“เช่นนั้นก็จงทำตามที่ใจเ้าอยากจะทำเถิด อยากเข้าเมืองก็ไป อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องรั้งรอ มิเช่นนั้นจะเหมือนยายที่ติดอยู่ในหุบเขานี้จนแก่ กว่าจะรู้สึกตัวก็สายเกินไป” ล้วงเข้าไปในอกเสื้อแล้วหยิบเบี้ยหนึ่งตำลึงเงินให้สตรีแปลกหน้า “ยายให้” แม้ไม่มากแต่ก็ดีกว่าไม่มี
“ท่านยาย” ชิงเซียนน้ำตารื้น ก่อนจะโผเข้ากอดหญิงชราแปลกหน้าที่ดีต่อนางเหลือเกิน ไม่ว่าวันข้างหน้านางจะกลับไปยังภพเดิมได้หรือไม่ นางจะขอจดจำบุญคุณนี้มิลืมเลือน “ขอบพระคุณเ้าค่ะ ข้าจะไม่ลืมท่านแน่ ถ้ามีโอกาสข้าจะกลับมาตอนแทนท่านยายกับท่านป้านะเ้าคะ” นั่นหมายถึงถ้านางยังคงอยู่ที่นี่
“ไม่ต้องกลับมาก็ได้ ขอแค่เ้าเอาตัวเองให้รอดก็พอ” หมอหญิงชราลูบหลังสตรีงดงามขี้อ้อนเบาๆ ประหนึ่งอีกฝ่ายคือหลานสาวที่รัก ‘ความรู้สึกนี้ช่างดีเยี่ยมจริงๆ’
ชิงเซียนร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย ‘ใช่สินะ! นางต้องเอาชีวิตตัวเองให้รอด’ การเดินทางด้วยตัวคนเดียวเช่นนี้สิ่งแรกที่ต้องเตรียมให้ดีคือ หัวใจ เตรียมเพื่อจะก้าวไปข้างหน้า ตั้งจิตภาวนาขอให้ตัวเองแคล้วคลาดจากสิ่งชั่วร้าย ขอให้ชีวิตยังคงอยู่และขอ...ให้ได้กลับบ้านจริงๆ ซะที
วันเดินทาง
ชิงเซียนก้าวขาขึ้นเรือขนาดกลางด้วยหัวใจที่วูบโหวง ท่านยายและท่านป้ามาส่งนางแล้วยืนรอจนเรือลับสายตา สุดท้ายแมวน้อยก็ไม่มาจริงๆ แม้บนเรือลำนี้จะมีหัวหน้าหมู่บ้านกับลูกเรืออีกสองคน ท่านอาเซาปิ่ง เซาอ้ายอันและกวนผูเล่ออยู่ร่วมด้วย แต่นางก็ไม่ได้คลุกคลีกับผู้ใด นอกจากนั่งอยู่ตรงด้านข้างของเรือไปเงียบๆ เว้นเสียแต่จะมีใครเดินมาวุ่นวายด้วยเช่นตอนนี้
“ห้ามเ้าเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับท่านพี่ผูเล่อของข้าเด็ดขาด” เซาอ้ายอันกอดอกสั่งเสียงเรียบ ด้วยเพราะสตรีผู้มีนามว่าชิงเซียนตรงหน้านั้นงดงามยิ่งนักแม้อีกฝ่ายยังมิเคยพบปะกับพี่เล่อของนางแต่ด้วยต้องนั่งเรือไปด้วยกันถึงหกวันก็มิอาจวางใจได้ ดังนั้นนางต้องขัดขวางเอาไว้ก่อน
ชิงเซียนพยักหน้ารัวๆ และพูดให้นางมั่นใจ “วางใจได้ข้าแค่ขอติดเรือเข้าเมืองหลวงด้วยหาได้คิดสิ่งใดต่อคนรักของเ้า”
อ้ายอันยิ้มกับคำว่าคนรัก พร้อมตอบกลับอย่างเป็มิตร “เช่นนั้นก็ดี บนเรือลำนี้มีห้องนอนแค่สองห้อง หากไม่ลำบากเกินไปเ้าก็นอนกับข้าเถิด ไว้ข้าจะหาผ้าห่มมาให้” จะอย่างไรบนเรือลำนี้ก็มีสตรีเพียงสองคน ยามค่ำมืดดึกดื่นย่อมต้องป้องกันตัวบ้าง
“ย่อมได้” นั่งพิงกับกาบเรือด้านข้าง มองแม่น้ำสายยาวพลางคิดถึงแมวอ้วนที่หายไปแห่งใดไม่รู้ได้ ครั้นจะให้นางตามหาก็ติดที่ว่ามันคือป่าบวกกับหากถ้าไม่เดินทางยามนี้ก็ไม่รู้ว่าจะต้องอยู่กับท่านยายหมอไปนานเท่าใดอีก ‘ไม่ได้แล้ว นางต้องลองเข้าเมืองเผื่อจะเจอคนที่ช่วยนางกลับบ้านได้จริงๆ’ “อ้ายอัน เ้าเชื่อเื่ิญญาสลับร่างหรือไม่”
เ้าของนามมองมายังสตรีงดงามแต่สวมชุดเก่าคร่ำครึ “สลับร่างรึ” ทำหน้างุนงงสงสัยแต่ก็ตอบกลับตามใจคิดว่า “ไม่รู้สิ ถึงข้าอายุยังน้อยและไม่เคยเห็นเื่เช่นนี้ก็มิใช่ว่าจะไม่เชื่อเลย เ้ายังไม่รู้สินะว่าในเมืองหลวงที่ข้าได้ยินมามีกลุ่มหมอผี หมอดูหรือลัทธิประหลาดมากมาย บางคนงมงายเื่ผีสางและคิดว่ามันมีอยู่จริงก็ไม่ต่างอะไรกับเื่ิญญาสลับร่างของเ้าหรอกกระมัง”
“งั้นเหรอ” ‘หมอผี? หมอดู? คนพวกนี้จะช่วยอะไรนางได้บ้างนะ หรือต้องเป็พวกมีวิชาอาคม ไม่ๆๆๆ นี่หนังจีนไม่เหมือนหนังไทยสิแค่มีวิทยายุทธ์ก็พอแล้วเถอะ’ ชิงเซียนส่ายหน้ากับตัวเองไปมาเมื่อรู้ว่าเริ่มคิดไกลไปแล้ว
“ว่าแต่ ที่เ้าขอไปด้วยเพราะอยากจะไปหาญาติงั้นรึ”
“เป็เช่นนั้น” ปากว่า แต่เอาจริงๆ คือไปตายเอาดาบหน้ามากกว่า นางหลงมาอยู่ในร่างนี้แล้วจะมีญาติที่ไหนได้นอกจากแมวน้อยที่ทิ้งนางไปไหนแล้วไม่รู้ หรือที่หนีไปคงเพราะนางดื้อ ไม่เคยทำตามคำสั่งของแมวน้อยสักครั้ง
“เช่นนั้นพอลงจากเรือก็ทางใครทางมัน”
“อืม” พยักหน้าแล้วนั่งพิงกาบเรือที่แล่นไปเรื่อยๆ ตามกระแสน้ำ ไม่กล่าวอะไรนอกจากคิดถึงเื่ของตัวเอง
วันต่อมา
ทุกคนบนเรือทั้งหกชีวิตไม่รวมคนเจ็บในห้อง ต่างตื่นนอนแต่เช้ามืดและช่วยกันจัดการภายในเรือ ไม่เว้นแม้แต่สองบุรุษวัยกลางคนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันยังช่วยเหลือกวนผูเล่อโดยการอุ้มไปขับถ่าย จังหวะนั้นเองที่ชิงเซียนได้พบเจอกับว่าที่สามีของนาง (ตามที่แมวน้อยบอก) จังๆ ทั้งคู่สบตากันเพียงครู่ก่อนที่ชิงเซียนจะเป็ฝ่ายละสายตาไป ในใจนางอดยอมรับไม่ได้ว่ากวนผูเล่อรูปงามมาก แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ได้คิดพิศวาสเขาอย่างที่ควรจะเป็ ‘ช่างเถอะ’ ตัวนางเองไม่ได้อยากมีปัญหากับอ้ายอันอยู่แล้ว ทางใดเลี่ยงได้ก็ควรจะเลี่ยงดีกว่า ซึ่งนั่นคือทางออกที่ดีที่สุด
เรือลำขนาดกลางเดินทางด้วยความเร็วตามสายน้ำ เวลาผ่านไปถึงห้าวัน ประตูทางเข้าเมืองหลวงก็ปรากฏให้เห็นรำไร ชิงเซียนมองกำแพงใหญ่ตรงหน้าอย่างตื่นเต้น ‘เหมือนกำแพงเมืองจีนที่เคยเห็นในหนังสือเรียนไม่มีผิดแต่จะใช่หรือไม่ใช่นั่นมันก็อีกเื่หนึ่ง’
“หลายวันก่อนเ้าได้เจอกับพี่ผูเล่อของข้าใช่หรือไม่” อ้ายอันยืนกอดอกค้ำหัวสตรีที่อายุมากกว่าพร้อมกับทำหน้าไม่พอใจ เื่นี้กวนผูเล่อเพิ่งจะบอกนางเมื่อเช้านี้ในตอนที่นางไปป้อนสำรับเช้าถึงเตียงนอน น่าแปลกที่พี่ผูเล่อเจอกับชิงเซียนตั้งสามวันเหตุใดจึงเพิ่งมาถามหา ‘เพราะถ้ารัก ชอบก็คงถามถึงวันแรกแล้วมิใช่รึ’ แต่นั่นถือก็ว่าเป็สัญญาณที่ดีสำหรับนางไม่น้อย
ชิงเซียนเงยหน้ามองอ้ายอันที่กระทำตนราวกับเป็ฮูหยินของผูเล่อก็ไม่ปาน “ใช่ ข้าบังเอิญเจอบุรุษผู้นั้นตอนเขาถูกอุ้มออกมาจากห้องน้ำ”
“เหตุใดไม่บอกข้า!”