“ฮ่าๆ เห็นหน้าพวกมันป้ะ พอรู้ว่าทำอะไรเราไม่ได้ก็เหวอไปเลยโคตรสะใจ”พลหรือรัชพลลูกชายคนโตของบ้านพูดขึ้นอย่างสะใจ
“เรื่องไม่จบหรอกเดี๋ยวตำรวจต้องสืบต่อแน่ๆ”จิ๊บพูด
“ก็ช่างมันดิไม่มีหลักฐานจะไปทำอะไรได้วะ เดี๋ยวนานๆเข้าเรื่องก็เงียบ คดีแบบนี้ไม่เป็นข่าว ไม่มีใครตาย ตำรวจไม่ทำมันก็ไม่เดือดร้อน รอสักพักพอเห็นว่างานยากเดี๋ยวมันก็เลิกยุ่งกับเราแล้ว"น้ำเสียงอวดดีของพี่ชายเธอทำให้จิ๊บเอือมระอา
“หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะ”จิ๊บพูดก่อนจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สบายตัวเนื่องจากเธอเหงื่อออกเยอะเพราะตื่นเต้นและกังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่น้อย
หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกทั้งสามคนจึงกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
ช่วงสายวันรุ่งขึ้น
“พ่อน้ำไม่ไหลอะ”
“ไม่ใช่แค่นั้นไฟก็ไม่ติด”
สงครามตื่นขึ้นจากเสียงที่ดังรบกวนของสองพี่น้องก่อนจะลุกขึ้นไปลองเปิดไฟดูก็พบว่าไม่ติดจริงๆ พอเริ่มหายงัวเงียเขาก็สังเกตุว่าตัวเองเหงื่อไหลท่วมเลย หันไปมองก็พบว่าพัดลมที่เปิดไว้ดับไปแล้วนั่นเอง
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”
“เดี๋ยวผมไปถามคนแถวๆนี้ดูว่าคนอื่นเป็นเหมือนกันไหม”
พูดจบลูกชายก็เดินออกจากบ้านไปพักหนึ่งก่อนก่อนจะเดินกลับมา
“ไม่มีใครเป็น บ้านเราเป็นแค่บ้านเดียว”
“อ้าวอะไรกันเนี่ย”
“พี่ลองโทรไปการไฟฟ้าดูฉันจะโทรไปที่ประปา”
“เออได้”
หลังจากที่ได้ยินน้องสาวพูดพลก็เดินไปหยิบมือถือมาหาเบอร์ ปรากฏว่าเขาไม่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้
“ไอ้จิ๊บเน็ตใช้ไม่ได้”
“โทรออกไม่ได้ด้วยมันแจ้งว่าไม่มีสัญญาณตลอดเลย”
“อะไรวะเนี่ย”
ตอนนี้ทุกคนเริ่มรู้สึกผิดปกติแล้วถ้าแค่น้ำกับไฟมันก็เรื่องหนึ่งแต่นี่ เน็ตใช้ไม่ได้โทรออกก็ไม่ได้ ยังไงๆมันก็ต้องมีอะไรสักอย่าง
“หรือว่าคนพวกนั้น”อยู่ๆจิ๊บก็คิดถึงคนที่พวกเขาไปโกงขึ้นมา จริงๆเธอรู้สึกแปลกๆตั้งแต่โดนออกหมายเรียกอย่างรวดเร็วตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
“อย่าเพ้อเจ้อน่า ไม่ใช่พวกนั้นหรอกแค่วันเดียวจะทำขนาดนี้ได้ไง”พี่ชายเธอหันมาตะโกนใส่ด้วยความหงุดหงิด
น้ำไฟถ้ามีเส้นสายก็คงจะแกล้งได้มั้ง แต่โทรศัพท์มันของเอกชนแถมเขากับน้องยังใช้คนละเครือข่ายมันจะตัดได้หมดเลยหรือไง
“แล้วจะเอายังไง อยู่แบบไม่มีน้ำไฟไม่ไหวนะ ติดต่อใครก็ไม่ได้”
“เดี๋ยวพ่อไปยืมโทรศัพท์คนแถวบ้านดู”คนเป็นพ่อพอเห็นลูกเริ่มทะเลาะกันก็ตัดบทก่อนจะเดินออกไป แต่หลังจากเดินออกไปเขาก็ต้องตะโกนลั่น
“เฮ้ยทำอะไรวะ”
“พ่อเกิดอะไรขึ้น”ลูกทั้งสองคนรีบวิ่งออกมาดูก็พบว่ามีชาย4คนยืนอยู่แต่กำลังจะลากรถบรรทุกสำหรับขนม้าของพวกเขาไป
“พวกแกจะทำอะไรวะ”พ่อกับพี่ชายรีบวิ่งเข้าไปห้ามทันที
“เราได้รับคำสั่งให้มายึดทรัพย์ของพวกคุณ”ชายคนดั่งกล่าวพูดก่อนจะยื่นบัตรประจำตัวของธนาคารให้
“พวกแกไม่มีสิทธิยึดนี่มันรถที่ฉันยืมเพื่อนมา”นายสงครามรีบพูดกับเจ้าหน้าที่
“แต่เราได้รับแจ้งว่ารถพวกนี้คุณโอนชื่อไปให้เพื่อนเพื่อเลี่ยงการถูกยึด เราตรวจสอบแล้วว่ารถคันนั้นเคยเป็นของคุณก่อนที่จะมีการโอนไปให้เพื่อนก่อนที่จะโดนฟ้องจริง”
พอได้ยินที่เจ้าหน้าที่พูดเขาก็กำหมัดแน่น
“แล้วไง เราอาจจะขายให้เพื่อนพ่อเพราะต้องการเงินก็ได้ แล้วตอนนี้เราก็ขอยืมมาใช้ชั่วคราว จะยังไงมันก็เป็นของเพื่อนพ่อเราแกไม่มีสิทธิ์เอาไป”รัชพลเห็นพ่อจนคำพูดก็รีบแทรก แต่ว่า…
“งั้นให้เพื่อนคุณมาชี้แจงแล้วค่อยเอาคืนไปแล้วกัน”
“ลากไปเลย”
เจ้าหน้าที่ไม่สนใจก่อนจะสั่งให้ลากรถไป
“ไม่”
ทั้งสามคนได้แต่มองรถโดนลากไปโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
“ทำไงดี”
น้ำ ไฟโดนตัด
มือถือโดนตัดทั้งเน็ตทั้งสัญญาณโทรศัพท์
รถก็มาโดนยึดอีก
"จัดการไปทีละอย่างก่อน ฉันจะไปยืมโทรศัพท์เพื่อนบ้านโทรถามเรื่องน้ำกับไฟแล้วก็มือถือก่อน"
นายสงครามตอนนี้เริ่มกังวลแล้วเหมือนกัน เขาไปมีเรื่องกับคนที่ไม่ควรรึเปล่า อะไรมันจะซวยขนาดนั้นลูกสาวเขาตอนวิ่งไปเอาเอกสารก็ลองเช็คชื่อดูแล้วก็ไม่เห็นว่าจะเป็นคนมีชื่อเสียงอะไร น่าจะแค่คนรวยธรรมดาๆไม่ได้เป็นพวกมหาเศรษฐีหรืออะไรแบบนั้น
"เป็นไงบ้างพ่อ"
"ฉันยืมมือถือมา2เครื่องเลยแกโทรเรื่องมือถือ ฉันจะโทรเรื่องน้ำไฟ"
พูดจบเขาก็ยื่นมือถือเครื่องหนึ่งให้ลูกสาว แล้วก็โทรเองอีกเครื่อง เขาตัดสินใจยืมมาโทรที่บ้านเนื่องจากเผื่อมีอะไรแปลกเขาไม่อยากให้เพื่อนบ้านได้ยิน
"บ้านผมไฟดับมันเกิดอะไรขึ้น"
พอได้คำตอบเขาก็ถึงกับนิ่งไป
ไม่ว่าพูดยังทางการไฟฟ้าก็ยืนกรานสุดท้ายเลยได้แต่วางสายไป เขารีบโทรไปที่ประปาแล้วผลก็เหมือนกัน
"เขาบอกเราค้างชำระ2ล้านเหมือนกันทั้ง2หน่วยงานเลย"
"หาบ้าไปแล้วหรอ"พอได้ยินลูกชายก็โวยวายด้วยความหัวเสีย
"แล้วแกเป็นยังไง"เขาหันไปถามลูกสาว
"ทางนั้นบอกว่าโดนเบื้องบนสั่งตัดสัญญาณค่ะ บอกว่าเราค้างชำระค่าโทร2ล้าน โทรศัพท์เรา2เบอร์เหมือนกันหมดเลย"
"อะไรวะมันทำแบบนั้นได้ไง พ่อผมว่าไปที่สาขาแล้วคุยให้รู้เรื่องเลยดีกว่า"
"แกตั้งสติหน่อยได้มั้ยวะ 2ล้านไม่คุ้นหรือไง"นายสงครามหันไปตวาดลูกชายที่ไม่มีสติ ทั้งๆที่เหตุการณ์มันชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นฝีมือของคนที่พวกเขาไปโกงเงินมา
คนพวกนั้นแน่นอนไม่บังเอิญแล้ว แต่ทำได้ไงโทรศัพท์ของเขา2พี่น้องใช้คนละเครือข่าย แล้วยังน้ำไฟอีก
"แกเอาชื่อหมอนั่นเช็คแน่แล้วนะ"นายสงครามหันไปถามลูกสาว
"แน่สิ ลองเสิจดูแล้วไม่เจออะไรเลย ไม่ใช่คนดัง หรือพวกลูกหลานนักการเมืองแน่นอน"จิ๊บตอบ ตอนที่เธอไปเอาเอกสารให้ออสวันนั้นเธอก็แอบเอาชื่อของเขาหาดูในเน็ตแล้วเผื่อจะไปเจอคนที่เธอไม่ควรแตะเข้าแต่ก็ไม่พบอะไรเลย
"ต่อให้มีคนรู้จักใหญ่โตก็ไม่น่าจะทำขนาดนี้เพื่อคนที่ไม่ใช่ครอบครัวนี่"นายสงครามพึมพ่ำเบาๆ
"พ่อมันเริ่มจะหน้ากลัวแล้วนะ"จิ๊บพูด เธอเริ่มกลัวจริงๆแล้วพอมีเรื่องกับคนพวกนั้นก็โดนหมายเรียกทันทีทั้งๆที่ปกติตำรวจมันทำงานกันช้าจะตาย ก็โดนสั่งตัดน้ำตัดไฟ สัญญาณมือถือกับเน็ตโดนเบื้องบนสั่งระงับ แล้วยังรถอีกอยู่ดีๆธนาคารก็บุกมายึดทั้งๆที่รถไม่ได้เป็นชื่อพวกเขา
"พ่อโทรไปไหนอีก"ลูกชายเขาถาม
"ไอ้ดุ่ยแกไปเอารถคืนให้ฉันหน่อย"สมครามไม่ตอบลูกชายแต่คุยกับเพื่อนที่ปลายสาย ก่อนจะรีบบอกสถานะการณ์เรื่องรถที่โดนยึดไป เพื่อนของเขาที่ปลายสายคือคนที่เขาโอนชื่อเจ้าของรถไปฝากเอาไว้นั่นแหละ
"โทษทีเพื่อนแต่คงไม่ได้หวะ"
"ทำไมมันเป็นชื่อแก ยังไงพวกนั้นก็ยึดไปจริงๆไม่ได้"
"เห็นแก่ที่เป็นเพื่อนกันนะแกรีบไปขอโทษคนที่แกโกงเงินมาดีกว่าก่อนที่เขาจะทำมากกว่านี้ แค่นี้นะ"พอพูดจบดุ่ยก็วางสายทิ้งทันที ปล่อยให้นายสมครามยืนอึ้งอยู่
แน่นอนว่าก่อนหน้าที่ธนาคารจะไปยึดรถ ได้โทรไปคุยสถานการณ์คร่าวกับดุ่ยที่เป็นเพื่อนของสงครามแล้วว่าอย่าเข้ามายุ่งถ้าไม่อยากซวย เมื่อได้ยินว่าเพื่อนตนเองไปหาเรื่องคนใหญ่คนโตเข้า เขาก็ตัดสินใจได้ง่ายๆเลยว่าจะไม่หาเรื่องใส่ตัวเด็ดขาด
"พ่อฉันต้องไปแล้วนะ"นายรัชพลพูดพลางมองนาฬิกา เขาประกาศหางานไป แล้วเมื่อวานก็มีคนโทรตามให้เขาไปช่วยงานที่ไซต์งานก่อสร้างในเมืองโดยจะได้ค่าแรงวันละ300ยูนิต
"แกไปเถอะเดี๋ยวสายตั้งแต่วันแรก"นายสงครามพูด
"พ่อ"อยู่ดีดีลูกชายที่กำลังจะไปทำงานก็เรียกเขาขึ้นมา
นายสงครามมองตามสายตาลูกชายไปก็พบรถหรูสามคันมาจอดใกล้ๆบ้านก่อนจะมีคนลงมาจากรถ
"พวกนั้นมัน..."จิ๊บพึมพำขึ้นเบาๆ เนื่องจากคนที่ลงมาจากรถก่อนคือออส ตามด้วยเพื่อนสาวอีกสองคน แล้วก็พวกจัสมิน โดยที่จัสมินนั้นเดินตามออสมาใกล้ๆ ในขณะที่คนที่เหลือคอยยืนคุมอยู่ห่างๆ
"ไง"ออสทักทั้งสามคนที่ออกมายืนอยู่หน้าบ้าน
"พวกแกมาทำบ้าอะไร"เมื่อเห็นพวกออสมารัชพลก็พูดออกมาเสียงดังด้วยความหงุดหงิด
"โอ้โหโดนไปขนาดนั้นยังไม่เข็ดอีกแฮะ"นิดพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
"ฉันจะให้โอกาส ส่งม้าตัวนั้นมาแล้วฉันจะปล่อยพวกแกไป"ออสพูดพลางมองไปที่ทั้งสามคนด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร
"ฝันไปเหอะ"น้ำเสียงอวดดีดังออกมาจากลูกชายคนโตของบ้านอีกครั้ง ตามด้วยคนพ่อที่พูดขึ้น
"คิดว่าทำแบบนี้แล้วเราจะยอมหรอ งั้นก็คิดผิดแล้วหละ ถ้าเราอยู่ต่อไปแบบนี้เรื่อยๆนายจะทำอะไรได้"นายสมครามพูด
"อย่าหน้าด้านให้มันมากนักดีกว่า คิดว่าเราทำอะไรอีกไม่ได้หรอ"ออสยิ้มเยาะก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาก่อนจะโทรออก
"อ่า ผมเองตอนนี้อยู่กับหมอนั่นแล้วพูดไปเลย"พอพูดจบเขาก็กดเปิดลำโพงให้ทุกคนได้ยิน
"สวัสดีผมเป็นหัวหน้าคนงานก่อสร้างที่โทรตามให้นายรัชพลเข้ามาทำงานนะ"เสียงต่ำๆของชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจากลำโพงมือถือ
"พี่อี๊ดที่โทรมาเมื่อวานหรอ"รัชพลที่จำเสียงของเขาได้ก็ถามขึ้น
"ใช่โทษทีแต่นายไม่ต้องมาทำงานแล้วนะ เรารับนายเข้าทำงานไม่ได้"
"เดี๋ยวสิพี่ ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยจะมายกเลิกกันแบบนี้ได้ไง"พลโวยวายทันทีเมื่อรู้ว่าตนเองตกงานทั้งๆที่ยังไม่ได้ไปเริ่มงานด้วยซ้ำ
หลังจากนั้นออสก็ขอบคุณหัวหน้าคนงานแล้วกดวางสายไป ก่อนจะกอดอกแล้วหันมามองสามคนพ่อลูกที่ยังอึ้งอยู่
"อุ๊ฟโดนไล่ออกซะงั้น"ออสยิ้มให้รัชพลพลางแกว่งโทรศัพท์ไปมาด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้สุดๆ
"ฉันไม่ยอม แกไม่มีสิทธิมาทำแบบนี้วะ"รัชพลถึงกับคำรามลั่นด้วยความไม่ยินยอม เขาหางานมานานมากๆ เนื่องจากเขาจบแค่ม.6จึงหางานดีๆไม่ได้มากนักบวกกับนิสัยที่ดูใจร้อนทำให้ไม่ค่อยมีคนอยากรับเข้าทำงานเพราะกลัวจะก่อเรื่อง ไหนจะมีพ่อที่เป็นบุคคลล้มละลายอีก นานมากจริงๆกว่าจะมีคนโทรมาตามให้เขาไปทำงาน
"พูดเหมือนตัวเองมีสิทธิจะโกงคนอื่นงั้นแหละ"นิดสวนทันที
"ต่อไปจะไม่มีใครรับทั้งสามคนเข้าทำงานอีก ต่อให้มีฉันก็จะบีบให้พวกที่รับไล่ออกอยู่ดี"
จริงๆแล้วคนที่ให้เรียกตัวรัชพลไปทำงานก็คือออสเองนั่นแหละ เมื่อวานพอตอนตรวจสอบประวัติของครอบครัวนี้ก็พบว่าลูกชายประกาศหางานมานานแล้วแต่ยังไม่ได้งาน เขาเลยให้คนของอิกดราแกล้งโทรไปเรียกตัวมาทำงานก่อนจะเตี้ยมไว้ว่าจะให้ไล่มันออกต่อหน้าเขาทั้งๆที่เจ้าตัวยังไม่ได้ไปเริ่มงาน เพื่อยั่วโมโหแล้วแสดงให้เห็นว่าเขาทำให้มันตกงานได้ง่ายๆ
"มันจะมากไปแล้ว"นายรัชพลทำท่าจะพุ่งใส่เขาจัสมินก็เข้ามาขวางหน้าทันที แต่ก่อนจะปะทะกันนายสงครามก็จับตัวลูกชายตนแล้วลากกลับไปยืนข้างหลังก่อนทำให้ไม่เกิดเรื่อง
"จะอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆหรอ เอาสิเงินสดเหลืออยู่เท่าไหร่หละ น้ำไฟไม่มี มือถือใช้ไม่ได้ เงินก็น้อยลงเรื่อยๆมาดูกันว่าจะคนกับม้าที่เลี้ยงไว้อะไรมันจะอดตายก่อน"
ค่าเลี้ยงดูม้าสายพันธ์ดีแล้วยังสวยขนาดนั้นไม่ธรรมดาแน่ ออสลองตรวจดูแล้วครอบครัวนี้หลังโดนฟ้องล้มละลายคนพ่อก็ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ ส่วนลูกก็ไม่กล้ามีเงินติดบัญชีเยอะนักเพราะกลัวจะโดนตรวจ งั้นก็น่าจะมีแต่เงินสดซึ่งก็ไม่น่าจะมีมากนักจะอยู่ไปได้นานแค่ไหนเชียว
นายสงครามเริ่มมีเหงื่อผุดออกมาให้เห็น เขากำหมัดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด น้ำไฟไม่มีเขาอยู่ได้ โทรศัพท์ก็ยืมชื่อคนอื่นลงทะเบียนให้ได้ แต่ถ้าไม่มีงานทำ อีกไม่นานก็จะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน แล้วยังค่ากินอีก
"คิดจะบีบกันให้ตายเลยหรือยังไง"นายสงครามถาม
"ถ้าไม่อยากโดนแบบนี้ก็ไม่ควรมาหาเรื่องเราตั้งแต่แรกสิ เราก็อยู่ของเราดีดี มาโกงกันทำไมวะ"นิดสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิด เธอเป็นคนบอกให้ออสไปเที่ยวที่ฟาร์มนั่นเลยทำให้โดนโกงทำให้เธอรู้สึกผิดไม่น้อย แล้วก็ยิ่งทำให้เธอเกลียดคนพวกนี้เข้าไปใหญ่
"ฉันว่าพวกเธอยอมส่งม้าตัวนั้นมาดีกว่าไม่งั้นจะโดนหนักไปมากกว่านี้นะ"ปลายเองก็พยายามพูดโน้มน้าว เธอรู้ว่ายัยนิดโกรธมากทีเดียว ส่วนออสเองก็ไม่พอใจมากพอดู เทียบกันแล้วปลายก็แค่หมั้นไส้พวกนี้ที่ทำตัวไร้ยางอายซึ่งเบากว่ามากทีเดียว เธอก็แค่อยากให้พวกนี้สำนึกผิดเท่านั้นต่างจากอีกสองคนที่อยากแก้แค้นเต็มที่
"เอาหละ ยังไม่ยอมสินะงั้น.."ออสหันไปมองจัสมิน
จัสมินเห็นแบบนั้นก็ให้สัญญาณลูกทีมที่อยู่ด้านหลังให้ขยับเข้ามา