ในวันที่ท้องฟ้ามีสีหม่นฝนตกประปรายมารตีนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างทำให้มารตีได้นึกถึงชายคนนึงที่เป็รักแรกของเธอ ชายคนนั้นมีน้ำเสียงที่ไพเราะฟังแล้วลื่นหู มีใบหน้าที่คมเข้ม ที่ช่างไม่เข้ากับน้ำเสียงในการร้องเพลงของเขาที่เธอได้ยินสะจริงๆเธอหัวเราะเล็กน้อย แต่กลับมีน้ำตาไหลออกมาเธอจึงไปหยิบไดอารี่ที่เธอจดบันทึกเื่ราวในวันที่พบเจอชายคนนั้นเป็ครั้งแรก
วันที่22 เมษายน 1996
วันนี้เป็วันที่ฝนตกหนักแต่ท่านนายกของเมืองช่างน่าขันยิ่งแทนที่จะยกเลิกงานนิทรรศการศิลปะของเมืองเพราะฝนตกทำให้มีคนร่วมงานน้อยแต่ท่านนายกกลับจัดเมืองตามเวลาเดิม แต่ก็ยังมีเื่ดีอยู่ในนั้นเพราะงานนิทรรศการนี้ ทำให้ฉันได้พบกับเธอ ธีร์ธีรกร ทำไมพอฉันได้พบเจอกับเธอหัวใจของฉันกลับเต้นไม่เป็จังหวะ เรียกร้องแต่อยากจะเดินเข้าไปคุยกลับเธอนักนะ
มารตีอ่านบันทึกหน้าแรกจบเธอร้องไห้กอดไดอารี่เล่มนั้น เธอจึงนึกย้อนไปในวันแรกที่เจอเขา
วันงานนิทรรศการศิลปะของเมืองณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรเลีย
มารตียื่นมือออกไปนอกชายคาเพื่อให้มือัักับน้ำฝน ว่าตกหนักมากไหมพอที่จะให้เธอเดินทางไปร่วมงานนิทรรศการได้หรือเปล่าพอฝนเบาลงเธอจึงรีบวิ่งไปที่งานเพราะเธอจะต้องโชว์ผลงานของตัวเองที่ได้รับรางวัลจากศิลปะนานาชาติด้วย
"จะทันมั้ยเนี่ย"มารตีเอามือบังศรีษะของตัวเองแล้วรีบวิ่งเร็วมากจนเกือบหกล้มหน้าขมำแต่ก็มีมือของชายคนนึงจับตัวเธอไว้ได้ทัน
"เป็อะไรหรือเปล่าครับคุณ?" ชายคนนั้นถามเธอแต่พอเธอสบตากับเขา เธอมองหน้าเขาแล้วคิดในใจว่าทำไมช่างหล่อคมเข้มมากนักนะไม่เหมือนผู้ชายคนไหนที่เธอเคยเจอมาก่อน เธอมองหน้าเขาแบบไม่ละสายตามารตีตกอยู่ในภวังค์ของใบหน้านั้น
"เอ่อคุณครับๆ"ชายคนนั้นเขย่าตัวมารตีอย่างแรงเพื่อดึงสติ
" อุ้ยขอโทษทีค่ะ แล้วก็ขอบคุณด้วยนะคะ ฉันขอตัวก่อน พอดีมีธุระ"มารตีผละตัวเองออกจากชายคนนั้นแล้วรีบวิ่งไปก่อนที่งานจะเริ่ม
"อ้าวหนูมารตี มาแล้วเหรอ ลุงต้องขอโทษด้วยนะที่จัดงานในวันที่ฝนตกหนักขนาดนี้รบกวนหนูแย่เลย" ท่านนายกทักทายมารตี
"ไม่เป็ไรค่ะหนูมาด้วยความเต็มใจ"มารตีพูดจบพร้อมกับหยิบผลงานของตัวเองออกมาเพื่อที่จะตั้งโชว์ให้แขกที่มาร่วมงานชื่นชมกันทันใดนั้นมารตีได้ยินเสียงอันไพเราะดังมาจากบนเวทีเธอจึงหันไปตามเสียงเพื่อดูว่าใครกันทำไมถึงมีเสียงไพเราะเช่นนี้ พอเธอหันไปเธอกลับพบว่าเป็ผู้ชายคนที่เธอเดินชนเขาในวันนี้เขาหันมาสบตากับเธอแล้วส่งรอยยิ้มที่เย้ายวนใจให้กับเธอเธอััได้ว่าใบหน้าของเธอนั้นร้อนผ่าวจนต้องหลบสายตานั้นทันที หัวใจของเธอเต้นไม่เป็จังหวะราวกับเธอตกหลุมรักเขาแล้วในบัดดลเขาคนนั้นร้องเพลงจบลงก็มีเสียงปรบมือดังสนั่นชื่นชมเขามารตีก็ได้ปรบมือและส่งรอยยิ้มให้เขาเช่นกัน ชายคนนั้นเดินลงจากเวทีตรงมาหามารตีพร้อมกับส่งรอยยิ้มทักทายให้กับเธอ
"อ้าวคุณ นั่นเอง ผมนึกว่าผมมองคนผิด" ชายคนนั้นกล่าวทักทายมารตี
"คุณมาร่วมงานนี้ด้วยเหรอคะฉันไม่เคยรู้จักคุณมาก่อนเลย" มารตีตอบกลับ
"ผมลืมแนะนำตัวผมชื่อ ธีร์ ธีรกร สว่างจิต ครับ แล้วคุณ.."
"ฉันชื่อมารตี อรุณรัตน์ ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณธีร์"มารตียื่นมือออกไปเพื่อทักทายเขาอย่างเป็ทางการ ธีร์ได้ยื่นมือมาจับมือเธอในตอนนั้นที่เขาและเธอได้ััมือกันก็เหมือนกับมีอะไรบางอย่างดึงดูดเขาและเธอเอาไว้ไม่ให้คลายมืออกจากกันทั้งคู่เหมือนตกอยู่ในภวังค์แห่งรักแรกพบ พอได้สติธีร์จึงหาเื่ชวนมารตีคุย
" แล้วคุณมารตีไม่มีชื่อเล่นเหรอครับ?"
"ไม่มีค่ะคุณแม่บอกว่า ชื่อนี้เวลาเรียก ฟังแล้วเพราะดีค่ะ เลยไม่มีชื่อเล่น"มารตีอธิบาย ธีร์ได้เหลือบมองไปเห็นภาพวาดของมารตี ธีร์หลงไหลในภาพวาดนี้มากภาพที่มารตีวาดเป็ภาพที่ชายชราเล่นเชลโล่อยู่ริมถนนบนฟุตบาทในวันที่ฝนตกทั้งที่เป็ภาพธรรมดาแต่ธีร์กลับรู้สึกถึงพลังของภาพวาดภาพนี้ ธีร์จ้องอยู่นานจึงได้เอ่ยถามมารตีออกไป
" คุณมารตีทำไมถึงวาดภาพนี้เหรอครับ?"
"วันนั้นฉันเดินกลับบ้านน่ะค่ะ แล้วฉันเจอคุณตาเล่นดนตรีหาเงินในตอนนั้นฝนปรอยด้วยแหละ ฉันรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ฉันเลยวาดรูปนี้ออกมาน่ะค่ะ"
"อ่อเป็แบบนี้นี่เอง แล้วคุณมารตีมาทำอะไรที่ออสเตรเลียเหรอครับ? " ธีร์ถามต่อ
" มาเรียนต่อน่ะค่ะแล้วคุณธีร์ล่ะคะ มาทำอะไร?" มารตีถามต่อ
"ตอนแรกผมแค่มาเที่ยวน่ะครับแต่ผมติดใจที่นี่ เลยหางานทำต่อเลย"
"ถ้างั้นคุณธีร์ก็ต้องอายุมากกว่ามารตีแน่เลย ใช่มั้ยคะ" มารตียิ้มให้ธีร์ทำให้หัวใจของธีร์พองโตแล้วยิ้มเขิน
"ว๊าานึกว่าจะรุ่นเดียวกันซะอีก แก่กว่าเหรอเนี่ย555" ธีร์หัวเราะออกมาด้วยความชอบใจมารตีแอบมองธีร์ตอนหัวเราะ แล้วแอบยิ้มในใจ ในตอนนั้นเอง เธอได้ตกหลุมรักเขาเข้าแล้ว
"งั้นมารตีคงต้องเรียกธีร์ว่าพี่ธีร์น่ะสิคะ พี่ธีร์ๆๆๆๆๆ"มารตีแกล้งเขาโดยลากเสียงยาวไปเรื่อยๆ แต่ธีร์กลับไม่ได้มองว่าเธอแกล้งเขาเลยแต่เขามองว่าเธอน่ารักแบบเด็กไร้เดียงสาเขานั้นได้หลงรักเด็กคนนี้เข้าอย่างจังแล้วล่ะสิ
"ไม่เอาดีกว่าอย่าเรียกพี่เลย เพราะธีร์ไม่ได้รู้สึกว่าอยากเป็พี่น้องน่ะ"แล้วธีร์ก็ส่งสายตาเ้าเล่ห์ รอยยิ้มเ้าเสน่ห์ใส่มารตีทำให้เธอหน้าแดงเหมือนลูกมะเขือเทศที่กำลังน่ากินเลยเชียว
"นี่อย่าทำสายตาแบบนั้นใส่ฉันนะ" มารตีเอามือผลักไปที่หน้าอกของธีร์ด้วยท่าทีที่เขินอาย
"ทำไมอะเขินธีร์เหรอ?" ธีร์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้มารตีเพื่อแกล้งแหย่เธอให้เขินหนักยิ่งขึ้นมารตีเขินจนอายตัวม้วนไปหมด
"อ้าวหนุ่มสาวทำอะไรกันอยู่ ดูท่าทางสนุกกันเชียว" ท่านนายกเข้ามาทักทายทั้งสองด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
"อ๋อคุยเื่ทั่วไปน่ะค่ะ คุณลุง" มารตีกล่าว
"คุณลุงมาหาพวกเรามีอะไรเหรอครับ?" ธีร์ถามต่อ
"ลืมเลยเดี๋ยวลุงจะให้ธีร์ขึ้นไปร้องเพลงพอดีมีแขกในงานคนนึงขอเพลงมาน่ะ"
"ได้ครับคุณลุงให้ไปเลยมั้ยครับ"
"ไปเลยก็ได้นะงั้นลุงขอตัวก่อน" ท่านนายกเดินไปพูดคุยกับแขกในงานคนอื่นต่อ
"เดี๋ยวธีร์ไปเตรียมตัวร้องเพลงก่อนนะ"ธีร์ยื่นหน้าเข้าใกล้มารตี แล้วกระซิบที่ข้างหูอย่างแ่เบาว่า
"มารตี...ทำไมเธอน่ารักจัง" ธีร์ถอยหลังออกมาส่งยิ้มให้มารตี แล้วเดินไปเตรียมตัวร้องเพลงมารตีได้ยินคำนั้นถึงกับชาไปทั้งตัวสั่นไปทั้งใจเธอััได้ถึงใบหน้าที่ร้อนผ่าวจนสามารถต้มน้ำร้อนได้เลย
"โอ๊ยยยหัวใจฉันจะะเิออกมาอยู่แล้ว ตาธีรกรเอ้ย" มารตีได้แต่บ่นกับตัวเองแก้เขินมารตีมองขึ้นไปบนเวที เธอได้สบตากับเขาอีกครั้งจนเธอรู้สึกว่าบทเพลงที่เขาร้องนั้นมันคือเพลงของเธอเธอได้ฟังเพลงของธีร์แล้วรู้สึกเหมือนมีแค่เขาและเธออยู่ด้วยกันเพียงสองคนบนโลกนี้ธีร์ได้ร้องเพลงไปแล้วโปรยเสน่ห์ให้มารตีหลงไหลในตัวเขาเขามองมาที่มารตีแบบไม่ละสายตาเหมือนส่งสัญญาณให้มารตีรู้ว่าเขาตกหลุมรักเธอมารตีรู้สึกได้ถึงพลังรอยยิ้มที่อันตรายของธีร์เธอจึงหลบหน้าเขาแล้วแอบยิ้มอยู่คนเดียว เธอบอกกับตัวเองว่าอย่าไปเพ้อฝันมากนักแล้วเธอก็เดินกลับไปยืนข้างผลงานของตัวเอง
เวลาในงานผ่านไปอย่างรวดเร็วมารตีกำลังเตรียมตัวเก็บของกลับบ้านก็ได้มีชายคนนึงเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับรูปภาพที่เธอวาดเธอได้อธิบายภาพวาดของเธอให้ชายคนนั้นฟังชายคนนั้นได้ฟังถึงความหมายของภาพวาดนี้จึงมีความสนใจที่จะซื้อภาพวาดของเธอ ทันใดนั้นที่ก็เดินเข้ามาหามารตี
"ใครเหรอมารตี?"
"เขาสนใจภาพวาดน่ะค่ะ"
"แฟนคุณมารตีเหรอครับ?" ชายคนนั้นถามเธอ
"ไม่ใช่ค่ะคนรู้จักน่ะค่ะ" ธีร์ได้ยินดังนั้นจึงแอบน้อยใจเธอเล็กน้อย
"นี่นามบัตรผมนะครับคุณมารตี ถ้าคุณสนใจขายภาพให้ผมเมื่อไหร่ ติดต่อผมได้ทันทีเลยนะครับ"ชายคนนั้นได้เดินออกจากงานไป แต่ธีร์ก็ยังมีสีหน้าที่ไม่ชอบชายคนนั้นอยู่
"ธีร์เดี๋ยวฉันกลับก่อนนะ ถ้ามีโอกาสหวังว่าจะได้เจอกันอีก"มารตีกำลังจะเดินออกไปแต่ธีร์เรียกเพื่อรั้งเธอไว้ก่อนมารตีดีใจมากที่ธีร์เรียกเธอ
"ให้ธีร์ไปส่งนะดึกแล้ว มันอันตราย"
"แต่มารตีคิดว่าพี่ธีร์อันตรายมากกว่านะคะ555" มารตีแกล้งกวนประสาทธีร์ธีร์เลยแย่งของออกจากมือมารตีไปช่วยถือเพื่อที่จะได้ไปส่งมารตีที่บ้าน
"พี่ธีร์อย่าแกล้งสิคะ"
"พี่ไม่ได้แกล้งพี่จะไปส่งจริง ๆ ไปกันเถอะ" ธีร์ทำท่าทียียวนกวนใจมารตี แล้วเดินไปมารตีแสดงท่าทีโมโห แต่ภายในใจของเธอกลับยิ่งตกหลุมรักธีร์เข้าไปใหญ่
"นี่แล้ววันหลัง ไม่ต้องเรียกพี่แล้วนะ เรียกธีร์เฉยๆก็พอ จะได้สนิทกันเร็วๆไง"ธีร์ส่งรอยยิ้มเ้าเล่ห์ให้มารตี
"รู้ได้ไงว่าอยากสนิทด้วยอะ"มารตีกอดอกแล้วยิ้มเยอะเย้ยธีร์
"อย่างน้อยก็คนไทยเหมือนกันเวลามีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันตอนที่อยู่ออสไง"
"ก็ได้ค่ะธีร์" มารตียิ้มให้ธีร์ทั้งสองก็ได้เดินคู่กันไปบนถนนที่มีแต่เสียงดนตรีอันไพเราะยามค่ำคืนแสงไฟบนท้องถนนที่สลัว ทำให้มารตีรู้สึกว่าอยากรู้จักธีร์ให้มากกว่านี้ธีร์เดินส่งมารตีจนถึงบ้านของเธอ
"มารตีอยู่กับใครเหรอ?"
"อยู่กับเพื่อนที่มหา'ลัยน่ะค่ะ"
"อ่องั้นธีร์กลับก่อนนะ ฝันดีนะคะ" มารตีโบกมือลาให้กับธีร์แต่กลับทำให้ภายในใจของเธอรู้สึกเศร้า เพราะเธอคิดว่าอาจจะไม่ได้เจอกับธีร์อีกเธอจึงเปิดประตูกำลังจะเข้าบ้าน แต่ธีร์วิ่งกลับมาหาเธอ
"อะนี่อีเมลของธีร์ ส่งข้อความมาหากันบ้างนะ" ธีร์พูดจบแล้วเดินหันหลังกลับไปมารตีรู้สึกดีใจแต่เธอก็ไม่อยากคิดไปเองว่าธีร์มีใจให้กับเธอเช่นเดียวกับที่เธอมีใจให้เขา