บทที่10 : ก็แค่มาหา... ศพ
"เป็ที่นี่แน่นะพี่หมอ"
ชัชวาลเอ่ยถามเมื่อมองไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ที่หรูหราสีขาวสองชั้นที่มีหลังคาสีเทาหม่นบ้านมีสนามหญ้าและบ่อน้ำพุสวยงาม ลานจอดรถมีรถยนต์หรูราคาไม่ต่ำกว่าห้าล้านจอดเรียงรายยิ่งมาอยู่ในหมู่บ้านโครงการของเหล่าเศรษฐีด้วยแล้ว ก็ทำให้อดคาดเดาราคาบ้านหลังนี้ไม่ได้คงเกือบร้อยล้านบาทแน่!
พระเ้า... ถ้าเป็บ้านคนธรรมดาพวกเขายังพอสู้ได้...แต่กับคนรวยที่มีเส้นสายมากมาย พวกเขาจะไปประมือยังไงไหวกัน
"ที่นี่แหละอยู่ครบทุกคนที่พวกนายตามหาเลยล่ะชักโครก"
"ผมชื่อชัชวาลว้อย!"
อาการกลัวอำนาจมืดของชัชวาลปลิวหายไปทันทีเมื่อพี่หมอเรียกชื่อใหม่ของเขาซึ่งรอบนี้มันไม่น่าพิสมัยจริงๆ จนอดกระชากเสียงใส่ไม่ได้
"ถึงบ้านจะสว่างแต่บรรยากาศอึมครึมมากเลยค่ะ"
หญิงสาวหน่วยราพณ์พูดขึ้นขณะมองเข้าไปในบ้านอย่างขลาดกลัวแสงไฟแม้สว่างแต่บรรยากาศพิเศษยามราตรีกับคลื่นิญญาร้ายที่หนาแน่นทำให้รู้สึกขนลุกชันอย่างห้ามไม่อยู่
"พลังิญญาสูงจริงๆ น่าจะไม่น้อยกว่าเรา"
เซียร์พึมพำดวงตาสีฟ้าใสหันไปทางศาลหนึ่งที่มีชายในชุดสีขาวดิ้นทองยืนเอามือไขว้หลังจ้องมาทางพวกเขาด้วยรอยยิ้มยิ่งเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนมองเห็นก็มาปรากฏตัวประชิดรั้วบ้านทันที
"มาทำอะไรที่นี่กันหรือท่าน"
เ้าที่เอ่ยถามอย่างนอบน้อมต่อไตรวิชญ์ที่ยืนเอามือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าอีกข้างกางร่มกันฝนให้ตัวเองอย่างไม่ใส่ใจใครชัชวาลมองไปที่ศาลตาปริบๆ แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรเขาค่อนข้างชินแล้วกับการที่ิญญาเ้าที่หรือผีบ้านผีเรือนจะดีต่อพี่หมอนักหนาขนาดยมทูตยังเรียกนายท่าน คงไม่ต้องบอกเลยว่าสถานะของพี่หมอนั้นไม่ธรรมดา...
แต่ไม่รู้ว่าสูงส่งมาจากไหนนี่สิ
ไตรวิชญ์ตอบคำถามเ้าที่อย่างตรงไปตรงมา
"มาหาศพ"
"หมายถึงเหล่าหมอผีหรือท่าน?"
"ฮะ? ...อ้อ ศพพวกนั้นเป็หมอผีหรอกเหรอหมอผีลวงโลกหรือเปล่ามาตายกันที่นี่เนี่ย ตระกูลนี้สั่งฆ่าล่ะสิ"
"ไม่ใช่เช่นนั้น..."
"แล้วมันเป็ยังไง พูดไม่กระจ่างเลย"
"ไตร ในบ้านนั่นมีไอสีเืและประกายไฟ"
เซียร์เอ่ยเตือนเมื่อเห็นประกายสีแดงจากห้องๆหนึ่งซึ่งไม่ได้เปิดไฟไว้ เป็ห้องเดียวในบ้านที่ไม่เปิดไฟและมืดครึมผิดปกติ
เปรี๊ยง!
อยู่ๆ ก็เกิดฟ้าผ่าทำให้แสงสายตาสาดเข้าไปภายในห้องมองเห็นดวงตาสีแดงคู่หนึ่งปรากฏขึ้นและหายไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าสายตามนุษย์จะมองทัน
ทว่าไตรวิชญ์กับเซียร์เห็นชัดเจน
ดวงตาสีแดงคู่นั้นที่ดูแล้วจอมปลอมเป็อย่างยิ่งและมันไอารมณ์อย่างสิ้นเชิง ไม่มีความกระหายอยากหรือความเคียดแค้นชิงชังดูไม่ออกว่าเป็ดวงตาของสิ่งมีชีวิตใดกันแน่
แต่ไม่ใช่มนุษย์ที่มีชีวิต
"ฉันไม่ได้คิดจะเข้าไปเอาศพหรอกนะแค่มาช่วยหาเท่านั้น ที่เหลือก็ปล่อยเป็หน้าที่พวกนายแล้ว"
ไตรวิชญ์พ่นลมหายใจ ดูเหมือนจะเป็งานหนักสักหน่อยสำหรับหน่วยราพณ์แต่ไม่ใช่ธุระอะไรของเขาหน้าที่ของเขาจบลงั้แ่รู้สถานที่ซ่อนของศพแล้ว
"เดี๋ยวๆ พี่หมอต้องช่วยกันไปเอาศพมาสิครับแค่หาอย่างเดียวมันจะไปพอคุ้มเงินสามแสนได้ยังไงกัน"
ชัชวาลไม่ยอมปล่อยไตรวิชญ์กลับไปง่ายๆค่าตัวที่แพงขนาดดารายังชิดซ้าย กลับใช้งานเพียงแค่หาของมันไม่คุ้มค่าเลยสักนิดอีกอย่าง หากปล่อยพวกเขาเข้าไปกันเองจะเหลือซากออกมาหรือเปล่าก็ไม่รู้เลย!
แค่เห็นก็รู้แล้วว่าศพหมอผีที่เ้าที่บอกนั่นตายเพราะอะไรฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยในชีวิต ยังไงพี่หมอก็ลากต้องเข้าไปด้วยกันให้ได้
"แต่ถ้าเข้าไปมันก็จะยุ่งยากนี่หว่า"
"พี่หมอ นานแล้วที่ไม่ได้ลงมือนะนั่นต้องผีระดับสูงแน่นอน"
"รู้ได้ไงว่าเป็ผี"
"เดาเอา"
คำตอบของชัชวาลได้รับการตอบแทนเป็กำปั้นหนักๆต่อยเปรี้ยงเข้าให้อย่างไม่ปรานี ไตรวิชญ์แสยะยิ้มชั่วร้ายเผ่ากำปั้นเบาๆอย่างยโสโอหัง
"รางวัลของการเดา ถูกใจไหมล่ะ"
"..."
สองคนจากหน่วยราพณ์ขยับออกห่างจากพี่หมอทันทีดูท่าการตอแยอีกฝ่ายในเวลานี้น่าจะไม่ใช่เื่ดี
"ไตรดูเหมือนว่าต้องเข้าไปเยือนสักหน่อยแล้วล่ะ"
และคนเดียวที่สยบพี่หมอได้ก็คือเซียร์หันเหความสนใจและเปลี่ยนเื่ได้โดยไม่ถูกหมอผีใจโฉดเขม่นเอาแม้แต่น้อย
"หืม มีอะไรเหรอเซียร์"ไตรวิชญ์เหลือบมองผีหน้าหล่อเล็กน้อย"ถ้าจะให้เก็บิญญาหมอผีต่างแดนพวกนั้นไปไว้บ้านล่ะก็เลิกหวังเหอะป่านนี้ถูกกินไปแล้วมั้ง"
"พลังิญญาภายในนั่นเกือบเทียบระดับเราได้เลยนะ"
"อะไรนะ!?"
พี่หมอดูกระตือรือร้นขึ้นมาทันที เซียร์ยกยิ้มหันไปมองทางเ้าที่ของบ้านที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมเสียงเ็าเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
"ปล่อยให้เราเข้าไปได้หรือเปล่า เ้าที่"
"ต้องขออภัย เ้าของบ้านไม่อนุญาตให้ิญญาอื่นเข้ามา...ต่อให้มีท่านผู้นี้อยู่ข้างท่านก็มิอาจอนุญาตได้ครับ"
เ้าที่โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อแสดงว่าจริงใจและลำบากใจถ้าเป็ผีอื่นเ้าที่คงไล่ตะเพิดแล้วต่อว่าอย่างเกรี้ยวกราดแต่กับคนข้างกายท่านผู้นี้... ไม่อาจล่วงเกินได้
เซียร์ไม่มีความขุ่นเคืองใบหน้าหล่อเหลาเ็าไม่ได้ใส่ใจอะไรนักเขาหันไปมองหน้าไตรวิชญ์แล้วเอ่ยอย่างจนใจแทน
"น่าเสียดาย ไตรคงต้องเข้าไปกับพวกเขาแล้วล่ะ"
"ไม่ได้เตรียมของสำหรับจับมาด้วยสิ"
"แค่เข้าไปดูก่อน หลังจากนั้นค่อย... หึๆ"
'คุณเซียร์หัวเราะน่ากลัวจังครับ/ค่ะ'
เหล่าหนุ่มสาวจากหน่วยราพณ์มองผีหน้าหล่อที่หัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็นทำเหมือนว่าถ้าหากทะลุเข้าไปภายในบ้านได้ ตัวที่อยู่ข้างในคงจะมีสภาพไม่ค่อยดีอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาแน่ๆ
"งั้นก็ไปจัดการได้แล้ว"
พี่หมอพยักพเยิดให้ชัชวาลเป็คนออกหน้าชายหนุ่มผงกหัวรับก่อนจะออกคำสั่งกับลูกน้องให้ติดต่อเพื่อขออนุญาตเข้าตรวจค้นสถานที่กับบ้านหลังนี้เขาไม่มีอำนาจตรวจค้นโดยพลการได้
"จะว่าไปตระกูลนี้มีเชื้อสายของครุฑด้วยนี่นะ ถึงเชื้อสายจะจางมากแล้วแต่ก็ยังถือว่าเป็หนึ่งในสายเืที่หาได้ยาก"
พี่หมอใช้เวลาระหว่างรออ่านชื่อสกุลที่ติดอยู่กับป้ายเลขที่บ้านในความทรงจำของเขาเหมือนจะมีชื่อสกุลนี้อยู่น่าจะเป็สายเืที่อยู่มานานกว่าห้าร้อยปี
"ถ้าตระกูลนี้ในแวดวงธุรกิจก็รู้จักกันในชื่อของเศรษฐีเก่าแก่"ถ้าเป็เื่ตระกูลใหญ่ในประเทศเซียร์ก็พอรู้จัก "มีธุรกิจในอยู่บ้างเล่นการเมืองด้วยนะ... ในสมัยที่เรายังมีชีวิตอยู่ก็ถือว่ามีฝีมือที่ดีเสียก็แต่ทายาทหลักตระกูลอายุสั้นไปหน่อย"
"ทายาทหลักตายหมดแล้วงั้นเหรอ?"
"เราเองก็ไม่แน่ใจ ตอนนั้นคนในตระกูลหลงประสบอุบัติเหตุน่ะเหลือรอดมาคนเดียว... ซึ่งจะจริงเท็จแค่ไหนเราก็ไม่ได้ใส่ใจนักไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขาด้วย"
"อ้อ"
ไตรวิชญ์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจถึงจะบอกว่าไม่มีความสัมพันธ์อันดีแต่ก็ไม่ได้แปลว่าเป็ปรปักษ์ฉะนั้นถึงไม่ได้เห็นอยู่ในสายตาและไม่คิดสืบหาเื่ราวข้อมูลนี้ที่ได้จากเซียร์ก็คงมีเท่านี้
"ติดต่อได้แล้วครับพี่หมอ" ชัชวาลหันหลับมาบอกหลังจากได้รับคำอนุญาตแล้ว"อีกสักครู่เ้าบ้านก็จะมาเปิดประตูให้... เอ่อพี่หมอต้องทำตัวเหมือนมนุษย์เข้าไว้นะครับ"
ไตรวิชญ์ชักสีหน้าทันที
"แล้วฉันไม่เหมือนมนุษย์ตรงไหน?"
"..."
นี่พี่ท่านยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าไม่เหมือนมนุษย์ตรงไหนก็ไม่เหมือนทุกตรงยกเว้นภาพลักษณ์ภายนอกน่ะสิ!
ถ้าไม่ติดเกรงใจมือเท่าอันแข็งแกร่งของเขาพวกชัชวาลคงแหกปากบอกความในใจไปหมดเปลือกแล้ว
ไม่นานนักก็มีคนมาเปิดประตูบ้าน เป็คนสวนที่ถูกจ้างมากเขาต้อนรับพวกชัชวาลอย่างนอบน้อม ไตรวิชญ์เดินเข้าไปภายในพอเซียร์จะเดินเข้าไปก็ถูกขวางกั้น
"ทำอะไรเ้าที่เ้าบ้านอนุญาตแล้วไม่ใช่หรือ"
เซียร์หรี่ตามองอย่างเหยียบเย็นไปทางเ้าที่แรงกดดันที่ส่งออกมานั้นมากพอที่จะข่มให้อีกฝ่ายตัวสั่นได้เ้าที่เอ่ยออกมาเสียงสั่นเทา
"ผู้อนุญาตมิใช่เ้าบ้านที่แท้จริงฉะนั้นแล้วไม่อาจอนุญาต ขอท่านโปรดเข้าใจข้าด้วย"
"อ้อ ไม่ใช่เ้าบ้านที่แท้จริงสินะ"ไตรวิชญ์โบกมือเบาๆ อย่างไม่ใส่ใจ "เซียร์รออยู่ตรงนี้แหละฉันเข้าไปแป๊บเดียวก็ออกมาแล้ว"
"ได้ อย่านานนัก"
"จ้าๆ คุมเข้มเป็คุณพ่อเลยนะ"
"..."
เซียร์มองค้อนหมอผีปากเสียเล็กน้อยแล้วยืนรออยู่ภายนอกอย่างใจเย็นเ้าที่เ้าทางที่ยืนเฝ้าอย่างหวาดหวั่นมาั้แ่เมื่อครู่โค้งให้เล็กน้อยเมื่อพวกเขาเดินผ่านก่อนจะกลับไปประจำอยู่ที่ศาลตามเดิม
ภายในบ้านมีการต้อนรับอย่างมีมารยาทต่อคนของภาครัฐดูจากสีหน้าและท่าทางของอีกฝ่ายแล้วเหมือนจะไม่รู้เื่รู้ราวของคนจากหน่วยราพณ์เลยรู้เพียงว่าเป็คนของรัฐเท่านั้นเอง
ตระกูลสายรองพวกนี้แปลกๆ
ไตรวิชญ์ทักทายพวกเขาพอเป็พิธีมารยาทของเขายังคงเส้นคงวาสุดๆ ต่อให้อีกฝ่ายมีฐานะร่ำรวยไม่ได้อาจทำให้พี่หมอพูดเสียงหวานได้
"พวกคุณมาตามหาคนต่างชาติใช่ไหมคะ"
คุณนายของบ้านเอ่ยด้วยน้ำเสียงจีบปากจีบคอ ฟังแล้วชวนขมวดคิ้วพิลึกแต่ชัชวาลก็ยังต้องตอบกลับไปอย่างมีอัธยาศัย
"ใช่แล้วครับ พวกผมมาตามหาตัวคนตามคำสั่งของภาครัฐ...คือผมเห็นว่าพวกเขาทำอาชีพเกี่ยวกับิญญาด้วยพวกคุณจ้างมาปราบอะไรในบ้านเหรอ"
"ค่ะ พอดีว่า..."
"เรามาตามแค่ศพไม่ได้มาเผือกเื่ชาวบ้านนะเว้ยชาอู่หลง"
"ผมชื่อชัชวาล!"
พี่หมอนี่ก็ชอบขัดจังหวะชาวบ้านเขาเหลือเกินนะ
"เลิกอ้อยอิ่งแล้วไปหาได้แล้ว"
"ไม่ใช่ว่าพี่หมอรู้อยู่แล้วเหรอครับว่าอยู่ไหน"
"รู้" ไตรวิชัญปรายตามองคุณผู้หญิงของบ้าน"แต่คุณนายจะอนุญาตให้เดินไปหรือเปล่าเท่านั้นแหละ มันไม่น่าจะอยู่ในส่วนที่คนไม่เกี่ยวข้องจะเข้าได้หรอกใช่ไหม?"
"คุณ... คุณรู้อะไร!?"
"ก็ไม่รู้แค่จับััความตายได้เท่านั้นเอง"
"..."
สีหน้าของเธอดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่พี่หมอก็ไม่ได้สนใจขนาดนั้นตอนนี้เขามีหน้าที่ต้องทำก่อนไม่อย่างนั้นก็คิดเสนอขายประกันอยู่
ท่าทางจะหลอกฟันเงินง่ายๆ
"คุณนายถ้าไม่อยากให้เป็ปัญหาก็พาพวกเราไปเถอะครับพวกเรา้าแค่ศพไม่ได้จะมาทำอะไรที่เป็อันตรายแต่ถ้าไม่ได้ศพกลับไปนี่แหละที่อันตรายอย่างแท้จริง"
"แล้วเขา..."
คุณนายเหลือบมองไตรวิชญ์เล็กน้อยชัชวาลหัวเราะแล้วเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจเป็อย่างมาก
"ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถึงจะเห็นเขาเป็อย่างนั้นแต่พี่หมอน่ะ... เป็มือดีที่สุดของพวกเราแล้วครับ... ในเื่เหนือธรรมชาตินะ"
คุณนายตาวาวขึ้นมาทันทีจับจ้องไปยังพี่หมองไม่วางตาก่อนจะเปิดทางให้พวกเขาผ่านไปได้โดยมีคนรับใช้เป็ผู้นำทางไปยังปีกซ้ายชั้นสองของบ้านหลังใหญ่
พวกชัชวาลเดินตามหลังคนใช้ไปในขณะที่พี่หมอรั้งท้ายในเมื่อมีคนนำทางแล้วเขาก็ไม่จำเป็ต้องเดินนำอีก ดวงตาสีดำขลับกวาดมองไปรอบๆคล้ายจะสนใจแต่ก็ไม่แสดงอารมณ์ออกมาให้เห็นว่าสนใจอะไร
จนพวกเขาเดินมาถึงห้องหนึ่งทางเดินเปิดไฟสว่างแต่บรรยากาศกลับดูอึมครึม แสงไปดูสลัวอย่างผิดปกติพลังิญญาเข้มข้นที่แผ่ออกมามีไอร้อนเหมือนสายลมร้อนที่พร้อมจะเกิดประกายไฟแผดเผา...
เป็พลังิญญาที่พิเศษจริงๆ
"เปิดประตูเข้าไปสิ"
ไตรวิชญ์พยักพเยิดให้คนในหน่วยราพณ์เปิดประตูที่ดูแล้วไม่น่าจะล็อกชายหนุ่มสวมแว่นเดินเข้าไปเปิดอย่างเชื่อฟัง
ทันทีที่ประตูเปิดออกลมร้อนระอุก็พัดใส่หน้าหนุ่มแว่นอย่างจังเขาร้องลั่นก้าวถอยหลังด้วยความกลัว พี่หมอพ่นลมหายใจเฮือกเดินไปขวางหน้าโบกมือครั้งหนึ่งเกิดเป็พลังิญญาสีเงินเบาบางกระจายพลังิญญาที่ร้อนระอุนั้นหายไปในชั่วพริบตา
ดวงตาสีดำมีประกายไฟสีแดงไหววูบกวาดตามองไปรอบห้องที่มืดมิดแต่ไม่อาจปิดปั้นการมองเห็นของหมอผีหนุ่มได้แม้ว่าในสายตามนุษย์ห้องนี้จะว่างเปล่ามากก็ตาม
"ขะ... ขอบคุณครับพี่หมอ"
หนุ่มแว่นเมื่อถูกช่วยไว้ก็รีบเอ่ยขอบคุณรู้สึกดีใจจริงๆ ที่หัวหน้าชัชวาลจ้างพี่หมอมาด้วยแบบนี้ แต่ไตรวิชญ์ไม่ไดสนใจพวกเนากลับถามไปเื่อื่น
"มองเห็นศพกันหรือเปล่า"
"ไม่ครับ เห็นแค่ห้องว่างๆ"
ชัชวาลที่ก้าวตามหลังพี่หมอเข้าไปในห้องกวาดตามองสองสามรอบแล้วก็ไม่เห็นอะไรสักอย่างนอกจากห้องเปล่าๆที่ไร้ฝุ่น...
สะอาดเอี่ยมเหมือนเพิ่งสร้างใหม่เลย
ห้องที่ไม่ค่อยมีคนอยากเข้าจะสะอาดได้ขนาดนี้?
"อำนาจไม่ธรรมดา"ไตรวิชญ์ยิ้มอย่างพอใจแวบหนึ่ง เดินเข้าไปในห้องอย่างไม่สนสายตาใครแล้วยกขาขึ้นถีบเปรี้ยงใส่อากาศที่ว่างเปล่า
เพล้ง!
ภาพที่ถูกคนเห็นแตกกระจายออกราวกับภาพกระจกที่ถูกทำลายสภาพห้องที่แท้จริงปรากฏสู่สายตา ห้องที่เคยสะอาดเอี่ยมบัดนี้เต็มไปด้วยฝุ่นผงและคราบเือย่างชัดเจน ในห้องยังคงไร้ข้าวของตกแต่งที่เห็นเป็กระเป๋าของคนอื่นสี่ห้าใบมองเลยไปยังมุมหนึ่งก็จะเห็นร่างไร้ชีวิตที่กองรวมกันอยู่ใบหน้าเขียวคล้ำดวงตาเบิกโพรงที่คอของแต่ละคนมีรอยเหมือนถูกอะไรบางอย่างรัดคอ ไม่ก็ถูกของมีคมทิ่มแทง
ไตรวิชญ์เลิกคิ้วมองศพที่พวกเขาตามหาก่อนจะเงยหน้ามองเพดานที่มีเชือกผูกไว้อย่างโจ่งแจ้งส่วนมีดก็ปักอยู่ที่ร่างของศพอย่างมั่วๆ เหมือนฆ่าเสร็จก็จบ ไม่คิดเก็บกวาดหลักฐาน
"นี่ฝีมือโจรหรือผีกันแน่น่ะ"
ชัชวาลมองศพพวกนั้นแล้วหน้าซีด ที่กองๆ รวมนั้นเป็คนที่เขาตามหาทั้งนั้น...ห้าศพเลยนะ ตายไม่เหมือนฝีมือผีเท่าไหร่เลย
"ฝีมือผี"
"แน่ใจเหรอพี่หมอ"
"ก็... นั่นไงตัวการ"
ดวงตาสีดำสนิทเลื่อนไปมายังกำแพงด้านหนึ่งมีเงาร่างหนึ่งยืนหน้าเคร่งขรึมอยู่มองเห็นใบหน้าไม่ชัดเจนแต่ที่เด่นชัดคือั์ตาสีแดงสดที่จ้องมาที่พวกเขาเขม็ง
เหล่าผู้มีพลังิญญารู้สึกได้คลื่นิญญาและพลังิญญาที่อยู่รอบๆ นั่นหนาแน่นและร้อนระอุเป็อย่างยิ่งพวกเขากลืนน้ำลายอย่างฝืดคอเมื่อได้สบตาสีแดงไร้อารมณ์คู่นั้นชักรู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด
ร่างเงาตรงหน้า... เป็ผีหรือปีศาจ?