หลี่ิเยว่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจากด้านนอก จึงยันกายที่อ่อนแอนี้ให้ลุกขึ้น แต่น่าเสียดายที่ร่างกายนี้อ่อนแอจนเกินไป ในขณะที่กำลังยันกายลุกขึ้นนางก็ล้มลงไปอีกครั้ง นางถอนหายใจและคิดจะลองอีกครั้ง แต่เสียงการเคลื่อนไหวจากด้านนอกทำให้นางต้องหยุดชะงัก
นางได้ยินเสียงเ็าของชายคนหนึ่งะโขึ้นดังเข้ามาในบ้าน “หุบปากกันเสียให้หมด! มีชีวิตอยู่อย่างดีกลับไม่อยากอยู่ หากไม่อยากอยู่ก็ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า”
เสียงะโที่ดังขึ้นกะทันหันทำให้คนในบ้านหันไปมอง หลี่ต้าชวนพาลูกชายหลายคนเดินเข้ามาข้างใน เมื่อครู่นี้เขาได้ยินเสียงทะเลาะเบาะแว้งดังมาจากในบ้านไกล ๆ บริเวณนอกบ้านเองก็มีชาวบ้านมามุงดูอยู่ไม่น้อย เมื่อนึกถึงหลานชายที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ เขาจึงเอ่ยปากขัดบทสนทนาของคนในบ้าน และเอ่ยไล่ให้คนที่มุงดูอยู่กลับบ้านไป จากนั้นจึงเดินเข้าประตูมาด้วยสีหน้ามืดครึ้ม
หลี่ต้าชวนเดินไปถึงประตูห้องหลัก ก่อนจะก้มลงมองนางหลี่ซูที่กำลังคุกเข่าอยู่ ความขยะแขยงฉายชัดในแววตาเขา ตอนนี้เขาไม่อยากเห็นคนพวกนี้เลยสักนิด บรรดาเด็กโตครึ่งหนึ่งของครอบครัวนี้ก็ทำงานอะไรได้ไม่มาก วัน ๆ อยู่บ้านกินแรงคนในตระกูลยิ่งนัก
เขาก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจ จากนั้นจึงหันกายกลับไปพูดกับลูกชายคนโตที่ยืนอยู่ด้านหลัง “เจียงเอ๋อร์ เ้าไปตามผู้นำตระกูลกับผู้นำหมู่บ้านมา เหอเอ๋อร์ ไห่เอ๋อร์ พวกเ้าไปตามพวกผู้าุโของตระกูลมา บอกว่าบ้านเรามีเื่สำคัญจะต้องหารือ”
เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปเอ่ยกับนางหลี่หวังที่อยู่ข้าง ๆ “แม่เฒ่า เ้าพาสะใภ้ทั้งสามไปทำบะหมี่มาขึ้นโต๊ะ วันนี้มีเื่สำคัญที่ต้องคุยกันที่บ้าน รอให้พูดคุยกันเสร็จก่อนแล้วพวกเราค่อยเชิญแขกมา”
เมื่อเห็นนางซูกำลังเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความงุนงง จึงไม่อยากให้ผู้นำตระกูลกับผู้นำหมู่บ้านมาชมเื่ตลก เขาจึงเอ่ยสั่งนางอย่างเฉยชา “เ้าเองก็ไปจัดการตัวเองซะ รอให้แขกของที่บ้านมาเสียก่อน ข้าเองก็ไม่ขอปิดบังเ้า ครานี้ข้าเรียกคนมาก็เพราะ้าพูดคุยเื่การแยกกันอยู่กับพวกเ้า ดังนั้นเ้าก็อย่าสร้างปัญหา หากมีปัญหาอีกข้าจะไล่พวกเ้าออกจากบ้านไปเสีย”
ประโยคนั้นทำให้นางหลี่ซูรู้สึกราวกับโดนฟ้าผ่า เมื่อครู่พ่อสามีบอกว่าจะให้พวกนางย้ายออกไปหรือ ก่อนที่พี่หงจะหายไปเขาไม่เคยบอกให้พวกนางย้ายออกไปนี่ แต่ทำไมพอพี่หงไม่อยู่แล้ว จึงบอกให้พวกนางย้ายออกไปเล่า มันจะเป็ไปได้อย่างไร!
นางซูเงยหน้าขึ้นด้วยความไม่อยากเชื่อ และจ้องมองไปที่ชายที่ตนนั้นเรียกว่าพ่อสามีมาหลายสิบปี เขากลับทำเช่นนี้ได้ลงคอ
เมื่อเงยหน้าขึ้น รอยแผลเป็ก็ปรากฏให้เห็นบนใบหน้า ทำให้หลี่ต้าชวนที่เผอิญไปเห็นนั้นใจนก้าวถอยหลังไปหลายก้าว แม้เขาจะเคยเห็นใบหน้าของนางซูมาหลายปีแล้ว แต่พอได้เห็นมันอย่างกะทันหันเข้าก็ยังทำให้เขารู้สึกใอยู่ดี เขาถลึงตาใส่คนบนพื้นอย่างรังเกียจ ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินเข้าไปในห้อง
นางซูนั่งอยู่ในลานบ้านอย่างว่างเปล่า ั้แ่ต้นจนจบนางแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่นี้เลยสักนิด พ่อสามีทำเช่นนี้ได้อย่างไร หากไล่พวกนางออกไปตอนนี้ แล้วเด็ก ๆ จะอยู่ได้อย่างไรกัน!
และแล้วก็มีเสียงการเคลื่อนไหวดังมาจากหน้าประตูอีกครั้ง เด็ก ๆ เจ็ดคนกำลังวิ่งเข้ามา บนหลังและในมือของพวกเขาแบกสิ่งของไว้มากมาย ทันทีที่เข้าประตูมาแล้วเห็นมารดานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ต่างพากันเอ่ยปากร้องเรียก “ท่านแม่ ท่านแม่ ท่านเป็อะไรหรือ ท่านแม่”
เด็กทั้งเจ็ดคนรีบทิ้งของในมือลง และเข้าไปรุมล้อมถาม “ท่านแม่ นี่มันอะไรหรือ ทำไมท่านถึงได้นั่งอยู่บนพื้น ท่านแม่รีบลุกขึ้นเร็ว”
เมื่อเห็นใบหน้าของพวกเด็ก ๆ นางซูก็กุมหน้าร้องไห้อย่างขมขื่น “ห้าวเกอเอ๋อร์ ิหัว พวกเราจะถูกไล่ออกไปแล้ว ปู่ของพวกเ้าบอกว่าจะแยกบ้านกับพวกเรา พวกเราจะไม่มีบ้านอยู่กันแล้ว”
พูดจบนางก็กอดเด็ก ๆ เอาไว้และร้องไห้เสียงดัง เดิมทีร่างกายของนางนั้นผ่ายผอมอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งเศร้าเสียใจเข้าไปอีก สีหน้าของนางจึงขาวซีดจนไร้สีเื
หลี่อวิ๋นห้าวประคองมารดาของตนเอาไว้พลางเอ่ยถามเสียงแ่เบา “ท่านแม่ ท่านอย่าเพิ่งร้อง นี่มันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ ท่านค่อย ๆ พูดออกมาก่อน น้องสาม เ้ารีบไปตักน้ำมาที น้องรองรีบไปนำผ้าเปียกมาเช็ดหน้าให้ท่านแม่”
หลี่อวิ๋นห้าวพูดไปพลางลูบหลังของมารดาตนไปเบา ๆ และพูดปลอบประโลมข้างหูนางเสียงค่อย ไม่นานนัก หลี่ิหัวกับหลี่อวิ๋นซู่ก็กลับมา หลังจากรับผ้าจากในมือหลี่ิหัวมา เขาก็บรรจงเช็ดหน้าให้กับนางซู จากนั้นจึงรับถ้วยใส่น้ำจากหลี่อวิ๋นซู่ส่งให้นาง และป้อนน้ำให้กับนางอย่างระมัดระวัง
นางซูในตอนนี้สงบใจขึ้นมาบ้างแล้ว นางมองไปยังเด็ก ๆ ที่อยู่รอบ ๆ กาย น้ำตาพลันไหลออกมาอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงสะอึกสะอื้น “เมื่อครู่นี้ปู่เ้าบอกว่า้าจะแยกบ้านกับพวกเรา ลุงใหญ่กับลุงรองของเ้าไปเชิญคนมาแล้ว ห้าวเกอเอ๋อร์ หากพวกเราถูกไล่ออกไปจะทำเช่นไรดี พ่อเ้าตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน พวกเขาคิดจะบีบบังคับให้พวกเราตายงั้นหรือ?”
หลี่อวิ๋นห้าวและหลี่อวิ๋นซู่สบตากัน ก่อนจะหันไปสบตาหลี่ิหัวที่อยู่อีกด้าน ทั้งสามคนสื่อสารกันทางสายตาก็เข้าใจถึงความคิดของกันและกันทันที
หลี่ิหัวประคองนางซูไว้และเอ่ยกระซิบข้างหู “ท่านแม่ ถึงพวกเราจะถูกไล่ออกแต่ก็ยังเอาชีวิตรอดต่อไปได้ อย่างมากพวกเราก็แค่ทำงานเย็บปักถักร้อยให้มากขึ้น พอนำไปแลกเป็เงินเสร็จก็สามารถเชิญหมอมาดูน้องสี่ได้แล้ว”
หลี่อวิ๋นห้าวเองก็กระซิบเกลี้ยกล่อมข้างหูนาง “ท่านแม่ ข้าเองก็หางานทำได้ อย่างไรก็ดีกว่าอยู่ที่นี่ ท่านแม่ หากพวกเราต้องอยู่ที่นี่ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วคงถูกทรมานจนตายแน่ ๆ ท่านแม่”
เมื่อนางซูได้ยินคำพูดของลูกชายกับลูกสาวก็ตกตะลึง ภาพชีวิตในสกุลหลี่ในหลายปีที่ผ่านมาแวบเข้ามาในหัวสมองทีละนิด ั้แ่นางแต่งงานเข้ามาก็ดูเหมือนจะทำงานยุ่งไม่เคยหยุดและไม่เคยได้พัก แม้กระทั่งหลังจากคลอดลูกได้สามวัน ยังดีที่ร่างกายของตนนั้นแข็งแรง คลอดลูกมาหลายครั้งต่างไม่เกิดปัญหาอะไร แต่ถ้าหากยังอยู่บ้านหลังนี้ต่อไปจะเป็อย่างไร
เมื่อคิดถึงผลที่ตามมา นางซูก็อดไม่ได้ที่ตัวหนาวสั่น นางมองพวกเด็ก ๆ ที่ล้อมรอบอยู่ข้างกาย และนึกขึ้นมาได้ว่าิเยว่ยังนอนซมอยู่ในห้อง นางก็กัดฟันตัดสินใจในที่สุด “ได้ พวกเราจะออกไปจากที่นี่”
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง
