เทพกระบี่เงาสังหาร

    เสี่ยวฮุ่ยผู้กลัวผี

    เมื่ออู่หมิงกลับมาถึงที่พักก็รีบไปหาเสี่ยวฮุ่ยพร้อมกับปรึกษาเรื่องของกระบี่เจี้ยนเฟิงทันที เสี่ยวฮุ่ยที่ตอนปรกแสดงท่าทางเกรียดคร้านก็แสดงความสนใจทันทีเมื่อเห็นกระบี่เจี้ยนเฟิง"กระบี่เล่มนี้ไม่ธรรมดาภายในตัวกระบี่ถูกสลักอาคมที่ทรงพลังเอาไว้ แต่จากที่ข้าดูแล้วตัวกระบี่ยังไม่สมบูรณ์จริงๆ ไม่ใช่แค่ขาดดวงจิตกระบี่เท่านั้น อาคมที่อยู่ในตัวกระบี่ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ตัวอาคมนี่ไม่น่ามีปัญหาข้าสามารถทำให้มันเสร็จสมบูรณ์ได้แตาปัญหาอยู่ที่ดวงจิตกระบี่ กระบี่เล่มนี้จะสามารถพัฒนาให้กลายเป็นกระบี่ระดับจักรพรรดิก็ยังได้ถ้าหากมีดวงจิตกระบี่ระดับจักรพรรดิ"เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"ดวงจิตระดับจกรพรรดิงั้นเหรอ แล้วข้าจะไปหาของแบบนั้นที่ใหนกันละ" อู่หมิงกล่าว"แน่นอนว่าไม่มีทางหาสิ่งนั้นได้ตราบใดที่ยังอยู่ทวีปแห่งนี้ "เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"เรื่องนั้นเอาไว้ว่ากันทีหลังตอนนี้เจ้าสามารถทำให้อาคมในตัวกระบี่เสร็จสมบูรณ์ให้ได้ก่อน" อู่หมิงกล่าว"แน่นอน แรกกับหญ้าสามแฉก 10 ต้น" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"ตกลง" อู่หมิงกล่าวสำหรับเขาหญ้าสามแฉกยังเหลืออยู่ที่ตัวราวๆห้าสิบต้น ทำให้อู่หมิงไม่เสียดาย"เอ่อ ใช่ ข้าสังสัยว่าทำไมกระบี่เล่มนี้ถึงไม่สามารถเก็บลงไปในแหวนมิติได้กัน" อู่หมิงกล่าว"หืม แปลกข้าไม่เห็นจะเคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีเรื่องแบบนี้ด้วย" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับพยายามนำกระบี่เจี้ยนเฟิงเข้าไปในแหวนมิติแต่ก็พบว่าไม่สามารถทำได้"หรือว่าที่ตัวกระบี่จะมีวิญญาณของผู้ตีสิงอยู่" อู่หมิงกล่าว"เจ้าจะบ้างั้นหรืออู่หมิง ของแบบนั้นมันจะไปมีได้อย่างไร เจ้า...อย่าพูดบ้าๆแบบนี้อีกนะ ข้า....ข้าไม่ชอบ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับแสกงสีหน้าขาวซีดอู่หมิงเห็นอาการของเสี่ยวฮุ่ยจึงรู้ว่าเสี่วฮุ่ยหวาดกลัวเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณหรือผี แต่อู่หมิงก็อดที่จะขำออกมาไม่ได้เพราะปกติเสี่ยวฮุ่ยชอบเข้าไปในสุสารโบราณเพื่อขโมยของบ่อยๆ แต่กลับกลัวเรื่องผี"ดูท่าเจ้าเองก็มีจุดอ่อนที่ไม่คาดคิดเช่นเดียวกัน" อู่หมิงกล่าว"เจ้าอย่าได้บูดบ้าๆนะใครจะกลัวผีกัน ไอ้สิ่งที่ไร้ตัวตนแบบนั้นมันไม่มีจริงหรอก" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับนำกระบี่เจียนเฟิงไปศึกษาอู่หมิงที่ไม่มีอะไรทำจึงชวนพวกองค์ชายเก้าออกไปรับภารกิจ ซึ่งภารกิจในครั้งนี้พวกอู่หมิงได้เลือกเป็นผู้คุ้มกันสินค้า"ภารกิจคุ้มกันสินค้าจากอาณาจักรของพวกเราไปยังอาณาจักรใกล้เคียงงั้นเหรอ แถมผู้ที่ว่าจ้างครั้งนี้ก็ยังเป็นหอสมบัติด้วย" อู่หมิงกล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจ"ไม่ใช่ว่าหอสมบัติเองก็มีคนที่แข็งแกร่งมากมายอยู่ไม่ใช่เหรอ" อู่หมิงกล่าวถาม"ข้าเองก็ไม่รู้เพราะพวกเขานั้นทำตัวลึกลัพธ์มาก" จิงเสวี่ยนกล่าว"ข้าเองก็เช่นกันแต่ที่ข้ารู้ว่าหอสมบัตินั้นทรงอำนาจอย่างยิ่งแต่ทำไมการขนสินค้าคราวนี้พวกเขาถึงว่าจ้างศิษย์สายนอกอย่างพวกเราแทนที่จะเป็นศิษย์สายใน" องค์ชายเก้ากล่าว"เรื่องนั้นชั่งมันก่อนอย่างน้อยภารกิจนี้ก็ได้ค่าตอบแทนที่คุ้มค่า" อู่หมิงกล่าว"แล้วพวกเจ้าจะไปกับพวกเราด้วยหรือไม่" องค์ชายเก้ากล่าวกับหานเจี่ย"พอดีนายท่านเสี่ยวฮุ่ยบอกว่าจะพาพวกข้าออกไปฝึกฝนเพื่อให้พลังของพวกข้าทะลวงระดับเร็วขึ้น" หานเจี่ยกล่าวด้วยความเสียดาย"อืมไม่เป็นไร แต่ภารกิจนี้บอกว่าต้องการศิษย์สายนอก 4 คน แล้วเราจะเอาใครไปอีกคนดี" อู่หมิงกล่าวแต่ในขณะนั้นเองก็มีชายหนุ่มอีกคนมขอทำภารกิจด้วยพวกอู่หมิงก็ไม่ได้ใส่ใจและรับภารกิจทันที หลังจากสอบถามชื่อของชายหนุ่มคนนี้ก็รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้ชื่อ เยี่ยฉี และที่เยี่ยฉีรับภารกิจนีเพราะเป็นคนของอาณาจักรที่สิ้นค้าไปส่ง"เยี่ยฉี อาณาจักรของเจ้าเป็นอย่างไรงั้นเหรอมีอะไรที่น่าสนุกๆใหม" องค์ชายเก้ากล่าว"ไม่มีหรอก อาณาจักรของข้านั้นตอนนี้ได้ถูกปกครองโดยตระกูลหนึ่งที่เข้ามาแทนที่ตระกูลราชวงศ์ เจ้าพวกนั้นใช้อำนาจกดขี่ข่มแหงพวกเราอย่างรุนแรงและใครกล้าต่อต้านพวกมันก็พร้อมที่จะฆ่าไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือคนแก่" เยี่ยฉีกล่าว"แบบนั้นมันไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉานเลยสักนิด" องค์ชายเก้ากล่าวด้วยความโกรธ"และที่ข้ารับภารกิจนี้เพราะต้องการจะกลับไปเยี่ยมครอบครัวของข้า" เยี่ยฉีกล่าว"งั้นก็ดีพรุ่งนี้ผู้อาวุโสเฉินจะพาพวกเราไปส่งที่อาณาจักรของพวกข้าเพื่อไปคุยกับผู้ว่าจ้าง" อู่หมิงกล่าวหลังจากที่ทั้งสี่คนคุยกันเสร็จก็แยกจากกันทันที อู่หมิงที่กลับมาถึงที่พักก็พบว่าเสี่ยวฮุ่ยได้วาดอาคมในตัวกระบี่จนเสร็จแล้ว แต่เสี่ยวฮุ่ยก็ยังพยายามนำกระบี่เจี้ยนเฟิงเข้าไปในแหวนมิติให้ได้แต่มันก็ยังไร้ผลอยู่ดีไม่ว่าจะทำยังไงกระบี่เจี้ยนเฟิงก็ไม่สามารถเก็บไว้ในแหวนมิติได้ไม่นานเสี่ยวฮุ่ยก็ยอมแพ้ และวางกระบี่ไว้ที่โต๊ะ เมื่อกลางคืนมาถึง อู่หมิงออกไปข้างนอกและเริ่มดูดกลืนแสงจันทร์และแปรเปลี่ยนให้เป็นพลังปราณ ด้วยการมีเส้นลมปรารหยินหยางศักดิ์สิทธิ์ทำให้อู่หมิงสามารถบ่มเพาะได้รวดเร็วกว่าคนอื่นหลายเท่า ภายในที่พักเสี่ยวฮุ่ยที่กำลังนอนขดอยู่กับอสรพิษน้อยอย่างสะบายก็รู้สึกเย็นสันหลังวาบจงลืมตาขึ้นมาแต่สิ่งที่เสี่ยวฮุ่ยเห็นตรงหน้าคือหญิงสาวผมแดงกำลังลอยอยู่เหนือกระบี่ หญิงสาวผมแดงนั้นมองแล้วดูโปร่งแสงชอบกลและในตอนนั้นเองเสี่ยวฮุ่ยก็นึกถึงคำกล่าวของอู่หมิงเมื่อตอนกลางวันได้"เฮ้ย......นี่...นี่....มัน..เป็นไปไม่ได้...มันไม่น่าจะมีจริงนี่...ผี....เฮือก!!!!!!!!!!!" เสี่ยวฮุ่ยตาเหลือกก่อนจะหมดสติไป ส่วนอสรพิษน้อยก็หลับลึกเมื่อเสี่ยวฮุ่ยหมดสติไปร่างเงาของหญิงสาวผมแดงก็หายไปเช่นเดียวกัน เมื่อู่หมิงฝึกฝนเสร็จก็พักผ่อนแต่ในตอนนั้นเองอู่หมิงก็ตองยืนขำเพราะท่านอนของสี่ยวฮุ่ยนั้นดูตลกอย่างมาก แต่อู่หมิงหารู้ไม่ว่าเสี่ยวฮุ่ยนั้นหมดสติไปด้วยอาการหวาดกลัวเมื่อตอนเช้ามาถึงเสี่ยวฮุ่ยตื่นขึ้นมาก็แสดงความหวาดกลัวเมื่อมองไปที่กระบี่ของอู่หมิงพร้อมกับไล่อู่หมิงให้นำกระบี่เล่มนี้ไปทิ้งอย่างเดียวทำให้อู่หมิงรู้สึกงุนงงและออกไปทำภารกิจอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้เลยว่ากระบี่อู่หมิงสะพายอยู่นั้นกำลังเปล่งแสงสีแดงอ่อนๆแวบเดียวก่อนจะหายไป---------------------------------------------------------------------------------------------------------------