ตอนที่ 2
อัญชิสามาทำงานกับยุทธนาโดยซ้อนมอเตอร์ไซค์ PCX คันโตมาลงกลางทางแล้วโดยสารรถประจำทางมาอีกหนึ่งต่อพอเวลาเลิกงานเธอก็จะเดินเลยไปอีกสักหน่อยเพื่อแอบรอซ้อนรถกลับห้องที่เป็รังรักพร้อมกัน
เช้านี้ก่อนจะเริ่มทำงาน พี่หมวยซึ่งเป็หญิงวัยกลางคนที่เป็หัวหน้าโดยตรงได้เรียกรวมพลเฉพาะน้องใหม่
“นี่คือคุณภาธรเป็ผู้จัดการใหญ่ของที่นี่อยากจะมาทำความรู้จักกับน้อง ๆ ค่ะ”
คนที่ถูกแนะนำมีอาการชะงักไม่ต่างกันกับหญิงสาวยามสบสายตาประจันหน้ากันตรงๆ แต่เขากลับฉีกยิ้มหวานส่งให้รวดเร็วพลางวาดตามองเพื่อนร่วมงานคนอื่นด้วยท่าทีปกติเหมือนไม่มีอะไรตรงกันข้ามกับอดีตแฟนสาวที่ทำหน้าไม่ถูกแสนกระอักกระอ่วนใจที่ต้องมาเจอหน้ากันในสถานภาพที่คาดไม่ถึงเช่นนี้เธอก้มหน้ามองมือที่กุมอยู่ด้านหน้าและปลายเท้าของตัวเองนิ่ง
“ช่วยแนะนำตัวหน่อยสิครับ”
ภาธรพูดอย่างนั้นแต่เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยกลับทำให้อัญชิสานึกย้อนไปในอดีตที่เขาเคยบอกรักเธอเคยออดอ้อนอ้อนวอนขอความเมตตา
‘นะครับ นิดเดียวเองแค่จูบเดียวเองนะ นะ’
‘ไม่ได้หรอกค่ะ’
‘ทำไม อัญไม่รักผมหรือ’
‘รักสิ แต่มันคนละเื่เดียวกัน’
‘มันจะคนละเื่เดียวกันได้ยังไง คนเป็แฟนกัน รักกันก็ต้องแสดงความรักต่อกันอย่างนี้สิ’
‘ไม่ค่ะ รักก็คือรัก เซ็กซ์ก็คือเซ็กซ์ อัญรักคุณแต่ยังไม่พร้อมจะมีอะไรด้วยถ้าคิดว่าการที่อัญไม่ยอมหมายความว่าไม่รัก ถ้าอย่างนั้นเราก็เลิกกันเถอะค่ะ’
‘คิดมากไปหรือเปล่า ก็แค่ขอจูบเดียวเอง แต่คุณกลับคิดไปไกลกลายเป็เื่ราวใหญ่โตไม่ให้ก็ไม่ว่า ผมคบกับคุณไม่ใช่เพราะหวังเื่อย่างนั้นเสียหน่อย’
ด้วยน้ำผึ้งหยดเดียวหยดนั้นได้สร้างความแตกร้าวขึ้นในความสัมพันธ์ภายหลังภาธรโกรธมากที่หญิงสาวคิดดูถูกความรักของเขาจนนึกไปว่าอัญชิสาคงจะไม่ได้อะไรกับเขามากมายนักเพราะเธอค่อนข้างเฉยชาเป็อย่างมาก ไม่มีมุมหวานกุ๊กกิ๊กเหมือนกันกับคู่รักคู่อื่นผิดกับเขาที่ค่อนข้างจะกระตือรือร้นตลอดเวลายามอยู่ด้วยกัน
ความน้อยใจทำให้คิดไปว่าการที่อัญชิสายอมคบด้วยอาจไม่ใช่เพราะใจตรงกันกับเขาหากแต่เป็เพราะตนเล่นใหญ่เกินไป ลงทุนคุกเข่าขอเป็แฟนต่อหน้าคนหมู่มาก ด้วยสถานการณ์แวดล้อมของเสียงเชียร์กระหึ่มที่เห็นดีเห็นงามและการไม่อยากให้เขาต้องหน้าแตกเธอจึงอาจตกลงใจไปอย่างนั้นเอง ดังนั้นชายหนุ่มจึงอยากพิสูจน์หัวใจอัญชิสาด้วยการบอกเลิกเธอเพราะที่ผ่านมาเขาเป็คนขอเป็แฟน เป็ฝ่ายบอกรักบอกชอบก่อนเป็คนงอนง้อเอาอกเอาใจ แต่ในครั้งนี้เธอจะต้องเป็ฝ่ายยอมให้เขาบ้างแต่ทว่าชายหนุ่มดันคาดผิดเหตุการณ์ไม่ได้เป็ไปตามที่หวัง
‘เพราะว่าเราไม่ยอมตามใจนายใช่มั้ย?’
หญิงสาวเม้มปากยืนนิ่งอย่างสะกดกลั้นอารมณ์พร้อมมองเขาอย่างเข้าใจผิดก่อนสะบัดหน้าหันแล้วเดินจากไป
สองขายาวของเขาเกือบจะวิ่งตามไป มือเตรียมจะรั้งร่าง ส่วนปากก็กำลังขยับคำขอโทษทว่าสมองกลับสั่งให้หยุดกะทันหัน ภาธรต้องควบคุมข่มอารมณ์ทั้งที่ร้อนรนกระวนกระวายใจอย่างหนักอัญชิสาจะต้องเป็ฝ่ายยอมเขาบ้าง เขาจะไม่โทรหาจะไม่คุยด้วยแล้วก็จะทำใจแข็งไม่เดินเข้าไปหาก่อน ถ้าเธอไม่ง้อไม่มาหานั่นก็แสดงชัดเจนว่าเธอไม่ได้รักไม่ได้แคร์เขาเลยจริงๆ ถึงทิ้งกันไปอย่างไร้เยื่อใยแบบนี้
แปดปีผ่านไปแผลภายในใจหายแห้งสนิทแล้วโชคชะตาก็บังเอิญนำพาให้มาพบกันอีกครั้งถ้าถามว่าตอนนี้เขารู้สึกอย่างไรบอกได้เต็มปากว่าไม่เ็ปแล้วเพียงแต่มันค้างคานิดหน่อยว่าหญิงสาวเคยมีความรู้สึกเดียวกันกับเขาบ้างไหม ถ้าไม่แล้วตลอดเวลาที่คบกันมันคืออะไร
ั้แ่หญิงสาวได้เจอกับอดีตคนรักเก่าที่เป็เสมือนเ้านาย ในหัวสมองของเธอก็ว้าวุ่นไปหมดอัญชิสาไม่มีสมาธิในการทำงานจนผิดพลาดหลายครั้งทำเอาเพื่อนร่วมงานวุ่นวายกันไปหมด
“เมื่อเช้าก้าวเท้าข้างไหนออกจากบ้านเนี่ย”
พี่หมวยแซวน้ำเสียงเรียบ ยังคงควบคุมอารมณ์ร้อน ๆตามประสบการณ์การทำงานได้อยู่ ผิดกับเพื่อนร่วมงานคนใหม่ที่เริ่มยิ้มไม่ออกแล้วเมื่อโดนลูกค้าตำหนิแบบเหมารวมยุทธนาก็แอบลอบมองด้วยแววตาแสดงความเป็ห่วง
“ไม่เป็ไรนะ เป็เื่ปกติของการทำงาน” เขาตบบ่าให้กำลังใจแล้วหันไปเร่งแก้ไขความผิดพลาดในการสั่งอาหารของเธอ
อัญชิสาอารมณ์ดิ่งรู้สึกผิดและกดดัน หากไม่ใช่คนรักกันคงจะโดนยุทธนาต่อว่ารุนแรงไปแล้วเขาต้องปรุงอาหารใหม่ ประคองอารมณ์ลูกมือให้ใจเย็น ๆ ไหนจะค่าเสียหายของวัตถุดิบอีกนี่สินะ คงเป็เหตุผลหนึ่งที่บริษัทมีกฎห้ามคู่รักทำงานแผนกเดียวกันเพราะหากมีการปะทะคารมขึ้นมามันจะพาลบานปลายไปเื่ส่วนตัว และขยายวงกว้างถึงคนรอบข้างทำให้บรรยากาศการทำงานไม่น่าอภิรมย์
หญิงสาวกลับมานั่งซึมที่ห้อง ส่วนฝ่ายชายก็นอนคว่ำหน้าแผ่หลาอยู่บนที่นอนด้วยความเหนื่อยล้า
“เราคงจะไม่เหมาะกับอาชีพนี้จริง ๆ”
เธอพูดเสียงแ่นั่งก้มหน้าคุกเข่าอยู่ปลายเตียงรอฟังเสียงจากยุทธนาแต่เขาก็ไม่ว่าอะไร หญิงสาวพึมพำตำหนิตัวเองอย่างน้อยใจอีกสองสามประโยคเมื่อรับรู้ถึงความเงียบผิดปกติภายในห้องจึงเหลียวกลับไปมองพบว่าเขาหลับไปแล้วทั้งสภาพอย่างนั้น
อัญชิสาช่วยถอดเสื้อแล้วจัดแจงท่าทางให้แฟนหนุ่มนอนสบายขึ้น ก่อนจะเปิดประตูระเบียงออกมารับอากาศปลอดโปร่ง
แววตาซึมหม่นมองเหม่อออกไปไกลยังฟ้ากว้างมืดมิด วันนี้เธอก็เหนื่อยมากพอๆ กันกับอารมณ์หลากหลายที่มันประดังประเดภายในใจ ทั้งว้าวุ่น อึดอัด อับอาย ขายหน้าและรู้สึกผิด
เพราะทิฐิและความหยิ่งในอดีตทำให้ไม่คิดจะอ่อนข้อหรือขอโทษภาธรเลยสักนิดคิดว่าเดี๋ยวเขาคงโทรหา เดี๋ยวเขาก็กลับมา เดี๋ยวเขาก็งอนง้อเหมือนเดิมหญิงสาวไม่รู้ว่าตนเล่นตัวมากเกินไปจนเป็เหตุให้ผู้ชายคนไหน ๆ ที่คบกันก็หนีห่างมั่นใจในความสวย ความรวยของตนมาก สุดท้ายในตอนนี้ก็ไม่เหลืออะไรกลับมาคว้าเอาผู้ชายที่ไม่ได้เลิศเลออะไรเลยมาเป็แฟนหากใครรู้เข้าเธอจะเอาหน้าไปไว้ไหนเพราะเมื่อเจอกับภาธรเมื่อตอนเช้าหญิงสาวก็รู้สึกสมเพชในตัวเองเหลือเกิน
วันนี้อัญชิสาก้าวเท้ามาผิดข้างอีกแล้ว ยังไม่ทันได้เข้าไปในห้องพักพนักงานก็ได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมา
“คุณภาธรเค้าหล่อเนาะว่ามั้ย ดูเหมือนอายุยังไม่มากเลย”
“นั่นสิ เผลอ ๆ จะเท่ากันกับพวกเราแหละมั้งได้เป็ถึงผู้จัดการใหญ่แล้ว เอ๊...หรือว่าจะเป็ลูกชายเ้าของโรงแรมด้วย”
“อย่างนี้ต้องไปแอบถามพี่หมวย”
“เค้าจะโสดอยู่มั้ยน้า?”
“ว๊าย! ไม่ต้องเลยฉันจองแล้ว”
“ฉันต่างหากล่ะ”
“ของฉัน...ของฉัน”
เสียงปลาบปลื้มพลางยื้อแย่งผู้จัดการหนุ่มเหมือนหอกทิ่มแทงเข้ามาในอกความหึงหวงแล่นขึ้นใบหน้า อยากจะะโบอกว่าผู้ชายคนนั้นเป็ของฉัน แต่อัญชิสาสะบัดความคิดนั้นทิ้งอย่างรวดเร็วเพราะตนมียุทธนาอยู่แล้วและตอนนี้ก็ไม่ได้เป็อะไรกับภาธรด้วย
“หวัดดีจ้าทุกคน”
เสียงหวานทำสดใสทักทายเพื่อนร่วมงานออกไป สาว ๆเ่าั้มีปฏิกิริยาชะงักนิ่ง บรรยากาศเปลี่ยนไปในทันทีเมื่อเจอหน้าอัญชิสา เพราะเหตุการณ์โลกแตกเมื่อวานที่หญิงสาวเป็คนก่อทำให้ทุกคนต่างเหน็ดเหนื่อยวุ่นวายกันไปหมดถูกลูกค้าต่อว่าต่อขานแบบเหมารวม ทนก้มหน้าขอโทษงก ๆ ๆ ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดตนแต่อย่างใดแม้จะฟังคำด่าไม่ออกทั้งหมดแต่ก็พอจะเข้าใจความหมายของคำว่า ‘อีเดียท’ กับ ‘สติวปิด’อยู่บ้าง
บางคนชักสีหน้าใส่ บางคนทักทายตอบ และมีบางคนทำเป็ไม่ได้ยินอัญชิสาเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเงียบ ๆ เก็บกระเป๋าเข้าล็อกเกอร์แล้วเดินตามออกไปแสกนลายนิ้วมือ…..