ในห้องหินอันเงียบสงบซึ่งซ่อนอยู่ในลึกสุดของสำนักเมฆา ชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงกลางห้อง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา
แววตาแสดงถึงความเหนื่อยล้าแต่ยังคงความมั่นใจอยู่ เขาคือ ถังหลง เ้าอาวาสผู้ทรงอำนาจแห่งสำนักเมฆา
ผู้ซึ่งอยู่ใกล้ขอบเขตของการบรรลุวิถีที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้
เขาหันมาทางชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ตรงหน้า หลิงเทียน ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนัก ผู้ที่ถูกเลือกให้สืบทอดตำแหน่งเ้าอาวาสในอนาคต
"หลิงเทียน ต่อจากนี้ไป ข้าจะปิดด่านเพื่อฝึกฝนอย่างสันโดษ หากไม่มีวิกฤตสำนักที่ร้ายแรง ก็อย่าได้เรียกข้าออกมาเป็อันขาด" ถังหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง
หลิงเทียนก้มศีรษะด้วยความเคารพ ใบหน้าของเขามีแววของความลำบากใจเมื่อรับรู้ถึงความสำคัญของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น "ท่านอาจารย์ โปรดวางใจ ข้าจะดูแลศิษย์น้องและสำนักอย่างสุดความสามารถ"
ถังหลงพยักหน้าอย่างพอใจ "เ้าคือผู้สืบทอดของสำนักเมฆา เป็ศิษย์พี่ใหญ่ที่ต้องแบกรับภาระในการดูแลศิษย์น้องของเ้า ข้าหวังว่าเ้าจะนำพาสำนักไปสู่ความรุ่งเรืองอีกครั้ง"
ถังหลงเหลือบมองหลิงเทียนด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขาเองก็รู้ดีว่าโอกาสที่จะฝ่าทะลวงขอบเขตที่อยู่เหนือเซียนนั้นแทบจะไม่มี แต่เมื่ออายุขัยของเขาใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว
ความหวังสุดท้ายของเขาคือการบรรลุถึงระดับ เหนือเซียน เพื่อยืดอายุขัยของตน หากทำสำเร็จ เขาจะได้รับพลังและชีวิตที่ยาวนานขึ้นอีกหลายพันปี แต่หากล้มเหลว ความตายก็คงเป็สิ่งเดียวที่รออยู่
เมื่อถังหลงปิดประตูหินลง ความเงียบสงบก็ปกคลุมไปทั่วห้อง หลิงเทียนมองตามด้วยความใจหาย เขารู้ดีว่าความสำเร็จของอาจารย์นั้นไม่แน่นอน
ภายนอกห้องหิน
ข้างกายหลิงเทียนคือ ชิงเอ๋อร์ ศิษย์น้องของเขา หญิงสาวที่มีใบหน้าสวยงามและท่าทางอ่อนโยน นางสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์เช่นเดียวกับหลิงเทียน
ทั้งสองมีเข็มขัดที่แสดงถึงตำแหน่งศิษย์หลักของเ้าสำนัก ซึ่งเป็สิ่งที่มีเกียรติสูงสุดในสำนักเมฆา
"ศิษย์พี่ ท่านไม่เป็อะไรใช่หรือไม่?" ชิงเอ๋อร์เอ่ยถามด้วยความห่วงใย นางเข้ามาในสำนักเพียงสามปี แต่ก็รู้ดีถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างหลิงเทียนและถังหลง พวกเขาไม่ได้เป็เพียงอาจารย์และศิษย์ แต่มีความผูกพันไม่ต่างจากครอบครัว
"ข้าไม่เป็อะไร เ้าไปพักผ่อนเถอะ" หลิงเทียนกล่าวเสียงเบา พร้อมรอยยิ้มบางๆ เพื่อให้นางวางใจ
ชิงเอ๋อร์พยักหน้ารับ แม้จะยังคงเป็ห่วง แต่ก็ตัดสินใจเดินออกจากห้องหินไป โดยหันกลับมามองแผ่นหลังของศิษย์พี่ใหญ่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล
เมื่อชิงเอ๋อร์จากไปแล้ว หลิงเทียนก็ถอนหายใจเบาๆ เขายืนนิ่งอยู่หน้าประตูหิน สายตาจ้องมองประตูที่ปิดสนิท
“ท่านอาจารย์…” เขาพึมพำกับตัวเอง “ข้าหวังว่าท่านจะผ่านด่านนี้ไปได้ ข้าจะไม่ยอมให้ท่านจากไป ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องท่าน”
เขารู้ดีว่าระดับการบ่มเพาะในขณะนี้ของเขาไม่สามารถช่วยอะไรอาจารย์ได้เลย แต่ความหวังในใจของเขายังคงไม่ลดลง
ระดับการบ่มเพาะในโลกนี้แบ่งออกเป็ 10 ขั้นใหญ่ ได้แก่:
เริ่มเส้นทาง
เปิดโลก
ิญญา
์
เซียน
เหนือเซียน
เสมือนเทพ
เทพะ
จักรพรรดิเทพ
จ้าวแห่งทุกสิ่ง
หลิงเทียนอยู่ในระดับ ิญญา ขั้นต่ำ ซึ่งแม้ว่าเขาจะบ่มเพาะมาั้แ่อายุ 7 ขวบ แต่ก็เพียงแค่เทียบเท่าผู้าุโภายนอกเท่านั้น
ในขณะที่ศิษย์น้องของเขา ชิงเอ๋อร์ ซึ่งเข้ามาในสำนักได้เพียง 3 ปี กลับอยู่ในระดับ ิญญา ขั้นกลาง ใกล้จะทะลวงไปสู่ขั้นต่อไปแล้ว
ในขณะที่หลิงเทียนกำลังรู้สึกท้อแท้กับพลังของตน จู่ๆ ก็มีเสียงเ็าดังขึ้นในหัวของเขา
ติ๊ง!
[ตรวจพบความปรารถนาของโฮสต์ ที่้าจะแข็งแกร่งขึ้น ระบบการบ่มเพาะ 100 เท่า เริ่มต้นทำงาน]
[เป้าหมาย: กลายเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก!]
เสียงนั้นทำให้หลิงเทียนชะงัก เขาขมวดคิ้วและมองไปรอบๆ แต่ไม่พบใคร
"นี่มันอะไร?" หลิงเทียนพึมพำด้วยความสงสัย
[ระบบการบ่มเพาะ 100 เท่า เปิดใช้งานแล้ว โฮสต์สามารถบ่มเพาะได้รวดเร็วขึ้น 100 เท่า และจะได้รับรางวัลพิเศษเมื่อบรรลุเป้าหมาย]
สายตาของหลิงเทียนเปล่งประกายขึ้นมาทันที เขารู้สึกตื่นเต้นและใในเวลาเดียวกัน หากสิ่งนี้เป็ความจริง เขาจะสามารถฝึกฝนได้เร็วขึ้น 100 เท่า และอาจกลายเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกได้ในไม่ช้า
"นี่คือโอกาสของข้าที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง!" หลิงเทียนคิดในใจ
"ท่านอาจารย์ ข้
าจะไม่ยอมให้ท่านจากไป ข้าจะบ่มเพาะให้ถึงขีดสุด และจะช่วยท่านทะลวงระดับให้ได้!"