ตอนที่ 9
ปึก!
ทวนเหล็กยาว ปักลงบนพื้นทรายเบื้องหน้า กังเฉิง...
“ในหมู่บ้านลำดับที่ 4 ข้าหาได้เพียงเท่านี้...เ้านี่ก็แปลกฝึกฝนเน้นย้ำแต่เพียงเพลงทวน พอไม่มีทวนก็ไม่มั่นใจยามต่อสู้แต่พอให้พกพาทวนก็ชอบอ้างว่ามันใหญ่เทอะทะ กลัวแต่หญิงสาวเ้าจะหวาดกลัว...” ซุนบ่นสหายอิดออด
หากแต่ กังเฉิง เผยรอยยิ้ม ฉุดดึงทวนยาวที่น้ำหนักคงไม่ต่ำกว่า 60ชั่ง(30กิโลกรัม) จนทำให้ ซุนต้องลำบากในการแบกมันมาถึงที่นี่ หากไม่มีเฒ่าชีเปลือยคอยช่วยเหลือ ซุนคงไม่คิดที่จะหยิบมันมาด้วยเป็แน่...
กังเฉิง หมุนควงทวนยาวคล่องแคล้วประหนึ่งไร้น้ำหนัก อีกทั้งการถือศาสตราประเภทนี้ไว้ในมือมันกลับทำให้รัศมีของ กังเฉิง เปล่งประกายขึ้นอีกหลายเท่า...ทั้งหมดเป็เพราะตระกูลกัง ซึ่งเป็ตระกูลมือปราบมาหลายสิบรุ่นมีชื่อเสียงด้านเพลงทวนเป็หลัก
กังเฉิง ถูกเคี่ยวกรำเพลงทวนมาั้แ่เล็กแม้เ้าตัวจะไม่ได้ชื่นชอบนัก แต่ก็มิอาจขัดคำสั่งบิดา... แท้จริงแล้ว กังเฉิงจัดเป็อัจฉริยะผู้หนึ่งในด้านเพลงทวนจนบิดาคาดหวังไว้สูงลิบหากแต่ตัวของเด็กหนุ่มกลับมานิสัยที่แปลกแยก หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่คิดที่จะยอมเข้าร่วมการเป็มือปราบจนถูกบิดาขับไล่จากเรือนด้วยโทสะ และถูกส่งมายังชนชุมหมู่บ้านที่รกร้างแห่งนี้
กลุ่มหญิงสาวทั้ง 5 คนในเวลานี้ นอกจากจะสูญเสียจิตใจที่จะต่อสู้พวกนางก็ยังได้รับาเ็เกินกว่าจะสามารถเข้าร่วม... จึงเหลือเพียงแค่ ซุนกังเฉิง และหญิงสาวปกปิดใบหน้าเท่านั้น ที่ยังพอจะหาญกล้า เผชิญหน้าสองอสรพิษทะเล...
กังเฉิง หันชี้คมมีดปลายทวน ตรงไปยังอสรพิษทะเล...
“ซุน เ้ามีแผนแล้วใช่หรือไม่?! มีอะไรที่ข้าต้องทำบ้าง”
“ถ่วงความสนใจของพวกมัน... ที่เหลือข้าจัดการเอง...” ซุนกำชับเสียงแน่นหนัก
หญิงสาวเบิกตากว้าง สีหน้าโง่งม...
“ดะ...เดี๋ยวก่อนนะ!!นี่พวกเ้าคิดจะต่อสู้กับพวกมันจริง ๆ หรือ!!เ้าเกล็ดแดงยังไม่นับเป็อย่างไรแต่เ้าอสรพิษอีกตนเป็ถึงสัตว์อสูรชนชั้นลมปราณสีเขียวเขียวนะ!! ทั้งพัดเหล็กของข้า หรือทวนยาวของเ้า ล้วนไม่อาจผ่านปราณคุ้มกันของมันได้!! กระทั่งอาจารย์ข้าก็ยังถูกสังหารไปแล้ว พวกเราไม่มีโอกาสชนะอีกแล้ว!!”
ซุน เหลือบหันมองมายังหญิงสาวด้วยแววตาเ็า...
“แล้วหากไม่สู้ เ้าคิดว่าความเร็วของพวกเราจะหลบหนีจากมันได้งั้นหรือ?! หากเ้าไม่คิดที่จะช่วยเหลือก็สุดแล้วแต่พวกเ้า เพราะตัวข้าและสหายข้า ไม่คิดที่จะยอมแพ้ั้แ่ยังมิได้เริ่มลงมือ...”
“!!!!!!!!!!!” หญิงสาวเบิกตากว้างทันทีนางไม่เคยถูกตำหนิจากคนรุ่นเดียวกันมาก่อน อีกทั้งผู้ที่กำลังตำหนินางนั้นยังไม่มีแม้กระทั่งรัศมีลมปราณในร่าง สายตาของนางหันมองไปยัง กังเฉิง
“เ้าเองก็คิดที่จะสู้งั้นหรือ?!ตามแผนที่ข้าได้ยิน เ้าต้องเป็ผู้เข้าไปเผชิญหน้าโดยฝากชีวิตไว้กับแผนการของผู้ที่ไม่มีแม้แต่พื้นฐานลมปราณเนี่ยนะนี่มันเื่บ้าชัด ๆ”
กังเฉิง เกาศีรษะเบา ๆ
“โทษทีนะแม่นางน้อย แต่ข้านั้นเชื่อใจสหายข้า... หาก ซุนกล่าวว่ายังพอที่หนทาง ข้าก็จะสู้จนถึงที่สุด แต่หาก ซุน บอกว่าควรจะหนีข้าก็จะจากไปโดยไม่ลังเล... นั่นคือความเชื่อใจกันของพวกเราสองคน...”
“!!!!!!!!!!!” หญิงสาว ใบหน้าด้านชาขึ้นอีกครั้ง...
“สะ...ศิษย์พี่ฉี พวกเรารีบหนีกันเถอะ!!” หนึ่งมีกลุ่มหญิงสาวทั้ง 5 ผู้ที่ กังเฉิง เคยเกี้ยวพาเมื่อกลางวันกล่าวขึ้นกับหญิงสาวที่ปกปิดใบหน้า...
แววตาของนางดูคล้ายลังเล แต่พอหันไปเห็นแผ่นหลังของชายหนุ่มทั้งสองที่กำลังพูดคุยปรึกษาหารือ ทั้งที่สองคนนี้ฝีมืออ่อนด้อยกว่านางอย่างเห็นได้ชัดทำให้ทิฐิของนางเริ่มก่อตัว หญิงสาวกัดขบฟัน พร้อมกำพัดเหล็กในมือไว้แแ่...
“เหม่ยลี่... เ้าพาทุกคนหนีไปก่อน ข้าจะช่วยเหลือสองคนนี้ ต้านกำลังอสรพิษทั้งสองตนเอาไว้...”หญิงสาวกล่าวขึ้นท่าทีขึงขัง
“ตะ...แต่ว่า”
“ไม่มีแต่!! นี่คือคำสั่ง!!” นางกำชับอีกครั้งเสียงแน่นหนักทำให้ เหม่ยลี่ แสดงสีหน้าปั้นยากขึ้น ก่อนจะประสานมือย่อตัวไม่อาจขัดคำสั่งของนางได้ตัดสินใจพาทุกคนหลบหนี...
ซุน และ กังเฉิง ประหลาดใจเล็กน้อยที่หญิงสาวสืบเท้าขึ้นมาเสมอตำแหน่ง...
“หน้าที่ของข้าคืออะไร?” นางเค้นเสียงขึ้น
“แน่ใจแล้วหรือ… พวกเราไม่อาจรับผิดชอบชีวิตเ้าได้นะ...”ซุน เอ่ยถามขึ้น
“เหอะ... ข้ารับผิดชอบชีวิตตนเองได้!!แต่ที่ข้าตัดสินใจร่วมด้วย ก็เพื่อปกป้องศิษย์น้องในสำนักและอยากจะเห็นเช่นกันว่าพวกเ้าจะมีดีอย่างที่ปากว่าหรือไม่” น้ำเสียงของนาง ยังเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง
สายตาของ หญิงสาว และ ซุน จดจ้องกันชั่วครู่หนึ่ง...
จน กังเฉิง อดไม่ได้ที่จะเข้ามาห้ามปราม...
“ใจเย็นกันก่อนทั้งสองคน... เ้าอสรพิษสองตนนั้นมันกำลังจะฟื้นตัวจากแรงะเิเมื่อครู่นี้แล้ว พวกเราต้องลงมือกันแล้ว...”
สองอสรพิษดูคล้ายจะเต็มไปด้วยโทสะ ะเิดินประสิวเมื่อครู่ส่งผลกับพวกมันอย่างมากทั้งยังเป็การะเิขึ้นภายในปากที่แสนเปราะบางย่อมสร้างความเสียหายได้ในระดับสูงแต่กระนั้นก็ยังไม่เพียงพอจะทำให้พวกมันพ่ายแพ้ได้...
ซุน หันมองไปยังสภาพแวดล้อมโดยรอบ ก่อนจะจมหายไปในสมาธิสร้างรูปแบบแผนการขึ้นภายในหัวชั่วจังหวะหนึ่งดวงตาของ ซุน ก็เปล่งประกายขึ้น...
“กังเฉิง... แม่นางพัดเหล็ก...พวกเ้าสองคนช่วยกันดึงดูดความสนใจของอสรพิษให้ได้พยายามดึงพวกมันให้ออกห่างชายหาดให้มากที่สุด จากนั้นข้าจะลงมือปิดท้ายให้เอง แผนการนี้ไม่จำเป็ต้องเสี่ยงเข้าปะทะมากนัก...”
“เข้าใจแล้ว...” กังเฉิง เมื่อทราบแผนเพียงเท่านั้นก็ทะยานออกไปทันทีโดยไม่ฟังรายละเอียดเพิ่มเติมใด ๆ บ่งบอกถึงความเชื่อใจในตัวสหาย
ด้านหญิงสาวมีท่าทีกังวลเล็กน้อย
“มาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าจะยอมเชื่อแผนบ้า ๆ ของเ้าดูก็แล้วกัน!!”
ทั้งสองแยกกำลังเผชิญหน้า โดย กังเฉิงเลือกที่จะตรงเข้าหาอสรพิษเกล็ดสีแดงที่อ่อนแอกว่า...ส่วนหญิงสาวโบกสะบัดพัดเหล็กในมือยิงเข็มพุ่งออกไปเล่นงานที่ใบหน้าของอสรพิษเนตรมรกต ถึงแม้จะไม่อาจทำร้ายมันได้แต่ก็มากพอจะกระตุ้นโทสะให้กับมัน...
กังเฉิง แม้พื้นฐานลมปราณของเด็กหนุ่มยังไม่สูงมากแต่ก็ฉลาดในการใช้น้ำหนักของทวนให้เกิดประโยชน์ฟาดทวนยาวลงที่กลางศีรษะของอสรพิษเกล็ดสีแดงอย่างรุนแรงกระแทกเข้าใส่จุดที่เปราะบางของศัตรู!!
“เ้างูบ้า แน่จริงก็เข้ามา!!” หลังการโจมตี กังเฉิงวิ่งหนีทันทีไม่เสี่ยงโจมตีซ้ำ ทิศทางที่หลบหนีก็เป็ทิศทางเดียวกับที่ หญิงสาวหลบหนีอสรพิษเนตรมรกตเช่นกัน ทั้งคู่ลอบสบตากันเล็กน้อย เป็การยืนยันว่าทุกอย่างเป็ไปตามแผนได้ด้วยดี
หากแต่จังหวะนั้น จู่ ๆ ร่างของ กังเฉิง และ หญิงสาวก็พลันแข็งค้างขึ้น ไม่อาจขยับออกวิ่งได้...
“!!!!!!!!!!” ทั้งสองเบิกตากว้างทันทีก่อนจะล้มลงกับพื้นไม่เหลือกำลัง
สิ่งที่ทั้งคู่เห็นเหมือนกัน คือดวงตาสีมรกตที่เพ่งมองตรงมาสามารถสะกดการเคลื่อนไหวของทั้งคู่ได้แทบจะสมบูรณ์... อสรพิษทั้งสองคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ ตรงเข้าหาสองร่างที่นอนแน่นิ่งบนหาดทราย...
ซุน ที่กำลังจัดเตรียมแผนการ อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง...
“เกิดอะไรขึ้น!!ทำไมพวกเ้าทั้งสองจึงนอนแน่นิ่งเช่นนั้น!!”
ทั้งสองคน ไม่แม้แต่จะขยับปากเพื่อตอบออกไปได้...
ใบหน้าของทั้งสองซีดเผือด ราวกับรู้ชะตากรรม...
“เ้าเด็กโง่ทั้งสองคน ถูกสะกดการเคลื่อนไหวไว้น่ะสิ...”เฒ่าชีเปลือย กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย คล้ายไม่ได้สนใจความเป็ความตายของเด็ก ๆเหล่านี้เท่าใดนัก
“ถูกสะกด?! จากอะไร!!” ซุนเต็มไปด้วยความร้อนรน
“เห็นเนตรมรกต ของเ้างูตนนั้นหรือไม่? สิ่งนั่นเป็ของวิเศษใช้ได้เลยสามารถสะกดการเคลื่อนไหวด้วยอำนาจที่คล้ายอาคม แต่ใช้งานได้ง่ายและสะดวกมากกว่า...หากอยากช่วยพวกมัน เ้าต้องทำลายทัศนวิสัยมิให้ เนตรมรกต มองเห็นเงาร่างของพวกเ้าได้...”เฒ่าชีเปลือย กล่าวขึ้น
ซุน ได้ยินเช่นนั้น ก็จุดะเิควันที่เตรียมมา ขว้างปาออกไปในทันที!! ทำลายทัศนิวิสัยทั้งหมด แม้จะกระทบต่อแผนการบางส่วน แต่ ซุนก็จำต้องช่วยเหลือสหายเอาไว้... กลุ่มควันมหาศาลก่อตัวหนาทึบทำให้การมองเห็นทั้งหมดบาดชายหาดถูกทำลายลงไป...
“ลุกขึ้น!!” ซุน แผดเสียงก้องดัง
กังเฉิง และ หญิงสาว เริ่มกลับมาขยับตัวได้อีกครั้งทั้งสองจึงกัดฟันวิ่งออกมา... แม้ว่ากลุ่มควันเหล่านี้จะสามารถหยุดพลังของเนตรมรกตแต่ก็ไม่อาจปิดกั้นััของอสรพิษทั้งสองได้พวกมันยังคงรับรู้การเคลื่อนไหวของเหยื่อแม้ในความมืดมิด จึงพุ่งเข้าหาทั้งสองต่อเนื่องทันที...
“ทางนี้!!” ซุนใช้เสียงเป็สัญญาณบอกทิศทาง กังเฉิง และ หญิงสาว ที่อยู่ในกลุ่มควัน...
ไม่นานทั้งสองก็ทะลุผ่านกลุ่มควันจำนวนมากออกมาได้สำเร็จ...แต่สองอสรพิษก็พุ่งทะลุกลุ่มควันตามมาติด ๆ เช่นกันจดจ้องเหยื่อเบื้องหน้าจนหลงลืมหันมอง้า!!
ซุน ที่ทรงร่างพญาวานร รออยู่ก่อนแล้ว จึงโดดลงมาจากยอดไม้เหยียบลงบนศีรษะของอสรพิษตนหนึ่งอย่างแม่นยำ...มือสองข้างของ ซุน ถือไหน้ำมันที่นำมาจากหมู่บ้าน อาศัยคล่องแคล่วในร่างทรงวานรสาดพรมน้ำมันไปบนร่างของ อสรพิษทะเลทั้งสองจนชุ่ม!!
ก่อนจะกระโจนออกมา และขว้างปาะเิดินประสิวออกไปอีกครั้ง...
“จบสิ้นกันเสียที เ้าพวกเดรัจฉาน!!”
ตูม!
เสียงะเิดังขึ้น พร้อมกับเปลวเพลิงที่ลุกท่วมร่างของสองอสรพิษ!! พวกมันดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมานก่อนจะพยายามกลับตัวมุ่งหน้าหนีลงไปในทะเล... ซุน คาดเดาไว้อยู่ก่อนแล้วจึงล่อพวกมันให้ออกห่างจากชายฝั่งมาระยะหนึ่ง...
“กังเฉิง!! แม่นางพัดเหล็ก!! หยุดพวกมันเอาไว้อย่าให้กลับไปถึงทะเลได้!!”
สิ้นเสียงของ ซุน... จอมยุทธรุ่นเยาว์ทั้งสองก็ะเิท่าร่างวิชาตัวเบาฟาดฟันศาสตราในมือเล่นงานสองอสรพิษที่ไฟลุกท่วม... ซุนเองก็โจมตีซ้ำด้วยะเิดินประสิวทั้งหมดที่ตระเตรียมมาท่าทีของสองอสรพิษเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานก่อนที่ร่างของพวกมันจะหล่นร่วงลงที่ชายหาด ห่างจากทะเลไม่เกิน 20 ก้าว...
สามผู้เยาว์หายใจหอบหนัก แต่ก็สั่นสะท้านด้วยความดีใจ...
“สำเร็จ!!”
เสียงหัวเราะที่สะใจยิ่งของสองชายหนุ่ม ดังขึ้นไม่ขาดสาย...หากแต่หญิงสาวกลับเต็มไปด้วยความฉงนสงสัยที่ไม่อาจหาคำอธิบายให้กับตนเอง...
“นี่มันยังไงกัน?!สัตว์อสูรระดับนี้ ไม่น่าที่จะตกตายได้ง่าย ๆเพียงเพราะถูกไฟคลอกไม่กี่อึดใจมิใช่หรือ นี่มันผิดปกติมากเกินไป!!”
ซุน เห็นใบหน้าของหญิงสาว ก็เผยรอยยิ้มเจือจาง...
“ไม่มีอะไรผิดปกติทั้งสิ้น...ในโลกแห่งยุทธภพของเ้าอาจตัดสินทุกสิ่งด้วยความแข็งแกร่ง เชื่อมั่นว่าพลังที่มากกว่าจะต้องเอาชนะพลังที่ด้อยกว่าเสนอไปตามกฎยุทธภพแต่ในความจริงแล้วมันไม่ได้มีปัจจัยเพียงเท่านั้น...
การเอาชนะ จะต้องคำนึงถึงจุดอ่อนของศัตรูเป็สำคัญเล่นงานให้แม่นยำ ฉับไว และตรงจุดให้มากที่สุด หากสามารถทำทุกสิ่งที่กล่าวมาได้แม้แต่ผู้อ่อนแอก็ยังสามารถเอาชนะและเหยียบย่ำผู้ที่แข็งแกร่ง...
อสรพิษทะเล พื้นเพของพวกมันอาศัยอยู่ใต้ทะเลลึกดังนั้นเมื่อขึ้นมา้าฝั่ง ย่อมอ่อนแอลงอย่างมหาศาล... พวกมันจำเป็ต้องมีความชุ่มชื้นบนเกล็ดของพวกมันตลอดเวลาเพื่อช่วยในการหายใจ ดังนั้นจึงเป็เหตุผลที่มันจะขึ้นมาบนฝั่งได้เพียงแค่ทุก ๆสิบวัน หากขึ้นมาบ่อยครั้งมากไปกว่านั้น จะเป็อันตรายกับระบบภายใน...
และพวกมันก็จะพยายามเลือกเหยื่อที่ไม่ออกห่างจากทะเลเพื่อที่พวกมันจะสามารถกลับลงทะเลได้ตลอดเวลา... การที่ข้าจุดไฟบนร่างของพวกมันนั้นมิใช่การใช้เปลวเพลิงเพื่อสังหารร่างกายจากภายนอกแต่เป็การทำลายระบบการหายใจของมันจากภายใน พวกมันไม่ได้ตายเพราะไฟที่คลอกร่างแต่ตายเพราะสูดเอาความร้อนเข้าไปในร่างต่างหาก...”
หญิงสาวได้ยินเช่นนั้น ก็เบิกตากว้างแข็งค้างไปในทันที... อสรพิษที่กลืนกินอาจารย์ของนางและเกือบจะกลืนกินตัวนางที่ตัดใจยอมแพ้ไปแล้ว!! แต่กลับถูกเด็กหนุ่มสองคนที่ไม่ได้ดูมีรัศมีความน่ากลัวน่าเกรงขามอะไรเลย ลงมือสังหารสัตว์อสูรระดับนี้ได้
“นี่พวกเ้า เป็ใครกันแน่...”น้ำเสียงของหญิงสาว เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
.................................................