะกอดอกแล้วหันมามองสามคนพ่อลูกที่ยังอึ้งอยู่

     

    "อุ๊ฟโดนไล่ออกซะงั้น"ออสยิ้มให้รัชพลพลางแกว่งโทรศัพท์ไปมาด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้สุดๆ

     

    "ฉันไม่ยอม แกไม่มีสิทธิมาทำแบบนี้วะ"รัชพลถึงกับคำรามลั่นด้วยความไม่ยินยอม เขาหางานมานานมากๆ เนื่องจากเขาจบแค่ม.6จึงหางานดีๆไม่ได้มากนักบวกกับนิสัยที่ดูใจร้อนทำให้ไม่ค่อยมีคนอยากรับเข้าทำงานเพราะกลัวจะก่อเรื่อง ไหนจะมีพ่อที่เป็นบุคคลล้มละลายอีก นานมากจริงๆกว่าจะมีคนโทรมาตามให้เขาไปทำงาน

     

    "พูดเหมือนตัวเองมีสิทธิจะโกงคนอื่นงั้นแหละ"นิดสวนทันที

     

    "ต่อไปจะไม่มีใครรับทั้งสามคนเข้าทำงานอีก ต่อให้มีฉันก็จะบีบให้พวกที่รับไล่ออกอยู่ดี"

     

    จริงๆแล้วคนที่ให้เรียกตัวรัชพลไปทำงานก็คือออสเองนั่นแหละ เมื่อวานพอตอนตรวจสอบประวัติของครอบครัวนี้ก็พบว่าลูกชายประกาศหางานมานานแล้วแต่ยังไม่ได้งาน เขาเลยให้คนของอิกดราแกล้งโทรไปเรียกตัวมาทำงานก่อนจะเตี้ยมไว้ว่าจะให้ไล่มันออกต่อหน้าเขาทั้งๆที่เจ้าตัวยังไม่ได้ไปเริ่มงาน เพื่อยั่วโมโหแล้วแสดงให้เห็นว่าเขาทำให้มันตกงานได้ง่ายๆ

     

    "มันจะมากไปแล้ว"นายรัชพลทำท่าจะพุ่งใส่เขาจัสมินก็เข้ามาขวางหน้าทันที แต่ก่อนจะปะทะกันนายสงครามก็จับตัวลูกชายตนแล้วลากกลับไปยืนข้างหลังก่อนทำให้ไม่เกิดเรื่อง

     

    "จะอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆหรอ เอาสิเงินสดเหลืออยู่เท่าไหร่หละ น้ำไฟไม่มี มือถือใช้ไม่ได้ เงินก็น้อยลงเรื่อยๆมาดูกันว่าจะคนกับม้าที่เลี้ยงไว้อะไรมันจะอดตายก่อน"

     

    ค่าเลี้ยงดูม้าสายพันธ์ดีแล้วยังสวยขนาดนั้นไม่ธรรมดาแน่ ออสลองตรวจดูแล้วครอบครัวนี้หลังโดนฟ้องล้มละลายคนพ่อก็ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ ส่วนลูกก็ไม่กล้ามีเงินติดบัญชีเยอะนักเพราะกลัวจะโดนตรวจ งั้นก็น่าจะมีแต่เงินสดซึ่งก็ไม่น่าจะมีมากนักจะอยู่ไปได้นานแค่ไหนเชียว

     

    นายสงครามเริ่มมีเหงื่อผุดออกมาให้เห็น เขากำหมัดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด น้ำไฟไม่มีเขาอยู่ได้ โทรศัพท์ก็ยืมชื่อคนอื่นลงทะเบียนให้ได้ แต่ถ้าไม่มีงานทำ อีกไม่นานก็จะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน แล้วยังค่ากินอีก

     

    "คิดจะบีบกันให้ตายเลยหรือยังไง"นายสงครามถาม

     

    "ถ้าไม่อยากโดนแบบนี้ก็ไม่ควรมาหาเรื่องเราตั้งแต่แรกสิ เราก็อยู่ของเราดีดี มาโกงกันทำไมวะ"นิดสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิด เธอเป็นคนบอกให้ออสไปเที่ยวที่ฟาร์มนั่นเลยทำให้โดนโกงทำให้เธอรู้สึกผิดไม่น้อย แล้วก็ยิ่งทำให้เธอเกลียดคนพวกนี้เข้าไปใหญ่

     

    "ฉันว่าพวกเธอยอมส่งม้าตัวนั้นมาดีกว่าไม่งั้นจะโดนหนักไปมากกว่านี้นะ"ปลายเองก็พยายามพูดโน้มน้าว เธอรู้ว่ายัยนิดโกรธมากทีเดียว ส่วนออสเองก็ไม่พอใจมากพอดู เทียบกันแล้วปลายก็แค่หมั้นไส้พวกนี้ที่ทำตัวไร้ยางอายซึ่งเบากว่ามากทีเดียว  เธอก็แค่อยากให้พวกนี้สำนึกผิดเท่านั้นต่างจากอีกสองคนที่อยากแก้แค้นเต็มที่

     

    "เอาหละ ยังไม่ยอมสินะงั้น.."ออสหันไปมองจัสมิน

     

    จัสมินเห็นแบบนั้นก็ให้สัญญาณลูกทีมที่อยู่ด้านหลังให้ขยับเข้ามา

     

     

    คล้ายกับเรื่องทายาทจักรพรรดิ (NC18+) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405