เตียอวี้จิงสูดหายใจเข้าปอดลึกยาวทั้งรู้สึกผิด ทั้งโกรธ เื่ฉาวโฉ่ที่เตียอวี้หลานทำไว้ก็ร้ายแรงพอที่จะทำให้พี่น้องสตรีในสกุลแทบจะออกเรือนกันไปไม่ได้สักคน
เมื่อครั้งที่นางอายุ 16 ปี มีแม่สื่อมาที่จวนสกุลเตียเพื่อทาบทามนางให้กับบุรุษผู้หนึ่ง นางและคนผู้นั้นพึงใจกันั้แ่แรกพบแต่เป็เพราะเตียอวี้หลานที่เพิ่งอายุ 14 ปีในเวลานั้นอิจฉาริษยาที่มีแต่คนให้ความสนใจพี่สาวคนโต นางร่ำร้องให้แม่สื่อหาคู่หมั้นให้ตนเองต่อหน้าฝ่ายบุรุษเป็เหตุให้สกุลเตียต้องอับอายที่บุตรสาวในสกุลร่ำๆ อยากจะออกเรือน การทาบทามสู่ขอครั้งแรกของนางล้มไม่เป็ท่า และทำให้นางไม่มีผู้ใดมาทาบทามสู่ขออีกนานหลายปี
จนกระทั่งนางเริ่มสนิทสนมกับบุตรชายนายอำเภอ และคิดว่าไม่นานเขาคงจะมาสู่ขอ แต่เื่ก็กลับกลายเป็ว่าบุตรชายนายอำเภอก็เห็นนางเป็เพียงสหายที่น่าเห็นใจคนหนึ่งเท่านั้น
บิดามารดากังวลเื่การออกเรือนของนางมากที่สุดจึงจำต้องทำร้ายจิตใจเตียอวี้หลานอีกครั้ง แต่ก็ยังคงเป็นางที่สร้างเื่ราวให้ใหญ่โตไปกว่าเดิม
“ไปเลย! ไปแล้วอย่ากลับมาอีกก็แล้วกัน!” หญิงสาวระบายความอัดอั้นตันใจออกมา ด้วยการส่งเสียงขับไล่น้องสาวที่สร้างเื่เดือดร้อนให้พี่น้องไม่เคยหยุดหย่อนทั้งน้ำตา
ใบหน้าที่เรียบนิ่งของเตียอวี้หลานเวลานี้นั้นตรงกันข้ามกับหัวใจที่เต้นกระหน่ำไม่เป็ส่ำของนางโดยสิ้นเชิง หน้าประตูจวนมีชาวบ้านเดินผ่านไปผ่านมาไม่น้อย บ้างก็หยุดหันมามองนางด้วยสายตาแปลกๆ บ้างก็เดินผ่านไปอย่างไม่สนใจ คล้ายว่าผู้คนจะรู้จักเพียงชื่อเสียงของนาง แต่น้อยคนที่จะได้เห็นใบหน้าที่แท้จริง ซึ่งเื่นี้ก็ยังทำให้เตียอวี้หลานรู้สึกสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
หญิงสาวพยายามข่มกลั้นความหวาดวิตก เดินไปตามถนนเรื่อย ๆ เพื่อมองหาที่พักสำหรับวันแรกในเมืองใหญ่ โชคดีที่เตียอวี้จิงไม่ได้ค้นตัวนาง เงินเก็บที่พกติดตัวมาจากหมู่บ้านหวงหลิงจึงยังอยู่ในถุงผ้าที่นางหย่อนใส่ไว้ในช่องใต้แขนเสื้อ
บนถนนที่เตียอวี้หลานเดินหลงทิศทางอยู่ในเวลานี้ เป็ละแวกบ้านเรือนของผู้มีอันจะกิน จึงมองหาร้านค้าหรือโรงเตี๊ยมได้ไม่ง่ายเลย หญิงสาวต้องเดินย้อนไปย้อนมาหลายรอบจนได้พบชายชราใจดีผู้หนึ่งชี้เส้นทางที่ถูกต้องเพื่อมุ่งสู่ถนนการค้าและโรงเตี๊ยมให้กับนาง
“คุณหนูรองหยุดก่อน คุณหนูรอง!" เสียงเรียกซ้ำสองสามครั้งของสตรี ดังขึ้นมาจากด้านหลังของเตียอวี้หลาน
จนร่างของเ้าของเสียงเร่งฝีเท้าเข้ามาใกล้แล้ว เตียอวี้หลานจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ ว่าคุณหนูรองที่สตรีผู้นี้กำลังเรียกอยู่ก็คือตนเอง
“ท่านน้า? มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่เ้าคะ” เตียอวี้หลานไม่รู้จักสตรีตรงหน้า แต่อีกฝ่ายเรียกตนว่าคุณหนูรอง ไม่แน่อาจจะเป็สาวใช้คนใดคนหนึ่งในจวนวิ่งตามนางมาก็ได้
“คุณหนูรอง..” ตู้หร่วนซิวแปลกใจกับท่าทางของเตียอวี้หลานที่ทำเหมือนไม่รู้จักตน
“คุณหนู ลี่ฮูหยินขับไล่ข้าออกจากจวนมาเช่นกัน แต่ท่านอย่าเพิ่งโมโหไป ที่ฮูหยินทำเช่นนี้ก็เพราะ้าให้ข้ามาดูแลท่าน ดีเสียอีก ข้าเป็อนุที่ถูกหลงลืมอยู่ท้ายจวนมาเนิ่นนาน ในที่สุดข้าก็ได้พบหน้าผู้คนเห็นโลกภายนอกกับเขาบ้างเสียที”
เตียอวี้หลานจับใจความได้รวดเร็ว อนุของบิดาที่ถูกทอดทิ้งอยู่ท้ายจวน จากที่ฟังจากสาวใช้เล่าความมา ตู้อี๋เหนียงผู้นี้ก็เป็ผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็ผู้ยุยงให้เตียอวี้หลานวางยาคุณชายสามสวี่ซ่งจื่อ เช่นนี้แล้วนางสมควรคบหาสตรีมากพิษสงผู้นี้ดีหรือไม่
“ท่านแม่ขับไล่ท่านหรือเ้าคะ?"
“ใช่ มารดาเ้ามาหาข้าที่เรือนแล้วแอบเอาเงินใส่มือไหว้วานให้ข้าตามมาดูแลท่าน จากนั้นก็แสร้งไปตีโพยตีพายกับนายท่านใหญ่ให้ขับไล่ข้าออกมาอีกคน คุณหนูรองแท้จริงแล้วมารดารักท่านมาก ท่านอย่าคิดมากเลย” ตู้หร่วนซิวไม่ได้พูดเปล่านางควักเงินของลี่ฮูหยินส่งให้กับเตียอวี้หลานไปทั้งหมด
เตียอวี้หลานจำต้องมองสตรีตรงหน้าใหม่อีกครั้ง ตู้อี๋เหนียงสามารถใช้เงินนี้ในการเริ่มชีวิตใหม่ของนางได้ แต่นางกลับวิ่งตามหาตนเองเพื่อจะมามอบเงินคืนให้ คนเช่นนี้หรือจะวางแผนทำร้ายผู้อื่นได้
"ท่านมีญาติพี่น้องอยู่ที่ใดหรือไม่ หากท่านน้า้าใช้เงินก็แบ่งเอาเงินสำหรับใช้ในการเดินทางเถิดเ้าค่ะ”
สตรีวัยราว 40 ต้นๆ ถอนหายใจแ่เบาพร้อมกับส่ายหน้าแววตาเศร้าสร้อย
“ข้าเป็อี้จีในหอนางโลม ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนหรอก คุณหนูรองจะไปทางไหนข้าก็จะไปด้วยเ้าค่ะ ข้ารับปากมารดาท่านเอาไว้แล้วแลกกับการให้นางขับข้าออกจากจวน บุญคุณลี่ฮูหยินครั้งนี้ข้าจดจำไว้แล้ว และข้าจะชดเชยด้วยการดูแลคุณหนูเอง”
เตียอวี้หลานใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย ตู้อี๋เหนียงอย่างไรก็เป็ชาวเมืองฉงซิ่งไม่เหมือนนางที่ไม่รู้ทิศรู้ทางอะไรทั้งสิ้น ยิ่งเห็นว่าตู้อี๋เหนียงซื่อสัตย์รักษาคำพูดนางย่อมไม่ปฏิเสธ
“ท่านน้า เราสองคนต่างก็ถูกขับไล่มาด้วยกัน ข้าเองก็ไม่ใช่คนสกุลเตียอีกต่อไปแล้ว ท่านเรียกข้าว่าหลินเจียอีเถิดเ้าค่ะ”
หญิงสาวไม่สามารถกลับไปเป็เจียงฮุ่ยเจินได้เพราะสตรีผู้นั้นนอนอยู่ในหลุมศพที่หมู่บ้านหวงหลิง ก็เหลือแต่นามสมมุติที่ตนเองสร้างขึ้นมาเท่านั้น และชื่อนี้ยังเป็ความทรงจำเดียวที่ผูกความสัมพันธ์ระหว่างตนกับคุณชายเซี่ยสามีพิการที่ตนรักเอาไว้
“คุณหนู..เจียอี แล้วเ้าตั้งใจจะทำอย่างไรต่อไป เงินที่ลี่ฮูหยินแอบยัดให้ข้ามาไม่ได้มีมากนัก เราคงต้องหาอะไรทำเลี้ยงตัวกันแล้ว”
ตู้หร่วนซิวไม่คิดจะตำหนิมารดาของอีกฝ่าย นางถูกขับไล่ออกมา ย่อมขนข้าวของเงินทองติดกายมามากไม่ได้อยู่แล้ว หากไม่เป็เพราะลี่ฮูหยินแสร้งบันดาลโทสะเร่งให้นางออกจากจวนให้เร็วที่สุด คงมีบ่าวไพร่คนอื่นมาค้นตัวนางจนแม้แต่เงินทองเหล่านี้ก็มิอาจนำออกมาด้วยได้
ทีแรกหลินเจียอีคิดจะกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านหวงหลิงดังเดิม แต่ระหว่างทางเมื่อครู่นางได้คิดใคร่ครวญแล้วว่า การกลับไปที่กระท่อมอาจจะไม่ปลอดภัยเท่าใดนัก นางยังไม่รู้ว่าสกุลสวี่จะตามรังควานนางหรือไม่ เวลานี้มีตู้หร่วนซิวมาช่วยคิดอีกแรง หญิงสาวตัดสินใจจะอาศัยอยู่ในเมืองฉงซิ่งอีกสักระยะ
ที่สำคัญนางอยากรู้ข่าวของสวี่ซ่งจื่อ อยากรู้ว่าอาการป่วยของเขาเป็อย่างไรบ้าง จะมีทางรักษาให้หายได้หรือไม่
“ท่านน้า ข้าทำอะไรไม่เป็สักอย่างท่านก็รู้ ท่านพอจะมีลู่ทางอันใดแนะนำข้าได้บ้างหรือไม่เ้าคะ งานหนักแค่ไหนข้าก็เต็มใจทำ”
ตู้หร่วนซิวหวั่นใจเล็กน้อยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของอดีตคุณหนูผู้เอาแต่ใจ แต่นางย่อมรู้ดีว่าคุณหนูที่ใช้จ่ายเงินทองเป็ว่าเล่นผู้นี้ทำสิ่งใดไม่เป็
“เราไปหาที่พักกันก่อน วันนี้เย็นมากแล้วเอาไว้พรุ่งนี้เช้าข้าจะลองกลับไปหาสหายเก่าของข้า”
พอได้ตู้หร่วนซิวมานำทาง เพียงไม่นานคนทั้งคู่ก็มาถึงเขตการค้าที่มีผู้คนพลุกพล่าน หลินเจียอีใกับจำนวนผู้คนที่ยังออกมาเดินเล่นชมตลาดแม้จะเย็นย่ำแล้วก็ตาม หลายครั้งนางไม่ระมัดระวังยังถูกผู้อื่นเดินชนจนตู้หร่วนซิวต้องจับมือหญิงสาวเอาไว้แน่น แล้วรีบหาโรงเตี๊ยมเข้าพัก
……….
เช้าวันต่อมา
“เจียอีเ้าก็รู้ว่าข้ามาจากที่ใด สหายของข้าก็มีแต่นางคณิกาในหอนางโลมทั้งนั้น ข้าจะออกไปหาพวกนางดูเพื่อขอความช่วยเหลือ หากเ้ารู้สึกลำบากใจก็รออยู่ที่นี่ก่อนแล้วกัน” ตู้หร่วนซิวกินอาหารเช้าในโรงเตี๊ยมเสร็จก็เอ่ยปากบอกหญิงสาว
“ท่านน้า ข้ากับท่านลงเรือลำเดียวกันแล้ว ข้าย่อมไม่ถือสา ไปก็ไปด้วยกันเถิดเ้าค่ะ” หลินเจียอีส่ายหน้าปฏิเสธความเอาใจใส่ของอีกฝ่าย
“จะดีหรือ สหายรุ่นราวคราวเดียวกับข้าเวลานี้ก็อายุ 40 กว่าปีกันหมดแล้ว พวกนางจะยังทำงานอยู่ที่นั่นหรือเปล่าก็ไม่รู้” ตู้หร่วนซิวยังคงกังวล หากไปที่หอนางโลมแล้วไม่พบสหายเก่าเล่า? คนงานในหอนางโลมอย่างไรก็พูดจาไม่ระวังปาก ตัวนางยังพอทำเนาได้ยินได้ฟังคำพูดสัปดนหยาบคายมาจนไม่ระคายหู แต่สำหรับคุณหนูอย่างหลินเจียอีนางไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะระงับโทสะไว้ได้
หลินเจียอีไม่ได้ตอบคำ นางเรียกเสี่ยวเอ้อร์จ่ายเงินค่าอาหารพร้อมกับคืนห้องพักไปคราวเดียว เป็สัญญาณว่าจะร่วมทางไปกับตู้หร่วนซิวด้วย