นับว่าการเจรจาติดต่อขอกำลังพลประสบความสำเร็จด้วยดี บัดนี้องค์หญิงเจินหลินได้นำกองทัพของแคว้นเยี่ยจำนวนสองพันนายกลับแคว้นจู่เสียน ทั้งหมดเดินทางไปที่ค่ายทหาร ที่อยู่ใกล้กับจวนของท่านอ๋องแห่งแคว้นจู่เสียน
ท่านอ๋องและเหล่าขุนนางออกมาต้อนรับองค์หญิงและเหล่าทหารด้วยตัวเอง กองทหารทั้งหมดแสดงความเคารพต่อท่านอ๋อง
“เสด็จพ่อทรงหายดีแล้วหรือเพคะ” องค์หญิงเจินหลินทรงถาม
“พ่อดีใจมากที่ลูกทำสำเร็จ และเราขอขอบคุณทุกท่านที่ยอมเสียสละออกรบต่อสู้กับปิศาจครั้งนี้” ท่านอ๋องตรัสกับทุกคน
ทุกคนรีบคารวะตอบ นับว่าเป็การสร้างขวัญและกำลังใจให้กับชาวประชาแห่งแคว้นจู่เสียนยิ่งนัก เพราะฝ่ายท่านอ๋องได้มีกองกำลังมาทดแทนที่เพิ่งสูญเสียไป
หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันกลับไปพักหลังจากที่เดินทางมาเหนื่อยๆ
องค์หญิงเจินหลินรีบไปหาน้องสาวเพราะได้ข่าวว่านางแพ้ทองอย่างหนัก เมื่อไปถึง ด้วยความเป็หมอ องค์หญิงเจินหลินจึงรีบจับชีพจรดูอาการขององค์หญิงเจินยี่
“หม่อมฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงแพ้ท้องหนักขนาดนี้เพคะ” องค์หญิงเจินยี่บรรทมที่เตียงเพราะมีอาการเวียนศีรษะ ยื่นข้อพระหัตถ์ให้พี่สาวจับชีพจร
“งั้นพี่จะจัดยาบำรุงให้ แต่มันคงช่วยได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น แล้วพี่จะหาทางช่วยให้เ้ามีอาการดีขึ้นนะ” องค์หญิงเจินหลินกล่าวหลังจากจับชีพจรตรวจอาการให้นางแล้ว
ตกเย็น องค์หญิงเจินหลินก็ได้เรียกตัวเฉียนฟงให้เข้าเฝ้า
“พระองค์เรียกกระหม่อม ด้วยเื่อันใดพะย่ะค่ะ” เฉียนฟงกล่าว
“ข้าอนุญาตให้ท่านพูดกับข้าแบบเดิม ไม่ต้องพิธีรีตองหรอก เฉียนฟง เอ่อ คือว่า บางทีข้าอาจจะช่วยหาทางให้ท่านและองค์หญิงเจินยี่สมหวังได้ครองคู่กัน” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“องค์หญิงเจินยี่จะยินยอมงั้นหรือ” เฉียนฟงถาม
“เมื่อนางมองท่านในแง่ดีขึ้น นางก็คงใจอ่อนยอมรับท่านเอง และถ้าเป็เช่นนั้นจริง ต่อไปน้องสาวข้าจะตั้งครรภ์ลูกครึ่งอสูร ข้าก็เลยอยากให้ท่านไปเชิญแม่นมหรือใครก็ได้ที่เมืองหมาป่ามาช่วยดูแลน้องสาวและหลานของข้า” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“เ้าช่างมองการณ์ไกลยิ่งนัก ก็ได้ ข้าจะไปเชิญแม่นมของข้ามาที่นี่ พอใจแล้วหรือยัง” เฉียนฟงเริ่มรู้สึกน้อยใจที่องค์หญิงจับคู่ตนกับผู้หญิงคนอื่น
“ขอบคุณท่านมาก อีกไม่นานท่านคงจะได้เป็น้องเขยของข้า ข้ามีเื่รบกวนท่านแค่นี้ ท่านออกไปเถิด” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“ข้ามีอีกเื่อยากถามท่าน” เฉียนฟงกล่าวและถามต่อ “องค์หญิงที่ข้าเจอที่ป่าในวัยเด็ก เป็ท่านใช่หรือไม่”
“ทำไมถามข้าเช่นนั้น” องค์หญิงเจินหลินทรงแปลกพระทัย
“องค์หญิงเจินยี่ไม่รู้เื่ราวในป่าแห่งนั้นเลย และนางไม่เคยเที่ยวป่าอีกด้วย มีเพียงแต่ท่านเท่านั้นที่ชอบหนีเที่ยว” เฉียนฟงกล่าวตามตรง
“ข้ายอมรับก็ได้ว่าเป็ข้า แต่มันเป็เพียงเื่ในวัยเด็กที่ผ่านมานานแล้ว ท่านก็ลืมมันซะเถอะ ตอนนี้ข้าเหนื่อยมากแล้ว ขอพักผ่อนก็แล้วกัน” องค์หญิงเจินหลินรีบตัดบท
เฉียนฟงเดินออกไปทันที และคิดในใจว่า “ข้าไม่มีวันลืมมันหรอก เจินหลิน”
******************************************
ตกดึก เฉียนฟงชวนลู่หยางไปที่ห้องของท่านกุนซือ
“ดึกป่านนี้แล้ว พวกเ้าทั้งสองมาหาข้าทำไม” ท่านกุนซือทำท่าหาว
“ข้ามีเื่จะขอให้ท่านช่วย ข้าเลยชวนให้ลู่หยางมาเป็เพื่อนข้า” เฉียนฟงกล่าว
“งั้นก็ว่ามาเถิด” ท่านกุนซือกล่าว
“ข้าอยากให้ท่านช่วยให้ข้าได้แต่งงานกับองค์หญิงเจินหลิน จะได้หรือไม่” เฉียนฟงกล่าว
“มันเป็เื่ที่ยากมาก แต่เห็นว่าเ้าบอกว่า นางเป็ฮูหยินในอนาคตของเ้า งั้นข้าจะลองหาทางให้ก็แล้วกัน” ท่านกุนซือกล่าว
“แต่นางจะยอมงั้นหรอ เพราะในตอนนี้นางยังคงเห็นเ้าเป็คู่กัด” ลู่หยางวิจารณ์
“ข้าเองก็กังวลเื่นี้เหมือนกัน แต่ข้าเคยได้ยินข่าวว่าเ้าหลงรักองค์หญิงเจินยี่ไม่ใช่หรอ ทำไมเปลี่ยนใจง่ายจัง” ท่านกุนซือกล่าว
“เอ่อคือว่า ความจริงข้าก็ไม่ได้เปลี่ยนใจหรอก แต่มันเป็เื่เข้าใจผิด” เฉียนฟงกล่าว
“งั้นอธิบายมาเถิด” ท่านกุนซือกล่าว
“ข้าแอบรักเด็กผู้หญิงวัยแปดขวบที่พบกันอยู่ในป่า ในตอนนั้นข้าถูกซ้อมแล้วสลบในป่า นางช่วยชีวิตข้าไว้ โดยลากข้าให้เข้าไปพักในถ้ำพร้อมกับช่วยรักษาาแให้ จนกระทั่งข้าฟื้น ข้ากับนางคุยกันถูกคอ เพราะนางมีนิสัยเป็กันเอง นางบอกกับข้าว่านางคือองค์หญิงเจินยี่ แต่ทว่าเพราะคืนนั้นเป็คืนพระจันทร์เต็มดวง ข้าเลยกลายร่างเป็มนุษย์หมาป่า แล้วขย้ำกัดนางเข้า ข้าเลยฝากรอยเขี้ยวไว้ที่ไหล่ของนาง
เมื่อโตขึ้น ข้าได้เจอกับเจินยี่ แต่นางจดจำข้าไม่ได้เลยและไม่รู้เื่ราวในตอนนั้นเลยสักนิด ข้าถามเื่แผลเป็ที่ไหล่ นางก็บอกข้าว่านางไม่มีแผลเป็และไม่เคยโดนอะไรกัดมาก่อน แต่ถึงกระนั้นข้าก็ยังคอยดูแลปกป้องนางตามคำสัญญา ข้าเลยเข้าใจมาตลอดว่าตัวเองรักนางแต่เพียงผู้เดียว
แต่พอมาเจอลี่หวิน ข้ารู้สึกว่านางมีนิสัยเหมือนกับองค์หญิงเจินยี่ในวัยเด็กมาก แต่ข้าก็พยายามปิดกั้นใจตัวเองไว้ แต่นับวันข้าก็ยิ่งชอบนาง จนมาถึงวันที่ข้าข้ามมิติ มันทำให้ข้าดีใจมากที่รู้ว่านางคือฮูหยินในอนาคตของข้า แต่ข้าก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมพวกเราถึงลงเอยกันได้ จนกระทั่งมาถึงวันที่องค์หญิงแข่งดวลเหล้า นางเมามายจนถึงขั้นเดินมาที่ห้องของข้า เพราะเข้าใจว่าเป็ห้องของตัวเอง นางถึงขั้นอาเจียนใส่ข้า ทำให้เสื้อผ้าของนางและข้าเลอะเทอะเปอะเปื้อนไปหมด ข้าจำใจต้องถอดเสื้อผ้าของนาง” เฉียนฟงพูดอย่างกระอักกระอ่วนใจ
“ห๊า นี่เ้ากล้าถอดเสื้อผ้านางเลยงั้นหรอ” ท่านกุนซือใ
“มันจำเป็ เพราะกลิ่นอาเจียนแรงมากเลยครับ งั้นข้าเล่าต่อนะ หลังจากที่ข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ข้าก็เลยรีบไปดูนาง แต่ทว่าเวลาที่ข้ามองนาง ทำให้ข้านึกถึงฉากคืนที่ข้ามมิตินั่น และข้าก็เห็นรอยเขี้ยวที่น่าจะเป็รอยที่ข้ากัดนางในวัยเด็ก” เฉียนฟงกล่าว
“เ้ากำลังจะบอกว่า องค์หญิงเจินหลินก็คือองค์หญิงในวัยเด็กที่แอบอ้างชื่อเจินยี่มาหลอกเ้างั้นสิ” ท่านกุนซือกล่าว
“ใช่ เป็นางจริงๆ องค์หญิงที่ข้าหลงรักเป็เจินหลินต่างหาก ไม่ใช่องค์หญิงเจินยี่อย่างที่ข้าเคยเข้าใจ ดังนั้นข้าก็เลย…เผลอล่วงเกินนาง” เฉียนฟงกล่าว
“อะไรนะ! แล้วมันถึงขั้นนั้นแล้วหรือยัง มันเป็เื่ใหญ่นะ” ท่านกุนซือใ
“ยังครับ ลู่หยางมาห้ามข้าไว้ได้ทัน” เฉียนฟงกล่าว
“ใช่ครับ ข้าห้ามเขาทันจริงๆ” ลู่หยางกล่าวเป็พยาน
“เอาล่ะ มาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าจะหาวิธีช่วยให้เ้าสมหวังในความรักก็แล้วกัน” ท่านกุนซือกล่าว
“เรียนท่านกุนซือ องค์หญิงเจินหลินมาขอพบครับ” เด็กรับใช้มารายงาน
“งั้นพวกเ้าไปหลบก่อนเถิด นางคงมีเื่สำคัญ” ท่านกุนซือกล่าวกับเฉียนฟงและลู่หยาง
เฉียนฟงและลู่หยางจึงไปหลบที่หลังชั้นวางหนังสือ
******************************************
หลังจากนั้นท่านกุนซือก็สั่งให้เด็กรับใช้ไปเชิญตัวองค์หญิงเข้ามา
“ดึกมากแล้ว เ้ามีเื่อะไรงั้นหรอ” ท่านกุนซือพูดเป็กันเองเพราะองค์หญิงเจินหลินอนุญาต
“ข้ามีเื่จะขอให้ท่านช่วย” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“เ้าว่ามาเถิด” ท่านกุนซือกล่าว
“ข้าคิดว่าฉินหลงที่พวกเราเจอ อาจเป็ตัวปลอม” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“ทำไมเ้าคิดเช่นนั้น” ท่านกุนซือสงสัย
“ข้าคิดว่าฉินหลงเป็อสูรแปลงกายมา ทั้งนี้เนื่องจากองค์หญิงเจินยี่นางตั้งครรภ์เป็เด็กครึ่งอสูร” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“เ้ารู้ได้ยังไง” ท่านกุนซือสงสัย
“ข้าตรวจชีพจรของนางดูแล้ว ชีพจรของเด็กครึ่งอสูรเต้นเร็วมากเมื่อเทียบกับเด็กปกติ” องค์หญิงเจินหลินตรัส (เมื่อจับชีพจร จะสามารถััชีพจรของแม่และของเด็กได้)
“แล้วเ้ารู้ได้ยังไงว่าเด็กจะเป็ครึ่งอสูร หรือเ้ามีประสบการณ์ทำคลอดให้ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ลูกอสูร” ท่านกุนซือสงสัย
“ข้า เอ่อ คือ” องค์หญิงเจินหลินไม่สะดวกใจจะเล่า
“รีบเล่าให้ชัด ข้าจะได้ประเมินสถานการณ์ถูก” ท่านกุนซือกล่าว
“ก็ได้ ข้ายอมเล่าก็ได้ ตอนที่ข้าข้ามมิติไปครั้งแรก ข้าเข้าไปอยู่ในร่างตัวเองยุคอนาคต ในตอนนั้นข้าตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้ว” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“เ้าตั้งครรภ์กับเฉียนฟง ทำให้รู้ว่าเด็กเป็ครึ่งอสูร เ้าก็เลยตรวจชีพจรตัวเอง ก็เลยรู้ว่ามันแตกต่างจากหญิงท้องทั่วไป” ท่านกุนซือคาดการณ์เพราะรู้ว่าองค์หญิงทรงไม่สะดวกจะเล่า
“ท่านรู้ได้ยังไงน่ะ” องค์หญิงเจินหลินทรงตกพระทัย
“ข้าเดาเื่ราวน่ะ แล้วเ้าท้องได้ห้าเดือน จะไปเก็บสมุนไพรได้ยังไง” ท่านกุนซือสงสัย
“ข้า เอ่อ ข้าหลอกให้เฉียนฟงไปเก็บให้ข้า ซึ่งข้าเองก็แปลกใจที่เขายอมทำให้ข้าทุกอย่าง ดังนั้นข้าคิดว่ามันไม่ใช่มิติอนาคต แต่มันคงเป็มิติคู่ขนาน เพราะยังไงข้ากับเขาคงไม่มีวันลงเอยกันได้” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“เื่นั้นก็ค่อยพิสูจน์กันต่อไป แล้วครั้งที่สองล่ะ” ท่านกุนซือถาม
“ครั้งที่สองที่ข้าข้ามไป ข้าเพิ่งคลอดลูกชาย ดังนั้นข้าจึงไม่มีเรี่ยวแรง เลยหลอกให้เฉียนฟงไปเก็บสมุนไพรและน้ำพุร้อนให้ข้าน่ะ” องค์หญิงเจินหลินทรงแอบรู้สึกผิด
“ดูไปแล้ว เฉียนฟงรักเ้ามากเลยนะ เจินหลิน” ท่านกุนซือกล่าว
“มันเป็คนละคนกับเฉียนฟงยุคปัจจุบันนี่” องค์หญิงเจินหลินตรัสเพราะตนไม่มีวันเชื่อว่าเฉียนฟงจะยอมทำ
“เพราะองค์หญิงเจินยี่ตั้งครรภ์ลูกอสูร เ้าก็เลยไปขอให้เฉียนฟงไปเชิญแม่นมของเขามาที่นี่เพื่อดูแลองค์หญิงเจินยี่ล่ะสิ” ท่านกุนซือคาดเดา
“ท่านรู้ได้ยังไง หรือเฉียนฟงบอกท่าน” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“ใช่แล้วล่ะ เฉียนฟงบอกข้า และข้าก็ได้ยินเขาบอกว่าเ้าไปจับคู่เขากับองค์หญิงเจินยี่ด้วย” ท่านกุนซือกล่าว
“ก็เขารักองค์หญิงเจินยี่นี่ เขาคงไม่ถือหรอก ที่หลานข้าจะเป็ลูกของชายอื่น อีกอย่าง เขามีความเห็นอกเห็นใจครึ่งอสูรด้วยกัน ดังนั้นเขาต้องดูแลหลานข้าเป็อย่างดีแน่” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“ทำไมเ้าไม่คิดว่าเขาก็อาจเป็สามีในอนาคตเ้าจริงๆ ก็ได้” ท่านกุนซือสงสัย
“คงไม่มีวันนั้นหรอก ข้ากับเขาเป็คู่กัดนี่ และข้ามีอีกเื่ที่จะขอให้ท่านช่วย” องค์หญิงเจินหลินตรัสขอร้อง
“ว่ามาสิ” ท่านกุนซือยอมรับฟัง
“ข้าอยากให้ท่านหาวิธีที่จะทำให้เฉียนฟงและองค์หญิงเจินยี่ลงเอยกัน จะได้หรือไม่” องค์หญิงเจินหลินทรงอยากให้น้องสาวมีความสุข
“แล้วข้าจะลองหาวิธีก็แล้วกัน” ท่านกุนซือกล่าว
“ในเมื่อมีฉินหลงตัวปลอม ดังนั้นข้าก็เลยอยากสืบหาตัวฉินหลงตัวจริง” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“ใช่สิ จริงด้วย เขาอาจมีชีวิตอยู่และอาจถูกขังที่ไหนสักแห่ง” ท่านกุนซือเพิ่งนึกได้
“ดังนั้นข้าจะเดินทางไปที่บ้านของข้าแล้วติดต่อกับลูกน้องให้สืบให้ ข้าก็เลยจะขอให้ท่านช่วยดูแลที่นี่ให้ค่ะ” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“ข้ารับปาก แต่ขอให้เ้าระวังตัวด้วย” ท่านกุนซือเป็ห่วง
“ข้าทราบแล้ว ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว ข้าขอลา” องค์หญิงเจินหลินทำท่าคารวะแล้วรีบไปที่ห้องบรรทม
******************************************
เมื่อองค์หญิงเจินหลินออกไป หนุ่มทั้งสองที่แอบฟังอยู่ก็ออกมาคุยกับท่านกุนซือ
“พวกเ้าคงรู้ความคิดขององค์หญิงเจินหลินแล้วนะ” ท่านกุนซือกล่าว
“แต่ข้าไม่ได้รักองค์หญิงเจินยี่ ในตอนนี้ข้าเห็นนางเป็แค่น้องสาวของข้าเท่านั้น” เฉียนฟงกล่าว
“ข้าเองก็คิดว่า องค์หญิงเจินยี่ก็ไม่ได้รักท่านหรอก ถึงแม้ว่าฉินหลงตัวปลอมจะเป็ชายชั่ว แต่องค์หญิงเจินยี่ก็ยังคงเห็นเขาเป็สามีอยู่ดี นางคงไม่เปลี่ยนใจไปรักคนอื่นหรอก ดูได้จากการที่นางรักลูกของตัวเองมาก” ท่านกุนซือกล่าว
“ยังไงท่านก็ต้องช่วยข้านะ ท่านกุนซือ” เฉียนฟงกลัวว่าท่านกุนซือจะจับคู่ตนกับองค์หญิงเจินยี่แทน
“แล้วข้าจะลองหาวิธีก็แล้วกัน พวกเ้าออกไปเถอะ ข้าเริ่มง่วงนอนแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าข้าจะได้มาฟังเ้าเล่าเื่อดีตและฟังองค์หญิงเล่าเื่อนาคตให้ฟัง อย่างกับฟังนิทานก่อนนอน”
เฉียนฟงและลู่หยางยิ้มให้ แล้วพากันลาท่านกุนซือไปนอนเช่นกัน