เคมี(หัวใจ) กับ นายวายร้ายวิศวะไฟฟ้า (อ่านฟรีทั้งเรื่อง)

    บทที่ 2 ขั้วตรงข้ามต้องร่วมมือ

            การทำงานโครงการวิจัยร่วมกัน ณหน้าห้องทดลองของคณะวิทยาศาสตร์  

            พีท มักจะนัดทำงานร่วมกับอันนาในตอนเย็นๆ ที่คนไม่พลุกพล่าน และไม่ให้ตกเป็๞เป้าสายตาของใคร ระหว่างที่ขึ้นมายังห้องทดลองเขามักจะใส่หมวกอำพรางเพื่อไม่ให้เป็๞จุดสนใจมากนัก

            และวันนี้ก็เป็๲อีกวันหนึ่งในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาที่พวกเขาได้ทำงานร่วมกันและรู้จักกันมากขึ้น แต่สถานการณ์การเจอกันแต่ละครั้งเหมือนอยู่ในสมรภูมิอารมณ์ที่มีชายหนุ่มหน้าหล่อคอยก่อกวน

            “วันนี้เราทำบทไหนต่อนะ…เธอลองอธิบายให้ฉันฟังที” พีท พูดขึ้น ขณะก้าวเข้ามาในห้องดวงตาเป็๞ประกายซุกซนกวาดมองไปรอบๆก่อนจะหยุดอยู่ที่เป้าหมาย—หญิงสาวใส่แว่นเ๯้าประจำที่มักจะบ่นเขาเสมอ

            “ปกติ นายชอบไปนั่งมองสาวๆตามคณะอื่นใช่ไหมล่ะ เลยไม่ค่อยมีเวลาทบทวนรายละเอียดของโครงการวิจัยเลย!!!” อันนาเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้ามองขณะที่เธอกำลังก้มหยิบของบนพื้น

            พีท ยิ้มบางๆกับตัวเองก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ โต๊ะของเธอ “โห หาว่าฉันเ๯้าชู้อีก? นี่ฉันตั้งใจมาทำงานนะ”

            อันนาหัวเราะเบาๆก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขาผ่านกรอบแว่น “งั้นเหรอ? ก็ลองดูว่าคราวนี้นายจะตั้งใจได้นานแค่ไหน”

            "ถ้า….ฉันตั้งใจมองเธอมากกกว่าละ" พีทพูดออกมาพร้อมสายตาที่มองมายัง อันนาแบบหวานเยิ้มเหมือนจะแกล้งแหย่เธอให้คล้อยตามคำพูดที่เขาพูด

            อันนา ได้ฟังก็หูและหน้าแดง ไม่พูดอะไรแล้วรีบเดินไปหยิบเอกสารและรีบเตรียมของที่จะต้องทำโครงการวิจัย

    การทำงานผ่านไปอย่างไม่ราบรื่นเลยสักนิดอันนา

    ชอบทำงานอย่างเป็๲ระบบ วางแผนล่วงหน้าและคำนวณอย่างรอบคอบ ส่วน พีท ชอบ "ลองก่อน ค่อยว่ากัน"วิธีการทำงานที่แตกต่างกันสุดขั้วทำให้ทั้งคู่เริ่มมีปากเสียงกัน๻ั้๹แ๻่วันแรก

            "นี่นายจะทำอะไร!" อันนา ถามเสียงแข็งเมื่อเห็น พีทหยิบลวดทองแดงมาต่อวงจรไฟฟ้าโดยไม่ได้ตรวจสอบค่าแรงดันไฟฟ้าก่อน

            พีท ยักไหล่ "ก็ลองดูน่ะสิบางทีการทดลองก็ต้องมีความเสี่ยงบ้าง"

            "ถ้านายต่อผิดไฟอาจช็อตได้เลยนะ!" อันนา ถลึงดวงตากลมโต ผ่านแว่นตาใส่เขา แต่ พีท กลับหัวเราะ

            "เธอนี่เหมือนหนังสือเรียนเดินได้เลยนะเคยลองทำอะไรโดยไม่คิดมากบ้างไหม? " เขายิ้มขี้เล่น

            แต่ อันนา ไม่ขำด้วยเธอคว้าลวดจากมือเขาแล้วเริ่มวัดค่าแรงดันด้วยเครื่องมืออย่างระมัดระวัง

            พีท พิงโต๊ะแล้วมองเธอทำงาน"ฉันว่าถ้าเธอเลิกเครียดสักนิด ชีวิตคงสนุกขึ้นเยอะ"

            "และถ้านายจริงจังกับงานสักหน่อยงานคงเสร็จเร็วกว่านี้" อันนา ตอบกลับ เธออยากกลับหอพักแล้วเพราะเมื่อดูเวลาบนนาฬิกากลับพบว่าเวลาได้ล่วงเลยมาจนเกือบสามทุ่มแล้วทางกลับหอพักเธอค่อนข้างจะมืดและเปลี่ยว ทำให้เธอกังวลใจถ้างานยังไม่เสร็จ

            การทำงานเต็มไปด้วยการเถียงกันเล็กๆน้อยๆ ทุกอย่างที่ อันนา เสนอ พีทก็มักจะหาเ๱ื่๵๹เถียงหรือไม่ก็แกล้งเธอเล่นให้หงุดหงิด ไม่ว่าจะเป็๲การเลื่อนเครื่องมือไปไกลๆหรือทำเป็๲ฟังเธอพูดครึ่งๆ กลางๆ เพื่อกวนประสาท

            "นี่! นายตั้งใจฟังบ้างสิ!"อันนา เริ่มหมดความอดทน

            พีท ยิ้มกวนๆ "ฟังอยู่จ้ะคุณครูแต่ทำไมน้ำเสียงเธอดูเหมือนจะฆ่าฉันยังไงก็ไม่รู้"

            "ฉันกำลังพิจารณาอยู่"เธอพูดเสียงเรียบ แต่ถึงจะทะเลาะกันแค่ไหน โครงการของพวกเขาก็ค่อยๆเป็๞รูปเป็๞ร่างขึ้นมา

            อันนา เริ่มสังเกตว่า พีท มีความสามารถอย่างที่เธอไม่คาดคิดชายหนุ่มอาจจะทำตัวขี้เล่น แต่เวลาจริงจังกับงาน เขาก็มีความรู้แน่นไม่แพ้เธอ

            และคืนนี้ ฝนได้เริ่มตั้งเค้าและทำท่าว่าจะตกหนักและเมื่อทั้งคู่ทำงานไปสักพัก ฝนก็เริ่มตกลงมาอย่างหนัก และฝนที่ตกอย่างหนักทำให้ไฟฟ้าดับกะทันหันห้องทดลองตกอยู่ในความมืดสนิท

            "ให้ตายสิ! ไฟดับตอนนี้เนี่ยนะ?"อันนา บ่นขณะที่พยายามควานหามือถือของตัวเอง

            พีท หยิบไฟฉายจากกระเป๋าเสื้อแล้วเปิดขึ้นส่งแสงสว่างให้ห้อง "กลัวเหรอ? "

            "เปล่าฉันแค่หงุดหงิดที่งานถูกขัดจังหวะ" อันนา รีบปฏิเสธ

            พีท หัวเราะเบาๆ "แน่ใจนะ? หน้าเธอดูเหมือนเด็กกลัวผีเลย"

            "นาย...!" อันนา กำลังจะเถียงแต่ พีท กลับนั่งลงข้างๆ เธอและพูดขึ้นมาอย่างจริงจัง

            "เธอรู้ไหมว่าเคมีกับไฟฟ้ามันก็มีความเชื่อมโยงกันนะอิเล็กตรอนเคลื่อนที่จากขั้วหนึ่งไปอีกขั้ว มันสร้างพลังงานและพลังงานนั่นทำให้เกิดปฏิกิริยา เหมือนเราสองคนไง ขั้วตรงข้ามแต่ดึงดูดกันโดยไม่รู้ตัว"

            อันนา นิ่งไปชั่วขณะเธอไม่แน่ใจว่าที่ใจเธอเต้นแรงขึ้นเพราะคำพูดของเขา หรือเพราะไฟฉายในห้องมืดที่ส่องไปกระทบใบหน้าของพีท ทำให้เธอได้เห็นรอยยิ้มขี้เล่นที่แฝงไปด้วยความจริงใจ

            "!!!!?" เธอพยายามเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้มเล็กๆที่เผลอหลุดออกมา

            พีท ยิ้มกว้างขึ้น "เธอไม่รู้สึกเหรอว่าเรากำลังทำปฏิกิริยากันอยู่?"

            เธอ กัดริมฝีปากตัวเองเบาๆแล้วหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาบังหน้า "หยุดพูดมากได้แล้ว ไฟคงกลับมาเร็วๆ นี้"

            พีท หัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอนตัวพิงโต๊ะ"โอเคๆ ไม่กวนแล้วก็ได้ แต่เธอรู้ตัวไหมว่าเธอน่ะ... กำลังยิ้มอยู่นะ"

            หญิงสาว ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบหันหน้าไปทางอื่น แต่ภายในใจกลับรู้สึกแปลกๆ อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

            และเธอ ก็รู้สึกได้ว่านี่ก็ดึกแล้วคงจะต้องกลับหอพักก่อนค่อยเริ่มทำงานอีกครั้งในวันถัดไป

            อันนา เหลือบมองนาฬิกา แล้วถอนหายใจ“เรากลับกันเถอะ ไฟดับ ทำงานต่อไม่ได้แล้ว”

            “แต่ฉันว่ายังสนุกอยู่เลยนะ” พีท ยักคิ้วอย่างเ๽้าเล่ห์“หรือว่าเธอแอบกลัวความมืด?”

            หญิงสาว ถอนหายใจอีกครั้ง“ฉันไม่กลัวความมืด แต่ฉันกลัวจะเสียเวลามากกว่า”

            “โอเคๆ กลับก็กลับ” พีท ยกมือขึ้นยอมแพ้แต่ก่อนเดินออกจากห้อง เขาหันมากระซิบข้างหู อันนา เบาๆ “แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะคุณนักวิทย์สุดเคร่งเครียด”

            อันนา เม้มปากแน่นรู้สึกได้ถึงความร้อนบนใบหน้าตัวเองโดยไม่รู้สาเหตุ เธอสะบัดหน้าแล้วรีบเดินออกไปโดยมีเสียงหัวเราะของ พีท ตามมาเบาๆ

            ระหว่างทางเดินออกจากอาคาร อันนา พยายามไม่สนใจพีท ที่เดินตามมาติดๆ

            “เดี๋ยว ฉันไปส่ง” พีท พูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ

            อันนา หันขวับ “ไม่ต้อง!ฉันกลับเองได้”

    “ดึกแล้วนะ จะกลับคนเดียวเหรอ?” พีท ยักไหล่

    “ไหนๆ ฉันก็จะกลับเหมือนกัน”พีท พูดขึ้นมา

    “ฉันไปเอารถมอเตอร์ไซด์แป๊ปนึงนะเจอกันหน้าตึก

    เดี๋ยวฉันพาไปกินข้าวก่อนที่เธอจะเป็๲ลมแล้วต้องลำบากให้ฉันพาเธอไปโรงพยาบาลอีก” พีท พูดและทำท่าทะเล้น

    อันนา คิดจะพูดตอบโต้ไป แต่ก็ได้แค่คิดและมองตาม

    พีท และอดหัวเราะไม่ได้

            “นายนี่ก็ตลกดีนะ” อันนารู้สึกว่าทำไมตัวเธอถึงแอบยิ้มทุกครั้งที่ พีท พูดจากวนอารมณ์เธอ