"....อื้มม"
ฉันที่ตื่นขึ้นมาจากการหลับไหล บิดตัว เหยียดเเขนไปมาเเละลุกขึ้นจากเตียง
รู้สึกว่าเมื่อคืนฉันจะนอนหลับลึกมากเลยล่ะนะ เหมือนจะฝันเห็นอะไรเเปลกๆด้วย เเต่เพราะจำรายละเอียดไม่ได้ฉันเลยเลิกสนใจมัน
ฉันตื่นมาเช็คร่างกายของตัวเองดูอีกที ดูเหมือนว่าร่างกายของฉันจะไม่มีอะไรผิดปกติหรือมีผลข้างเคียงจากการที่ใช้เวทยมนตร์ติดต่อกันหลายๆครั้งนะ
ฉันอาบน้ำเเละเเต่งตัวให้เรียบร้อยจากนั้นก็เดินลงไปที่ชั้นล่างของโรงเเรม
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณฟราน"
บันนิที่กำลังทานอาหารเช้าอยู่ข้างล่างหันมาทักทายเมื่อเห็นฉัน
"อรุณสวัสดิ์นะบันนิ ขอนั่งด้วยได้ไหม?"
"ค่ะ เชิญเลย"
ฉันเดินไปนั่งที่โต๊ะซึ่งบันนี่นั่งอยู่คนเดียว ถ้าให้ฉันเดาพวกคุณดัสคงเข้ามาร่วมโต๊ะกับเธอที่นี่ไม่ได้เพราะว่าที่นี่ห้ามผู้ชายเข้ามาล่ะนะ ดังนั้นรอบข้างจึงมีเเต่ผู้หญิงมานั่งทานอาหารกัน...ฉันสั่งอาหารกับคุณพนักงานต้อนรับที่มารับออเดอร์จากฉัน ฉันไม่รู้จักเมนูในนี้เเละไม่รู้ว่ามันเป็เเบบไหน เลยสั่งเมนูง่ายๆอย่างผัดหมูรมควันเเทน เห็นในใบบอกว่าเป็เมนูใหม่เเละนิยมกันใน่นี้ฉันเลยว่าจะลองทานบ้าง
"รายการมี ผัดหมูรมควันหนึ่งที่เเละน้ำหนึ่งเเก้วนะคะ ถ้าอย่างงั้นรบกวนรอสักครู่นะคะ"
ฉันพยัคหน้าให้พนักงานเเล้วพนักงานที่มารับออเดอร์จากฉันก็เดินไปคุยกับพนักงานที่ฉันเจอประจำที่เคาเตอร์
พอมองไปรอบๆก็เห็นว่ามีคนมารับประทานอาหารเช้าที่นี่อยู่ไม่น้อยเลย ทั้งๆที่ยังเช้าอยู่นะเนี้ย...
"...คนเยอะจังเลยนะ"
เพราะเมื่อวานมีไม่เยอะขนาดนี้ฉันเลยหันไปถามบันนิที่อยู่ใกล้ๆ เธอยิ้มเจื่อนให้กับคำพูดของฉันก่อนจะตอบคำถามนั้นด้วยท่าทางหน่ายๆ
"ที่เป็เเบบนี้เพราะคุณฟรานนั่นเเหละค่ะ"
"เพราะฉัน?"
ฉันหันไปขมวดคิ้วสงสัยกับสิ่งที่บันนี่บอก เธอเลยถอนหายใจเเละส่ายหัวไปมาอย่างเหนื่อยใจ...อะไรน่ะไอ้ท่าทางเเบบนั้น?
"นี่ไม่รู้จริงๆงั้นหรอคะ? ว่าคุณฟรานพึ่งจะทำให้เมืองนี้กลายเป็จุดสนใจครั้งใหญ่เข้าน่ะ"
"....?"
ทำให้เมืองกลายเป็จุดสนใจครั้งใหญ่งั้นหรอ อะไรล่ะนั่น ฉันไม่เห็นจำได้เลยว่าเคยทำอะไรเเบบนั้นไป เื่ที่คิดว่าทำให้เป็จุดสนใจที่สุดก็เห็นจะเป็เื่ที่ฉันพาทหารที่เฝ้าประตูอยู่ลอยขึ้นสูงด้วยเเท่งน้ำเเข็งเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นมันก็ไม่มีอย่างอื่นเเล้วนะ....
.....
เอ๊ะ-หรือว่ามี?
ฉันกอดอกครุ่นคิดเเละนึกย้อนไปอีกครั้งเเต่ก็ยังคิดไม่ออก พอบันนี่เห็นฉันยังคิดไม่ออกเธอก็ถอนหายใจอีกครั้ง
"ก็พวกมอนเตอร์ที่คุณฟรานไปล่ามาเเล้วขายให้กิลด์ยังไงล่ะคะ"
"มอนเตอร์ที่ฉันล่ามา...?"
"นี่ไม่รู้เื่จริงๆงั้นหรอคะ ว่าเพราะมอนเตอร์ที่คุณฟรานล่ามามันมีมูลค่าสูงขนาดไหน?"
"ก็เหมือนจะเคยได้ยินจากกิลด์มาสเตอร์อยู่นะ...เเต่มันส่งผลกับเมืองได้เลยงั้นหรอ?"
"...เดิมทีเมืองนี้มีนักผจญภัยที่มีฝีมือจริงๆอยู่น้อยทำให้มอนเตอร์ที่ล่ามาได้นั้นอย่างดีสุดก็มีเเค่อ็อคธรรมดา ส่วนเรดอ็อคนั้นถ้าไม่ใช้คนจากสองปาร์ตี้ขึ้นไปก็ล่ามาได้ยากมาก"
"....เเต่ฉันก็ดันจัดการมันมาได้เกินสองตัวสินะ"
"ใช่เเล้วล่ะค่ะ!! อีกทั้งยังมีมอนเตอร์โบราณอย่างสมิงเทาที่ไม่ได้โผล่มานาน เเละยังหมูป่าไนโตรมอนเตอร์ที่มีระดับอันตรายสูงที่คนส่วนใหญ่พยายามจะหลีกเลี่ยงอีก ทำเอาพวกผู้ค้าขายระดับสูงๆจากเมืองข้างเคียงพากันมาที่เมืองนี้เพื่อรอจับจองเเละรับซื้อวัตถุดิบของพวกมันกันเลยล่ะค่ะ!"
"......"
พอมาได้ยินเเบบนี้เเล้ว ก็รู้สึกเหมือนว่ามันจะเป็เื่ที่ใหญ่โตมากเลยนะ พวกธุรกิจการค้าของโลกนี้เนี้ย...
ถ้าอย่างงั้น...ที่คนเเห่กันมาจับจองที่พักก็เพื่อรอรับซื้อวัตถุดิบเเละนำไปปล่อยสู่ตลาดที่เมืองของตัวเองสินะ พวกเขาคงจะกลัวว่าสินค้าจะหมดก่อนไปถึงเมืองตัวเองก็เลยลงทุนมาซื้อกับตัว ฟังดูเหมือนจะลงทุนมากไป เเต่ถ้าของที่ตัวเองอยากได้มันทั้งหายากเเละมีจำนวนจำกัดการที่ลงทุนทำเเบบนั้นเพื่อให้ได้มันมาก็อาจจะเป็เื่ที่ถูกเเล้วก็ได้
ถึงอย่างงั้นก็เถอะ มันต้องเป็เื่ใหญ่ขนาดนั้นเลยงั้นหรอ?
"นี่...ไม่ใช่ว่าที่เมืองหลวงมี'ผู้กล้า'อยู่งั้นหรอ ได้ยินว่าเขาเองก็จัดการกับมอนเตอร์ที่สูงๆมาก็เยอะ ทำไมพวกพ่อค้าถึงไม่ไปลงทุนกันที่เมืองหลวงเเทนที่จะมาที่เมืองย่อยนี้ล่ะ?"
ระหว่างที่เดินอยู่เมืองนี้ฉันก็ได้ยินมาก็หลายเื่ โดยเฉพาะเื่เกี่ยวกับ'ผู้กล้า' [เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่มีถิ่นกำเนิดปริศนา ผู้ซึ่งมีเวทยมนตร์เเกร่งกล้าที่เรียกกันว่า 'เพลิง์' เปลวไฟที่รุนเเรงดั่งพลังของเทพที่จุติลงมาบนพื้นโลก เเผดเผาเหล่าปีศาจเเละศัตรูจนมลายสิ้น หลงเหลือไว้เพียงเศษธุรีของร่างที่ตายเเล้วเท่านั้น]
ฟังดูเหมือนนิทานเพ้อเจ้อที่เอาไว้เเต่งหลอกเด็ก เเต่สำหรับฉันเเล้ว ฉันคิดว่าถ้าเขาเป็คนที่ถูกพระเ้าส่งมาเพื่อสังหารกับจอมมารเเล้วล่ะก็ คิดว่าเื่เล่านั้นคงจะเป็เื่จริง...เเละถ้ามันเป็เช่นนั้น การที่ผู้กล้าจะมีพลังพอจะจัดการกับมอนเตอร์เเรงค์สูงๆได้มากจนการตลาดของที่เมืองหลวงดีเป็เทน้ำเทท่าก็ไม่ใช่เื่เกินจริงเลย
เเล้วที่เมืองหลวงนั่นก็น่าจะมีพวกมอนเตอร์หายากอย่างหมูป่าไนโตรเเละเรดอ็อคอยู่บ้างเหมือนกัน ดังนั้นพวกพ่อค้าไม่น่าจะมีเหตุผลที่ต้องรีบมาที่นี่เพื่อจับจองวัตถุดิบเพราะเมืองหลวงเองก็น่าจะมีเช่นกัน
เเต่บันนี่กลับส่ายหัวให้กับข้อสงสัยของฉันเเละบอกว่ามันไม่ใช่เเบบนั้น
"ฉันเข้าใจที่คุณฟรานสงสัยนะคะ เเต่เื่ที่ผู้กล้าทำให้การตลาดของเมืองหลวงดีขึ้นน่ะมันเป็เื่ของเมื่อก่อนนี้ค่ะ ปัจจุบันผู้กล้าเลิกเป็นักผจญภัยเเละไปสู้รบกับพวกปีศาจที่เขตหนือของประเทศตามคำสั่งของพระาาอยู่ค่ะ ทำให้ตอนนี้มอนเตอร์ระดับสูงที่ขายอยู่ในประเทศต่างก็มีจำนวนน้อยลงเหมือนอย่างเมื่อก่อนอีกครั้ง..."
"อ่อ เเบบนี้นี่เอง...บันนิเนี้ยก็รู้เยอะดีจังนะ"
ฉันพูดชมเธอเเกมสงสัย เธอจึงมุ่ยหน้าเเละมองฉัน
"มันเป็ข่าวที่นักผจญภัยรู้กันเเล้วนั่นเเหละค่ะ คุณฟรานนั่นเเหละที่เเปลก ที่ไม่รู้อะไรเื่นี้เลย"
"เผื่อเธอจะลืมไปเเล้ว ฉันพึ่งเป็นักผจญภัยไม่กี่วันนี้เองนะ"
"จ...จริงด้วยสินะคะ"
เธอว่าเเบบนั้นเเล้วทำท่าทางอายๆที่ลืมเื่นั้นเเละกินผักผัดที่อยู่ตรงหน้าต่อ ครั้งก่อนฉันเองก็เห็นเธอกินผักด้วย คงเพราะว่าเธอเป็กระต่ายสินะ เเล้วถ้าฉันเป็เเมวจริงๆฉันจะชอบกินปลาหรือเปล่า? ตั้งเเต่มานี่ก็ยังไม่เห็นสักตัว ฉันคงต้องเจอกับมันก่อนเเล้วถึงจะรู้เื่นั้นได้
ถึงอย่างงั้นก็เถอะ ไอ้เื่ของผู้กล้าเนี้ย...เป็คนที่น่าจะมาจากที่เดียวกันเเท้ๆเเต่งานฝั่งนั้นเองก็หนักใช่ย่อยเลยเเหะ ไม่รู้เลยจริงๆว่าเขาถูกส่งไปที่นั่นเพราะโดนบังคับหรือว่าเพราะเขาสมัครใจกันเเน่
'เพลิง์'สินะ...ไม่รู้ว่ามีความหมายเเอบเเฝงหรือเป็เเค่ฉายาเฉยๆ เเต่คิดว่าอยากจะลองเห็นด้วยตาสักครั้ง
ฉันคิดเช่นนั้นเเล้วกินอาหารที่พึ่งมาถึง เนื้อที่ถูกรมควันส่งกลิ่นหอมออกมาเเตะจมูก มันถูกทำมาอย่างดีเลยทำให้รสชาติของมันนั้นค่อนข้างอร่อยเมื่อได้กัดไปคำเเรก มันร้อนก็จริงเเต่ก็อร่อย สมเเล้วล่ะที่เป็เมนูเเนะนำ
"อันนี้อร่อยเเหะ"
ฉันชมเช่นนั้นเเล้วตักอีกคำเข้าปาก พอบันนี่เห็นฉันกินเเบบนั้นเธอก็ยิ้มเจื่อน
"ก็นั่นมันเป็เมนูที่เขาบอกว่าใช้เนื้อชั้นดีของหมูป่าไนโตรมาทำนี่คะ"
"...อย่างงั้นหรอเนี้ย?"
พอรู้เเบบนี้เเล้วก็รู้สึกขอบคุณเ้าหมูนั่นขึ้นมาอีกเเหะ ไม่คิดเลยว่านอกจากเป็ตัวทดลองให้ฉันได้ใช้เวทย์เเล้ว เนื้อของมันยังนุ่มเเละอร่อยกว่าเนื้อหมูก่อนหน้านี้เสียอีก ดูเหมือนว่าฉันต้องไปล่ามันเพิ่มซะเเล้วสิ
"ขอโทษนะคะ"
ฉันยกมือเรียกพนักงานเสิร์ฟที่เดินผ่านมา เมื่อเขาหันมาเห็นฉันเขาก็ยิ้มเเละรีบดิ่งมานี่ทันที
"ค่ะ ้าให้ช่วยอะไรไหมคะ?"
"ฉันอยากจะสั่งจานนี้เพิ่มอีก9จานค่ะ"
ฉันว่าเเบบนั้นเเล้วชี้ไปที่ผัดหมูรมควันที่ฉันกำลังทานอยู่ พนักงานเเละบันนี่ที่อยู่ใกล้ฉันมองฉันอย่างใ เเต่คุณพนักงานก็รีบดึงสติเเละหันมายิ้มอีกครั้ง
"เข้าใจเเล้วค่ะ9ที่นะคะ?"
"อื้ม ถ้าเป็ไปได้ขอเเบบทำเสร็จพร้อมกันทั้งจานด้วยนะ"
"ไว้จะบอกกับเชฟให้นะคะ"
เธอว่าเเบบนั้นเเล้วขอตัวออกไปที่เคาเตอร์
"...."
"หืม มีอะไรหรือเปล่า?"
"เปล่าค่ะ เเค่ไม่คิดว่าคุณฟรานจะกินเยอะขนาดนั้น..."
"ฉันไม่ได้จะกินทั้งหมดนั่นในที่เดียวหรอกนะ เเค่จะเก็บไว้กินทีหลังอีก"
ฉันเเก้ไขความเข้าใจผิดของเธอเเละกินสิ่งที่อยู่ตรงหน้าต่อ...มันอร่อยจริงๆนั่นเเหละ
เนื่องจากเมนูนี้มันทำมาจากเนื้อของหมูป่าไนโตรฉันจึงเดาได้ว่าไม่นานเมนูนี้จะต้องไม่มีขายอีกเเน่ เลยสั่งเผื่อไปเเบบนั้นเเล้วเก็บมันเข้าไปในไอเท็มบ๊อกซ์ทีหลัง
เเละในขณะที่พวกเรากำลังรับประทานอาหารกันต่อ จู่ๆบันนี่ก็ทำหน้าตาไม่สบายใจเเละไม่ยอมกินผักตรงหน้าให้หมด เธอเหลือบมามองฉันด้วยสายตากังวล เเละพยายามจะพูดบางอย่าง
"คุณฟรานคะ ฉันมีเื่อยากจะขอให้ช่วย..."
"......"
พอเธอว่าเเบบนั้นด้วยน้ำเสียงสั่นๆฉันก็จิบน้ำทีนึงก่อนจะหันไปมองเธอ
"ว่ามาสิ"
"....."
เธอนิ่งเงียบไป บางทีคำขอร้องของเธออาจจะพูดออกมาได้ลำบากก็ได้ เเต่ไม่ว่าจะยากขนาดไหนฉันก็คงไม่ปฏิเสธคนที่ทำให้ฉันได้คัมภีร์อัญเชิญเฟย่าเเละราฟเน่ไปง่ายๆหรอก เเต่ถ้าเธอขอให้ฉันทำเื่น่าอายอย่างไปเสียจูบเเรกให้คิงก็อปลินมันก็จะเป็อีกเื่นึงไปเลย
"ถ้าเป็เื่ที่ฉันพอจะทำได้ฉันก็จะช่วยนะ...ว่ายังไงล่ะ?"
"คุณฟรานคะ...ฉัน...ฉันอยากจะขอยืมเงิน....ไปไถ่ตัวเเม่ของฉัน-..."
"เข้าใจล่ะ..."
ตึง!
พอฉันได้ยินว่าเธอ้าเงินฉันก็นำเงินก้อนนึงที่ยังไม่ได้นำออกมาจากถุงวางไว้ที่พื้นข้างๆตัวบันนี่
"เเค่นี้พอไหม หรือ้ามากกว่านี้อีก?"
"ท ทั้งหมดในนี้เป็เหรียญทองคำใหญ่หมดเลย!!?"
"คิดว่านะ"
"นี่มันเยอะเกินพอเเล้วล่ะค่ะ เเต่ว่าจำนวนมากขนาดนี้มัน-...ฉันรับไว้ไม่ไหวจริงๆค่ะ!"
เหมือนเธอจะรู้สึกเกรงใจที่ฉันให้เยอะขนาดนี้ เพราะเเบบนั้นฉันเลยส่ายหน้าไปมา
"ไม่ได้จะให้หมดนี่ เพราะฉันไม่รู้ว่าบันนิ้าขนาดไหนฉันเลยเอาออกมาทั้งหมดเพื่อให้หยิบจำนวนที่้าไปตังหากล่ะ"
"....."
"สรุปจะรับไว้หรือเปล่า ถ้าไม่รับไว้ฉันจะเก็บมันไปล่ะนะ"
หมับ!
"ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆ"
"...!"
บันนี่ว่าเเบบนั้นเเล้วลุกขึ้นมากอดฉันพร้อมน้ำตา ฉันที่ถูกจู่โจมกระทันหันได้เเต่รับกอดของเธอไว้อย่างใ ฉันรู้สึกว่าด้านหน้าของเธอมันมีบางอย่างกำลังดันตัวฉันอยู่ เเละที่ข้างหลังของฉัน ฉันก็รู้สึกได้ถึงน้ำตาที่ไหลลงใส่ฮู้ดของฉัน...เเต่ตรงนั้นจะปล่อยไว้ก็ได้ยังไงมันก็มีซ่อมบำรุงอัตโมัติ ที่สามารถเเห้งเเละสะอาดขึ้นได้ทันที
....
ตัวฉันที่รับเอาความรู้สึกของเธอไว้รู้สึกได้ทันทีว่าเธอทุกข์ใจเเละพยายามเเก้เื่นี้ขนาดไหน เเม้จะไม่ได้มีสกิลตามรอยกระต่าย ฉันก็ยังรู้สึกได้ว่าเธอทรมานกับเื่นี้มันนานมาก
ฉันลูบหัวเธอเเล้วบอกว่าไม่เป็ไรๆเพื่อให้เธอใจเย็นลง เเละให้เธอเล่าเื่ทั้งหมดให้ฉันฟัง
*
บันนี่ที่ใจเย็นลงเล่าว่าตอนเธอยังเด็กหมู่บ้านที่เป็ที่อยู่อาศัยของเหล่ามนุษย์กระต่ายถูกพวกปีศาจจู่โจมเเละทำให้พวกเขาต้องหนีอพยพกัน พ่อเเม่ของเธอที่รอดตายมาจากการโจมตีของปีศาจได้ ได้ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ที่เมืองเเกรนเดอเลียเเห่งนี้ เเละตามกฏของเมืองพวกที่ไม่ได้เกิดที่เมืองจะได้รับบัตรเเสดงตัวตนชั่วคราวเหมือนกับอันที่ฉันเคยได้
พ่อเเม่ของบันนี่ต้องหางานทำให้ได้ก่อนที่บัตรเเสดงตัวชั่วคราวจะหมดระยะเวลาการใช้งาน เเต่มนุษย์สัตว์ใน่เวลานั้นหางานทำยากเพราะมีคนคิดอคติต่อพวกเขาอยู่เยอะ พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากไปเป็นักผจญภัยกัน เเละในเวลาไม่นานพ่อของบันนี่ก็เสียชีวิตเพราะถูกมอนเตอร์จากในป่าทำร้ายโดยไม่มีใครคิดช่วย ส่วนเเม่ของบันนี่นั้นต้องส่งตัวบันนี่ที่ยังเล็กๆให้กับทางโบสถ์ดูเเล
เนื่องจากซิสเตอร์ที่โบสถ์รับเลี้ยงบันนี่ให้เธอจึงมีบัตรเเสดงตัวตนเป็ของตัวเอง เเต่ในขณะเดียวกันเเม่ของเธอที่หางานทำไม่ได้จนบัตรเเสดงตัวชั่วคราวหมดการใช้งานก็ถูกจับไปเป็ทาสเเละถูกขายให้กับคนที่ชื่อ"ครอฟ" ซึ่งเป็นายหน้าใหญ่ของวงการค้าขายทาส
บันนี่ที่โตมาได้รับรู้เื่ราวเ่าั้จากซิสเตอร์ที่รับเลี้ยงเธอ เธอเลยตัดสินใจฝึกฝนเวทยมนตร์กับซิสเตอร์ที่ชำนาญการใช้เวทย์รักษาเพื่อที่จะไปเป็นักผจญภัยเเละหาเงินมาไถ่ตัวเเม่คืน...เเต่งานนักผจญภัยนั้นไม่ใช่เื่ง่ายๆที่จะหาเงินก้อนโตมาได้ในเร็ววัน เธอที่อายุครบกำหนดต้องออกไปใช้ชีวิตนอกโบสถ์เเละหาเงินมาเลี้ยงชีพตัวเองพร้อมๆกับเก็บเงินเพื่อไถ่ตัวเเม่ของเธอไปด้วย
เเม้จะอยู่กับพวกคุณดัสเเต่วันนึงเธอก็จัดการกับมอนเตอร์ได้ไม่เกิน10ตัวด้วยซ้ำ โดยที่วันเวลาผ่านไปราคาซื้อขายทาสก็สูงขึ้นเรื่อยๆ เธอรู้ตัวว่าถ้ายังเป็เเบบนี้เเม่ของเธอคงถูกส่งตัวไปขายที่เมืองอื่นในไม่กี่สัปดาห์นี้เเน่ๆ...เเละเพราะเเบบนั้นเธอจึงได้มาขอร้องกับฉันที่พึ่งได้เงินก้อนโตมาไม่กี่วันนี้ เธอไม่ได้จะขอฉันเฉยๆเธอบอกว่าจะคืนมันให้ในภายหลัง
"ฉันกลัวว่าพ่อค้าทาสคนนั้นจะเอาเเม่ของฉันไปขายที่อื่นฉันเลยต้องรีบใช้เงิน..."
เธอก้มหน้าเเล้วเอ่ยออกมาอย่างกังวล ฉันสังเกตเห็นว่าเธอไม่ได้โกหก ฉันเลยไม่คิดปฏิเสธคำขอร้องของเธอ
"งั้นก็เอาไปเลยสิ ยังไงฉันก็ไม่มีเป้าหหมายอะไรที่จะต้องใช้เงินทั้งหมดนี่อยู่เเล้ว"
พอฉันบอกไปเเบบนั้นเธอเงยหน้าขึ้นมามองฉันอย่างใ
"เอ๊ะ!? เเล้วพวกเพื่อนๆของคุณฟรานล่ะ...ไม่ใช่ว่าคุณฟรานอยากจะใช้เงินทั้งหมดนี้ช่วยเหลือคนที่ถูกจับไปเป็ทาสหรอคะ?"
"...เพื่อนของฉัน?"
"ก็เหล่ามนุษย์เเมวที่ถูกจับไปเป็ทาสไงล่ะคะ! อย่าบอกนะคะว่าคุณฟรานไม่คิดจะช่วยเหลือคนพวกนั้นน่ะ!?"
"........."
พอถูกถามเเบบนั้นก็กอดอกคิด บันนี่อาจจะยังไม่รู้เเต่ฉันไม่ใช่มนุษย์เเมวจริงๆดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปยุ่งกับชีวิตของพวกเขา เหตุที่พวกเขาถูกจับเเน่นอนว่าต้องมีทั้งคนที่ทำผิดเเละคนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกับพ่อเเม่ของบันนี่ เเต่นั่นมันก็ไม่เกี่ยวกับฉัน
.....
ไม่สิ บางทีมันอาจจะเกี่ยว
จริงอยู่ที่ฉันคิดอยู่เสมอว่าฉันไม่ควรทำอะไรที่ไร้เหตุผล เเต่บางที ฉันอาจจะเเค่ยังไม่รู้ว่าตัวเอง้าอะไรจริงๆก็ได้ ถ้าฉันยังคิดเเต่จะไม่สนโลกเหมือนเมื่อก่อน งั้นฉันจะไปอยู่โลกไหนมันก็คงไม่ต่างอะไรกัน ดังนั้นฉันควรจะคิดใหม่ทำใหม่ ไปดูพวกที่ถูกจับเป็ทาสเเล้วก็คิดอีกทีว่าจะช่วยพวกเขาดีไหม
"ฉันต้องไปดูก่อนน่ะว่าฉันควรจะช่วยพวกเขาหรือเปล่า..."
"เเต่ว่าคุณฟรานคะ..."
"บันนิ คนพวกนั้นมีทั้งคนที่ถูกจับไปเป็ทาสเพราะอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเเม่ของเธอเเละคนที่ถูกจับเพราะไปทำความผิดมาอยู่นะ จะให้ฉันช่วยทุกคนเพราะความสงสารอย่างเดียวไม่ได้หรอก"
"....."
"ยังไงก็ตาม เย็นวันนี้เธอว่างหรือเปล่า? พอดีฉันอยากจะที่ร้านค้าทาสน่ะ"
"อาจจะมีไปล่าตอนกลางวัน เเต่คิดว่าน่าจะกลับมาก่อนมืดนะคะ"
"งั้นหรอ ถ้าอย่างงั้นบันนิช่วยกลับมาเจอฉันที่นี่ตอนเย็นทีนะ"
"ไม่มีปัญหาค่ะ"
*
เมื่อเราตกลงกันไว้เเล้วว่าจะไปร้านค้าทาสเพื่อไถ่ตัวเเม่ของบันนิตอนเย็นกัน ฉันกับบันนิก็เเยกย้ายโดยบันนิเป็คนออกไปจากโรงเเรมก่อนเธอบอกว่ามีนัดกับคุณดัสตอนเช้าเพราะต้องไปเตรียมวางเเผนในการไล่ล่ามอนเตอร์ ส่วนฉันต้องรอให้อาหารที่สั่งไปทำเสร็จก่อนเเล้วจึงจะออกไปได้
ที่จริงก็เเอบรู้สึกผิดที่บอกให้ไปร้านค้าทาสด้วยกันตอนเย็นนะ บันนี่คงอยากจะช่วยเเม่ของเธอออกมาเร็วๆเพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้งเเต่ฉันดันนัดให้ไปตอนเย็นซะได้
เเต่นั่นก็เพื่อความปลอดภัยเเละยืนยันเื่ที่ฉันสงสัยอยู่ล่ะนะ ดังนั้นฉันเลยได้เเต่ขอโทษบันนิอยู่ในใจ
"ขอโทษที่ให้รอนะคะ"
พนักงานบริการที่ถือถาดอาหารใบใหญ่ซึ่งมีเมนูผัดหมูรมควันอยู่ในถาดถึงสามจานเดินตรงมาหาฉัน พร้อมๆกับพนักงานคนอื่นอีกสองคนที่ถือถาดเเบบเดียวกัน
"นี่คือทั้งหมด9ที่นะคะคุณลูกค้า เอ่อ..."
พวกเธอต่างมองที่โต๊ะที่ฉันกำลังนั่งอยู่ เหมือนว่าขนาดโต๊ะจะไม่พอให้วางทั้งหมดพนักงานเลยทำท่ากังวลเล็กน้อย
"ไม่เป็ไรค่ะ ช่วยถือถาดเเบบนั้นนิ่งๆไว้ก็ได้"
"คะ?...-วร๊าย!"
พนักงานที่ถือถาดอยู่ร้องใเมื่อเห็นจานที่อยู่ในถาดถูกดูดเข้าไปในหูของฉันทั้ง9จาน
ฉันอาจจะยังไม่ได้บอกเเต่ตอนนี้ระยะการดูดของเข้าไปในไอเท็มบ๊อกซ์นั้นไกลขึ้นในระยะที่เเขนของฉันเอื้อมไปถึงได้เเล้ว กล่าวคือฉันสามารถเก็บของที่อยู่ใกล้ๆได้โดยไม่ต้องใช้มือเเตะเเล้วนั่นเอง...บางทีความสามารถนี้ถ้าใช้ดีๆฉันอาจจะกลายเป็สุดยอดหัวขโมยเลยก็ได้นะ
เเต่ก็นั่นเเหละฉันไม่ใช่คนเเบบนั้นจึงทำได้เพียงนึกภาพเท่านั้น
ฉันจ่ายเงินค่าอาหารให้กับพนักงานที่กำลังยืนงงอยู่เเละออกจากโรงเเรมไป
เเละเมื่อฉันออกมาฉันก็สังเกตเห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่งมาล้มนอนอยู่หน้าโรงเเรมนี้ ฉันประหลาดใจที่ไม่มีใครสังเกตเห็นเขาทั้งๆที่เขานอนคว่ำหน้าไปกับพื้นเเบบนั้น
"หืม..."
ฉันมองไปที่ร่างของชายคนนั้นดีๆ ก็เห็นว่าเกราะอกที่ชายคนนั้นสวมอยู่มีรอยยุบอยู่ด้านหลัง เหมือนว่าเขาจะถูกโจมตี เเละล้มลง? อ่าไม่สิ ที่พื้นมีรอยร้าวเล็กๆอยู่ เเสดงว่าเขาน่าจะตกลงมามากกว่า
เเละเหมือนว่าฉันจะเป็คนเดียวที่สังเกตเห็นเขาฉันเลยเดินไปปลุกชายคนนั้น
"[รีเวิร์ส]..."
ฉันโอนถ่ายมานาไปที่ชายคนนั้นทันใดนั้นบาดเเผลที่อยู่รอบตัวของเขาก็หายสนิท
"อ-เอ่อ นี่ข้า..."
ชายคนนั้นที่ถูกฉันเขย่าไหล่ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างสับสน ดูเหมือนว่าเขาจะโดนเล่นงานจนสลบไปนะ โชคดีจริงๆที่เขาไม่าเ็อะไรมาก
"เป็อะไรหรือเปล่าคะ?"
"เอ่อ..ไม่..ไม่เป็ไร ขอบใจมากนะ...หืม?"
"หืม?"
พอเขาหันมามองฉันเขาก็เเสดงสีหน้าใ เขาทำหน้าเหมือนรู้จักฉันมาก่อน ฉันเลยทำหน้าสงสัยเเล้วมองไปที่เขา
"...."
"...."
"อ่ะ! เอ่อ-พอดีข้ามีธุระน่ะ ดังนั้นขอตัวก่อนนะ!!!"
ฟู้ม!!!
เขาบอกกับฉันเช่นนั้นเเล้ววิ่งจากไปด้วยความเร็วสูง เเละในตอนที่เขาวิ่งไปนั้นฉันเหมือนจะได้ยินเขาบอกว่า "ขอโทษเื่ที่ไปรบกวนเมื่อคืนด้วยนะครับ!!!" ด้วย...เเต่เนื่องจากฉันไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่จึงได้เเต่เอียงคอมองเขาด้วยความสงสัย
"เมื่อคืนฉันก็หลับสบายดีนี่นา..."
พอฉันพูดไปลอยๆเเบบนั้นเ้าส่ายที่อยู่ด้านหลังก็ออกมาให้ฉันลูบ...อย่างกับว่ามันไปทำอะไรบางอย่างมาจนต้องได้รับความขอบคุณจากฉันอย่างงั้นเเหละ
***